หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เค้าทำอะไรกันในอาบอบนวดค่ะ
เรื่องเร้นลับ | ข่าวซุบซิบ 25/2/54 โพสต์โดย ☆น้ำมันดิน☆
คำตอบ
1 จาก 10
ก็นวดแผนโบราณน่ะครับ ทำงานหนักเส้นมันยึดก็ไปนวดให้คลายเส้น
25/2/54 โพสต์โดย chyp
2 จาก 10
ก็ นวด อบ อาบ ไงครับ
อิอิอิ
25/2/54 โพสต์โดย npn
3 จาก 10
บริการอาบน้ำให้ นวดตัว ประมาณนี้
25/2/54 โพสต์โดย KENG-เก่ง
4 จาก 10
แต่ละท่านตอบแบบ  รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง กันจังนะครับ  555+

ถนอมน้ำใจคนฟัง  

อาบ อบ นาบ  มากกว่า นิ
25/2/54 โพสต์โดย raffaelo
5 จาก 10
นวด หรือนาบค้าาาาาาาา

   คุณผู้ชายยย
25/2/54 โพสต์โดย Aris l
6 จาก 10
มันแล้วแต่คนมากกว่าครับ แต่ส่วนใหญ่อาบอบนวดที่ว่ากันก็คือนวดกระปู๋ของหนุ่มๆ  เพื่อทำให้สำเร็จความใคร่ 55+
25/2/54 โพสต์โดย เฟี้ยวซ่า
7 จาก 10
อาบน้ำ นวด ไม่ค่อยมีอบตัวแล้ว จ้า
 แต่จะมีข้อความเขียนไว้ว่า ห้ามค้าประเวณี ติดอยู่ทุกที่เลย ไม่รู้คนบริการหรือเข้าไปใช้บริการได้อ่านกันหรือเปล่า น๊ะ จ๊ะ
25/2/54 โพสต์โดย Lextoyo
8 จาก 10
อาบ อบ นวด หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า อาบ อบ นาบ
25/2/54 โพสต์โดย เอิท
9 จาก 10
ก็อปมาน่ะ  ไม่ได้ไปเอง  | =^.^= |

---------------------------------------------

คู่มือการเที่ยวอาบอบนวด
>> >สถานที่อาบอบนวดส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็นสามส่วน

>> >ส่วนแรกเปรียบเสมือนห้องรับแขกตกแต่งสวยงาม ที่ได้ระดับจริง ๆ

>> >เหมือนกับล๊อบบี้ของโรงแรมชั้น ๆ เลยที่เดียว

>>ส่วนประกอบที่สำคัญคือตู้กระจก

>> >ตู้นี้ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็นกระจกด้านเดียว

>> >หมอนวดมองไม่เห็นแขกซึ่งไม่เป็นความจริง ในตู้นี้จะมี 'หมอนวด'

>> >แต่งตัวสวยงามนั่งรอให้แขกเลือก ส่วนใหญ่จะเป็นชุดวับ ๆ แวม ๆ

>> >บางแห่งที่มีระดับหน่อย หมอนวดจะแต่งตัวมิดชิด คล้าย ๆ กับสาว ๆ

>> >ที่ทำงานอ๊อฟฟิส ใส่ถุงน่องรองเท้าเรียบร้อย ได้อามรณ์ไปอีกแบบ

>> >เครื่องแต่งตัวของหมอนวดก็แล้วแต่สถานที่ บางแห่งมีการเปลี่ยนไปตามเทศกาล

>> >เช่นช่วงหน้าร้อนจะกำหนดให้ หมอนวดทุกคนใส่ชุดว่ายน้ำ

>> >หรือบางแห่งกำหนดให้หมอนวดใช่เฉพาะชุดชั้นในก็มี


>> >ในตู้จะมีโทรทัศน์ไว้ให้หมอนวดดูแก้เซ็งขณะรอแขก

>> >การตั้งโทรทัศน์ไว้ในตู้นั้นมีอีกเหตุผลหนึ่งคือให้แขกได้เห็นอริยาบทต่าง ๆ

>> >ของหมอนวด

>> >จะสังเกตุได้ว่าหมอนวดที่ดูโทรทัศน์อยู่ในตู้จะหัวเราะได้ง่ายกว่าปกติโดยเฉพาะ

>>เมื่อมีแขกยืนอยู่หน้าตู้

>> >บริเวณหน้าตู้จะมีพนักงาน (มีทั้งหญิงและชาย)

>> >ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าหรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า 'คนเชียร์แขก'

>> >เราสามารถสอบถามรายละเอียดเช่น ประเภทของบริการ และ ราคา เป็นต้น นอกจากนี้

>> >หากไม่แน่ใจในสายตาตัวเอง อาจถามเพิ่มเติมจากคนเชียร์ได้เช่นกัน


>> >แต่ต้องเข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้วคนเชียร์จะมีหมอนวดในสังกัดของตนเองและมักจะเชียร

>>์เด็กในสังกัดนั้นเป็นพิเศษ

>> >ทางทีดีให้เชื่อมั่นในตัวเองจะดีที่สุด หมอนวดที่นั่งในตู้จะมีเบอร์

>> >บางแห่งในตู้จะมีหมอนวดหลายประเภท เช่น ประเภทธรรมดา ประเภทดารา

>> >หรือประเภทบีคอส เป็นต้น

>> >เมื่อเลือกหมอนวดที่ถูกใจได้แล้วก็แจ้งเบอร์ต่อคนเชียร์แขก

>> >คนเชียร์แขกจะเป็นคนเรียกหมอนวดที่เราเลือกส่วนใหญ่จะใช้เครื่องขยายเสียงและจะ

>>เรียกเหมือนกันหมด

>> >เช่น 'เบอร์ 88 ทำงาน' มีบางแห่งที่พัฒนาไปมาก

>> >การเรียกหมอนวดให้ทำงานจะใช้สัญญาลักษณ์มือโดยไม่จำเป็นต้องออกเสียงเลย

>> >หลังจากนั้นคนเชียร์ก็จะพาแขกไปรับห้อง

>> >ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเค้าเตอร์มีเจ้าหน้าที่คอยออกเวลาและเบอร์ห้อง

>> >จะเลือกจ่ายก่อน หรือ จ่ายทีหลังก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะจ่ายทีหลัง

>> >หมอนวดที่เลือกจะออกมาพบแขกบริเวณนี้

>> >ส่วนใหญ่จะกำหนดเป็นระเบียบให้หมอนวดไหว้แขกอข่างสุภาพเมื่อพบกันทุกครั้งไม่ว่

>>าจะเป็นขาประจำหรือไม่ก็ตาม

>> >เพราะถือว่าแขกคือผู้มีพระคุณ

>> >เมื่อหมอนวดรับใบเวลาและเบอร์ห้องแล้วก็จะพาแขกขึ้นห้อง

>> >อาจขึ้นลิฟท์หรือขั้นบันไดก็แล้วแต่สถานที่


>> >พอเข้าห้อง อย่าเพิ่งผลีผลามเพราะจะมีเด็กเสิรฟ์ตามมาติด ๆ

>> >เพื่อสอบถามว่าต้องการดื่มอะไรหรือไม่

>> >ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องของแขกต้องแสดงน้ำใจ ถามหมอนวนเสมอว่าน้องจะดื่มอะไร

>> >ส่วนใหญ่ก็จะเป็น กาแฟเย็น ชาดำเย็น หรือน้ำมะนาว อะไร ๆ เทือกนี้

>> >แต่แขกบางคนสั่งเบียร์ หรือกับแกล้มอื่น ๆ ก็ได้


>> >ที่ต้องสังวรณ์ไว้เสมอคือเครื่องดื่มทุนชนิดจะมีราคาแพงกว่าปกติมาก

>> >และจะต้องทิปให้เด็กเสิรฟ์ทุกครั้งเพราะเด็กพวกนี้ไม่มีเงินเดือน

>> >เมื่อได้เครื่องดื่มหรือขณะรอเครื่องดื่มจะมีแม่บ้าน

>> >หรือที่หมอนวดเรียกกันสั้น ๆ ว่า 'แม่'

>> >นำเอาอุปกรณ์อาบน้ำประจำตัวของหมอนวนคนนั้นมาให้ หมอนวดที่เก่ง ๆ

>> >บางคนจะเริ่มจู่โจมแขกจากจุดนี้


>> >การจู่โจมของหมอนวดที่มีประสบการณ์สูง

>> >ส่วนใหญ่จะสังเกตจากปฏิกิริยาของแขกว่าจะมาไม้ไหน ส่วนใหญ่คือการกอด

>> >การลูบไล้ร่างกายของแขก นั่งตัก การป้อนน้ำ การนอนบิดขี้เกียจ บนเตียง

>> >บางแห่งถือเป็นระเบียบว่าหมอนวดต้องทำหน้าที่ถอดถุงน่องรองเท้าให้กับแขกทุกราย

>> >หรือบางคนใช้เทคนิคการถอดเสื้อผ้า

>> >ถ้าอ่อนประสบการณ์หน่อยจะเป็นพวกที่รอให้แขกเป็นฝ่ายเริ่มรุก

>> >คำถามยอดนิยมซึ่งใช้เปิดฉากการสนทนาคือ 'มาคนเดียวหรือคะ' หรือ

>>'มาบ่อยไหมคะ

>> >ทำไมไม่เคยเห็น'

>> >ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรียกว่าช่วงโหมโรงอย่าหักโหมเดี๋ยวจะจอดป้ายเร็วกว่าที่ควร

>>จะเป็นขั้นตอนต่อไปคือการอาบน้ำ กรรมวิธีก็แตกต่างกันไป

>> >ส่วนใหญ่หมอนวดจะเป็นคนเปิดหรือผสมน้ำในอ่าง แต่บางแห่งเป็นหน้าที่ของ

>> >'แม่บ้าน' หมอนวดเป็นผู้ปรับอุณหภูมิของน้ำให้ได้ตามความต้องการของแขก

>> >อ่างน้ำมาตรฐานในห้องจะเป็นอ่างขนาดใหญ่ซึ่งสามารถอาบพร้อมกันได้สองคน

>> >บางแห่งที่คุณภาพดี ๆ จะมีห้องที่เรียกว่าเพนท์เฮาส์ หรือห้องชุด

>> >ประกอบด้วยห้องเล็ก 2-4 ห้อง ห้องกลางเป็นสถานที่รับประทานอาหารหรือเหล้า

>> >มีเด็กเสิร์ฟและบาร์เครื่องดื่มประจำห้อง


>> >มีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่แขกสามารถสั่งเพลงคาราโอเกะเพื่อร้องกับหมอนวดหรือจะให้หมอนวดร้องให้ฟังก็ได้ ถ้าไม่ชอบร้องเพลงจะดูรายการโทรทัศน์ หรือ

>> >กดไปช่องวงจรปิดดูเด็กในตู้โดยจะดูภาพมุมกว้างเห็นทุกคนในตู้

>> >หรือจะเลือกโหมดโคสอัพ ดูคนใดคนหนึ่ง ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ได้

>> >ส่วนกลางห้องจะเป็นอ่างจากุสซี่ขนาดใหญ่อาบพร้อม ๆ กันได้หลายคน

>> >นอกจากนี้ยังมีตู้อบซาวน่าไว้บริการด้วย

>> >การใช้บริการห้องแบบนี้เหมาะสำหรับพวกกระเป๋าหนัก

>>หรือนักธุรกิจเชิญลูกค้าไป

>> >'ปูเสื่อ' ต้องมีงบประมาณขั้นต่ำ 10,000

>> >บาทขึ้นไปและต้องเรียกหมอนวดมาบริการอย่างน้อย 3 คน


>> >กลับมาเรื่องห้องธรรมดา เมื่อเปิดน้ำเรียบร้อย หมอนวดจะชวนแขกลงอ่าง

>> >หลังจากทั้งคู่ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด หากเป็นการอาบแบบ 'บีคอส'

>> >จะมีอุปกรณ์เพิ่มคือแพยาง

>> >บางแห่งจะมีที่คลุมผมแจกให้ด้วยเพื่อกันไม่ให้ผมเปียก การอาบแบบบีคอส

>> >หมอนวดจะใช้น้ำฝักบัวรดตัวแขกและตัวเองให้เปียกทั่วตัวเสียก่อน

>> >แล้วให้แขกนอนหงายลงบนแพยาง จากนั้นก็จะใช้สบู่เหลวละเลงจนเกิดฟอง

>> >แล้วจึงนอนทับลงไปบนตัวแขก ใช้อวัยวะสำคัญคือหน้าอก หน้าท้อง

>> >และอวัยวะเพศของตัวเอง ลูบไล้ไปจนทั่วตัวแขก

>> >แต่จะไม่ยอมให้ล่วงล้ำนอกจากแขกจะขวัญอ่อนน้ำแตกไปเสียก่อน

>> >เมื่อละเลงด้านหน้าจนพอใจหรือเมื่อเห็นว่าแขกไม่เสร็จแน่ ๆ

>> >ก็จะขอให้แขกนอนคว่ำและดำเนินการช้ำด้านหลังอีกรอบ

>> >จากนั้นจึงขอให้แขกลงแช่ในอ่างแล้วหมอนวดก็จะตามลงไปโดยจะนั่งลงระหว่างขาทั้งส

>>องข้างของแขกในลักษณะนั่งคุกเข่าแล้วช้อนก้นของแขกขึ้นวางไว้บนตักของตัวหมอเอง

>> >ลักษณะนี้ จะทำให้แขกอยู่ในสภาพการนอนแอ่น

>> >และจะสร้างความตื่นตัวทางเพศให้กับพวกไก่อ่อนได้ไม่น้อย

>> >หมอนวดจะเริ่มขั้นตอนด้วยการขัดขี้ไคล โดยใช้มือขัดไปตามแขนทั้งสองข้าง

>> >และหน้าอกของแขก จากนั้นก็จะลงสบู่แขนทั้งสองข้าง หน้าอกและหน้าท้อง

>> >และขาทั้งสองข้างในที่สุด


>> >ถึงตอนนี้

>> >หมอนวดจะเริ่มปล่อยน้ำออกจากอ่างให้น้ำลดระดับลงเพื่อเริ่มขั้นตอนการทำความสะอาดอวัยวะเพศของแขก

>> >การทำความสะอาดอวัยวะเพศนี้เป็นเทคนิคเฉพาะตัว บางคนที่เก่ง ๆ

>> >จะแถมการบีบกษัยให้กับแขกด้วย

>> >แขกหลายคนที่สามารถผ่านด่านอรหันต์มาตกม้าตายเอาด่านนี้ก็มีเยอะจากนั้น

>> >หมอนวดก็จะขอให้แขกลุกขึ้นนั่งหันหลังเพื่อขัดขี้ไคลและฟอกสบู่ด้านหลัง

>> >ส่วนใหญ่จะถามแขกว่าจะสระผมหรือไม่ด้วย

>> >ฟอกหลังเสร็จก็จะให้แขกยืนขึ้นเพื่อขัดขี้ไคลขาด้านหลัง ก้น

>> >และล้างสบู่ให้จนหมดจด ถึงตอนนี้หมอจะถามแขกว่า 'ฉี่ไหมคะ'

>> >ถ้าจะปวดก็ฉี่ลงอ่างไปเลยหมอนวดจะทำความสะอาดให้อีกครั้งเมื่อฉี่เสร็จ

>> >แถมด้วยการรินน้ำยาบ้วนปากให้แขกบ้วนปากเป็นเสร็จพิธี พาแขกขึ้นจากอ่างได้

>> >หมอนวดจะเป็นผู้เช็ดตัวให้กับแขกหรือถ้าแขกจะเช็ดเองก็ไม่ขัดข้อง


>> >สถานอาบอบนวดที่ได้มาตรฐานจะจัดผ้าเช็ดตัวสะอาดไว้ในให้อย่างน้อย 5-6 ผืน

>> >จากนั้นก็จะพาแขกไปนอนบนเตียง

>> >หรือแขกจะเลือกสูบบุหรี่หรือดื่มเบียร์รอขณะที่หมอนวดกับไปอาบน้ำให้ตัวเองเพื่

>>อความสดชื่นและให้แน่ใจว่าตัวเองสะอาดหมดจดก่อนที่จะให้บริการขั้นต่อไป


>> >เมื่ออาบน้ำล้างคราบไคลให้กับตัวเองจนหมดจดแล้ว หมอนวนจะหรี่ไฟ หรีโทรทัศน์

>> >หรือปิดเสียง)บางคนที่ขึ้อายหน่อยอาจหรี่ไฟตั้งแต่ก่อนลงอ่างแล้วก็มี

>> >จากนั้นก็จะชวนแขกขึ้นเตียง กรณีที่แขกนั่ง ลืมอธิบายไปหน่อยเรื่องห้อง

>> >ห้องธรรมดาส่วนใหญ่จะประกอบด้วยส่วนเปียกและส่วนแห้ง เป็นห้องที่มิดชิด

>> >บางแห่งอาจเจาะรูไว้เพื่อให้แม่บ้านประจำชั้นแอบดูความประพฤติของผู้ใช้ห้องด้วยก็ได้

>> >ส่วนเปียกจะมีอ่างอาบน้ำและบริเวณหน้าอ่างสำหรับกิจกรรมบีคอส

>> >ส่วนแห้งจะปูพรมทั้งหมดและเป็นห้องปรับอากาศ

>> >เครื่องแต่งห้องอย่างน้อยจะมีเก้าอี้หรือโซฟา สองตัวกับโต๊ะกาแฟ

>> >สุดท้ายคือเตียงที่ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดคิงไซส์พร้อมหมอนสองใบ

>> >เตียงนี้มีหลายรูปแบบ ทั้งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา หรือเป็นทรงกลมก็มี


>> >ส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะขาดเสียมิได้คือระจกบนฝ้าเพดานซึ่งสะท้อนภาพบนเตียงอย่างชัดเจน

>> >ที่เคยได้ยินมาแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันคือบางแห่งจะมีบริการพิเศษสำหรับแขกที่ชอบดูโดยจะจัดเป็นห้องเฉพาะในชั้นถัดไปที่จะมีช่องสามารถมองผ่านกระจกด้านเดียวที่อยู่บนฝ้าของห้องชั้นล่างได้ด้วย


>> >เมื่อขึ้นเตียงแล้วถ้าแขกไม่เริ่มบุกหมอนวดจะเป็นฝ่ายบุก

>>อาจเริ่มจากการค่อย ๆ

>> >บีบนวดแข้งขาให้กับแขก หลังจากนั้นก็เริ่มกระบวนการลูบไล้ ดูดนม ดูดจู๋

>> >จนแขกเริ่มมีอารมณ์เต็มที่จะใส่ปลอกให้กับแขกอย่างนุ่มนวล

>> >แล้วจึงเริ่มกระบวนการร่วมเพศ ถ้าสังเกตให้ดี

>> >หมอนวดส่วนใหญ่จะพยายามทำให้กับแขกโดยหมออยู่ข้างบน เหตุเพราะด้วยท่านี้

>> >ตัวหมอนวดเองสามารถควบคุมจังหวะ ความเร็วและความแรงได้

>> >อีกประการหนึ่งคือสามารถทำให้แขกเสร็จเร็ว และ

>>ทำให้มือแขกไม่สามารถจับนมหมอได้สะดวก

>> >หมอนวนส่วนใหญ่จะหวงนมเนื่องจากกลัวเสียทรงจะยอมให้จับหรือดูดบ้างพอเป็นพิธี

>> >ที่หวังจะไปบี้ไปขย้ำคงยาก


>> >อย่าลืมว่านวดที่ฝีมือดี ๆ ในช่วงเศรษฐกิจดี ๆ จะทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 3-4 รอบ

>> >ในช่วง 14.00 น. - 24.00 น. ของแต่ละวัน เดือนหนึ่งจะหยุดได้ประมาณ 6

>> >วันเพื่อพักฟื้นซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่มีรอบเดือน

>> >หมายถึงหมอนวดพวกนี้ต้องผสมพันธ์กับแขกโดยเฉลี่ย 70 ครั้งต่อเดือน

>> >ซึ่งเท่ากันอัตราเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์ของคนไทยต่อ 1 ปี ดังนั้น

>> >จึงต้องระวังรักษารูปร่างของตนตามสมควร

>> >เพื่อให้อายุใช้งานและหาเงินยืนยาวก่อนที่จะโดนลดชั้นไปในที่สุด


>> >กระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นจะใช้เวลาเฉลี่ยไม่เกิน 1

>>ชั่วโมงครึ่ง

>> >เมื่อเสร็จกิจแล้วจะมีเวลาให้แขกนอนอ้อยอิ่งได้อีกพักใหญ่ ๆ

>> >ให้สังเกตได้จากหมอนวด

>> >หากเห็นหมอนวดเริ่มแต่งหน้าทาคิ้วแสดงว่าใกล้หมดเวลาแล้ว

>> >ลุกไปล้างเนื้อล้างตัวและแต่งตัวได้ ข้อควรระวังในที่นี้คืออย่าเผลอหลับ

>> >ถ้าเจอหมดนวดมีคุณธรรมปลุกก็ดีไป

>> >แต่ถ้าหมอไม่ปลุกโดยอ้างว่ากลัวว่าจะรบกวนแล้วละก็คุณอาจต้องจากดับเบิ้ลหรือ

>> >ทริปเปิ้ล ก็ได้ เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยหากจะทิปหมอนวดให้ทิปในช่วงนี้

>> >อัตราทิปโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100-500 ร้อยขึ้นอยู่กับสถานที่และบริการ

>> >ถามว่าจำเป็นต้องทิปหรือไม่ ตอบว่าไม่จำเป็นถ้าไม่กลัวถูกด่าลับหลัง

>> >บางแห่งหมอนวดอาจต้องทิปแม่บ้านด้วยประมาณ 50-100 บาท

>> >ถ้าแขกใจดีจะออกให้ก็ไม่ขัดข้อง


>> >ค่าชั่วโมงนั้นหมอนวดจะพาแขกไปจ่ายที่เค้าเตอร์ที่รับเบอร์ห้องครั้งแรกนั่นแหล่ะ

>> >เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็กลับบ้านได้ หมอนวดจะตามมาส่งพร้อมกับอวยพรว่า

>> >'โชคดีนะพี่'
25/2/54 โพสต์โดย สมยศ เหียกกำแหง
10 จาก 10
เข้าไปเสียเงินกันครับ
7/3/54 โพสต์โดย Matsuo
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
เเขกชอบคุยอะไรกับหมอนวด อาบอบนวด
อาบอบนวด ตรงข้ามโรงเรียน คุณคิดเห็นอย่างไร
ก็บอกแล้วว่าไม่ได้โปรโมทอะไรนี่ค่ะ ตอนนี้รู้แล้วว่าคืออาบ อบ นวด ที่ถามเพราะมีเรื่องไม่สบายใจอยู่
sexbom คือ
ถามคุณผู้หญิง ทำไมอาบน้ำนานจังครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู