หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วิธีเขียนแบบบ้าน
กราฟฟิกดีไซน์ 29/6/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 2
การเขียนแบบ คือการสื่อสารถ่ายทอดความคิดของเรา ให้ผู้อื่นสามารถเข้าใจ และนำไปใช้ต่อ เช่น ก่อสร้างได้ตรงและเหมือนกับความคิดของเรา

แบบที่ใช้ มักจะเขียนในรูปต่างๆดังนี้

1.แบบ lay-out (เลย์เอ๊าท์)
แบบ lay out จะเป็นภาพที่มองจากด้านบนของวัตถุนั้น
เหมือนภาพนกมอง เช่นถ้าเป็นแบบบ้าน ก็จะเห็นหลังคาบ้าน สนามหญ้า ถนน แนวเขตที่ดิน ระยะของบ้านถึงเขตที่ดิน เป็นต้น ถ้าเป็นแบบโต๊ะก็จะเห็นขนาดกว้างยาวของโต๊ะ ลวดลายบนผิวหน้าโต๊ะเป็นต้น

2.แบบแปลน
แบบแปลนจะแสดงภาพที่มองจากด้านบนของสิ่งนั้น
เช่นเดียวกัน แต่แบบแปลนจะต่างจากเลย์เอ๊าท์ตรงที่แบบแปลนจะเป็นรูปตัด

รูปตัดคือภาพจำลองที่เขียนขึ้นให้เห็นภายในเปลือกที่ห่อหุ้ม เสมือนเราเอามีดมาผ่าเค๊กแล้วจะมองเห็นชั้นเนื้อเคีก ชั้นเนื้อครีมเป็นต้น

แบบแปลนก็จะเป็นรูปตัดชนิดหนึ่งทางด้านบน โดยจะตัดภาพเป็นระนาบทางนอน เช่นบ้านหลังเมื้อกี้นี้เมื่อตัดแล้วเราจะเห็นตำแหน่งและขนาดห้องต่างๆ เห็นทางเดิน เห็นแนวผนัง เห็นตำแหน่งประตู หน้าต่าง เห็นตำแหน่งเสา เป็นต้น

3.รูปด้าน
คือรูปทางด้านต่างๆ เช่น ด้านหน้า ด้านว้าย ขวา หลังเป็นต้น

4.รูปตัด
รูปตัดทางตั้ง เหมือนเอามีดมาตัดผ่าให้เห็นภายในของรูปด้านอาคาร
เพื่อแสดงให้เห็นระยะ-ระดับความสูงภายใน ระดับพื้น ระดับฝ้า ระดับผนัง ระดับโครงสร้าง การลดระดับพื้น ขั้นบันได เป็นต้น

5.แบบขยาย หรือรายละเอียด
เรียกว่าแบบ detail (ดีเทล)
เป็นการขยายรายละเอียดที่แบบต่างๆข้างบนเห็นไม่ชัดเจน เพื่อแสดงรูปร่าง ขนาด ระยะ ตำแหน่งการติดตั้ง ชนิดวัสดุ ฯลฯ ของจุดใดจุดหนึ่งเพื่อให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

6.แบบทัศนียภาพ
เป็นการเขียนแบบแสดงภาพของสิ่งนั้นเป็นแบบ 3 มิติ คือเห็นทั้งกว้าง-ยาว-สูง

6.1 ไอโซเมตริก เป็นแบบที่เขียน 3 มิติโดยใช้มุม 30 องศาจากแกนหลัก และสามารถใช้วัดระยะจากแบบได้ไม่ผิดเพี้ยน

6.2แบบ อ็อปลิค เหมือน ไอโซ แต่ขอบรูปจะอยู่แนวนอน

6.3 เปอร์สเปคทีฟ หรือชอบเรียกว่า ตีฟ
เป็นแบบสามมิติ แต่เขียนเลียนแบบธรรมชาติที่ตาเห็น เช่นวัตถุทีอยู่ใก้ลตาจะใหญ่กว่าของไกลตา
ลองนึกถึงรางรถไฟ ที่เวลามองเหมือนรางมันจะไปพบกันที่จุดสุดสายตา แต่จริงๆมันไม่พบกันเพราะมันขนานตลอด ข้อดีของตีฟคือ สวยงามเป็นธรรมชาติ ข้อเสียคือไม่สามารถใช้วัดระยะโดยตรงจากแบบได้

7.แบบอื่นๆ เช่นแบบโครงสร้างไฟฟ้า ประปา เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ แล้วแต่วิชาชีพครับ

......................................................

ทีนี้เวลาเขียนแบบ
ถ้าชิ้นงานนั้นมีขนาดเล็ก เช่น เขียนน็อต 1 ตัว
เราสามารถเขียนลงในกระดาษธรรมดาได้เลย

แต่ชิ้นงานที่เขียนส่วนใหฐ่มักมีขนาดใหญ่ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หรือ บ้าน โรงงาน ตึก ยานอวกาศ
เราไม่สามารถหากระดาษแผ่นใหญ่มาเขียนได้เท่าของจริง หรือได้ก้คงไม่สะดวก

ดังนั้นจึงมีการเขียนโดยกำหนดเป็นมาตราส่วนขึ้น เพื่อให้สะดวกในการเขียนแบบนั้นลงในกระดาษขนาดต่างๆได้

เช่นบ้านหลังหนึ่งใช้มาตราส่วน 1 : 100
หมายความว่า ความยาว 1 ซม ในแบบ เท่ากับความยาว 100 ซม(หรือ 1 เมตรนั่นเอง) ของวัตถุจริง

ตึกสูงๆ อาจใช้มาตราส่วน 1: 500 เพราะมีขนาดใหญ่กว่า

ขณะที่งานเฟอร์นิเจอรือาจใช้ 1 : 20 หรือ 1: 25 หรือ 1;10 เพื่อเขียนขนาดโต๊ะ หรือเก้าอี้ เพราะเหมาะสมกับหน้ากระดาษและเห็นรายละเอียดได้เหมาะสม

แต่การเขียนแบบโดยใช้ไม้บรรทัดธรรมดาในมาตราส่วนต่างๆมันลำบากตรงที่ต้องมาคอยคำนวณอยู่เสมอ เช่น ระยะ 3.75 เมตร คิดเป็นกี่ ซม เมื่อใช้มาตราส่วน 1:25 เป็นต้น

จึงมีผู้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดชนิดพิเศษที่คำนวณมาให้แล้ว
เวลาใช้เพียงแต่เลือกมาตราส่วนที่ต้องการ
แล้วเริ่มใช้วัด-เขยีน อ่านได้ทันทีไม่ต้องไปแปลงอีก
29/6/54 โพสต์โดย ไม่มีสมาชิกชื่อนี้
2 จาก 2
มีคนเคยถามเกี่ยวกับเครื่องมือเขียนแบบ
ผมเคยตอบเอาไว้ เอามาลงให้ดูอีกทีครับ เผื่อเป็นประโยชน์ได้บ้าง
..........................................................

สมัยนี้ใช้คอมพิวเตอร์กันหมดแล้วครับ

ถ้าทำรายงานเกี่ยวกับเครื่องมือเขียนแบบสมัยก่อน
เท่าที่นึกออกนะครับ ไม่นับโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ พัดลม วิทยุ นะ

1,อุปกรณ์สำหรับขีดเขียนได้แก่
-ดินสอร่าง
-ยางลบ
-ปากกาเขียนแบบ มี 2 ระบบคือ
ระบบดั้งเดิมบอกขนาดความหนาของเส้นเป็นหน่วยมิลลิเมตรเช่น 0.1   0.2   0.3    0.5   0.8  1.0 ,มิลลิเมตร
ระบบ ISO บอกขนาดเส้นเป็นมิลลิเมตรเช่นกัน แต่ความหนาเส้นจะละเอียดขึ้นเช่น 0.1  0.25  0.35  0.5  
เป็นต้น ( ที่จริงมันเพิ่มเป็นแบบแผนลำดับ แต่จำไม่ได้แล้ว)
-ยางลบหมึก

2.อุปกรณ์สำหรัลเขียนเส้นตรง และวัดมุม
- ไม้ T
- สไลด์ รูล์ ( slide rule หรือบางทีเรียก สไลด์ที)
- ไม้ฉากตาย 45 องศา  30 และ 60 องศา
- ไม้ฉากแบบปรับองศาได้ ( adjustable triangle)

3. เครื่องวัดความยาว
-ไม้บรรทัด
-สเกล ( scale ) สำหรับใช้มาตราย่อส่วน

4.เครื่องเขียนเส้นโค้ง
- วงเวียน ( compass)
- เคิร์ฟ ( curve)
- กระดูกงู ( สามารถดัดโค้งได้ตามต้องการ)

5.เทมเพลท สำหรับเขียนรูปร่างต่างๆ สำเร็จรูป เช่น เทมเพลตรูป วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม รุปเหลี่ยมต่างๆ รูปการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ รูปการจัดวางตำแหน่งสุขภัณฑ์

6.เครือ่งเขียนตัวหนังสือ หรือ Letter Scriber หายากแล้วเดี๋ยวนี้
จะประกอบด้วยก้ามปูยึดปากกาไว้ที่ก้ามหนึ่ง อีกก้ามหนึ่งเป็นเข็ม เมื่อลากเข็มในร่องตัวหนังสือบนไม้บรรทีดที่ทำมาคู่กัน ปากกาจะเขียนตัวอักษรไปลงบนกระดาษได้สวยงาม

7.กระดาษ ได้แก่กระดาษร่าง กระดาษไขซึ่งมีความหนาต่างๆกัน ที่ต้องใช้กระดาษไขเนื่องจากสะดวกในการทำสำเนา ทีเรียกกันว่าพิมพ์เขียว

8.อุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นกั้นลบเพื่อให้ลบไม่ไปโดนสิ่งที่ไม่ต้องการ ใบมีดโกนสำหรับขูดลบหมึกบนกระดาษไข เทปกาวสำหรับยึดติดกระดาษบนโต๊ะ ปากกาเมจิกสำหรับตกแต่งเน้นเขียนหัวเสา letter place เป็นสติ๊กเกอร์ตัวอักษร แผ่น Tone เป็นสติ๊กเกอร์ลวดลายต่างๆหรือเป็นสีสำหรับใช้ตกแต่ง แสงเงา ฯลฯ ทำให้แบบดูมีมิติ สวยงาม กบเหลาดินสอ เครืองคิดเลขทางวิทยาศาสตร์สำหรับคำนวณตรีโกณมิติและอื่นๆ ฯลฯ
29/6/54 โพสต์โดย ไม่มีสมาชิกชื่อนี้
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
การเขียนบทความสามารถเขียนได้กี่ย่อหน้าครับ
ทำภาพเล็กๆ ให้มาอยู่รวมๆ กันในภาพใหญ่อ่ะค่ะ ใช้โปรแกรม และ วิธีทำยังไงคะ
.............นักเขียนคนไหนคุณชอบผลงานมากที่สุด.............
ต.เหมาะ ภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร
งานเขียนที่มีศิลปะมีลักษณะอย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู