หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วิธีแก้ จริต ทั้ง 6
ราคจริต
ผู้ที่มีราคจริตก็จะต้องเป็นผู้ที่เจริญ อสุภกรรมฐาน คือ พิจารณาในเรื่องไม่สวยไม่งามเจริญให้เห็นความสกปรกโสโครก ความเน่าเปื่อยของร่างกาย อันนี้เพื่อแก้ราคจริต
โทสจริต
ผู้ที่มีโทสจริต ก็ต้องเจริญเมตตา ใช้ความเมตตากรุณาให้มากมันจึงจะแก้ได้
โมหจริต
ผู้เป็นโมหจริต นี้จะต้องเป็นผู้ที่ใคร่ครวญในเหตุในผลจึงจะแก้ได้
ศรัทธาจริต
ศรัทธาจริตก็เหมือนกันก็อาศัยความเป็นผู้ที่ยั้งคิด เห็นแล้วได้ยินแล้ว ไม่ด่วนเชื่อ ก็ต้องเป็นคนคิดหน้าคิดหลังศึกษาเสียก่อน
วิตกจริต
ผู้ที่เป็นวิตกจริต ก็ต้องพยายามระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และระลึกซึ่งสิ่งที่เป็นคุณ เพื่อให้จิตใจมันน้อมต่อธรรมะไว้
พุทธจริต
ส่วนพุทธิจริตเป็นของง่าย เพราะว่าเป็นผู้มีปัญญาอยู่แล้วนอกจากจะไม่ละทิฐิมานะเท่านั้น ฉะนั้นพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ประการนั้น เพื่อจะมาแก้จริต หรือเป็นที่สะดวกสบายแก่ผู้มีจริตนั้นๆ

          แต่พระกรรมฐานทั้ง ๕ คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง จะเรียกว่า ตจปัญจกรรมฐาน หรือมูลกรรมฐาน อันนี้เป็นสาธารณจริต ใครจะเป็นจริตไหนก็เจริญได้ไม่ได้ขัดข้อง...
ศาสนา 28/6/55 โพสต์โดย ลูกไก่ ในกำมือ
คำตอบ
1 จาก 37
มีประโยชน์ครับ ติดดาวไว้แล้วครับ

ขอบคุณผู้เผยแผ่

ครับผม
28/6/55 โพสต์โดย Incorrigible
2 จาก 37
ขอคุนค่ะ เดี๋ยวจะลองทำดูนะค่ะ เป็นประโยชน์มากเลย
28/6/55 โพสต์โดย ReeMy
3 จาก 37
ขอบคุณ
28/6/55 โพสต์โดย AOT_VIGO
4 จาก 37
ถึงอย่างไรมนุษย์ก็ไม่สามารถก้าวพ้นกฏแห่งกรรมไปได้
28/6/55 โพสต์โดย กูรู กูรู้น่า
5 จาก 37
ขอบคุณข้อมูลที่นำมาแบ่งปันจ้า
28/6/55 โพสต์โดย 108-1009ID
6 จาก 37
ขอบคุณครับการให้ธรรมะย่อมชนะการให้ทั้งปวงครับ
28/6/55 โพสต์โดย ศิษย์ผู้น้อง
7 จาก 37
เมื่อปลงได้ก็ก้าวผ่าน
28/6/55 โพสต์โดย DIE HARD 4.0
8 จาก 37
ขอบคุณสิ่งที่ดีงามนี้ค่ะ  ^__^
28/6/55 โพสต์โดย พรดาว
9 จาก 37
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะ
28/6/55 โพสต์โดย week
10 จาก 37
ขอบคุณครับ
28/6/55 โพสต์โดย โจ drafting
11 จาก 37
ขอบคุณที่ช่วยแนะนำในทางที่ดี พอสรุปได้คือ
เกิดราคะ......ให้พิจารณาร่างกายที่เน่าเปื่อย
โกรธ............ให้มีเมตตาต่อผู้ที่เราโกรธ
โมโห............ให้พิจารณาหาเหตุผล
ศรัทธาจริต......อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ
วิตกจริต........นึกถึงธรรมะ
28/6/55 โพสต์โดย yuyuyu
12 จาก 37
ขอบคุณข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครับ
28/6/55 โพสต์โดย TAIZON
13 จาก 37
ขอบคุณในข้อมูล แต่การทำความดีและมีศีลธรรม ก็ย่อมดีเสมอค่ะ
28/6/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
14 จาก 37
เป็นการง่ายที่จะรู้

เป็นการยากที่จะปฏิบัติ
28/6/55 โพสต์โดย The X Files
15 จาก 37
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
28/6/55 โพสต์โดย lookmaaw
16 จาก 37
เมื่ออยู่ทางโลกย่อมป่วยการที่ฝักใฝ่ทางธรรม

เรียนเพื่อรู้  และปฏิบัติเพื่อหลุด  สถานะแห่งตน

เป็นสิ่งกำหนด
28/6/55 โพสต์โดย GHOST IN THE MACHINE
17 จาก 37
ขอบคุณนะครับสำหรับวิธีการแก้จริตทั้ง 6 ++
28/6/55 โพสต์โดย กูรูน้อย
18 จาก 37
ขอบคุณมากค่ะ
28/6/55 โพสต์โดย pranitee
19 จาก 37
พระกรรมฐานทั้ง ๕ คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง จะเรียกว่า ตจปัญจกรรมฐาน หรือมูลกรรมฐาน อันนี้เป็นสาธารณจริต ใครจะเป็นจริตไหนก็เจริญได้ไม่ได้ขัดข้อง...

เวลาทำสมาธิ เค้าจะให้มองเหล่านี้แหละ
28/6/55 โพสต์โดย ตามมา
20 จาก 37
ทั้งหมดทั้งปวงต้องมีอาจารย์คอยกำกับถึงจะได้ดี
28/6/55 โพสต์โดย คุณเป็นใคร
21 จาก 37
ขอบคุณที่ก๊อบมาให้อ่านนะ  นึกว่าคำถาม  จะได้ตอบได้   แต่ไม่รู้จะตอบอะไร
28/6/55 โพสต์โดย tor1103
22 จาก 37
ขอบคุณน่ะค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆ
28/6/55 โพสต์โดย สระว่ายน้ำ
23 จาก 37
สาธุ
28/6/55 โพสต์โดย THE EDUCATION BETTER SKILLS
24 จาก 37
แก้ยาก ต้องใช้จิตใจที่สุด
28/6/55 โพสต์โดย PEACEMAIL
25 จาก 37
ขอคุณ ครับ *-*
28/6/55 โพสต์โดย BosZza
26 จาก 37
ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ที่นำมาฝาก ครับ
28/6/55 โพสต์โดย XcariBer
27 จาก 37
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
28/6/55 โพสต์โดย นู๋.....งง
28 จาก 37
ขอบคุงครับ  _/\_
28/6/55 โพสต์โดย tar-ebazero
29 จาก 37
ขอบคุณครับ
28/6/55 โพสต์โดย อาจารย์วิทยาทางด้านจิตใจ
30 จาก 37
ปรุงแต่งจริต ด้วยกรรมฐาน
28/6/55 โพสต์โดย วายา
31 จาก 37
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตของเราเอง ถ้าเราบังคับจิตของเราเองไม่ได้ ต่อให้คำแนะนำดี ๆ อย่างไร
ก็ผ่านช่องว่างของจิตไปหมดรับอะไรไม่ได้เลย จิตเป็นผู้นำ การกระทำเป็นผู้ตาม  ขอบคุณ
สำหรับคำแนะนำแก้จริตทั้งหกครับ
28/6/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
32 จาก 37
ขอบคุณ
28/6/55 โพสต์โดย joo sasana
33 จาก 37
ดี ชั่ว ก็พอรู้ แต่ยากจะงดกระทำ ..... ในเบื้องต้น ก็ได้เขียนไปรษณียบัตร ส่งทายผลบอลไปมากโข ...... สาธุ ๆ
29/6/55 โพสต์โดย lllllllllll
34 จาก 37
เปลี่ยนจริต ด้วย อิทธิบาท4 น่าจะสำเร็จง่ายขึ้นนะครับ

เจริญอิทธิบาท4 อันเริ่มด้วยฉันทะ คือ ความความชอบที่จะทำ จะทำอะไรก็สำเร็จครับ = เราจะพยายามทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเนื่องจากเราชอบที่จะทำ = ทำอย่างมีความสุข

สุข = สภาพที่ทนได้ง่าย
ทุกข์ = สภาพที่ทนได้ยาก, สภาพที่คงทนถาวรตลอดการไม่ได้
อนิจจัง = เปลี่ยนแปลง, สภาพที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย
อนัตตา = เมื่อไม่คงทน และ เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็น ตัวตนสัตว์บุคคลเราเขา = มีแต่ฌาน ไม่มีเรา = ไม่ใช่ไม่มีเรา แต่ ไม่ใช่เรา = สรรพสิ่งทั้งหลายและตัวเราเองนั้นเป็นเพียงสภาพธรรมทั้งหลายมาประชุมอยู่ร่วมกัน(รูปธรรม และ นามธรรม)
29/6/55 โพสต์โดย รู้สึกว่าช่วงนี้โดนอภิสังขารเล่นงานจนหดหู่
35 จาก 37
ขอบคุณสำหรับสาระข้อคิดดีๆที่นำมาฝาก   จ้า
29/6/55 โพสต์โดย Lextoyo
36 จาก 37
ของเราเป็นแบบวิตกจริต คิดไปเอง ขอบคุณที่แนะนำนะจ๊ะ
29/6/55 โพสต์โดย ClubF
37 จาก 37
ขอบคุณครับ
29/6/55 โพสต์โดย รบชนะ รวมพล
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อยากมีัพลังจิตทำไงดีค่ะ
????? จริต ?????
ทำไมบางครั้งเธอเหมือนให้ความหวังบางครั้งก็เหมือนไม่สนใจ
ทำไมคนเราต้องเสแสร้ง ?
แนะนำหนังสือน่าอ่านวันนี้
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู