หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อัตชีวประวัติของ อริสมันต์ พงษ์รองเรือง 555+
อัตชีวประวัติของ อริสมันต์ พงษ์รองเรือง

ทั้งชีวิต ไม่มีอะไรน่าจดจำ ยกเว้นการอมฮอลล์นานทำลายสถิติโลก

คุณงามความดี ทั้งชีวิต ที่น่าจำเห็น ๆ มี 2 ครั้งที่ทุกคนไม่ลืมเลือน

เป็นผู้ เสียสละ ยอมเป็นผู้ขายชาติ นำฝูงฟายบุกล้มผู้นำอาเซียน
ทำให้ม็อบแดง ต้องเร่งเกมม์ จนแพ้ในที่สุด เพราะ
คนไทย ไม่ชอบคนเถื่อน
เมษา 52 แม้วบอบช้ำที่สุดในชีวิต เริ่มตรวจพบมะเร็ง
เพราะ ความเครียดเร่งให้แสดงอาการมะเร็ง
คล้าย ๆ สมัคร ที่เครียดจากการโดนแม้วหักหลังคาสภา
พี่กี้ ยอมเน่า เพื่อแม้วพ่ายครั้งที่ 1

เป็นผู้เสียสละ ยอมเป็นผู้นำม็อบที่เสร่อที่สุด นำฝูงฟายบุกถล่มรัฐสภา
ทั้ง ๆ ม็อบฟายแดงของหมอ ยเหวง อุตสาห์สันติมาตั้งหลายวัน
ทำให้พรบ ฉุกเฉิน คลอด
ม็อบแดงต้องเร่งเกมม์อีกครั้ง จนแพ้ในที่สุด เพราะ
คนไทย ไม่ชอบคนเถื่อน
เมษา 53 แม้วบอบช้ำหนัก เครียดจัด มะเร็งลามไปขั้นสุดท้าย
สมัครเริ่มเข้าฝันทุกวัน แม้วร้องไห้ขอโทษสมัครกลางดึกทุกคืน
พี่กี้ ยอมเน่า เพื่อแม้วพ่ายครั้งที่ 2

วีรกรรมของพี่กี้ นี้ยากลืมเลือน
ข้าพเจ้า ขอคารวะ ด้วยส้นตรีน 1 ที
8/4/53 โพสต์โดย คนครับ
คำตอบ
1 จาก 13
เป็นผู้ เสียสละ ยอมเป็นผู้ขายชาติ นำฝูงฟายบุกล้มผู้นำอาเซียน

น่าหัวเราะครับ
8/4/53 โพสต์โดย กั๋ง บางพาน
2 จาก 13
ขอบคุณไอ้กี้จากใจจริง...
8/4/53 โพสต์โดย guruthailand
3 จาก 13
ผมจำได้ติดตา สมัยพี่กี้ได้รับเลือกตั้งใหม่ๆ กทม น้ำท่วมอย่างสาหัส
แต่พ่ีกี้ของเรา โผล่มาพร้อมรถโฟร์วิวคันงาม มาดูเหตุน้ำท่วม
แต่...อนิจจา แกไม่ยอมลงมาจากรถ
จนชาวบ้านที่เลือกพี่แกตามมาด่ากันระงม
"ว่าตั้งแต่เลือกเข้ามาไม่เคยมาเหลียวแล กูจะไม่เลือกแล้วพวกดารานักร้อง
ตอนอยากได้คะแนนมาไหว้ขอร้องพวกกูให้เลือก แต่พอเป็นแล้วมึงเคยเห็นหัวพวกกูมั๊ย"

สลดใจตั้งแต่วันนั้นครับ
แทนที่จะลงมือทำในวันนั้นให้ชาวบ้านได้เห็นความทุ่มเทเพื่อส่วนรวมจริงๆ
กลับมาลงมือทำสิ่งถูก (แบบผิดๆ) และเปลี่ยนอุดมการณ์ในวันนี้
เกินใจ "ทัดทาน" แล้วครับ ^.^
8/4/53 โพสต์โดย vinman
4 จาก 13
แหม ! !  ท่านพี่ ขุดมาหมดเลยนะ
8/4/53 โพสต์โดย missbuatong
5 จาก 13
ประวัตินี้เขียนบนหนังหมาหรือเปล่า อิ อิอิ
8/4/53 โพสต์โดย เป็นต่อ
6 จาก 13
นี่ถ้า(ขออนุญาตใช้คำถ่อย)ไอ้ส้นตรีนกี้เห็นคงชักตายเเหงๆ ก๊าก สะใจ
8/4/53 โพสต์โดย The_it11
7 จาก 13
รู้จักแต่เพลง ใจไม่ด้านพอ
9/4/53 โพสต์โดย ArinaIT.Com
8 จาก 13
อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง (กี้) อดีตนักร้อง นักการเมือง ปัจจุบันเข้าร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และเป็นแกนนำผู้ชุมนุมที่จังหวัดชลบุรี
อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง (เดิมชื่อ ศักดา พงษ์เรืองรอง)[1] มีชื่อเล่นว่า กี้ เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2507 ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ในครอบครัวศิลปิน โดยมีพ่อและแม่เป็นพระเอกและนางเอกลิเกมาก่อน มีน้องชายอยู่ 2 คนคือ สุรเกียรติ พงศ์เรืองรอง และ อาชาครินต์ พงศ์เรืองรอง (ซึ่งได้เป็นนักร้องในสังกัดอาร์.เอส. โปรโมชั่นอยู่ช่วงหนึ่งด้วย จากการสนับสนุนของอริสมันต์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากผลงานคล้ายกับอริสมันต์มาก)
การศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย อ.บ้านโป่ง ราชบุรี มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อริสมันต์เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯได้ขายกางเกงยีนส์อยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มมีชื่อเสียงมาจากออกอัลบั้มชุดแรกกับบริษัทอาร์.เอส. โปรโมชั่น ด้วยการชักชวนของอิทธิ พลางกูร ในชุด "ความหมายของผู้ชายคนหนึ่ง" ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 ก็โด่งดังทันทีจากเพลง ไม่เจียม, เธอลำเอียง เพราะมีรูปแบบการร้องที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนด้วยเสียงที่กลั้วอยู่ในลำคอเหมือนออกเสียงไม่ชัด แต่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว ซึ่งถูกเรียกว่าอมลูกอมฮอลล์ในขณะร้องเพลง จนได้รับฉายาว่า นักร้องเสียงอมฮอลล์ ประกอบกับเนื้อหาของเพลงที่ใช้ภาษาที่แปลกออกไปจากเพลงทั่วไป แต่มีความหมายเฉพาะตัวและสร้างความรู้สึกโรแมนติกได้อย่างประหลาด ซึ่งเจ้าตัวจะเป็นผู้เขียนเนื้อเพลงเอง
จากนั้นอริสมันต์ก็ได้ออกอัลบั้มตามมาอีกหลายชุด เช่น "เจตนายังเหมือนเดิม", "ฝันมีชีวิต", "เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง" เป็นต้น ซึ่งประสบความสำเร็จทุกชุดและมีหลายบทเพลงที่เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงตราบจนปัจจุบัน เช่น ยอมยกธง, ทัดทาน, ใจไม่ด้านพอ, เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง, คนข้างหลัง, รักเธอเสมอใจ เป็นต้น ซึ่งทุกชุดมีอิทธิ พลางกูร เป็นโปรดิวเซอร์ และเนื้อเพลงทั้งหมดอริสมันต์จะเป็นผู้เขียนเอง
และในกลางปี พ.ศ. 2536 ได้แสดงละครโทรทัศน์ทางช่อง 9 ในสังกัดอาร์.เอส. โปรโมชั่น ออกอากาศในวันเสาร์-อาทิตย์ช่วงบ่าย โดยอริสมันต์เล่นเป็นตัวเอกในเรื่อง ซึ่งเป็นละครเรื่องแรกและเรื่องเดียวของอริสมันต์ตราบจนทุกวันนี้
หนังสือบทกวี หลังจากอัลบั้มเพลงของอริสมันต์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้อริสมันต์ได้ออกหนังสือวรรณกรรมรวมกวีในชื่อว่า วันนี้สำคัญ...เพราะเมื่อวานดี ซึ่งออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2532 โดยหนังสือเล่มนี้อ้างว่าตนเป็นผู้เขียนกวีนี้ทั้งหมด แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าบทกวีบางส่วนเป็นของนักเขียนคนอื่น ๆ ไม่ใช่ของอริสมันต์แต่อย่างใด
หวนคืนสู่วงการบันเทิง หลังจากปี พ.ศ. 2540 ไปแล้ว ชื่อเสียงและความนิยมของอริสมันต์เริ่มสร่างซาลง และเจ้าตัวก็หันไปมีบทบาททางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2542 อริสมันต์ได้ออกอัลบั้มเพลงลูกทุ่งขึ้นมาหนึ่งชุด ในชื่อชุดว่า "กังวานทุ่ง" และในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ก็ได้จัดคอนเสิร์ตของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง ชื่อ "เวทีนี้ยังมีพี่เลี้ยง" ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก และล่าสุดอริสมันต์ได้ทำอัลบั้มชุดใหม่ที่มีชื่อว่า รักในโฟนอิน ซึ่งอัลบั้มเพลงนี้ไม่ได้อยู่ในสังกัดอาร์เอสและเพลงในอัลบั้มชุดนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับทางการเมืองโดยอัลบั้มชุดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหา รายได้สนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย การเยียวยาผู้ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบ จากการผลักดันการชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทย เมษายน พ.ศ. 2552
12/4/53 โพสต์โดย หมวยเล็กจ้า
9 จาก 13
งานการเมือง
ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 อริสมันต์เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์ ถึงขั้นที่ขึ้นไปปราศรัยและร้องเพลงสนับสนุนผู้ชุมนุม ซึ่งได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมบางส่วนว่า ทำไปเพราะอยากดัง หรือเพื่อโปรโมตอัลบั้ม ทั้งที่แท้จริงแล้วการกระทำดังกล่าวไม่เอื้อประโยชน์ต่อการขายเทปมากนัก และหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน อัลบั้มชุดที่ 4 "สงสัยใจสะเทิ้น" ก็ออกมา แต่เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ใช่และยืนยันว่าชอบการเมืองมานานแล้ว
ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ได้ลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกโดยสังกัดพรรคพลังธรรม ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ เขตบางกอกน้อย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง อริสมันต์ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อมาคือในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 โดยสังกัดอยู่ในพรรคเดิมและพื้นที่เดิม จากนั้นในปี พ.ศ. 2541 สมาชิกพรรคพลังธรรมหลายคนได้ย้ายไปสังกัดพรรคไทยรักไทย อริสมันต์ก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสมาชิกที่ย้ายไปด้วย และในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2548 อริสมันต์ก็ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคไทยรักไทยในแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 56 ของพรรค และมีบทบาทเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายประชา มาลีนนท์) และในวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2549 อริสมันต์ได้แต่งและร้องเพลงพิเศษที่มีชื่อว่า คนของแผ่นดิน ที่มีเนื้อหาสนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
ในคืนวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2550 อริสมันต์ได้ร่วมกับกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลุ่มพีทีวี และ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย ที่รวมตัวยกันในนาม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ท้องสนามหลวง เคลื่อนย้ายขบวนฝ่าแนวป้องกันของตำรวจไปยังหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น อีกทั้งในคืนวันที่ 18 มิถุนายน ก็ได้ขึ้นรถปราศรัยโดยด่าว่าทหาร และตำรวจที่รักษาความสงบอยู่ด้วย
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 อริสมันต์ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร ในเขต 12 (บางพลัด บางกอกน้อย ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา) สังกัดพรรคพลังประชาชน แต่ไม่ได้รับเลือก และได้เข้าร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ โดยได้ปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและประธานองคมนตรี
ในเหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมษายน พ.ศ. 2552 อริสมันต์เป็นแกนนำผู้ชุมนุมที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนำผู้ชุมนุมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและที่สมทบจากกรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนอาเซียน และในวันต่อมาได้กลับมาชุมนุมหน้าโรงแรมอีกครั้ง เพื่อกดดันรัฐบาลให้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงินในช่วงเช้า และนำกำลังหลายร้อยคน บุกเข้าในสถานที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ทำให้ความปลอดภัยของผู้นำมิตรประเทศมีความเสี่ยงสูงมาก จนกระทั่งประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมจำเป็นต้องขอเลื่อนการประชุมออกไปกลางคันโดยไม่มีกำหนด ส่งผลให้ผู้นำประเทศต่างๆต้องอพยพออกจากสถานที่ประชุม และบินกลับประเทศตนเองโดยปลอดภัยทุกท่าน หลังจากนั้นอริสมันต์ได้ถูกตำรวจจับกุมตัวที่บ้านพักในเขตตลิ่งชันขณะพยายามปีนหน้าต่างหลบหนี และถูกควบคุมด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจังหวัดราชบุรี แต่ต่อมาศาลอนุมัติให้ประกันตัวไปด้วยวงเงิน 5 แสนบาท **และเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2553 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขออนุมัติหมายจับ นาย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในข้อหา กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งศาลพิจารณาแล้วได้อนุมัติหมายจับ นาย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
12/4/53 โพสต์โดย หมวยเล็กจ้า
10 จาก 13
เฮ้อเป็นไปได้เนอะ จบตั้งโท จุฬา การศึกษาไม่ทำให้คุณมีความคิดมากขึ้นเลยอ่ะ
12/4/53 โพสต์โดย หมวยเล็กจ้า
11 จาก 13
อืม
18/4/53 โพสต์โดย ploysa
12 จาก 13
หนีแล้วครับ
ใจไม่ด้านพอ
19/4/53 โพสต์โดย เฉิ่มเฉิ่ม7
13 จาก 13
ต่อจากข้างบน
20/4/53 โพสต์โดย Nazha
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อริสมันต์ "ใจไม่ด้านพอ" หรือจะสู้พงษ์พัฒน์ "ใจนักเลง"
อริสมันต์ ลั่นบุกห้าง หากรัฐสลายม็อบ
อริสมันต์ อยากถามบรรหาร ว่าไม่บังควรตรงไหน
(ทันข่าว) ตร.คาดแดงอยู่7วันม็อบเริ่มน้อยทยอยกลับบ้านประสานมะกันสอบแม้วเล็งวินาศกรรม
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู