หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ความสำคัญของงบประมาณแผ่นดินคืออะไร
ydcno 3/11/51 โพสต์โดย ไม่มีชื่อ
คำตอบ
1 จาก 4
งบประมาณแผ่นดิน หมายถึง แผนเกี่ยวกับการใช้จ่ายของรัฐบาลและการจัดหารายรับให้เพียงพอกับการใช้จ่ายในรอบระยะเวลาหนึ่ง โดยปกติมีระยะเวลา 1 ปี ดังนั้น จึงเรียกว่า งบประมาณแผ่นดินประจำปี ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมของปีไปจนถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป สำนักงบประมาณเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำงบประมาณแผ่นดินและนำเสนอเพื่อพิจารณา เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงตราออกมาเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีเพื่อใช้บังคับต่อไป

           การจัดทำงบประมาณแผ่นดินเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้รัฐบาลมีการวางแผนที่จะดำเนินการไว้ล่วงหน้าและรายจ่ายของรัฐบาลเป็นส่วนประกอบของอุปสงค์รวม การวางแผนการใช้จ่ายและการหารายรับจะทำให้สามารถคาดคะเนสภาพเศรษฐกิจในปีต่อไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้รัฐบาลบริการการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในขอบเขตของงบประมาณที่จัดทำขึ้น


ประเภทของงบประมาณ

งบประมาณในแต่ละปี อาจมีรายได้รายจ่ายแตกต่างกันไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เป็นผลดีแก่เศรษฐกิจ
ของประเทศ การจัดทำงบประมาณแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

        1. งบประมาณสมดุล (Balanced Budget) คือรายได้และรายจ่ายของรัฐบาลมีจำนวนเท่ากัน เช่น รัฐบาลมีรายจ่าย 800,000 ล้านบาท และรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ประเภทต่าง ๆ ได้ 800,000 ล้านบาท เท่ากับรายจ่ายพอดี

        2. งบประมาณขาดดุล (Deficit Budget) รายได้ของรัฐบาลต่ำกว่ารายจ่าย เช่น รัฐบาลมีรายจ่าย 800,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ประเภทต่าง ๆ ได้เพียง 780,000 ล้านบาท รายได้ยังน้อยกว่ารายจ่ายอยู่อีก 20,000 ล้านบาท ส่วนที่ขาดอยู่นี้รัฐบาลอาจแก้ไขโดยกู้เงินจากสถาบันการเงินมาชดเชยส่วนที่ขาด หรืออาจนำเงินคงคลัง คือ เงินที่รัฐบาลมีอยู่ออกมาใช้ เพื่อจะได้เพียงพอกับรายจ่าย

        3. งบประมาณเกินดุล (Surplus Budget) คือ รายได้ของรัฐบาลสูงกว่ารายจ่าย เช่น รัฐบาลมีรายจ่าย 800,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ประเภทต่าง ๆ ได้ถึง 810,000 ล้านบาท รายได้ของรัฐบาลจึงสูงกว่ารายจ่าย 10,000 ล้านบาท เป็นต้น



งบประมาณรายรับของรัฐบาลไทย

            งบประมาณรายรับของรัฐบาลไทย  หมายถึง รายได้ต่างๆ  ที่รัฐบาลสามารถจัดหามาได้จากแหล่งที่สำคัญๆ  และมาจากการกู้ยืมเงินของรัฐบาล  เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในโครงการต่างๆ  

          รายรับของรัฐบาลประกอบด้วยส่วนสำคัญ   2  ส่วน  คือ  รายได้และเงินกู้   มีรายละเอียดดังนี้

1.  รายได้

          รายได้ของรัฐบาล   หมายถึง  รายได้ที่นำส่งคลังในแต่ละปีงบประมาณซึ่งประกอบด้วย  รายได้จากภาษีอากร  รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ   รายได้จากรัฐพาณิชย์  และรายได้อื่น  ๆ  ดังนี้
           1. รายได้จากภาษีอากร  
           2. รายได้จากการขายสิ่งของและบริการ    การขายหลักทรัพย์และทรัพย์สินต่าง ๆ ของราชการ  
               เช่น ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รถยนต์ หนังสือราชการ  และค่าธรรมเนียมการให้บริการ  เป็นต้น
           3. รายได้จากรัฐพาณิชย์    หมายถึง รายได้จากผลกำไรขององค์กรรัฐบาล   หน่วยธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้า
              ของ  เช่น โรงงาน  ยาสูบ  สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเงินปันผลจากบริษัทที่รัฐบาลถือหุ้น
           4. รายได้อื่น   หมายถึง  ค่าสแตมป์ ค่าฤชา  ค่าปรับต่าง ๆ

2.  เงินกู้  
    หมายถึง  เงินที่รัฐบาลกู้จากเอกชนและสถาบันการเงินในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น กู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย  ธนาคารออมสิน  ธนาคารพาณิชย์  สถาบันการเงินของเอกชน   เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ  โดยใช้วิธีออกตั๋วเงินคลัง  พันธบัตรรัฐบาล  ตราสารอื่น ๆ  หรือทำสัญญากู้   อย่างไรก็ตามการกู้เงินของรัฐบาลจะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะขึ้น

3. เงินคงคลัง  
   เงินคงคลัง หมายถึง เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในปีก่อนๆ ซึ่งรัฐบาลเก็บสะสมไว้ ในปีที่รายจ่ายสูงเกินกว่ารายได้และรัฐบาลไม่ต้องการก่อหนี้เพิ่มขึ้นสามารถนำออกมาใช้  ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด



งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลไทย

        1.  รายจ่ายจำแนกตามโครงสร้างแผนงาน  ได้แก่
                  1.  ด้านการบริหารงานของรัฐบาล
                  2.  ด้านการพัฒนาระบบการเมือง        
                  3.  ด้านสนับสนุนกิจการในพระองค์
                  4.  ด้านการผลิตและสร้างรายได้
                  5.  ด้านทรัพยากรธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม  และการพลังงาน
                  6.  ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                  7.  ด้านการขนส่ง
                  8.  ด้านการบริหารรายได้  รายจ่ายของรัฐบาล
                  9.  ด้านการพัฒนาประเทศ
                  10.  ด้านการบริการสังคมและชุมชน
                  11.  ด้านความมั่นคง

      2.  รายจ่ายจำแนกตามลักษณะงาน
           เป็นการแสดงงบประมาณรายจ่ายตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการต่างๆ  ของรัฐบาล  โดยถือหลักการในการจำแนกรายจ่ายของรัฐบาล  ของสำนักงานสถิติแห่งสหประชาชาติ  ซึ่งจำแนกอย่างกว้างๆ  ออกเป็น  14  ด้าน ภายใต้ลักษณะงาน  4  ประเภท  ดังนี้
                  1.  การบริหารทั่วไป
                  2.  การบริการชุมชนและสังคม
                  3.  กลุ่มภารกิจทางสังคม
                  4.  กลุ่มภารกิจทางความมั่นคง






หน้าที่ของรัฐบาลไทย  
         รัฐบาลโดยทั่วไปย่อมมีภาระหน้าที่สำคัญ 4 ประการ ดังนี้
         รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องใช้จ่ายเงินเพื่อป้องกันประเทศ  รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ |
ส่งเสริมด้านการเกษตร  การศึกษา การสาธารณสุข และกิจการบางอย่าง เช่น การสร้างเขื่อน การสร้างถนน
หนทาง การจัดให้มีไฟฟ้า ประปา  ท่อ ทางระบายน้ำ เหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
รัฐบาลจึงต้องเป็นผู้จัดทำ เพราะรัฐบาลมี   หน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎร และต้องการให้
ประชาชนมีความอยู่ดีกินดี มีสวัสดิการทางสังคมอย่างทั่วถึงกัน และมีความเสมอภาคกัน

          1. ป้องกันและรักษาความสงบของประเทศ เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข รัฐบาลจำเป็นต้อง
             จัดให้มีทหาร ตำรวจ และตุลาการ เพื่อให้การปฏิบัติกิจการต่าง ๆ เป็นไปตามกฎหมายตลอดจนให้
             บริการด้านอื่น ๆ แก่ประชาชน โดยมีข้าราชการเป็นผู้ดำเนินงาน




          2. ให้บริการที่จำเป็นแก่สังคม   บริการบางอย่างเอกชนไม่สนใจทำหรือไม่สามารถทำให้เป็นผลดีแก่สังคม
              ส่วนรวมได้ เช่น การลงทุนสร้างถนน  การชลประทาน การประปา การท่าเรือ การไปรษณีย์ และ
              โทรเลข เป็นต้น บริการที่จำเป็นแก่สังคมเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องจัดทำ และมี
              บางอย่างที่รัฐบาลสนับสนุนให้เอกชนจัดทำ

          3. ส่งเสริมและควบคุมการผลิตการจำหน่าย   เพื่อชักจูงให้เอกชนสนใจลงทุนในกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อ
              เศรษฐกิจส่วนรวม และ การนำทรัพยากรบางอย่างออกมาใช้ทำประโยชน์และมีผลตอบแทนสูง เช่น
              การนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ การขุดหาแร่ธาตุต่าง ๆ มาใช้ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องคอยควบคุมดูแล หรือ
              ตั้งหน่วยงานเข้าดำเนินการเสียเอง เพราะทรัพยากรเหล่านี้เป็นของทุกคนในชาติ รัฐบาลจึงต้องเข้า
              ดำเนินการ หรือควบคุมเก็บค่าสัมปทาน ค่าภาคหลวง เพื่อให้รัฐบาลมีรายได้นำมาใช้จ่ายพัฒนา
              ประเทศ ให้ผลประโยชน์ตกแก่ทุกคนในชาติ

          4. ดำเนินการกระจายรายได้ของบุคคลรัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง จัดเก็บภาษีอากรจากผู้มีรายได้สูง
              แล้วนำมาใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่มีรายได้ต่ำ ดูแลอุปการะคนที่ยากจน คนป่วย คนชรา เด็ก
              อนาถา ให้การศึกษา  เพื่อให้ทุกคนมีสิ่งของอุปโภคบริโภคตามความจำเป็นแก่การครองชีพ ได้รับการ
              รักษาพยาบาลเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย และได้รับ การศึกษาอย่างน้อยในระดับการศึกษาภาคบังคับ
4/11/51 โพสต์โดย junjit
2 จาก 4
สั้นๆคือ เงินภาษีที่เราจ่ายให้รัฐบาลอะครับ อย่างเช่น ค่าไฟ จะมีเขียนอยู่ว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ปวดใจจริง ตั้ง7% ให้กับนักการเมืองบางคนที่ไม่ได้ทำงาน ที่มัน..พูดว่า"อยากแตะ สว" ไอ้คนเนี้ยอะครับ นั่นแหละครับ 7% ของเราเข้ารัฐ ครับ
4/11/51 โพสต์โดย lnwuoa
3 จาก 4
คือการที่เราหาเงินให้กับบุคคลบุคคลหนึ่ง ซึ่งหน้าเหลี่ยมๆ ซื้อ ท.

รอรับกินเรียบ เเละก็ท้องเเตกในที่สุด อ้วกออกมาเป็นถุงๆเลย  

เเละงบประมาณเเผ่นดินมันก็เอา ลูกจ้างที่มันหลอกใช้ ลุกน้องบริวาร จ้างมาเผาบ้านมัน

เนื่องจากมันบอกว่า บ้านมัน อยู่ไม่ได้เเล้ว ใครก็อย่าได้อยู่ มันบ้า มันบ้า ผมก็บ้า บ้าการเมือง

55555
27/5/53 โพสต์โดย dekthainaruk
4 จาก 4
กระจ่างดีครับขอบคุณมากครับ แต่อย่าลืมว่าตัวหังสือ1 คำพูด1 จะให้ดีเลิศอย่างไรก็ได้ แต่การปฎิบัตินี่สำคัญกว่ามาก
26/5/54 โพสต์โดย เจน เอง
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
จะเป็นอย่างไรหากประเทศ ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศ
l;ylfu8jt ...... การอภิปรายงบประมาณ ทำไมเป็นการอภิปรายปกป้องผู้ก่อการร้ายค่ะ
งบประมาณแสนล้านผ่านฉลุย "โอ้พระเจ้ายอด มันจอสส์มาก"
ยึดทรัพย์ทักษิณ 76000 แล้วเงินก้อนนี้จะไปทีไหน
รับทุน 4
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู