หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่1-10 มีอะไนบ้างอะค่ะ?
ประวัติศาสตร์ | แชท 13/9/54 โพสต์โดย น้องโบท๊อกซ์ 'z
คำตอบ
1 จาก 4
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10

   ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2547 ณ กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ที่ประชุมผู้นำอาเซียนได้บรรลุข้อตกลงสำคัญร่วมกันในหลายประเด็นที่เกี่ยว กับ FTA ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของอาเซียน และนำไปสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม

   อาเซียน-จีน
   รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนและจีนได้ลงนามความตกลงการค้าสินค้าและ ความตกลงว่าด้วยกลไกการระงับข้อพิพาทภายใต้การเปิดเสรีอาเซียน-จีน โดยมีผู้นำอาเซียนร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความตกลงการค้าสินค้าดังกล่าวจะครอบคลุมการเปิดเสรีสินค้าทั้งหมด และจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ทั้งนี้สามารถแบ่งกลุ่มการลดภาษีสินค้าได้เป็น 2 กลุ่มคือ
   - สินค้าปกติ ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และจีน จะเริ่มลดภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนเหลือร้อยละ 0 ภายในปี 2553 โดยจะมีสินค้าจำนวนไม่เกิน 150 รายการที่จะยืดเวลาการยกเลิกภาษีได้อีก 2 ปี (ปี 2555)
   - สินค้าอ่อนไหว จะมีได้ไม่เกิน 400 รายการและไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าการนำเข้า โดยจะเริ่มลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 20 ในปี 2555 และมีภาษีสุดท้ายเป็น 0-5% ภายในปี 2561 ทั้งนี้ จะมีสินค้าอ่อนไหวสูงได้ไม่เกิน 100 รายการ ที่จะต้องลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 50 ในปี 2558

   อาเซียน-ญี่ปุ่น
   ที่ประชุมพิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการความร่วมมือ หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น ที่ได้ดำเนินกระบวนการหารือมาเป็นระยะเวลา กว่า 1 ปี และได้ข้อสรุปที่จะเริ่มต้นการเจรจาในเดือนเมษายน 2548 และกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นอกจากนี้ ญี่ปุ่นแสดงความตั้งใจที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของอาเซียนในด้านต่างๆ
   โดยเฉพาะการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ การพัฒนาบุคลากร การร่วมลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคของอาเซียน เช่น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบอาเซียน-ญี่ปุ่น ความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS-EC) และยุทธศาสตร์ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย และที่สำคัญญี่ปุ่นต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับอาเซียน คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มเป็น 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2553

   อาเซียน-เกาหลี
   ผู้นำอาเซียนและเกาหลีได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือหุ้น ส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี โดยเห็นชอบที่จะให้เริ่มการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี ในช่วงต้นปี 2548 และให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี โดยให้เปิดเสรีการค้าสินค้าจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ภายในปี 2552 สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และเกาหลี และให้ความยืดหยุ่นกับประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ โดยกรอบการเจรจาฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ซึ่งผู้นำไทยได้เน้นย้ำความสำคัญของการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันโดย เฉพาะในเรื่องสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของอาเซียน โดยขอให้เกาหลีพิจารณาจัดทำความตกลงยอมรับร่วมกันในด้านมาตรฐานและคุณภาพใน กรอบ FTA ด้วย

   อาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี)
   ที่ประชุมผู้นำอาเซียน+3 ตกลงให้มีการจัดการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งแรก ในปี 2548 ที่ประเทศมาเลเซีย และตกลงให้มีการศึกษาการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนขอให้ประเทศทั้งสาม มีส่วนร่วมในการจัดตั้งกองทุนอาเซียน การดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ และข้อเสนอเพื่อการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดช่องว่างระดับการพัฒนาระหว่างสมาชิกใหม่และ เก่าของอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

   อาเซียน-ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (CER)
   ผู้นำอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ได้ลงนามในปฏิญญาร่วมของผู้นำอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งสาระสำคัญของปฏิญญาดังกล่าว เป็นการประกาศให้เริ่มต้นการเจรจา FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (CER) ในช่วงต้นปี 2548 และกำหนดให้แล้วเสร็จใน 2 ปี โดยกรอบการเจรจาฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน ตลอดจนการยกเลิกอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาขีดความสามารถแก่อาเซียน

   อาเซียน-อินเดีย
   ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเศรษฐกิจอาเซียนร่วมหารือกับฝ่าย อินเดีย เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ สามารถตกลงกันได้ ซึ่งผลของการหารือเป็นที่น่าพอใจ โดยอาเซียนและอินเดียตกลงที่จะให้มีกฎเฉพาะกาลว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า สำหรับสินค้า Early Harvest จำนวน 105 รายการ ในเรื่องกฎที่จะใช้ทั่วไปในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ให้ใช้เกณฑ์การใช้วัตถุดิบภายในประเทศร้อยละ 40 และกระบวนการแปรสภาพขั้นต่ำ ตามที่ฝ่ายอาเซียนเสนอ โดยให้มีรายการสินค้าที่ใช้กฎแหล่งกำเนิดสินค้าแบบเฉพาะได้ แต่ให้มีจำนวนน้อย และจะต้องเจรจาให้แล้วเสร็จก่อนเริ่ม Early Harvest คือ ภายในวันที่ 1 เมษายน 2548
13/9/54 โพสต์โดย ake1985
2 จาก 4
ความเป็นมาของอาเซียน

อา เซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ(The Bangkok Declaration ) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน      
           “ปฏิญญา กรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติ ของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ  

วัตถุประสงค์หลัก

                          ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่
     1.  ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี
          วิทยาศาสตร์ และการบริหาร
     2.  ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค
     3.  เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค
     4.  ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี
     5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
     6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม
     7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ  
         และองค์การระหว่างประเทศ

                       ตลอด ระยะเวลา กว่า 40ปีที่มีการก่อตั้งอาเซียน ถือว่าได้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองเเละความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยได้รับ ประโยชน์อย่างมากจากความร่วมือต่างๆของอาเซียน   ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์จากการที่ภูมิภาค เป็นเสถียรภาพและสันติภาพ อันเป็นผลจากกรอบความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมือด้านสังคมและ วัฒนธรรม ซึ่งถ้าหากไม่มีความร่วมมือเหล่านี้แล้ว คงเป็นการยากที่จะพัฒนาประเทศได้โดยลำพัง   กลับด้านบน





การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
ครั้งที่

วันที่

ประเทศเจ้าภาพ

สถานที่จัดตั้งการประชุม
ครั้งที่ 1

23-24 กุมภาพันธ์ 2519

ประเทศอินโดนีเซีย

บาหลี
ครั้งที่ 2

4-5 สิงหาคม 2520

ประเทศมาเลเซีย

กัวลาลัมเปอร์
ครั้งที่ 3

14-15 ธันวาคม 2530

ประเทศฟิลิปปินส์

มะนิลา
ครั้งที่ 4

27-29 มกราคม 2535

ประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์
ครั้งที่ 5

14-15 ธันวาคม 2538

ประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร
ครั้งที่ 6

15-16 ธันวาคม 2541

ประเทศเวียดนาม

ฮานอย
ครั้งที่ 7

5-6 พฤศจิกายน 2544

ประเทศบูรไนดารุสซาราม

บันดาร์เสรีเบกาวัน
ครั้งที่ 8

4-5 พฤศจิกายน 2545

ประเทศกัมพูชา

พนมเปญ
ครั้งที่ 9

7-8 ตุลาคม 2546

ประเทศอินโดนีเซีย

บาหลี
ครั้งที่ 10

29-30 พฤศจิกายน 2547

ประเทศลาว

เวียงจันทน์
ครั้งที่ 11

12?14 ธันวาคม 2548

ประเทศมาเลเซีย

กัวลาลัมเปอร์
ครั้งที่ 12

11?14 มกราคม 25501

ประเทศฟิลิปปินส์

เซบู
ครั้งที่ 13

18?22 พฤศจิกายน 2550

ประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์
ครั้งที่ 14

27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552
10-11 เมษายน 2552

ประเทศไทย

ชะอำ, หัวหิน
พัทยา
ครั้งที่ 15

23-25 ตุลาคม 2552

ประเทศไทย

ชะอำ, หัวหิน
ครั้งที่

8-9 เมษายน 2553

ประเทศเวียดนาม

ฮานอย

กลับด้านบน



หลักการพื้นฐานของความร่วมมืออาเซียน

       ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้ยอมรับในการปฏิบัติตามหลักการพื้นฐาน ในการดำเนินงานในเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกัน อันปรากฏอยู่ในกฎบัตรอาเซียนซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของอาเซียน ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2551 และสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรือ TAC) ซึ่งประกอบด้วย


- การเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณาการแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ประจำชาติของทุกชาติ
- สิทธิของทุกรัฐในการดำรงอยู่โดยปราศจากจากการแทรกแซง การโค่นล้มอธิปไตยหรือการบีบบังคับจากภายนอก
- หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน
- ระงับความแตกต่างหรือข้อพิพาทโดยสันติวิธี
- การไม่ใช้การขู่บังคับ หรือการใช้กำลัง
- ความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างประเทศสมาชิก

         นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงก่อนที่กฎบัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้               อาเซียนยึดถือหลักการฉันทามติเป็นพื้นฐานของกระบวนการตัดสินใจและกำหนด นโยบาย มาโดยตลอด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การที่อาเซียนจะตกลงกันดำเนินการใดๆ ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดทั้งสิบประเทศ จะต้องเห็นชอบกับข้อตกลงนั้นๆ ก่อน

       
                            การที่อาเซียนยึดมั่นในหลัก ‘ฉันทามติ” และ “การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน’ หรือที่ผู้สังเกตการณ์อาเซียนเรียกว่า ‘วิถีทางของอาเซียน’ (ASEAN’s Way)ในทางหนึ่งนั้น ก็ถือเป็นผลดีเพราะเป็นปัจจัย ที่ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ในเรื่องระบบการเมือง วัฒนธรรมและฐานะทางเศรษฐกิจ มีความ ‘สะดวกใจ’ ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก และดำเนินความร่วมมือในกรอบอาเซียน แต่ในอีกทางหนึ่ง“ฉันทามติและ “การไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน”ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในหลาย โอกาสว่า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระบวน การรวมตัวกันของอาเซียนเป็นไปอย่างล่าช้า รวมถึงทำให้อาเซียนขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากถูกมองว่ากลไกที่มีอยู่ ของอาเซียน ล้มเหลว ในการจัดการกับปัญหา ของอาเซียนเองที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกใดประเทศสมาชิกหนึ่งได้ อย่างไรก็ดี การยึดถือฉันทามติในกระบวนการตัดสินใจ ของอาเซียน ได้เริ่มมี ความยืดหยุ่นมากขึ้นหลังจากที่กฎบัตรอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551  เนื่องจาก กฎบัตรอาเซียนได้เปิดช่องให้ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน พิจารณาหาข้อยุติในเรื่องที่ประเทศสมาชิกไม่มีฉันทามติได้

กลับด้านบน



โครงสร้างของอาเซียน
โครงสร้างของอาเซียนจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้

สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat)
           สำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงที่ลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน
ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 1 ในปี 2519 เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและดำเนินงาน
ตามโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมอาเซียน และเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างสมาคมอาเซียน คณะกรรมการ ตลอดจนสถาบันต่าง ๆ และรัฐบาลของประเทศสมาชิก
           สำนักเลขาธิการอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซียโดยมีหัว หน้าสำนักงานเรียกว่า “เลขาธิการอาเซียน” ซึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 35 ได้แต่งตั้งนาย Ong Keng Yong” ชาวสิงคโปร์ เป็นเลขาธิการอาเซียนคนใหม่แทนนาย Rodolfo C. Severino Jr. เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน โดยจะมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2546) และมีรองเลขาธิการอาเซียนจำนวน 2 คน (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งโดยชาว มาเลเซียและเวียดนาม)
สำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือกรมอาเซียน (ASEAN National Secretariat)
          เป็นหน่วยงานในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก ซึ่งแต่ละประเทศได้จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ ประสานงานเกี่ยวกับอาเซียนในประเทศนั้น ๆ และติดตามผลของการดำเนินกิจกรรม/ความร่วมมือต่าง ๆ สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการจัดตั้งกรมอาเซียนให้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านอาเซียน ดังกล่าว  กลับด้านบน







กฏบัตรอาเซียน
        เป็น ร่างสนธิสัญญาที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพกฎบัตรอาเซียน เป็นร่างสนธิสัญญา ที่ทำร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการวาง กรอบทาง กฎหมายและโครงสร้างองค์กรของสมาคม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียน ได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่างกฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัว เป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ. 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ จะมีการจัดทำร่าง กฎบัตรอาเซียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550
13/9/54 โพสต์โดย ake1985
3 จาก 4
13/9/54 โพสต์โดย ake1985
4 จาก 4
พี่คะถ้าเขียนทั้ง15อันเสร็จแล้วเอาจากครั้งที่หนึ่งมาอีกครั้งหรอคะ
23/5/55 โพสต์โดย mintkanyarat
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
เหตุใดอาเซียนจึงบอกว่าไทยเป็นผู้นำอาเซียน
สุดยอดเด็กไทย ก้าวล้ำ สู่ผู้นำอาเซียน คืออะไร
รู้มั้ย ปีหน้า จะมีการประชุมสุดยอดกลุ่ม G-20 ที่บ้านเกิดของเหล่ากูรู
วิธีการทักทายของประเทศต่างๆในอาเซียน
อะไรที่คุณคิดว่าเป็น "จุดแข็ง/จุดอ่อน" ของไทย ในอาเซียน
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู