หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ผมขอความหมาย ของ information age ครับ
ข้อมูล 5/7/54 โพสต์โดย ั้้yieldza
คำตอบ
1 จาก 1
ลองใช้ตัวนี้ตั้งตน เพื่อศึดฃกษาต่อๆไปครับ
----------------------------------------------------------------------------------
ยุคของสังคมปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าเป็นยุคของสังคมข้อมูลข่าวสาร (Information Age) หมายถึงว่าการติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของคนในยุคนี้ ไม่เฉพาะคนในสังคมเมืองเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ แต่คนในสังคมชนบทต่างก็คิดแบบนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (remote control area) ก็ตาม เพื่อนๆ ที่ไปทำภารกิจในพื้นที่ต่างจังหวัด คงสังเกตและเห็นด้วยตาว่า ประชาชนในชนบทต่างก็สนใจติดตามข่าวสารจากสื่อหลายประเภท โดยเฉพาะสื่อที่มีการถ่ายทอดสด (Live) จะสร้างความชื่นชอบ และเชื่อถือให้กับผู้รับมากกว่าสื่อที่มีตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าสื่อประเภทหลังนี้จะเก็บไว้ได้สะดวกและนานกว่าก็ตาม

   เมื่อการติดตามข่าวสารประจำวันเป็นเรื่องสำคัญและเป้นส่วนหนึ่งในชีวิตดังที่ว่า ผู้เขียนเลยอยากแนะนำว่าอ่านข่าวนั้น อ่านอย่างไรจึงมีความสุขและสนุก ตลอดจนรู้ทันความคิดของ คอลัมนิสต์หรือผู้นำเสนอข่าวนั้น เพราะว่าตามความเป็นจริงนั้น มีผู้นำเสนอข่าวเป็นจำนวนมากที่ได้ใส่อารมณ์และข้อคิดเห็นของตนเองลงไปในข่าว โดยใช้ อวัจนะภาษา (หมายถึง ภาษาที่ไม่แสดงออกมาเป็นคำพูดหรือตัวหนังสือแต่เป็นภาษาที่สื่อออกมาโดยใช้กิริยา ท่าทาง สีหน้า แววตา การเคลื่อนไหวของมือและประสาทสัมผัสอื่นๆ เป็นต้น) เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับผู้รับสารหรือรับข่าวนั้น โดยเฉพาะการปลุกปั่นระดมมวลชนเพื่อสร้างกลุ่มคนที่มีจุดประสงค์หรือความสนใจในเรื่องเดียวกันหรือที่รู้จักกันดีว่า Mob โดยเฉพาะเมื่อประชาชนมีอารมณ์หรือความรู้สึกร่วมกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การเมือง ศาสนา เศรษฐกิจ หรือความรู้สึกที่ไม่ดีกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม ฯลฯ

   การอ่านข่าวที่สนุกและมีความสุข จึงควรหลีกเลี่ยงไม่คล้อยตามอารมณ์ และความรู้สึกของผู้นำเสนอข่าว นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือของการปลุกปั่น ยุยง ของผู้นำเสนอข่าวบางคนที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างฝูงชนหรือม็อบเพื่อให้กระทำในสิ่งที่ตอบสนองผลประโยชน์ตนเอง วิธีการหลีกเลี่ยงเรื่องดังกล่าวทำได้ง่ายๆ 3 วิธี คือ

   1. ดูว่าเนื้อข่าวนั้นเขียนขึ้นโดยมีองค์ประกอบ 6 W กับ 1 H หรือไม่ ผู้เขียนขออธิบายเรื่ององค์ประกอบนี้สำหรับท่านที่ยังไม่คุ้นเคย ดังนี้

   W 1 หมายถึง Who คือ ใครทำให้เกิดข่าวนั้น หรือข่าวนั้นประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง

   W 2 หมายถึง Whom คือ ผู้ที่จะรับผลกระทบกับข่าวนั้นประกอบด้วยบุคคลใดหรือกลุ่มใด

   W 3 หมายถึง When คือ มีการระบุเวลาที่เกิดข่าวหรือเหตุการณ์นั้น

   W 4 หมายถึง Where คือ มรการกล่าวถึงสถานที่ว่า ข่าวหรือเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่ใด

   W 5 หมายถึง What คือ ในข่าวหรือเหตุการณ์นั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้างและจะเกิดอะไรตามมา

   

   W 6 หมายถึง Why คือ ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และทำไมจึงไม่มีการป้องกันล่วงหน้า

   H 1 หมายถึง How คือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร และจะเกิด เหตุการณ์ในอนาคตอย่างไรที่ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ปัจจุบัน

   ตัวอย่างข่าวที่ครบทุกองค์ประกอบ เช่น

   “เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มบริเวณจังหวัดใต้แถบทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 9.30 น. มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายร้อยคน ในเบื้องต้นยังไม่สามารถนับจำนวนและระบุสัญชาติผู้เสียชีวิตที่แน่นอนได้ คาดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินตลอดจนการท่องเที่ยวในแถบจังหวัดชายทะเลอันดามันที่กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้”

   ข่าวตัวอย่างข้างต้นจัดว่าเป็นข่าวที่มีการนำเสนอที่ดี เพราะมีครบทุกองค์ประกอบอยู่ในเนื้อข่าว

   2. อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับ แล้วมาเปรียบเทียบกันว่าในข่าวเดียวกันมีองค์ประกอบตามข้อ 1 ต่างกันหรือไม่อย่างไร นอกจากนี้ยังต้องดูสำนวน ภาษา วิธีการเขียนข่าวของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับด้วยว่าฉบับไหนที่ชอบเขียนโดยใช้ภาษาแปลกๆ หรือเป็นภาษาที่ชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจสร้างสีสัน เข้าทำนอง “เรียกร้องความสนใจ” ก็ขอให้ลองติดตามอ่านเนื้อข่าวต่อไป จะพบว่า ในเนื้อข่าวนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของผู้นำเสนอข่าวมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

   3. การอ้างแหล่งข่าว สังเกตข่าวที่นำมาเสนอว่า มีการอ้างถึงแหล่งข่าวหรือไม่ โดยดูว่าข่าวนี้ได้มาจากแหล่งข่าวใด แต่ในข่าวบางชนิดนั้นไม่สามารถเปิดเผยแหล่งข่าวได้ เช่น ข่าวการเมือง ข่าวทุจริตคอร์รัปชัน ข่าวบันเทิง หรือแม้แต่ข่าวลือ เพราะอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับแหล่งข่าวเสี่ยงต่อการตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทได้ แต่สำหรับข่าวลือนั้น มีหลายข่าวที่ต่อมากลายเป็นข่าวจริง

   หากท่านได้ลองใช้ 3 วิธีนี้ช่วยในการอ่านข่าวก็นาจะช่วยให้ท่านอ่านข่าวได้อย่างนุกและมีความสุขกับการอ่านและติดตามข่าวสารต่างๆ ทั้งข่าวในประเทศและข่าวต่างประเทศ และท่านยังสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้วิเคราะห์สถานการณ์เรื่องอื่นๆ ได้ด้วย โดยเฉพาะการไปพบปะ ติดต่อกับบุคคลที่ท่านไม่เคยรู้จักคุ้นเคยมาก่อน จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้เคยพบกับผู้คนมากมาย หลายบุคลิก หลายอาชีพ ได้พบว่า การไปติดต่อกับบุคคลหรือไปทำงานในพื้นที่ ที่ท่านไม่คุ้นเคยนั้น การรู้ข่าว ประวัติหรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ ฯลฯ ก่อนที่จะไปพบหรือไปทำงาน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาประเมินสถานการณ์ เท่ากับว่าท่านได้ลดความผิดพลาดลงไปแล้ว 50% ส่วนอีก 50% ขึ้นอยู่กับกิริยามารยาท ท่าทาง วิธีการพูดและวิธีการนำเสนอของท่าน ว่าจะสามารถสร้างความพึงพอใจและประทับใจให้กับอีกฝ่ายได้หรือไม่ ดังเช่นที่ซุนวู นักปราชญ์ชาวจีนได้เคยกล่าวเอาไว้ในหนังสือ The Art of War ว่า “รู้เขา รบ 100 ครั้ง ชนะ100 ครั้ง
20/8/54 โพสต์โดย freshy_2008
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ใครมีเพลง แนว new age บ้างคะของต่างประเทศเพราะๆ ศิลปินก็ได้
มามา คนแก่คุยกัน
วิธีลงAge of empires III The Warchiefs
คุณเห็นด้วยหรือไม่หากปี2012 จะเป็นปีเริ่มต้นของยุคจิตวิญญาณ (The Spiritual Age)
dragon age 2 เล่น warrior เลือก skill อะไร ดีครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู