หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
งานวิจัยเกี่ยวกับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ของ อปท.
รายงาน | วิทยานิพนธ์ 31/1/53 โพสต์โดย ช่างเอ
คำตอบ
1 จาก 2
รายละเอียดข้อกำหนดโครงการวิจัย  (Term Of Reference : TOR)
**********************

1.  ชื่อโครงการ สำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการภายใน.. (ใส่ชื่อ..ทบ./อบต.).. จังหวัด..............

2.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
จากการที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540  ได้ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและอำนาจหน้าที่  มีอิสระในการบริหารจัดการบริการท้องถิ่นของตนเอง    ดังเห็นได้จากกฎหมายฉบับต่างๆ อาทิเช่น  พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542  พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542  พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและอำนาจหน้าที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น  ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน  ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต  ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคมและการรักษาความสงบเรียบร้อย  ด้านการวางแผน  การส่งเสริมการลงทุนพาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว  ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และด้านศิลปวัฒนธรรม  จารีต ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในโครงสร้างการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะด้านการให้บริการจะกระจุกตัวอยู่ที่สำนักงานใหญ่  ต่อมาในปี  2526 ได้มีการรับมอบพื้นที่หลายตำบล  หลายหมู่บ้าน ให้เข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล  จึงทำให้ปริมาณประชากรมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มของพื้นที่และการมีประชากรที่ค่อนข้างหนาแน่น  ย่อมจะมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการให้บริการประชาชนทั้งในแง่คุณภาพและปริมาณ  ไม่ว่าจะเป็นในด้านกระบวนการขั้นตอนในการให้บริการ  ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก สิ่งเหล่านี้จึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการให้บริการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงมีแนวคิดที่จะนำเอางานทางด้านการบริการหลักๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชน  เช่น  งานบริหารจัดการศึกษา งานกฎหมาย  งานสวัสดิการและสังคม งานจัดเก็บรายได้ งานการเงินและบัญชี งานบริหารทั่วไป   งานขออนุญาตต่างๆ  งานส่งเสริมการเกษตร  งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อินเตอร์เน็ตตำบลและงานอื่นๆ ขยายลงไปสู่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ให้ใกล้ชิดและดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด  ดังนั้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2529 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้ลงนามประกาศใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการกำหนดส่วนราชการ พ.ศ.2529 และในวันที่  18  มิถุนายน  2529  ได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย  เรื่องกำหนดส่วนราชการและอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1  ตุลาคม  2529  โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการจกเดิมมี 6 ส่วนราชการ เป็น10  ส่วนราชการ  โดยมีแขวงเป็นส่วนราชการใหม่ที่เพิ่มเข้ามา  ซึ่งแขวงมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับงานในหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเฉพาะงานที่มีลักษณะเป็นการบริการประชาชนในเขตพื้นที่ที่กำหนด  เป็นเขตพื้นที่ของแขวงนั้น  และโดยคำนึงถึงพื้นที่ในการบริการประชาชนในแต่ละแขวงและความหนาแน่นเฉลี่ยของประชากรด้วย  ซึ่งแน่นอนว่าจำนวนประชากรย่อมที่จะเพิ่มขึ้น  และมีผลกระทบทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพของการให้บริการ  การบริการประชาชนจึงเป็นหน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดของรัฐโดยเฉพาะประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย  รัฐจึงมีหน้าที่ต้องให้บริการประชาชนในทุกเรื่องให้ดีที่สุด ทั่วถึงเป็นธรรม เสมอภาคอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลทุกสมัยจึงมีนโยบายให้บริการประชาชนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง  
องค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลที่มีความใกล้ชิดประชาชนและเกี่ยวเนื่องกับทุกข์สุขของประชาชนที่สุด  ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีขอบเขตที่กว้างขวางเกี่ยวกับความกินดีอยู่ดีของประชาชนในแทบทุกด้าน  และมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน  ไม่ว่าจะในเรื่องเศรษฐกิจ  การศึกษา  ความปลอดภัย  ฯลฯ  เป็นต้น  โดยหน้าที่หลักประการหนึ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  คือการบริการประชาชน  ประกอบกับการปกครองท้องถิ่นโดยระบบเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น  เป็นระบบการปกครองตนเองสำหรับชุมชนเมือง  ซึ่งชุมชนเมืองจะมีลักษณะความเจริญทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง มีประชาชนหนาแน่นและมีความต้องการในการบริการที่จะตอบสนองต่อปัญหา และหรือความต้องการ  โดยเฉพาะความต้องการความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต  ความเป็นอยู่  เช่น  บ้านเรือนที่อยู่อาศัย  ระบบสาธารณูปโภค  ได้แก่  ถนน  ไฟฟ้า  โทรศัพท์และรวมไปถึงความต้องการด้านต่างๆ เช่น สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ  ความสะอาดปราศจากมลพิษต่างๆ และการให้บริการต่างๆ เช่น  การให้บริการทางด้านสาธารณสุข  การศึกษา  การกีฬา  เป็นต้น การให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แยกกิจกรรมบริการ  (Service Activates) ที่มีทั้งหมดเป็น 2 ส่วน  คือ 1.  บริการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค  (Public Utility Service)  หมายถึง บริการที่ให้แก่ประชาชนทั่วไป  2. บริการเฉพาะด้าน (Specific Services) ซึ่งเป็นการให้บริการแก่ประชาชนแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีธุรกิจเฉพาะ จากแนวคิดของการกระจายอำนาจของท้องถิ่นในการให้บริการไปถึงตัวประชาชนให้มากที่สุดและการบริการถือว่าเป็นด่านหน้าของการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นกับประชาน  เพราะถ้ามีบริการที่ดีย่อมทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจและมีทัศนคติที่ดีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและต่อหน่วยงานด้วย ดังนั้น  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการให้บริการจะต้องมีความตั้งใจและอุทิศตนให้แก่งานและสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นผู้ให้บริการแก่ประชาชน  
คณะผู้วิจัยได้ปฏิบัติงานในจุดนี้มาเป็นเวลานานจึงต้องการที่จะทำการศึกษาเพื่อให้ทราบถึงศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสายตาและความคาดหวังของประชาชนว่าเป็นอย่างไร  ทั้งนี้หากมีข้อบกพร่องก็จะได้ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการให้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดแก่งานเพื่อสร้างความพึงพอใจให้เกิดแก่ผู้มาใช้บริการต่อไป

3.  วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย
1.  เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการด้านกระบวนการขั้นตอนการให้บริการ  ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและด้านสิ่งอำนวยความสะดวกใน.. (ใส่ชื่อ..ทบ./อบต.).. จังหวัด.....................................
2.  เพื่อศึกษาแนวทางในการเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  

4.  เป้าหมาย  
ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความพึงพอใจของประชาชนที่เข้ามารับบริการใน (ใส่ชื่อ..ทบ./อบต.)..  จังหวัด...................................

5.  วิธีดำเนินการ
1.  กำหนดขอบเขตการศึกษาจากประชากรที่เข้ามารับบริการใน ..( (ใส่ชื่อ..ทบ./อบต.)..  จังหวัด....................... จำนวน  ......งาน   กลุ่มตัวอย่างจำนวน  400  คน  และประสานความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่มีศักยภาพมีความพร้อมและมีความชำนาญในการศึกษาและบริหารจัดการระบบข้อมูล
2.  จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ
3.  จัดจ้างสถาบันอุดมศึกษา  ตามข้อ  1  ดำเนินการ  ดังนี้
4.  ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการของ ....(ใส่ชื่อ ทบ./อบต. ).............จังหวัด................... จำนวน  .............งาน  ดังนี้  
4.1.1  งาน....................................  
4.1.2  งาน....................................
4.1.3  งาน....................................
4.2 บันทึกข้อมูลและประมวลผลข้อมูลตามโปรแกรมสำเร็จรูป  
4.3  สรุปผลการวิเคราะห์และจัดทำรูปเล่มรายงานผลการศึกษา

6.  ระยะเวลาในการดำเนินการ
เดือนพฤษภาคม – เดือนกันยายน  2552

ลำดับที่ งาน/กิจกรรม พ.ค.
52 มิ.ย.
52 ก.ค.
52 ส.ค.
52 ก.ย.
52
1 ประชุมคณะทำงาน เพื่อเตรียมจัดทำแผนการดำเนินงาน 
2 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 
3 สร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 
4 ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 
5 ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 
6 วิเคราะห์ข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูล 
7 เขียนรายงานผลการวิจัย 
8 จัดพิมพ์รายงานการวิจัย 
9 เสนอและเผยแพร่รายงานการวิจัย 






7.  หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  และ ....(ใส่ชื่อ ทบ./อบต. ).............จังหวัด....................................

8.  งบประมาณ
ในการดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของรับบริการที่มีต่อการให้บริการใน ....(ใส่ชื่อ ทบ./อบต. )....จังหวัด................ ใช้งบประมาณ  ........... บาท  (........................................)

9.  การติดตามประเมินผล
การศึกษาสำรวจพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการใน..(ใส่ชื่อทบ./อบต. ).. จังหวัด ............................... มีการติดตามประเมินผลเป็นระยะขั้นตอนโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา  มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

10.  ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.  ทำให้ทราบระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการที่มีต่อการให้บริการด้านกระบวนการขั้นตอนการให้บริการ  ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและด้านสิ่งอำนวยความสะดวกใน....(ใส่ชื่อ ทบ./อบต. ).............จังหวัด...............................................
2.  ทำให้ผู้บริหาร  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำผลการศึกษาไปเป็นแนวทางในการเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น


**********************
31/1/53 โพสต์โดย katek
2 จาก 2
31/1/53 โพสต์โดย katek
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ใครมีหัวข้อวิจัยดีๆช่วยบอกกันหน่อย ของวิทคอมฯ
โครงสร้างองค์กรมีกี่ประเภท
เรียนคณะวิทยาศาสตร์ ไปทำงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ แบบพวกวิจัยต่างๆ ในสสวท. ดีไหมครับ
ซื้อกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน BTSGIF ดีหรือไม่
โครงสร้างของสังคมคือ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู