หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วัฒนธรรมไทยมีอะไรบ้าง
ขอตัวอย่างวัฒนธรรมไทยของทุก ๆภาคหน่อยครับ
วัฒนธรรม 10/6/53 โพสต์โดย SWzPS
คำตอบ
1 จาก 5
วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นภาคกลาง

     ภาคกลางเป็นภาคที่มีประชาการสูงสุด โดยรวมพื้นที่อันเป็นที่ตั้ง ของจังหวัดมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ใช้ภาษากลางในการสื่อความหมายซึ่งกันและกัน วัฒนธรรมไทยท้องถิ่นภาคกลาง ประชาชนประกอบอาชีพทำนา การตั้งถิ่นฐานจะหนาแน่นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีวิถีชีวิตเป็นแบบชาวนาไทย คือ การรักพวกพ้อง พึ่งพาอาศัยกัน มีความเชื่อ และเคารพบุคคลสำคัญผู้ล่วงลับไปแล้ว มีการใช้เครื่องปั้นดินเผาตามชุมชนและหมู่บ้านในชนบท การละเล่นพื้นบ้านที่เป็นลักษณะเด่น    ได้แก่ มังคละรำเต้น เต้นกำรำเคียว เพลงปรบไก่ เพลงลำตัด เป็นต้น              

นอกจากนี้ในท้องที่จังหวัดเพชรบุรี มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือมี ความสามารถในการปลูกสร้างเรือนไทย ความเป็นช่วงฝีมือที่ประณีตในการตกแต่งวัด และช่าง ประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น ช่างทอง ช่างแกะสลักลายไทย ลวดลายปูนปั้นประดับพระสถูปเจดีย์

     ชนกลุ่มน้อยในท้องถิ่นภาคกลาง มีหลายเผ่าพันธุ์ อาทิ ลาวโข่ง กระเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ลาวพวน ในอำเภอบ้านหมี จังหวัดลพบุรี คนลาว ในเขต จังหวัดเพชรบุรี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา มอญ ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

     ประเพณีรับบัวบางพลี
                 "ดอกบัว"นับว่าเป็นพันธ์ไม้ชนิดหนึ่งที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ให้ความนับถือโดยทั่วไป ในการนำมาใช้สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตามความเชื่อถือทางพุทธศาสนาในอดีตที่ผ่านมานั้นพื้นที่บริเวณของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จะเป็น แหล่งที่มีดอกบัวพันธุ์ ดอกบัวหลวงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงของฤดูฝน ดังนั้นจึงมีการจัดหาดอกบัวหลวงที่มีมากมายมาใช้ในการบำเพ็ญกุศลตามพุทธสาสนาของคนไทย ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ ก็มักจะมีการชักชวนกันพายเรือทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก   พร้อมเครื่องดนตรีพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ พายเรือร้องเพลงเดินทางมาตามลำคลองสำโรง มายังอำเภอบางพลี เพื่อรับบัว

     สำหรับองค์ประกอบของการจัดงานประเพณีรับบัวของอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  ที่มีความสำคัญคือการจัดให้มีการแห่พระพุทธรูปของหลวงพ่อโต ที่ประชาชนอำเภอบางพลีและประชาชนทั่วไปรู้จักและให้ความเคารพนับถือกันอย่างมาก โดยทางเรือไปตามคลอง สำโรง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการไปจนถึงตำบลจรเข้ใหญ่ ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งก็จะมีประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ตามสองฝั่งคลองสำโรงที่ขนานเรือแห่รูปของหลวงพ่อโตจำลองแล่นผ่านไปด็จะมีการประดับธงทิวตกแต่งบ้านเรือนและตั้งโต๊ะหมู่บูชาสักการะไปตลอดทั้งสองฝั่งคลอง ดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย    


     ประเพณีการตักบาตรดอกไม้
                 ในวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ชาวบ้านวัดพระ พุทธบาท จังหวัดสระบุรี แถบนั้นมีคติเชื่อว่าการบูชา พระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียน "อามิสบูชา" ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนานั้นย่อมได้รับผลอานิสงส์มากมาย ดังนั้นพอถึงวันเข้าพรรษา ชาวบ้านจะเก็บดอกไม้ป่าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพืชประเภทที่มีกอหรือเหง้าฝังอยู่ใต้ดินเช่นต้นกระชายหรือต้นขมิ้น พืชได้รับความชุ่มชื่นจากฝนลำต้นก็แตกยอดโผล่ขึ้นมาจากดิน สูงประมาณคืบเศษ ๆ ดอกมีขนาดเล็ก ออกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนยอดของลำต้น หลายสีสันงามตามได้แก่สีขาว สีเหลือง และสีเหลืองแซมม่วง ชาวบ้านเรียกชื่อต่างกันไปว่า "ดอกยูงทอง" บ้างหรือ "ดอกหงส์ทอง" บ้าง แต่ที่นิยมเรียกรวมกันก็ว่า "ดอกเข้าพรรษา" เพราะเห็นว่าดอกไม้ป่าเหล่านี้จะบานสะพรั่ง ให้เห็น อย่างดาษดื่นก็เฉพาะในเทศกาลเข้าพรรษานี่เอง
11/6/53 โพสต์โดย ครูแก่
2 จาก 5
วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     ภาคอีสานเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ซึ่งปัจจุบันสามารถ แบ่งคนอีสานตามเชื้อสายบรรพบุรุษ ได้ 3 กลุ่มคือ
            1)  ลาว มีถิ่นฐานตั้งแต่เขตจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด
            2) ไทย มีถิ่นฐานต่ำลงมาในเขตจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มนี้มีวัฒน- ธรรม ภาษา และประเพณีแตกต่างไปจากพวกลาวอีสาน
            3)  เขมร มีถิ่นฐานทางด้านตะวันออกในเขตบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ            

กลุ่มคนในภาคอีสาน เป็นผู้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด ยึดมั่นในพุทธศาสนา และวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมชาวอีสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่
            1)  การเคารพในพระบรมสาริกธาตุ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ทางศาสนาที่มีความผูกพันกับชาวลาวมาอดีต พระบรมธาตุของจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน ทั้งในเขต อีสานเหนือและอีสานใต้ จึงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวอีสาน
           2)  การเคารพสักการะพระปรางค์และปราสาทต่าง ๆ กัน   เป็นศิลปะของขอมที่ปรากฏในบริเวณอีสานใต้ แสดงถึงความผูกพันกับดินแดนของกัมพูชาในประวัติศาสตร์ ดังเช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทเขาพนมรุ้ง เป็นต้น
            3)  การเคารพสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหรือย่าโม ที่หน้าประตู เมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา            

ภาคอีสานเป็นที่รู้จักแพร่หลายทางด้านศิลปะแบบเขมร โบราณวัตถุ และโบราณสถานที่สำคัญคือศิลาจำหลักทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาท หินเมืองต่ำซึ่งได้รับการยกย่องให้มีคุณค่าทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบเขมรและได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกที่สำคัญ              

นอกจากนั้น ชาวอีสานเป็นผู้มีความสามารถในการ ทอผ้าไทยมา เป็นเวลาช้านาน ภายหลังจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในการสนับสนุนการทอผ้าไหมของชาวอีสาน ส่งผลให้มีการทอผ้าไทยที่มีคุณภาพสูง อาทิ ผ้าไหม มัดหมี่ ผ้าทอพื้นเมืองลายขิด ผ้าไหมของชาวพูไทย จังหวัดนครพนม และผ้าไหมอำเภอมักธงชัย เป็นต้น

     ประเพณีฮีตสิบสอง
                 คำว่า"ฮีต"หรือ"รีต"หรือ"จารีตประเพณี" หมายความว่า "ประเพณี อันเนื่องด้วยศีลธรรมซึ่งคนส่วนรวมถือว่ามีค่าแก่สังคม ใครประพฤติฝ่าฝืนหรืองดเว้น ไปไม่กระทำ ตามที่กำหนดไว้ ถือว่าผิดเป็นชั่ว"    ฮีตสิบสองของชาวอีสานเป็นฮีตที่บริสุทธิ์ เป็นเรื่องของความ เชื่อ ในพระพุทธศาสนาและประเพณีนิยมพื้นบ้าน  เป็นประเพณีที่สมาชิกในสังคมจะได้มีโอกาสร่วมชุมชนกันทำบุญประจำทุกๆเดือนของรอบปี ผลที่ได้รับคือทุกคนจะได้มีเวลาเข้าวัดใกล้ชิดกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น ทำให้ได้มีโอกาสพบปะและรู้จักมักคุ้นกัน รวมทั้งเป็นจารีตบังคับให้ทุก ๆ คนเสียสละทำงานร่วมกัน เมื่อว่างจากงานอาชำแล้ว ดังนั้นประเพณีฮีตสิบสองก็คือ ประเพณีสิบสองเดือนนั่นเอง
                  ประเพณีแรกของฮีตสิบสองจะเริ่มต้นด้วย เดือนเจียงหรือเดือนอ้าย เป็นงานบุญเข้ากรรมซึ่งเป็นการออกจากอาบัติประจำปีตามวิธีการของพระสงฆ์ ในระยะนี้ชาวบ้าน ที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสจะพากันจัดอาหารคาวหวานและข้าวของเครื่องใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไป ถวายเพื่อช่วยสงเคราะห์ให้การอยู่กรรมของท่านดำเนินไปด้วยดี นอกจากนั้นยังได้ฟังเทศน์ ฟังธรรม เป็นการได้บุญอีกโสดหนึ่งด้วย ประเพณีเข้ากรรมนี้บางแห่งเชื่อว่าเป็นการทดแทนและระลึก ถึง คุณมารดาเพราะมารดาเคยอยู่กรรมนี้มาแล้ว ฉะนั้นเมื่อบวชแล้วจะแทนคุณมารดาได้ก็ต้อง เข้ากรรมเสียก่อน ประเพณีเข้ากรรมนี้ไม่ได้กำหนดวันลงไปแน่นอน แต่จะอยู่ในระหว่างเดือนอ้าย                

เดือนยี่เป็นระยะเวลาที่ข้างออกรวงแก่จัดและรอการเก็บเกี่ยว ในเดือนนี้จึงมีประเพณีเกี่ยวข้องกับการเก็บและการนวดข้าว เรียกว่า บุญคูนลาน ไม่กำหนดวัน แน่นอน เป็นแต่ว่าเมื่อนวดข้าวเสร็จแล้ว ชาวนาจะประกอบพิธีทำบุญกันที่ลานนั่นเอง แต่ถ้าหากขนข้าวขึ้นยุ้งแล้ว มักทำบุญที่บ้านหรือทำรวมกันที่หมู่บ้าน เป็นลักษณะการทำบุญบูชา แม่โพสพ เมื่อได้ข้าวมาสู่ลานแล้วนั่นเอง  

           เดือนสามเป็นการทำบุญข้าวจี่ ชาวบ้านจะเอาข้าวเหนียวมาปั้นแล้วจี่ คำว่าจี่ ก็คือปิ้งนั่นเอง วิธีทำคือนำข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนขนาดโตเท่าไข่ห่าน แล้วเสียบปลายไม้ที่เหลาเตรียมไว้  ไม้ไผ่นี้ยาวประมาณ 75 เซนติเมตร ใหญ่ขนาดนิ้วมือ  จี่หรืออังบนไฟอ่อน ๆ พลิกไปพลิกมาจนเหลืองทั่วกันดีแล้ว นำมาทาด้วยไข่แล้วนำไปจี่อีกที ไข่ที่ใช้มานี้ใช้ทั้งไข่แดงและไข่ขาวตีให้เข้ากัน พอไข่เหลืองมีกลิ่นหอมก็ดึงไม้ออก เอาน้ำตาลปึกหรือน้ำอ้อยใส่เข้าไปเป็นไส้หวานจะนำไปถวายพระ พร้อมด้วยอาหารคาวหวานชนิดต่าง ๆ จากนั้นก็มีการถือศีล ฟังพระเทศน์เสร็จจากเลี้ยงพระก็มีการเซ่นปู่ย่าเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ                  

เดือนสี่เป็นงานทำบุญพระเวส(พระเหวด)หรือบุญคบงันหรือ เทศน์มหาชาติการทำบุญพระเวสนั้นแบ่งเป็นสามวัน วันแรกเป็นวันรวมหรือที่พื้นเมืองเรียกว่า มื่อโฮม วันที่สองมีการแห่พระเวสสันดร กัณหา ชาลี และพระนางมัทรี มีการเซิ้งนำหน้า วันที่สาม ฟังเทศน์มหาชาติในงานบุญพระเวสนี้ จะมีการตกแต่งศาลาให้คล้ายกับพระเวสสันดรในเขาวงกต ชาวบ้านมีหน้าที่หาอาหารมาเลี้ยงพระและแขกเหรื่อ งานนี้จะมีผู้คนจากที่ต่าง ๆ มาชุมนุมกัน ทั้งคนหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ ต่างคนก็ร่วมแรงร่วมใจกันหาเงินเข้าวัด เพื่อที่พระจะได้นำไปบูรณะ ซ่อมแซมวัด                  

เดือนห้าเป็นงานบุญสรงน้ำ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าวันสงกรานต์  เริ่มตั้งแต่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เมื่อถึงงานสงกรานต์ชาวบ้านจะหยุดทำงานเพื่อมาร่วมสนุกสนานกันเป็นเวลาถึงเจ็ดวัน ในระหว่างนั้นก็มีการสรงน้ำพระพุทธ พระสงฆ์ โดยชาวบ้านจะทำผาม (ปะรำ) แล้วเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐาน ณ ปะรำพิธี บนปะรำมีรางน้ำ ทำเป็นรูปพญานาคที่ไว้สำหรับสรงน้ำพระพุทธที่หนึ่ง พระสงฆ์ที่หนึ่ง                  

ในตอนเช้าของวันงานบุญสรงน้ำ       ชาวบ้านก็พากันทำบุญตักบาตรถวายจังหันพอถึงกลางวันก็ถวายเพล ราวเที่ยงวันจึงนำดอกไม้ ธูปเทียน น้ำขมิ้นและของ หอมไปสรงน้ำพระ แล้วรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป         จากนั้นก็มีการสาดน้ำ ตอนบ่ายหลังจากแล่นสาดน้ำแล้วก็จะไปเก็บดอกไม้ตามไร่นาป่าเขาใกล้ๆหมู่บ้านมา เตรียมไว้
11/6/53 โพสต์โดย ครูแก่
3 จาก 5
ศิลปะวัฒนธรรมภาคใต้  คือ หนังตะลุง  ประเพณีชักพระ
11/6/53 โพสต์โดย ครูแก่
4 จาก 5
ภาคเหนือ
วัฒนธรรม ประเพณี. ประเพณียี่เป็ง. ประเพณี "ยี่เป็ง" เป็นประเพณีลอยกระทงตามประเพณีล้านนาที่จัดทำขึ้นในวันเพ็ญเดือน 2 ของชาวล้านนา
11/6/53 โพสต์โดย ครูแก่
5 จาก 5
มีอย่างอื่นไหมคะ
5/1/54 โพสต์โดย มิปปี้ค่ะ
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ทำไมถึงไม่เหมือนกัน
หากโลกนี้มีเพียงประเทศไทย คุณจะ?
เดินทางจากไทยไปเดนมาร์กใช้เวลาเท่าไร
ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ภาคตะวันออกของไทยตอนนี้มีอะไรบ้าง
อะไรคือความเป็นไทย
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู