หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ในความเป็นจริง คนเราสามารถเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสงได้หรือไม่?
เออ ผมอยากทราบว่า ในตอนนี้คนเราสามารถคิดค้นวิธีเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสงได้หรือยัง เพราะว่าการเดินทางในอวกาศตอนนี้ลำบากมาก ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
วิทยาศาสตร์ 23/5/53 โพสต์โดย Mr Earth
คำตอบ
1 จาก 18
ในทางธรรมนะคะ สิ่งที่เดินทางได้เร็วเหนือแสงคือ จิตของมนุษย์ ค่ะ เพราะเมื่อใดที่เร็วคิด ความคิดของเราไปถึงก่อนเสมอค่ะ

คืออาจไม่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แต่เคยอ่านในหนังสือ"ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" ค่ะ
23/5/53 โพสต์โดย Blooo
2 จาก 18
ผมเคยอ่านเจอในหนังสือ เรื่องจิตและกายทิพย์ ครับ
หากสามารถฝึกได้ก็จะสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงครับ
เช่น เวลาเราจะไปที่ใหนสักแห่ง เช่น จะไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด
จะเห็นได้ว่า จิต หรือจินตนาการของเรามันไปถึงทันที่ที่เรานึก ความเร็วจากที่เราเริ่มคิดจนถึงจินตนาการได้ใช้เวลา 1/ล้านวินาที เลยที่เดียว
เฉกเช่นเดียวกัน หากเราถอดกายทิพย์ได้อย่างที่หนึงสือว่าใว้ มนุษย์ก็สามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงแน่นอน
23/5/53 โพสต์โดย Numthon
3 จาก 18
ทำได้คับ
คนเราบินยังได้เลย ทุกวันนี้มีอะไรที่ทำไม่ได้คับ
23/5/53 โพสต์โดย holidaytours
4 จาก 18
รู้สึกบางอย่าง เคลื่อนที่ได้ไวกว่าแสง

ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น อนุภาคเตคีออน ซึ่งว่ากันว่าเป็นคลื่น แต่ยังไม่สามารถทำการพิสูจน์กันแน่ชัด
23/5/53 โพสต์โดย RunneR
5 จาก 18
ถ้าเราเดินทางให้ใกล้เคียงกับความเร็วแสงได้นี่
ต้องลดการเสียดทานกับอากาศ
ลดแรงต้าน ตามหลัก Aerodynamics
action = reaction    ,E = mc^2    ก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลมากกกกกกกกกกกกกก  ในการเคลื่อนที่

ถ้าจะมียานพาหนะ ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ใกล้เคียงความเร็วแสง
ก็ต้อง เล็กมาก (ลดแรงเสียดทาน) ส่วนหน้าต้องเป็นทรงกลม  (ลดแรงต้านตาม aerodynamics)
แล้วก็ต้องมีระเบิดปรมาณูติดหลังยานพาหนะ

เพราะฉะนั้น เราต้องเล็กเท่า นิวตรอน  ก่อน  แล้วมียานพาหนะขนาดเท่าอะตอม
อาจจะมีสิทธิ์เป็นไปได้

แต่ตอนนี้ ฝันไปก่อนเหอะท่าน
23/5/53 โพสต์โดย LordHades
6 จาก 18
ตอบตามคำถามก่อน ตอนนี้เรายังไม่มีวิฺธีที่จะเร็วกว่าแสงได้ครับ แต่ทฤษฏีนั้นก็มีอยู่บ้าง ซึ่งจะกล่าวต่อไป...

อันดับแรกสำหรับคอมเม้ันท์ท่านอื่น
จิต... ไวกว่าแสงไม่ได้ครับ การที่เราคิดแล้วเราไปถึงที่นั่นเลยนั้น เป็นเพียงมโนภาพ(imagination) ซึ่งจริงๆแล้วสมองเราสร้างภาพที่เราจดจำได้ขึ้นมา
การทำงานของจิต ความคิด ความทรงจำ และกลไกในสมองมนุษย์ทั้งหมดมีพื้นฐานอยู่บนสองสิ่งครับ คือการรับส่งสารเคมีที่เรียกว่าซินแนปซ์ และเครื่อข่ายไฟฟ้าความเร็วสูง
และเนื่องจากไฟฟ้าคืออิเล็กตรอน ... จึงไม่มีโอกาสที่มันจะเร็วกว่าแสงหรือเท่าแสงไปได้เลยครับด้วยข้อจำกัดของทฤษฏีสัมพัทธภาพซึ่งพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายที

ของคุณ LordHades เป็นแนวคิดที่ในอนาคตเราน่าจะสามารถทำได้ สำหรับอวกาศที่แทบไร้ความต้านทานอยู่แล้ว
แต่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้แสง มวลสารจะมีมวลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนกลายเป็นอนันต์ที่ความเร็วแสงไป
ดังนั้นเราต้องมีเครื่องยนต์ที่ทรงพลังอย่างมาก(น่าจะปฏิสสาร) ถึงจะทำให้เราเร็วใกล้แสงได้

ส่วนเรื่องของคำตอบนั้น มีอยู่สองวิธีที่รู้กันในปัจจุบันครับ
อันแรกคุณ RunneR บอกไว้ คือเตคิออน(Tachyon) เป็นอนุภาคในทฤษฏีที่มีมวลเป็นจำนวนจินตภาพครับ ทำให้มันแหกกฎสัมพัทธภาพและเร็วกว่าแสงได้โดยไม่มีขีดจำกัดอีกด้วย
แต่มันก็ยังคงเป็นแค่ทฤษฏี ปัจจุบันเรายังไม่มีวิธีใดๆที่จะตรวจหามวลที่เป็นจินตภาพได้ จึงไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่

วิธีที่สองอาจเห็นในหนังไซไฟหลายเรื่อง มันเป็นคำตอบหนึ่งในหลายๆคำตอบที่ได้มาจากทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไป
มันคือการ วอร์ป(Warp) นั่นเองครับ โดยการกดอัด space-time (กาล-อวกาศ) อย่างรุนแรงจนมันบิดงอและไปเชื่อมต่อกับอีกจุดหนึ่งที่ไกลออกไป
จากนั้นเคลื่อนที่ผ่านช่องทางวอร์ปนี้ แม้เราจะเร็วกว่าแสงไม่ได้ แต่ระยะทางที่เราเดินทางถูกหดสั้นลงอย่างมากมายแล้ว
วอร์ปอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งจะคล้ายกับภาพยนต์ Star trek ก็คือเครื่องยนต์วอร์ปครับ วิธีการนี้ไม่สร้างการบิดงอของกาล-อวกาศเพื่อทำรูหนอน
แต่ใช้ิวิธียืดและขยายกาล-อวกาศรอบๆตัวยาน และทำเสมือนว่ากาล-อวกาศถูก "ลาก" ผ่านความบิดเบี้ยวของมันโดยยานอยู่กับที่
เนื่องจากกาล-อวกาศไม่มีข้อจำกัดเหมือนวัตถุมวล เราจึงลากมันได้ด้วยความเร็วเหนือแสงนั่นเองครับ
24/5/53 โพสต์โดย Lugia
7 จาก 18
ขอเอาที่เคยตอบคนอื่นไว้ มาตอบเลยได้ไหมคะ ??? ^^ เพราะว่ามันยาวอ่ะ เมื่อยพิมพ์ --'

v
v
v

จะตอบละนะคะ ..

เรืองนี้มันยาว แต่เห็นแก่ที่คุณ Vitz ดูมีความสนใจจริงๆ ก็จะพิมพ์ให้ได้อ่าน... นะคะ ^^

กาลครั้ง หนึ่ง...

ไม่สิ่.. ขอทวนเรื่อง ความเร็วสัมพัทธก่อนนะคะ..

คุณ Vitz รู้จักความเร็วสัมพัทธ ไหมคะ ??? เช่น.. ถ้าเรา ขับมอไซต์ไปในทิศทางเดียวกับรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ เราจะเห็นรถไฟวิ่งช้าลง

เช่น รถไฟวิ่ง 60 กม./ชม. เราขับมอไซต์ไปทางเดียวกับรถไฟด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. เราจะเห็นรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 40 กม./ชม.

แต่ถ้าคนที่ยืนดู รถไฟอยู่นิ่งๆ คนยืนนิ่งๆ ความเร็วเป็น 0 กม./ชม เขาจะเห็นรถไฟวิ่ง 60 กม./ชม.

แต่ถ้าเราขับมอไซต์ 20 กม./ชม. สวนทางกับรถไฟ.. เราจะเห็นรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 80 กม./ชม.

พอจะเข้าใจไหมคะ เรื่องความเร็วสัมพัทธอ่ะ ??? *-*

ทีนี้

เข้าเรื่อง..

กาล ครั้งหนึ่ง ก็ได้มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง(จริงๆ คนที่ค้นพบเรื่องความเร็วแสง ไม่ใช่ไอน์สไตน์นะคะ คนนี้เป็นคนค้นพบ.. แล้วไอน์สไตน์เอามาสานต่อ)

กาลครั้งหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง.. ได้ทำการ สังเกตุการเคลื่อนที่ของแสง(ความเร็วแสง)

มีเรื่องน่าแปลก เกิดขึ้น นั่นก็คือ...

แสง.. เดินทางด้วยความเร็ว "คงที่" เสมอ...

และ ไม่ว่า ผู้สังเกตุการณ์ จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่ ก็จะเห็นแสงเดินทางด้วยความเร็วคงที่เสมอ คือ 300,000 กิโลเมตร/วินาที

คือ... ไม่ว่า ผู้ที่สังเกตุการณ์ จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่(จะยืนอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในยานอวกาศความเร็วสูง) ก็จะทำการวัดความเร็วแสงได้คงที่เสมอ ซึ่งนั่นก็คือ 3x(10กำลัง8) เมตร/วินาที หรือ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที

นี่ คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์.. ต้องถึงกับ งุนงง --'

แสง ยังมีเรื่องอัศจรรย์อีก นั่นก็คือ

ปกติ มวลและสสาร ในโลกนี้ จะมีคุณสมบัติเป็น "คลื่น" หรือไม่ก็ "อนุภาค"

แต่แสง.. กลับมีคุณสมบัติ เป็นได้ทั้ง คลื่น และ อนุภาค

แสงเป็นสิ่ง ยกเว้น สิ่งเดียวในจักรวาล ที่มีคุณสมบัติทั้งสอง (อนุภาคของแสงเรียกว่า Photon)

แล้ว ไอน์สไตน์ยังบอกด้วยว่า ไม่มีสิ่งใดที่เดินทางได้เร็วกว่าแสงอีกแล้ว

..."แสง เป็นสิ่งที่เดินทางได้เร็วที่สุดในจักรวาล"...

(โครงการ CERN ที่เคยออกข่าวอ่ะ.. ที่ดังๆในยุโรปอ่ะ ได้เคยพยายามที่จะเร่งอนุภาคให้มีความเร็วเท่ากับแสง คือ 300,000 km/s  เขาสามารถเร่งไปถึงที่ 99.99 % ของความเร็วแสงแล้ว  แต่หลังจากนั้นก็เกิดความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ขึ้น  นั่นก็คือไม่ว่าจะใส่พลังงานไปที่อนุภาคตัวนั้นมากขึ้นเท่าไหร่ความเร็วจะ ไม่เพิ่มขึ้นมากไปกว่า 99.99 %)

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

กลับ เข้ามาเรื่อง "เวลา" กันนะคะ ^^

ไอน์สไตน์บอกว่า อะไรก็ตามที่ เดินทางด้วยความเร็วแสง เวลาจะหยุดนิ่ง และถ้าเร็วกว่าแสง เวลาจะติดลบ ใช่ไหมคะ ?? เพราะอะไร มาดูกัน ^^

--------

ให้ คน 2 คน นะคะ....

คนที่ 1 ยืนอยู่บนโลก

คนที่ 2 กำลังเดินไปขึ้นยานอวกาศ

ยานอวกาศลำนี้ จะเดินทางออกไปนอกโลกด้วยความเร็วสูงมากๆ

นึกภาพว่า เป็นสนามแข่งรถอ่ะ แต่อันนี้ เป็นสนามแข่งระหว่าง ยานอวกาศความเร็วสูง กับ แสง

หากผู้สังเกตุการณ์ 2 คนนี้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการมองเห็นนะคะ ^^ (เพราะในความเป็นจริงแล้ว ความสามารถในการมองเห็นของมนุษย์มีขีดจำกัด ไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วปานนั้นได้)

กรณีที่ 1: ถ้ายานลำนี้วิ่งไปด้วยความเร็ว 200,000 km/s
- คนที่ยืนมองอยู่บนโลก ก็จะเห็นแสงเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 300,000 km/s ปกติ และเห็นยานเคลื่อนที่ไป 200,000 km/s ปกติ... คนบนโลก จะเห็นแสงวิ่งเร็วกว่ายาน 100,000 km/s ถ้าเวลาผ่านไป 3 วินาที คนบนโลก จะเห็นยานวิ่งไปได้ 600,000 km และแสงเดินทางได้ 900,000 km

- แต่คนบนยาน ไม่ได้เห็นเป็นเช่นนั้น.. แสงมีความเร็วคงที่เสมอ ไม่ว่าผู้สังเกตุการณ์จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่.. คนบนยาน จะไม่ได้เห็นแสงเคลื่อนที่ 300,000-200,000 = 100,000 km/s อย่างที่คนบนโลกเห็น.. คนบนยาน จะเห็นแสงเคลื่อนที่ 300,000 km/s เสมอ! แสงจะไม่มีทางเดินช้าลง.. หากแสงเดินช้าลง แสงจะดึงเวลาให้เดินช้าลงไปด้วย เพื่อรักษาความเร็ว 300,000 km/s ไว้.. เช่น..
      กรณีนี้ คนบนยาน จะเห็นแสงวิ่งไปด้วยความเร็ว 100,000 km ต่อ 1/3 วินาที... ซึ่ง 100,000 km ต่อ 1/3 s ก็คือ 300,000 km/s นั่นแหละ..

สรุปคือ.. เวลาบนโลกผ่านไป 3 วินาที แต่เวลาบนยาน จะผ่านไปแค่ 1 วินาที

คนบน โลกเห็นยานเดินทางไปแล้ว 600,000 km แต่คนบนยาน จะรู้สึกว่าตัวเองเดินทางมาแค่ 200,000 km

ไอน์สไตน์ได้กล่าวไว้ว่า ... ไม่ว่าจะเป็น เวลา หรือ ระยะทาง.. มันยืดหยุ่นได้ และไม่มีอยู่จริง

ลืม บอกว่า แต่ถ้ายานวิ่งไปด้วยความเร็วเท่าความเร็วแสง... คิดดูว่า ยานก็ยังจะเห็นแสงวิ่งด้วยความเร็ว 300,000 km/s อยู่ดี ซึ่งนั่นก็จะทำให้ เวลาในยาน... หยุดนิ่ง ^_^ เวลาหยุดเดิน.. แต่ถ้ายานสามารถวิ่งไปด้วยความเร็วมากกว่า ความเร็วแสง สมมติ 400,000 km/s เวลาของคนในยาน ก็จะ ย้อนกลับ.. (แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีอะไรสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงค่ะ ^^)

กฎนี้ จริงๆแล้ว ใช้ได้กับสิ่งเล็กๆบนโลก เพียงแต่ การรับรู้ของมนุษย์ ไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวที่ช้ามากๆ หรือเร็วมากๆ ได้.. บนโลกมนุษย์เลยต้องใช้กฎของนิวตั้นแทน

การรับรู้ของมนุษย์ ที่มีความสามารถที่จำกัด ทั้งการมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น.. มนุษย์และสัตว์แต่ละชนิด ก็มีความสามารถไม่เท่ากัน..

และข้อจำกัดของ ความสามารถในการรับรู้นี่แหละ ที่ทำให้ ทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตั้ม กับทฤษฎีสัมพัทธภาพ เกิดการขัดแย้งกัน!

ควอนตั้ม ใช้อธิบายสิ่งเล็กที่อยู่บนโลกได้ ใช้อธิบายพวก อะตอม ได้(เช่น electron หมุนรอบ nucleus ด้วยแรงดึงดูของ nucleus)

แต่ทฤษฎีสัมพัทธภาพ กลับใช้อธิบายสิ่งใหญ่ในอวกาศได้.. ซึ่ง ควอนตั้มใช้อธิบายไม่ได้

เช่น.. กาลครั้งหนึ่ง เราเคยเข้าใจว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ด้วยแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ (เหมือนที่พวกเราต้องเดินติดดิน เพราะแรงดึงดูดของโลกอ่ะ)

แต่นักวิทยาศาสตร์ เคยคำนวณหาค่าแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ต่อการหมุนของโลกรอบดวงอาทิตย์แล้ว ปรากฏว่า.. แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ได้

คุณ พี่ Vitz เคยได้ยินคำว่า อวกาศมีการโค้งงอไหมคะ??? หรือเรียกว่า.. กาล-อวกาศ อ่ะ

ดวงที่มีมวลมากๆ... เช่น ดวงอาทิตย์ของพวกเรา.. เวลาที่แสงเดินทางไปใกล้ดวงอาทิตย์ แสงจะโดนแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ทำให้การเดินทางของแสงเกิดการหักเห และเคลื่อนที่ช้าลง

แต่!

แสงไม่มีทางเคลื่อนที่ช้าลง.. ถ้าแสงเคลื่อนที่ช้าลง แสงจะไปดึงเวลาให้ช้าลงด้วย.. แล้วทำให้ความเร็วของแสงมีค่าคงที่...

หมายความว่า.. เวลาที่อยู่รอบๆดวงอาทิตย์ เดินช้ากว่าเวลาที่อยู่รอบๆดาวดวงเล็กๆ..

แต่ ทีนี้...

โลกของเรา จะมีเวลาที่เดินช้ากว่าดวงอาทิตย์ไม่ได้... เวลามันต้องสัมพันธ์กัน.. โลกของเรา เลยต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมาก ซึ่งการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จะทำให้เวลาบนโลก เดินช้าลง.. เท่ากับเวลาบนดวงอาทิตย์

พี่ลองไป google search ดูนะ เรื่องกาลอวกาศอ่ะ... สรุปคือ การที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ มีทั้ง แรงดึงดูด และเรื่อง กาล-อวกาศ ไม่ใช่แรงดึงดูดทั้งหมด เพราะแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

วัตถุและดาวดวงอื่นๆใน จักรวาล ก็เป็นไปตามกฎของ สัมพัทธภาพ เคลื่อนที่ไปตามการโค้งงอของ กาล-อวกาศ

แต่วัตถุชิ้นเล็กๆบนโลก ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนของของรถ สัตว์ พืช หรือสิ่งที่เล็กมากๆเช่น อะตอม อิเลคตรอน โปรตอน กลับเป็นไปตามกฎของควอนตั้ม

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ กำลังค้นหา ทฤษฎี หนึ่งเดียว ที่จะสามารถอธิบายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะการที่มี 2 กฎ ใช้ในโลกและนอกโลก ถือเป็นความขัดแย้งอย่างแรงในวงการวิทยาศาสตร์

เพราะ กฎของวิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่า.. ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์จะต้องอธิบายได้ทุกๆสิ่ง.. แต่นี่ กลับเป็นความขัดแย้งที่ยิ่งใหญ่ --'

(ตอนนี้ วิทยาศาสตร์กำลังจะสร้างทฤษฎี สตริง .. คือ.. การสั่นสะเทือนของ พลังงาน... อันนี้ที่อ่านมาคร่าวๆคือ.. เค้าสามารถหาอนุภาคที่เล็กกว่า อิเล็คตรอนและ quark ได้แล้ว.. แต่.. มันไม่ใช่อนุภาคอ่ะจิ่ --' มันคือ การสั่นสะเทือนของพลังงาน แต่เขายังไม่ได้สรุปออกมา แต่เริ่มเรียกทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎี สตริง .. แต่ยังไม่ได้สรุปว่า ทฤษฎีนี้ จะกลายเป็นทฤษฎีหนึ่งเดียวที่อธิบายได้ทุกสรรพสิ่งหรือไม่)

รู้จัก Stephen Hawking ไหมคะ??? นักวิทยาศาสตร์จอมอัจฉริยะที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

ทั้ง Stephen และ ไอน์สไตน์ ต่างบอกว่า...

เวลา ไม่มีอยู่จริง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ล้วนเกิดขึ้นพร้อมๆกัน.. ดำเนินไปพร้อมๆกัน...

แต่ที่ Stephen Hawking ไม่เข้าใจก็คือ ทำไมสมองของคนเรา จึงจำได้แต่อดีต แต่กลับจำ อนาคต ไม่ได้ --'

การที่เราจะจำอนาคตหรืออดีตได้นั้น... เราต้องจับภาวะการเคลื่อนไว้ที่ช้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆได้.. เช่น 1/ล้าน วินาที... เราถึงจะเห็นอดีตหรืออนาคตได้ ^^

ซึ่ง การทำเช่นนี้.. ทำได้โดยการ ฝึกจิตนั่งสมาธิค่ะ(แต่ Hawking ไม่รู้ เขาไม่เคยนั่งสมาธิ มีแต่ใช้สมอง)

--------

โลกมนุษย์เรา เป็นโลก 3 มิติ .. เรากำหนดเวลาขึ้นมา เพื่อบอกลำดับการเกิดขึ้นของเหตุการณ์เท่านั้นเอง.. แต่เวลาไม่มีอยู่จริง

พวกเรา ถูกจำกัดความเป็นอยู่ด้วย "แสง"

โครง สร้างของพวกเรา เป็นโครงสร้าง 3 มิติ.. ที่ถูกจำกัดขอบเขตด้วย "แสง"

เรา ไม่ใช่ สิ่งมีชีวิตโครงสร้าง 4 มิติ เราจึงจำอนาคตไม่ได้. เพราะชีวิตของพวกเรา ต้องดำเนินไปตามเส้นทางแห่งกาลเวลาที่เรากำหนดขึ้น

ต่าง จาก จิตวิญญาณ.. ที่ไม่กินเนื้อที่ ไม่กินระยะทาง ไม่กินเวลา

จิต วิญญาณ ไม่มีรูปร่าง ไม่ใช่พลังงาน และไม่ใช่สสาร

จิตวิญญาณเป็น "ตัวรู้" ที่ไม่ขึ้นกับ เวลา เนื้อที่ ระยะทาง

ก็หมายความว่า.. จิตวิญญาณ ไม่ต้องการบริเวณหรือเนื้อที่ ในการ ดำรงอยู่

จิตวิญญาณ ไม่ต้องการ ระยะทาง ในการเดินทาง (คือ จะไปไหน ก็ไปได้เพียงอึดใจเดียว)

จิต วิญญาณ ไม่ขึ้นกับเวลา(เช่น จะไปไหนก็ไป .. ไม่มีเวลา)

จิตวิญญาณ มีโครงสร้าง "หลากมิติ" เป็นสิ่งแท้ แน่นอน และไม่ขึ้นกับ แสง ไม่ขึ้นกับสิ่งใดๆ

จิตวิญญาณมีความเป็นอิสระต่อความปรารถนา...

เอา แค่นี้ก่อนดีกว่า.. เหอๆๆ ^^

เรื่องมันยาวววววววววววววววววว!!! (นี่ยังไม่จบเลย แต่เมื่อยพิมพ์แระ อิอิ ^^)
16/7/53 โพสต์โดย mamboo
8 จาก 18
ขอต่อจากmamboo นะครับ จากทฤษฏีที่บอกว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เดินทางไปพร้อมกัน แต่เราสามารถจำได้แต่อดีตแต่ไม่สามารถจำอนาคตได้นั้น บางครั้งเราก็มีญาณบางอย่างมาบ่งบอกถึงอนาคตได้เช่น บางครั้งเรานอนอยู่ดีๆก็เห็นภาพบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นแต่พอเวลาผ่านไปเรากลับได้เห็นมันเป็นจริงขึ้นมา แบบนี้เรียกว่าเราเห็นอนาคตได้ริป่าว
29/12/53 โพสต์โดย นาย ซาตาน
9 จาก 18
ณ เวลานี้สิ่งที่เร็วกว่าแสงหรือว่า เร็วเหนือแสง นั้น นาทีนี้เป็นของ "นิวตริโน"
ปฎิอนุภาค เหนืออิเลคตรอน ทะลุทะลวง สิ่งทั้งปวง แต่แค่ทะลุ  หรือล่องหน นั้นเองครับ
รออีกหน่อย นักฟิสิกส์ เค้าคงสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรม ณ เวลานี้
ความเร็วแสง นั้นเป็นของ อิเลคตรอน
31/10/54 โพสต์โดย อิเลคตรอน
10 จาก 18
โฟตอนเดินทาง10 ล้านปี
แต่ นิวตริโน เดินทาง 2 วินาที ออกนอกโลก
31/10/54 โพสต์โดย อิเลคตรอน
11 จาก 18
จิตไม่ใช่ของธรรมชาติคับผมไม่รู้ว่าจิตมาจากไหนเรื่องนี้คนที่ตอบได้ก็พระพุทธเจ้าและคับ แต่แสงอะเป็นของที่อยู่กับธรรมชาติคับ แม้แต่จักรวาลก็เหมือนกัน
29/11/54 โพสต์โดย ชายนิรนามพิทักษ์โลก
12 จาก 18
ผมจะบอกอะไร ดีดีให้ครับ ในอวกาศ จะมีสิ่งหนึ่ง คือ หลุมดำ เป็นสิ่งที่อาจทำให้กาลเวลาบิดเบี้ยวได้ เนื่องจากว่า หลุมดำนั้น สามารถดูดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลได้ แม้แต่แสงก็ไม่พ้น หลุมดำมันจะมี สิ่งที่เรียกว่า ขอบฟ้าเหตุการณ์ เมื่อวัตถุใดวัตถุหนึ่งถึงจุดนั้นแล้ว จะไม่สามารถ ออกมาได้ นอกจากใช้ความเร็วเหนือแสง และถ้าหลุดเข้าไปแล้วจะทำให้มวล สสารต่างๆ แตกละเอียด เหลือเพียงอะตอม และจะเข้าไปในรูหนอน ซึ่งเป็นประตูเชื่อมต่อกาลเวลา และจะออกไปในสิ่งที่เรียกว่าหลุมขาว นั่นหมายถึง วัตถุจะต้องออกจากหลุมขาว โดยที่โดนผลักออกมา ณ ที่หนึ่งในจักรวาล โดยความเร็ว เหนือแสงครับ แต่แนวคิดนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับของ นักวิทยาศาตร์
30/1/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
13 จาก 18
คุณลองไปดูเรื่องMasked rider kabuto สิครับ การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงมาก คือ Clock Up เป็นการเคลื่อน ที่ด้วยความเร็วสูงมากจนมองแทบไม่ทัน และHyper Clock up จะเป็นความเร็ว99.99%ของแสง และจะมีแบบวาร์ปนั่นคือ 100%ของแสง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเวลาจะหยุดนิ่ง แล้วคุณอาจจะรู้ว่าหลักการมันว่าถ้าเราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเราจะเห็นตัวเองว่าเร็วเท่าเดิม และเห็นคนอื่นช้าลงมาก แต่คนอื่นจะเห็นเราเร็วมาก ขอแนะนำให้ดูไปเรื่อยๆยันตอนที่41นะครับ จะมีการวาร์ป ให้เห็น หรือการหยุดเวลานั่นเอง ผมมีตัวอย่างตอนที่ 42มาให้ดูตามลิ้งเลยนะครับ http://www.youtube.com/watch?v=RIcSD4ngCSE&feature=related
30/1/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
14 จาก 18
เท่าทีรู้มายังไม่ได้นะคะเพราะวัตภุไม่สามารถเร็วกว่าแสงได้เพราะไม่มีพลังงานที่มหาศาลขนาดนั้นที่จะเร่งยานอวกาศที่มีมวลมหาศาลขนาดนั้นได้เมือยานอวกาศไปเร็วเกือบเท่าแสง (ว่านะคะอวกาศไม่น่าจะมีแรงเสียดทานนะคะเห็นบางคนบอกว่ามีไม่น่านะคะ)
25/5/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
15 จาก 18
เป็นไปไม่ได้ค่ะเนื่องจากสูตรที่อัลเบิลฯคิดค้นขึ้นE=mc ยกกำลังสอง
ความเร็วของการเคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุที่มีอยู่ยิ่งมวลวัตถุมากเท่าไหร่ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะมีน้อยมากเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเคลื่อนที่โดยไม่ได้ใช้พลังงานกล
ก็ตามแต่...
แต่ในตอนนี้ทฤษฎีของอัลเิบิลฯยังไม่ถือว่าเป็นกฏเพราะยังไม่สามารถอธิบายทุกเหตุผลได้
ในตอนนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าแสงเดินทางได้เร็วที่สุดในเอกภพ...
2/7/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
16 จาก 18
ได้ ครับ เนื่องจากตอนนี้ก็มีแผงโซล่าเซลล์เเล้ว การเคลื่นอที่ด้วยประจุไฟฟ้า จึงสามารถเคลื่อนที่ได้ดีกว่าการเคลื่อนที่ด้วยออกซิเจนเหลว แผงโซล่าเซลล์ ผ่านกลไก สร้างประจุไฟฟ้า ผลักออกด้วยสนามแม่เหล็กเรา สามารถ ขับประจุไฟฟ้าทำมีความร้อนสูงได้โดยไม่ต้องห่วงว่ามันจะหลอมละลาย เพราะ ยังไง สนามแม่เหล็กจะไม่มีวัน ละลายแน่นอน ครับ ถึงแม้ยานจะสร้างในขนาดที่เล็กมากก็ตามครับ และยังเพิ่มความร้อนของประจุไฟฟ้าเพื่อนให้มีความเร็วมากกว่าแสง ถึง 10 เท่าได้ครับ
14/10/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
17 จาก 18
ได้ครับ เพราะวิวัฒนาการของเราไปได้เร็วครับ เเต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จซะทีเดียวครับ การที่จะความเร็วเหนือเเสง ก็อาจจะจำเป็นที่ต้องเหนือกาลเวลาด้วยครับ เหมือน ทฤษฏี สมัพัทธ์เวลา(อ่านเจอมาไม่รู้ว่าเรียกงี้มั้ยผิดก็ขอโทษด้วยครับ) เเละตอนนี้เริ่มมีการใช้เซลล์ เป็นวัตถุเคลื่อนย้่ายจากที่หนึ่งไปอีกที่ เเละไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะ DNA เเละ โครโมโซมกลับมาไม่สมบูรกลายเป็นว่า กลายพันธุ์ ไปซะงั้น เเต่คงได้รับประสบผลสำเร็จในอนาคตนี้เเหละคับ
24/10/55 โพสต์โดย NoMoreFear
18 จาก 18
เมื่อไม่ถึง 100 ปีก่อนยังไม่มีคอมพิวเตอร์เลย  แล้วคนเราคิดว่าไม่มีทางมีด้วยซ้ำ  แต่พวกที่บอกว่าไม่มี ก็แค่ดักดานอยู่ในหลุม  พวกเอาทฤษฎีมาอ้างก็แค่ดักดานอยู่ในกรอบ  อย่างกาลิเลโอเสนอทฤษฎีที่ขัดแย้งกับอาริสโตเติล เช่น โลกเป็นศูนย์กลางของโลก  วัตถุที่เบากว่าจะตกลงมาถึงพื้นก่อนในความสูงเท่ากัน  เขาชนะตัวเองและหลุดจากกรอบได้ น่าชื่นชมกว่าพวกอวดเก่งและหลบอยู่ในกรอบไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก  จากที่กล่าว ผมยืนยัน 100% ว่าเป็นไปได้ อาจไม่ใช่ยุคนี้หรืออาจไม่ใช่มนุษย์แต่มันต้องเป็นไปได้อยู่แล้ว
21/12/55 โพสต์โดย oKaiSeRo
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
แสงเดินทางอย่างไร
ระหว่างแสงกับลมใครเดินทางได้เร็วกว่ากัน
ตามกระทู้นะ เป็นเกี่ยวข้อจำกัดของความเร็วแสง
วัตถุสามารถเคลื่อนที่เร็วกว่าความเร็วแสงได้
แสงเดินทางออกจากแหล่งกำเนิดทุกทิศทุกทางหมายความว่าอย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู