หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การแก้ปัญหาโรคปวดหลัง
โรคปวดหลัง 26/10/51 โพสต์โดย แก้ปัญหาโรคปวดหลัง
คำตอบ
1 จาก 15
ไปหาหมอนวดสิคะ หายปวดชัวร์
26/10/51 โพสต์โดย โลตัส
2 จาก 15
4 วิธีแก้อาการปวดหลัง


ใครที่มีอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้อาการปวดหลังมาฝากกัน


ฝึกพิลาทิส
เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลังคือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับ คือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อย ๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือลง


ว่ายน้ำ
การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มาก เพราะ ไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดว่าย ท่ากบ เพราะต้องแอ่นหลังมาก


ปรับเปลี่ยนท่านอน
ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างหนุนโคนขาจะทำให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังแอ่นได้ ฉะนั้นควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย


การหยิบจับของ
ให้ย่อตัวแล้วยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อจะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น


ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้

( มาจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ )
26/10/51 โพสต์โดย ruddeen
3 จาก 15
26/10/51 โพสต์โดย junjit
4 จาก 15
ถ้าเพิ่งจะเริ่มปวดหลัง ให้รีบไปหาหมอ ให้ดูผลเอ๊กซเรย์ พอจะกำหนดวิธีรักษา ถ้าเป้นน้อยก็โชคดี รักษาไม่นาน
แต่ถ้า เป็นโรคบุคลิก ต้องแก้ ท่าทางการนั่ง การยืน การนอน ให้ถูกต้องกับสรีระของตนเอง
แนะนำให้ซื้อที่นอนแบบสปริง ยิ่งแพงยิ่งดี แก้โรค นี้ ไม่ปวดหลังอีกต่อไป
ไม่ได้โม้นะ
26/10/51 โพสต์โดย Miscellanous
5 จาก 15
คุณโลตัสแนะนำให้ไปหาหมอนวดนี่ แผนโบราณหรือแผนปัจจุบันครับ
27/10/51 โพสต์โดย gigipapa
6 จาก 15
อาการปวดหลัง Low back pain
อาการปวดหลังเป็นอาการหนึ่งที่เป็นกันบ่อยๆ ประมาณ 4/5ของผู้ใหญ่จะเกิดอาการปวดหลังซึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเอง ผู้ที่มีอาการปวดหลังร้อยละ50จะหายภายใน 2 สัปดาห์ ร้อยละ90 จะหายภายใน 3 เดือน จะพบผู้ป่วยร้อยละ 5-10ที่จะเป็นโรคปวดเรื้อรัง การที่มีอาการปวดหลังไม่ได้หมายความว่าจะมีการทำลายเนื้อเยื่อของร่างกาย การปวดหลังเป็นเพียงเกิดการอักเสบขึ้นที่โครงสร้างของหลัง อาการที่สำคัญที่แสดงว่าเส้นประสาทถูกทำลายและต้องพบแพทย์โดยด่วนได้แก่
• กลั้นปัสสาวะหรืออุจาระไม่อยู่
• อ่อนแรงของขา
บทความนี้จะกล่าวถึงกลไกการเกิดโรคปวดหลัง การป้องกัน การรักษา
ส่วนประกอบของหลังของเรา


หลังของเรามิได้ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเดียวแต่ประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังทั้งหมด 24 ชิ้นที่เรียกว่า vertebrae วางซ้อนกันตั้งแต่กระดูกสะโพกถึงกะโหลกศีรษะ ระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นจะเนื้อนุ่มเหมือนฟองน้ำขั้นกลางเรียกหมอนรองกระดูก ซึ่งจะรับแรงกระแทกของกระดูก และเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว กระดูกสันหลังทำหน้าที่เป็นแกนกลางของร่างกาย กระดูกจะถูกยึดติดเป็นแนวโดยอาศัยกล้ามเนื้อและเอ็น การหดเกร็งกล้ามเนื้อหลังจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
หน้าอีกอย่างหนึ่งของกระดูกสันหลังคือเป็นทางผ่านของประสาทไขสันหลัง (spinal cord) วิ่งเริ่มต้นจากสมองในกะโหลกศีรษะลงมาในช่องกระดุกสันหลัง และมีเส้นประสาท ( spinal nerve ) ออกบริเวณข้อต่อของกระดูกไปเลี้ยงยังอวัยวะต่างๆ
แพทย์จะแบ่งกระดูกหลังออกเป็นห้าส่วนคือ cervical ,thoracic ,lumbar,sacrum ,coccyx ส่วนที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดคือส่วนเอว(lumbar) และเป็นส่วนที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้มากที่สุด อวัยวะที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้แก่
• รากประสาทที่ออกจากไขสันหลังอาจจะถูกกระตุ้นทำให้มีอาการปวด
• ปลายประสาทที่เลี้ยงไขสันหลังอาจจะถูกกระตุ้นทำให้มีอาการปวด
• กล้ามเนื้อหลังอาจเกร็งอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดอาการปวด
• กระดูกสันหลัง เอ็น และข้อต่อกระดูกสันหลังอาจจะเกิดโรคทำให้ปวด
• โรคที่เกิดระหว่างกระดูกเช่นหมอนกระดูกทับเส้นประสาท
ดังนั้นการทบทวนโครงสร้างของกระดูกสันหลังจะทำให้เราเข้าใจสาเหตุ กลไกการเกิดอาการปวดรวมทั้งการให้การรักษา ส่วนประกอบสำคัญที่ประกอบเป็นกระดูกสันหลังได้แก่
1. Vertebral bodies  
2. Vertebral discs
3. Spinal cord and nerve roots  
4. Muscles  
สำหรับตำแหน่งที่มักจะทำให้เกิดอาการปวดได้แก่
• บริเวณกระดูกคอ cervical
• บริเวณกระดูกหน้าอก thorax
• บริเวณกระดูกเอว lumbar
ส่วนกระดูก sacrum เป็นกระดูก 5 ชิ้นเชื่อมติดกันและต่อกับกระกระดูกสะโพกที่เรียกว่า sacroiliac joint
สาเหตุของอาการปวดหลัง
สาเหตุของโรคปวดหลังส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงมักจะเกิดจากหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อาการปวดมักจะเกิดทันที การเคลื่อนไหวบางท่าจะทำให้ปวดมากขึ้นสาเหตุที่พบบ่อยๆได้แก่
• การนั่งผิดท่าเช่น การนั่งหลังโก่ง นั่งบิดๆ
• นั่งขับรถหลังโก่ง
• การยืนที่ผิดท่า
• การยกของผิดท่า
• การนอนบนที่นอนที่นุ่มหรือแข็งเกินไป
• ร่างกายไม่แข็งแรง
• ทำงานมากไป
การไม่ออกกำลังจะทำให้กล้ามเนื้อไม่มีกำลังที่จะทำให้หลังอยู่ในท่าที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการดึงรั้งกล้ามเนื้อข้างหนึ่งจึงเกิดอาการปวดหลัง อาการปวดอาจจะปวดมากจนกระทั่งไม่สามารถยืนหรือก้ม นอกจากนั้นการเคลื่อนไหวที่ผิดวิธีก็เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปวดหลังรายละเอียดอ่านได้ที่นี่
การแบ่งชนิดของโรคปวดหลัง
โรคปวดหลังเราจะแบ่งชนิดตามระยะเวลาที่เกิดอาการของโรคกล่าวคือ ปวดหลังแบบเฉียบพลันอาการมักจะไม่เกิน 6 สัปดาห์ ถ้าอาการปวดมากกว่า 12 สัปดาห์เรียกปวดหลังเรื้อรังส่วนระยะเวลาที่ปวดอยู่ระหว่าง 6-12 สัปดาห์เรียก Subacute การที่ต้องแบ่งระยะเวลาก็เพื่อจะบอกการดำเนินของโรค
ผู้ป่วยโรคปวดหลังต้องแจ้งประวัติอะไรบ้าง
การวินิจฉัยโรคปวดหลังต้องอาศัยประวัติที่ละเอียดเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ
• ประวัติเป็นมะเร็ง หากท่านเคยเป็นมะเร็งแม้ว่าจะรักษาแล้วต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจจะเป็นมะเร็งแพร่กระจาย
• น้ำหนักลดลงโดยที่ไม่ได้คุมอาหาร
• การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
• การใช้ยา steroid เพราะหากใช้นานอาจจะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
• การติดยาเสพติด
• การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
• เมื่อพักอาการปวดไม่หาย
• ไข้  
• อุบัติเหตุที่เกิดกับหลังเช่น ตกที่สูง อุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ ยกของหนักไป
• โรคกระดูกพรุน
• กลั้นปัสสาวะหรืออุจาระไม่อยู่
การตรวจร่างกาย
หลังจากซักประวัติแล้วแพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุของโรคปวดหลัง
• ท่ายืนและการเดิน Gait and Posture ท่ายืนก็อาจจะทำให้เราพบสาเหตุเช่น หลังโก่ง กระดูกหลังคด เดินแล้วขาลาก(หมอนกระดูกทับเส้นประสาท)
• การเคลื่อนไหวของหลัง Range of Motion โดยให้ผู้ป่วยก้ม แอ่นหลัง เอียงหลังออกด้านข้าง บิดเอว หากก้มหน้าแล้วปวดมักจะเกิดจากกล้ามเนื้อหลัง หากแอ่นแล้วปวดอาจจะเกิดจากไขสันหลังตีบ
• กดหาตำแหน่งที่เจ็บบนกระดูกสันหลัง Palpation or Percussion of the Spine หากกดเจ็บบนกระดูกสันหลังอาจจะเกิดโรคตรงบริเวณนั้นเช่น การติดเชื้อ กระดูกหัก
• เดินบนส้นเท้าและลุกขึ้น Heel-Toe Walk and Squat and Rise โดยการใช้ส้นเท้าเดินหรือนั่งยองๆแล้วลุกขึ้น หากไม่สามารถทำได้ให้นึกถึงมีอะไรกดที่ประสาทหลัง
• การตรวจ Straight Leg Raising Test โดยการให้ผู้ป่วยนอนแล้วยกขาขึ้นเมื่อมีอาการปวดวัดมุมระหว่างพื้นกับขา หากมุมนั้นไม่เกิน 60 องศาก็ให้นึกถึงโรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท
• การตรวจ Reflexes and Motor and Sensory Testing โดยแพทย์จะนำเครื่องมือคล้ายค้อนมาเคาะบริเวณเข่าและข้อเท้า ใช้เข็มทดสอบความรู้สึกของขา
การตรวจรังสี
ผู้ป่วยโรคปวดหลังไม่จำเป็นต้อง x-ray ทุกรายแต่จะเลือกเป็นรายๆไปตามประวัติและการตรวจร่างกาย อย่างไรก็ตามมีหลักที่จะพิจารณา x-ray ในผู้ป่วยต่อไปนี้
• อายุมากกว่า 50 ปี
• ได้รับอุบัติเหตุที่หลัง
• มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ขา
• มีน้ำหนักลดโดยที่หาสาเหตุไม่ได้
• ติดยาเสพติดหรือดื่มสุรา
• ประวัติเคยเป็นมะเร็ง
• ใช้ยา steroid
• ไข้มากกว่า 37.8 องศา
• อาการเป็นมากกว่า 1 เดือนยังไม่หายปวด
การป้องกันโรคปวดหลัง
การป้องกันโรคปวดหลังดีที่สุดคือการออกกำลังกายและป้องกันหลังมิให้ได้รับอุบัติเหตุ
1. บริหารร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง เพราะเราไม่เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง การออกกำลังจะต้องค่อยสร้างความแข็งแรงทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง และจะต้องให้ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดีไม่มีข้อติด การออกกำลังอาจจะทำได้โดยการเดิน การขี่จักรยาน การว่ายน้ำจะทำให้หลังแข็งแรง
2. รักษาน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมไม่ให้อ้วนโดยการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ออกกำลังแบบ aerobic เช่นการวิ่ง ขี่จักรยาน
3. การนั่งหรือยืนให้ถูกท่า เพราะการนั่งหรือการยืนที่ผิดท่าจะทำให้เกิดอาการปวดหลัง
• การยืนควรจะยืนตัวตรงหลังไม่โก่งหรือคด แนวติ่งหู ไหล่และข้อสะโพกควรเป็นแนวเส้นตรง ไม่ควรยืนนานเกินไปไม่ควรใส่รองเท้าที่มีส้นควรจะมีเบาะรองฝ่าเท้า หากต้องยืนนานควรมีที่พักเพื่อสลับเท้าพัก
• การนั่งจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อกระดูกหลังมากที่สุด ควรจะพนักพิงหลังบริเวณเอว ควรจะเป็นเก้าอี้ที่หมุนได้เพื่อป้องกันการบิดของเอว มีที่พักของแขนขณะที่นั่งพักหัวเข่าควรอยู่สูงกว่าระดับข้อสะโพกเล็กน้อย ควรมีเบาะรองเท้า ควรจะมีหมอนเล็กๆรองบริเวณเอว ควรเลือกเก้าอี้ที่ถูกต้อง
• การขับรถโดยเฉพาะการขับรถทางไกล ควรเลื่อนเบาะนั่งให้ใกล้เพื่อป้องกันการงอหลัง หลังส่วนล่างควรจะพิงกับเบาะ เบาะไม่ควรเอียงเกิน 30 องศา เบาะนั่งควรจะยกด้านหน้าให้สูงกว่าด้านหลังเล็กน้อย หากขับรถทางไกลควรจะพักเดินทุกชั่วโมง และไม่ควรยกของหนักทันทีหลังหยุดขับ
• การนอน ที่นอนไม่ควรจะนุ่มหรือแข็งเกินไป ควรจะวางไม้หนา 1/4 นิ้วระหว่างสปริงและฟูกท่าที่ดีคือให้นอนตะแคงและก่ายหมอนข้าง หรือนอนหงายโดยมีหมอนรองที่ข้อเข่า ไม่ควรนอนหงายโดยที่ไม่มีหมอนหนุน หรือนอนตะแคงโดยไม่มีหมอนข้างหรือนอนคว่ำ
• การนั่งที่ถูกต้อง ต้องนั่งให้หลังตรงหลังพิงพนักเก้าอี้ เก้าอี้ต้องไม่สูงเกินไป ระดับเข่าควรจะอยู่สูงกว่าระดับสะโพก อาจจะหาเก้าอี้เล็กรองเท้าเวลานั่ง
• การยืนนานๆ ควรจะมีเก้าอี้หรือโต๊ะเล็กไว้วางเท้าข้างหนึ่ง
 
• นั่งหลังตรงและมีพนักพิงที่หลัง
• หาหมอนหรือผ้ารองบริเวณเอว
• ให้ยืนยืดเส้นทุก 20-30 นาที
• อย่ายืนหลังค่อม
• ให้ยืนยืดไหล่อย่าห่อ ไหล่เพราะจะเมื่อยคอ
• อย่าใส่รองเท้าที่ส้นสูงมาก
• ให้เลือกวิธีอื่นเช่น การผักหรือดัน
• ถ้าหนักไปอย่ายก ให้หาคนช่วย
• เวลาจะยกให้เดินเข้าใกล้สิ่งที่จะยก
• ย่อเขาลงแล้วจับแล้วยืนขึ้น
• ไม่ก้มหลังไปยก
ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคปวดหลัง
1. หลีกเลี่ยงจากการงอเอว ให้งอข้อสะโพกและเข่าร่วมด้วย
2. หลีกเลี่ยงจากการยกของหนักโดยเฉพาะที่อยู่เกินเอว
3. หันหน้าเข้าสิ่งของทุกครั้งที่จะยกของ
4. ถือของหนักชิดตัว
5. ไม่ยกหรือพลักของที่หนักเกินตัว
6. หลีกเลี่ยงการยกของที่มีน้ำหนักไม่เท่ากัน
7. หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
8. เปลี่ยนท่าบ่อยๆ
9. การถูพื้น ดูดฝุ่น การขุดดิน ควรจะถือเครื่องมือไว้ใกล้ตัว ไม่ก้าวยาวๆหรือเอื้อมมือหยิบของ
10. ให้นั่งสวมถุงเท้า รองเท้า ไม่ยืนเท้าข้างเดียวสวมรองเท้าหรือถุงเท้า
11. ใช้รองเท้าส้นเตี้ย
12. หลีกเลี่ยงการแอ่นหรืองอหลัง เช่นการแอ่นหลังไปข้างหลังหรือก้มเอานิ้วมือจรดพื้น
13. เมื่อจะไอหรือจามให้กระชับหลังและงอหัวเข่า
14. เวลาปูเตียงให้คุกเข่า
การรักษา
เป็นการยากสำหรับผู้ป่วยที่จะประเมินว่าอาการปวดหลังเกิดจากกล้ามเนื้อหรือเกิดจากโรคอื่น แต่มีข้อแนะนำว่าควรจะพบกับแพทย์หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
• ปัสสาวะลำบาก
• มีอาการชาบริเวณหลังหรือบริเวณอวัยวะเพศ
• มีอาการชาและอ่อนแรงขาข้างหนึ่ง
• มีอาการปวดแปล๊บที่ขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
• เดินเซ
27/10/51 โพสต์โดย junjit
7 จาก 15
อาการปวดหลังทุกรูปแบบรักษาให้หายได้ด้วยวิธีจัดกระดูกเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ  ไม่จำเป็นต้องกินยายิ่งไม่จำเป็นต้องผ่าและไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยยืดช่วยดึงใดๆ    อาการ ปวดหลังที่รักษาง่ายที่สุดคืออาการกระดูกทับเส้น  รองลงมาคือหมอนรองกระดูกเสื่อม  {ไม่มีใครรู้ว่ากระดูกทับเส้นรักษาให้ทุเลานั้นง่ายมากใช้เวลาเพียง1-3นาทีเท่านั้น  บางคนอาการปวดหายเหมือนถูกปลิดทิ้ง  ส่วนหมอนรองกระดูกเสื่อมอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือนจึงสามารถหายและกลับมาทำงานหนักได้ตามปกติ(เคยได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน มาว่าหมอนรองกระดูกถ้าเสื่อมจะไม่สามารถกลับดีเหมือนเดิมได้อีกเนื่องจากความเสื่อมตามอายุและการใช้งาน  แต่จากประสบการที่เคยทรมานจากโรคทั้งสองนี้มานับสิบปีกลับหายในเวลาแค่คืนเดียว)
เคยช่วยเหลือและทั้งทำทั้งแนะนำมาหลายรายแล้วเชิญพิสูจน์ได้ด้วยตัวคุณเองโดย  ไม่คิดค่ารักษา  ปิยะ  080 - 9262437   ลืมบอกไปอาการปวดเข่า ปวดขา ปวดสะโพกก็รักษาง่ายเหมือนกัน(ถึงแม้ว่าหมอรพ.จะเอาฟิล์มมาดูแล้วบอกว่าเข่าเสื่อมก็ตามที)เพราะอาการปวดเข่าเจ็บเข่าส่วนใหญ่ต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่เข่าจึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดและไม่จำเป็นต้องกินยา
11/12/52 โพสต์โดย นอกกะลา
8 จาก 15
ปวดหลังเนื่องจากหมอนรองกระดูกเคลื่อน ไปทำกายภาพแบบดึงหลังแล้วหัวเข่าไม่มีแรงไปจัดกระดูกหายปวด ขา มีแรง จากที่ควบคุมการปัสสะวะไม่ได้ก็ความคุมได้ดีใจจังแต่นวดปล่อยมากไม่เอาท่าดัดท่าที่อันตรายต่อกระดูก ต้องไปหาหมอที่มีใบนวด 372 ชั่วโมง หรือ 800 ชั่วโมง จะปลอดภัย ถ้านวดตามความเชื่อ แต่ไม่ได้เรียน
กายวิภาคศาตร์ อันตราย บ้างคนที่เคยไปนวดเค้าขึ้นเหยียบทั้งตัว คิดว่าเค้าเก่งแต่ ผลอาจทำให้กระดูกมีปัญหาในอนาคต ตอนนี้เป็นมา2ปีแล้ว นวดกับจัดกระดูก และดื่ม อาหารบำรุงCELL      ATM cell food  ดีมากเลย
7/1/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
9 จาก 15
หาสาเหตุโดยสังเกต ท่านั่ง ท่ายืน ท่านอน ท่าขับรถ การออกกำลังในร่มมากไปหน่อยหรือผิดท่า(อย่าบอกว่าทำอะไร) เก้าอี้ไม่ได้ระดับ ฟูบหมดสภาพ หรือรองเท้าส้นสูงเกินไป แข็งไป หรือหมดอายุ เคยได้รับอุบัติเหตุ เผลอตอบปัญหากูรูไปค่อนวันค่อนคืน ฯลฯ

ลองแก้ไขดู แต่อย่ารอช้าถ้าอายุปาเข้าไป สี่สิบ แนะนำไปหาหมอเอ็กซเรย์ดีกว่า
5/3/53 โพสต์โดย Annie M
10 จาก 15
เคยได้ยินชุดสุขภาพใยไลคร่าบำบัดไหมค่ะ ช่วยได้เยอะค่ะ แต้วเปนผช.ทตค่ะ นั่งทำงานแล้วปวดหลังมากค่ะ
ให้แฟนดัดหลังให้ก้อไม่หาย พอหมอแนะนำชุดให้ก้อลองเพราะไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ก็ดีมากแล้วค่ะ
อยากทราบ0846981770
25/4/53 โพสต์โดย น้องแต้ว
11 จาก 15
อย่ายกของหนัก อย่าอยู่ถ้าเดียวนานเกินไป อย่าก้มตัวยิบของให้ย่อเข่ายิบของแทน ออกกำลังกายท่าเหมาะสมให้กลามเนื้องหลังแข็งแรง
ถ้ามีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังควรไปพบแพทย์
20/5/53 โพสต์โดย ภูภู
12 จาก 15
ท่าออกกำลังกาย 8 ท่า ป้องกันโรคปวดหลัง



ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อโคนขาด้านหลัง
นอน หงาย  งอเข่า 1 ข้าง  ยกขาข้างที่เหยียด  ให้สูงเท่ากับเข่าข้างที่งอ  โดยให้เข่าตึงตลอดเวลา  ยกขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้ง  ทำสลับขาอีกข้างหนึ่ง

ท่าที่ 2 ยืดกล้ามเนื้อสะโพก
นอนหงาย  เอามือสอดใต้เข่าอีกข้างหนึ่ง  ดึงมาให้ชิดหน้าอกให้มากที่สุดนับ 1-10 ทำสลับข้าง  ไป-มา

ท่าที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลัง
นอนหงาย  ชันเข่า 2 ข้าง  เอามือสอดใต้เข่าทั้ง 2 ข้าง  ดึงเข้ามาจนชิดหน้าอก  นับ 1-10 พัก

ท่าที่ 4 เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้อง
นอนหงายชันเข่า 2 ข้าง  อามือกอดอกยกศีรษะและสะบักขึ้นเล็กน้อยให้พ้นพื้นให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อท้องกำลังเกร็งตัว  นับ 1-5 พัก

ท่าที่ 5 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้างและกล้ามเนื้อหลังส่วนลึก
นอนหงายชันเข่า  กดหลังแนบกับพื้น  ใช้มือหนุนศีรษะ  แล้วยกตัวเอียงซ้าย  นับ 1-5 พัก  แล้วทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง

ท่าที่ 6 ลดความแอ่นของบั้นเอว
นอน หงาย  ชันเข่า  เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องให้หลังแบนติดพื้นพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อก้นย้อย โดยการทำท่าขมิบก้นให้ก้นลอยพ้นพื้นนับ 1-10 พัก

ท่าที่ 7 ยืดกล้ามเนื้อเนื้อสีข้าง
นอน หงาย  งอเข่าข้างหนึ่ง  ใช้ส้นเท้าอีกข้างหนึ่งทับเข่าข้างที่งออยู่กดลงด้านตรงข้ามลงจรดพื้นนับ 1-10  หัวไหล่ 2 ข้างต้องแนบพื้นตลอดเวลา  ทำสลับข้าง

ท่าที่ 8 เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อหลัง
นอนคว่ำหมุนหมอนบริเวณท้อง  แขนแนบลำตัว  แอ่นตัว  ยกไหล่และลำตัวขึ้น  นับ 1-5 พัก  ระวังอย่าให้ศีรษะแหงนมากเกินไป  จะทำให้ปวดคอ

ด้วยวความปราถนาดีจากโรงพยาบาลสมิติเวช : http://www.samitivejhospitals.com/allhealth_article_detail.aspx?id=79&lid=th
13/1/54 โพสต์โดย Pumba.laka
13 จาก 15
แนะนำคุณแฟร์ 086-4588042 อดีตผุ้ป่วยปลายประสาทอักเสบ มือยกแก้วน้ำไม่ได้ แขนไม่มีแรง ปวดเข็มแทง นอนไม่หลับ
ปัจจุบัน  แข็งแรง เดินได้ปกติ

อยากให้ลองศึกษาการแพทย์ตะวันออก ช่วยฟื้นฟูให้เส้นประสาทแข็งแรง  เพราะหลักการแพทย์ช่วยปลายเหตุ แต่อย่างปลายประสาทอักเสบ กลับไม่มีที่ใดรักษาหายได้ มีแต่ยาระงับปวด จนผุ้ป่วยผ่าซ้ำ จนผ่าไม่ได้ ...ขนาดภรรยาหมอ บางรายยังป่วยเลย
15/2/54 โพสต์โดย dalin_ple
14 จาก 15
มีคนรู้จักกันมาปรึกษาเกี่ยวกับอาการปวดหลังอยู่ คือเขายอมรับว่าใช้อิริยาบถผิดมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้อายุ 30 กว่าปี เริ่มมีอาการปวดหลัง ตอนนี้เขาพยายามที่จะทำท่าทางให้ถูกอิริยาบถ คือใช้ท่าเดิน ยืน นั่ง นอนที่ถูกต้อง แต่พบปัญหาว่าทำให้เกิดอาการปวดอยู่ (จากการใช้ท่าที่ถูกนี่แหละ) บางครั้งปวดมากจนนอนไม่หลับ อยากจะผ่าตัดกระดูกสันหลังก็ไม่เน่ใจว่าจะทำได้มั้ย เราก็ให้คำตอบไม่ถูกเหมือนกันเลยอยากจะแลกเปลี่ยนข้อมูลหน่อยว่าใครมีข้อแนะนำอะไรบ้าง เผื่อว่าเราจะได้เอาไปแนะนำได้ (คือนอกจากการใช้ท่าทางที่ถูกต้องแล้วยังจะทำอะไรอย่างอื่นได้อีกมั้ยเอ่ย)
2/6/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
15 จาก 15
หายปวดหลัง ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องกินยา
https://www.facebook.com/sripaihealth
27/3/57 โพสต์โดย Holistic
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ช่วงนี้เจอปัญหาหลายเรื่อง ปวดหัวน่ะ
ปัญหาปวดหัวข้างเดียวทุกเย็นทานยาแก้ปวดแล้วก็ไม่หาย ต้องแก้ไขอย่างไรดีค่ะ
ปวดหัวบ่อยมาก เป็นโรคอะไรรึเปล่า
ยาสมุนไพรที่มีคุณสมบัติคล้ายพอนสแตน แก้ปวดประจำเดือนนี่มีไหมค่ะ
เป็นโรคติดกูรู จะแก้ไขยังไงดีครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู