หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
รอยพระพุทธบาทเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ
ตามสถานที่ต่างๆที่ปรากฎให้เห็น เกิดจากหรือเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เกิดขึ้นเองหรือเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นครับ
อื่น 19/10/51 โพสต์โดย dtmadeaw3
คำตอบ
1 จาก 9
ส่วนใหญ่เกิดเองตามธรรมชาติ แบบเหนือคำบรรยายแต่รูปร่างคล้ายคลึงกับรอยเท้า
และกลุ่มที่คนเราสร้างขึ้นมาด้วยแรงศรัทธา
แต่ทั้งหมดล้วนเป็นองค์แทนของพระพุทธเจ้า
(ตามคำสอนที่พอทราบและเข้าใจได้และที่นิยมกันในประเทศไทย
เรานิยมทำรูปสมมุติ มีหลายแบบ หลายอย่างเช่น พระเครื่อง ลูกประคำ รูปเคารพ แหวน กำไร ฯลฯ)
แต่ทั้งหมดอยู่เราศรัทธาและแสดงออก)ต่างชาติมี กางเขน และอื่นๆเหมือนกัน
ทำให้เรารู้ ทำให้เรามีสติ ทำให้เราพึ่งพอใจ(แต่ทั้งหมดต้องไม่เดือดร้อน)
19/10/51 โพสต์โดย sam2551
2 จาก 9
รอยพระพุทธบาทตามคติความเชื่อแล้วคือรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าทรงประทับไว้เพื่อเป็นเจติยสถาน  (สถานที่เคารพ) ตามที่ทรงได้รับการทูลขอ  (ตามปกติเวลาทรงพระดำเนินจะไม่มีรอยพระบาทปรากฏ) เชื่อกันว่ามีอยู่ 5 แห่งในโลก คือ
1.เขาสุวรรณมาลิก  ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหนในโลก  แต่มีผู้สันนิษฐานว่าเป็น เขาสุวรรณมาลี(คือเขาธงขัย)ในแหลมมลายู  ซึ่งมีรอยพระพุทธบาท
2. เขาสุวรรณบรรพต  คือพระพุทธบาท  จ.สระบุรี
3.เขาสุมนกูฏ หรืออดัมพีกส์  ยอดเขาของอาดัมส์ อยู่ที่ลังกา  รอยพระบาทที่นั่น ชาวพุทธว่าเป็นของพระพุทธเจ้า  พราหมณ์ว่าเป็นรอยบาทพระอิศวร  มุสลิมว่าเป็นรอนยท้าอาดัม  จึงต่างนับถือได้ไม่แตกแยก
4.โยนกบุรี  กล่าวว่าคือเมืองเชียงใหม่  อยู่ยนยอดเขารังรุ้ง
5.แม่น้ำนัมมทานที  ปัจจุบันคือแม่น้ำเนรบุตตา  หรือนรมทา ในประเทศอินเดีย
....ตามความเชื่อดังนี้  คนไทยแต่ก่อนจึงมีความปรารถนาที่จะไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรีให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต (แค่นี้นาเรื่องมันยาว...)
....ส่วนรอยพระพุทธบาทที่มีขึ้นทั่วไปเป็นการสร้างจำลองขึ้นด้วยความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนา  จึงสร้างขึ้นเพื่อเป็นเจติยสถาน  
....ถ้าคุณจะถามว่าอันไหนแท้ไม่แท้  จริงไม่จริง  ก็คงเหมือนกับคนจะเช่าพระมาบูชาแล้วส่องกันว่า  องค์ไหนแท้  ไม่แท้  ซึ่งคงต้องบอกว่าเป็นพระพุทธรูปแท้ ๆ ทุกองค์  ล้วนใช้เป็นเครื่องเหนี่ยวนำความศรัทธาได้ทั้งสิ้น  เหมือนพระ(ภิกษุ)ก็พระจริงทุกรูป  พระปลอมไม่มี  มีแต่คนปลอมเป็นพระ  จริงมั้ย
 อธิบายแค่นี้พอนะ  เมื่อย  ขอไปหาหมากกินคำก่อน
19/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
3 จาก 9
เกิดได้ 2 กรณีคือ
1.เกิดจากนำมือมนุษย์สร้างขึ้น
2.เกิดจากการกัดกร่อนในเชิงธรณีวิทยาตามธรรมชาติ
กรณีที่สองเป็นสิ่งที่มนุษย์ให้ความสนใจมาก นานาคิด นานาทัศนะ
ตีความไปตาม วิทยาศาสตร์ธรณีวิทยา
ตีความไปตามหลักแนวความเชื่อ ศาสนา และไสยศาสตร์
19/10/51 โพสต์โดย Numthon
4 จาก 9
ที่เคยฟังมาว่าพรานบุญใช้น้ำในรอยพระพุทธบาทชำระตัวก็หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้
แต่พระพุทธบาทที่สระบุรีน่าจะค้นพบสมัยรัชกาลที่ 4 ตอนผนวช
สรุปนะครับ คนสมัยเก่าค่อนข้างซื่อสัตย์ น่าจะเกิดจากการไปพบบ่อรูปร่างใกล้เคียงรอยเท้าที่มีอยู่โดยบังเอิญ
ถ้าเป็นสมัยนี้คงต้องหาที่มาที่ไปใหม่เพราะอาจสร้างขึ้นใหม่ก็ได้ เพื่อโปรโมตให้คนไปท่องเที่ยวหรือเหตุผลอื่นก็แล้วแต่
น่าจะไม่ใช่สิ่งสร้างขึ้น (อันเดิม) แต่ก็มักมีการสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นครอบทับไว้อีกทีครับ
19/10/51 โพสต์โดย maddog
5 จาก 9
ฟอสซิล?
19/10/51 โพสต์โดย yourueng
6 จาก 9
ส่วนใหญ่เกิดจากการสร้างเพื่อเป็นพุทธบูชา
19/10/51 โพสต์โดย chada
7 จาก 9
ท่านmaddogคะ   จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์รอยพระพุทธบาทที่สระบุรีไม่ได้เพิ่งค้นพบในสมัยรัชกาลที่ ๔   แต่ได้เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนไทยมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว  มีปรากฎข้อความในพงศาวดารหลายฉบับ  ว่าพระมหากษัตริย์อยุธยาหลายพระองค์ เช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  พระนารายณ์มหาราช  เสด็จนมัสการพระพุทธบาทที่สระบุรี  และยังปรากฏหลักฐานในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น  บุณโณวาทคำฉันท์  กาพย์ห่อโคลงนิราศพระบาท  กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง  นิราศธารโศก  ส่วนหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการพัฒนาเมืองสระบุรีเพื่อการเสด็จสักการะของกษัตริย์ ซึ่งยังคงอยู่ถึงทุกวันนี้ เช่น  
1.ถนนฝรั่งส่องกล้อง  เป็นการตัดถนนแบบใหม่ในยุคนั้น  มีวิศวกรโยธาชาวโปรตุเกส  จนเป็นที่มาของชื่อถนน
2.บ่อโอบ
3.ธารทองแดง  การสร้างท่อส่งน้ำที่ทันสมัยในยุคนั้น  แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีน้ำอยู่
4.สะพานช้าง
   ฯลฯ
...นอกจากนี้สามารถหาหลักฐานเรื่องการปฏิสังขรณืแต่ละยุคสมัย  การยกเว้นเกณฑ์แงงานคนเข้าเดือนออกเดือน  แต่ถวายคนหมู้บ้านโดยรอบพระพุทธบาทถวายเป็นข้าพระแทน  และจุดเริ่มต้นการเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาท  ยังสามารถตามรอยได้ทั้งเส้นทางสมัยกรุงอยุธยาและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  ซึ่งมีทั้งทางบกทางน้ำ  ซึ่งยังปรากฏเป็นชื่อบ้านนามเมืองมาจนบัดนี้
19/10/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
8 จาก 9
สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีดุลยภาพในเรื่องมิติทางวัตถุและจิตวิญญาณ จนทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางจิตใจ ที่เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมทางวัฒนธรรมของผู้คนทั้งในเมืองและชนบท ในเรื่องของการใช้เงินซื้อบุญ ซื้อวัตถุมงคลที่เป็นเครื่องรางของขลัง ที่จะทำให้คนร่ำรวยไม่เจ็บไข้และไม่ตาย รวมทั้งการซื้อบริการจากหมอดู หมอผี และเกจิอาจารย์ทั้งที่เป็นสมณะและฆราวาส ให้ช่วยทำนายเคราะห์ สะเดาะเคราะห์ ให้รอดพ้นจากทุกข์และภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหลายแหล่เหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากความเชื่อทางไสยศาสตร์ทั้งสิ้น ครูของข้าพเจ้าที่เป็นคนแก่ๆ ธรรมดาในชนบทมักพูดให้ฟังว่า คนสมัยนี้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาและมีเงินทอง ไม่ได้มาเข้าวัดทำบุญกันเหมือนอย่างแต่ก่อน แต่มักจะมาเมื่อมีความเดือดร้อนหรือเห็นสิ่งจำเป็น - เป็นเรื่องของการมาซื้อบุญ หรือสะเดาะเคราะห์หรือเพื่อมีโชคลาภเท่านั้น ผลที่ตามมาจึงทำให้เกิดสถานที่ขายบุญ และกลุ่มบุคคลหลายประเภทที่ได้รับประโยชน์จากการขายบุญหรือขายเครื่องรางของขลัง ทุกวันนี้ข้าพเจ้าท่องไปตามวัดหลวงและวัดราษฎร์ในที่ต่างๆ แทบทุกท้องถิ่นของประเทศ พบว่าส่วนใหญ่ที่แลเห็นนั้น ล้วนเป็นวัดที่มีการสร้างใหม่และเป็นแบบใหม่เกือบทั้งสิ้น ถึงแม้จะมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมไทยอย่างที่เคยมีมาแต่ก่อนก็ตาม แต่มักขาดลักษณะที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง ทุกหนทุกแห่งดูคล้ายกันหมด ล้วนมีขนาดใหญ่ที่ขาดดุลยภาพกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ จนกระทั่งบางวัดก็ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะต้องระดมทุนกันทุกปี นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นและสีสันที่อลังการพิลึกกึกกือ แทบทุกวัดจะเปิดพื้นที่ใหม่และสร้างโครงสร้างใหม่ ซึ่งในอดีตเมื่อ 40 ปีที่แล้วไม่เคยมี คือ เมรุเผาศพและศาลาสวดศพ รวมทั้งพื้นที่จอดรถกว้างใหญ่เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยปัจจุบันตายแล้วต้องขึ้นสวรรค์ถ่ายเดียว จนตกนรกหรือลงนรกไม่เป็น ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึกว่าเวลาผ่านวัดทีไรมองไม่เห็นพระ ไม่ว่าพระพุทธรูปและพระสงฆ์ เพราะท่านซ่อนเร้นอยู่ในกุฏิและโบสถ์วิหารที่ใหญ่โต แวดล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างนานาชนิด จนแลไม่เห็นความเขียวชอุ่มของต้นไม้และธรรมชาติอย่างที่เคยมี โดยเฉพาะวัดใหญ่ๆ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ด้วยแล้ว แทบแลไม่เห็น ความสัมพันธ์ของธรรมชาติกับความเงียบสงบทางจิตวิญญาณ เวลาจะเข้าไปกราบไหว้นมัสการขอศีลขอพรก็ต้องทำอย่างรุกรน เพราะมีผู้คนนานาประเภทเข้ามาอยู่ใกล้ บางคนเป็นนักท่องเที่ยวยืนค้ำหัวถ่ายรูป บางคนมากราบไหว้อธิษฐานและเสี่ยงเซียมซีต่างๆ นานา

พื้นที่ใกล้กับประตูโบสถ์หรือวิหารก็มักมีพระสงฆ์หรือคณะศรัทธามาตั้งโต๊ะขายวัตถุมงคล หรือตั้งตู้เรี่ยรายเงินกันอย่างล้นหลาม ข้าพเจ้าไม่เคยพบความสงบและเรียบง่ายใดๆ จากวัดใหญ่อลังการและแออัดแบบนี้
ตรงกันข้าม ข้าพเจ้าพอใจที่จะท่องเที่ยวไปตามหมู่บ้านในท้องถิ่นต่างๆ ตามชนบทที่ยังรักษาบรรยากาศแบบเดิมๆ ที่มีดุลยภาพของความเป็นมนุษย์อยู่ เพราะทำให้แลเห็นคนที่อยู่กันอย่างเสมอภาคและเอื้ออาทร คนกับธรรมชาติที่อยู่กันอย่างติดดิน ติดต้นไม้และใบหญ้า และที่สำคัญคนกับสิ่งนอกเหนือธรรมชาติที่สื่อให้เห็นจากศาสนสถาน

สถานที่สำคัญของหมู่บ้านก็คือวัด และหัวใจของวัดในหมู่บ้านภาคกลาง ก็คือ โบสถ์และวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานที่ศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปอยู่ที่การสร้างขึ้นมาด้วยกำลังใจ และกำลังเงินทองของผู้คนในชุมชน และคนที่มีศรัทธาจากภายนอก นับเป็นที่พึ่งทางจิตใจที่สร้างสำนึกความเป็นคนในชุมชนเดียวกันให้แก่ชาวบ้าน และการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรมีศีลธรรม หนึ่งในประเพณี 12 เดือนของชุมชน คือ การทำบุญฉลองวัดและการกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน ข้าพเจ้าชอบชมโบสถ์วิหารและไหว้พระประธาน โบสถ์และวิหารสมัยอยุธยาตอนต้นขึ้นไปมักเป็นอาคารโถงเกือบแทบทุกแห่ง แต่ที่ไม่เป็นอาคารโถงก็มักกันฝาผนังด้วยไม้ ซึ่งก็มักจะพบตามวัดใหญ่และวัดหลวง
พอถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย โบสถ์โถงและวิหารโถงค่อยๆ หมดไป เกิดโบสถ์ วิหารทึบขึ้นมาแทน คือ มีผนังก่ออิฐถือปูนปิด มีหน้าต่างและช่องประตูเป็นที่ระบายอากาศและการเข้าออก อาคารทึบเกิดขึ้นเพราะได้รับอิทธิพลการก่อสร้างจากฝรั่งตะวันตก รวมทั้งอาคารขนาดใหญ่ในวัดและวังด้วย ชุมชนไหนท้องถิ่นไหนที่ร่ำรวยก็จะเห็นได้จากโบสถ์และวิหาร รูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่เป็นอาคารก่อทึบอาจเป็นแบบเดียวกัน แต่ว่าภายในจะต่างกันที่การสร้างพระประธาน ฐานชุกชี และภาพจิตรกรรมฝาผนัง เหนือความสวยงามทางการช่างฝีมือก็คือ การจัดการให้มีสัดส่วนของการตั้งองค์พระประธาน การเขียนภาพชาดกพุทธประวัติ และจักรวาลที่อยู่บนผนังแทบทุกด้านในพระอุโบสถหรือพระวิหารที่สัมพันธ์กับประตูหน้าต่าง ซึ่งนอกจากจะเป็นช่องระบายอากาศแล้ว ยังเกี่ยวกับแสงสว่างที่เมื่อสัมพันธ์กับแสงไฟจากแสงธูปและเทียนแล้ว ทำให้เกิดความรู้สึกที่ขรึมขลังระคนไปกับสุนทรียภาพ บรรยากาศแบบนี้คือ สิ่งที่ข้าพเจ้าแลเห็นความศักดิ์สิทธิ์ที่สงบเงียบของพระพุทธรูป แต่เป็นบรรยากาศที่คงพบเห็นยากในวัดต่างๆ ในปัจจุบัน หนึ่งในวัดโบราณที่มีโบสถ์เก่า วิหารเก่า และพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าพเจ้าผ่านไปและเห็นมาก็คือ *วัดใหม่ประชุมพล* ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้พระวิหารของวัดจะอยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ก็ยังไม่ถูกทำลายจากการบูรณะซ่อมแซมจากวัดหรือหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องอย่างวัดอื่นๆ ที่เห็นมา เป็นพระวิหารที่มีคุณค่าและเป็นตัวแทนของศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้ไม่แพ้พระอุโบสถ *วัดปราสาท* นนทบุรี และ *วัดสระบัว* เพชรบุรี แต่ดูมีภาษีกว่าในเรื่องพระประธานและภาพจิตรกรรมฝาผนัง เบื้องหลังองค์พระพุทธรูปประธาน โดยเฉพาะพระประธานเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่แตกต่างไปจากพระทรงเครื่ององค์อื่นๆ ทั้งในสมัยอยุธยาตอนกลางและตอนปลาย เพราะเครื่องประดับพระวรกายดูเหมือนเครื่องทรงพระมหากษัตริย์ที่เป็นมนุษย์ โดยเฉพาะมงกุฎที่พระเศียรนั้น มีลักษณะเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎของพระมหากษัตริย์โดยแท้ และอาจจะเป็นต้นแบบของพระมงกุฎของพระพุทธรูปทรงเครื่องตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ลงมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็ว่าได้

ข้าพเจ้าเลยคิดตามทรรศนะนอกรีตของข้าพเจ้าเองว่า พระพุทธรูปองค์นี้น่าจะเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์ของพระมหากษัตริย์อยุธยาก็เป็นได้ คือคล้ายๆ กับพระพุทธรูปพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างถวายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ เหตุนี้จึงเกิดเรียกชื่อในตำนานของชาวบ้านว่า "หลวงพ่อทรงธรรม" ที่มุ่งไปถึงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ที่ทรงพบรอยพระพุทธบาท สระบุรี และเสด็จฯมาแวะที่ตำบลพระนครหลวง บนเส้นทางที่พระองค์เสด็จฯทางชลมารค เพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาท

แต่ก็คงเป็นพระพุทธรูปที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสร้างถวายเป็นพระราชกุศล เพราะพระองค์ทรงสานต่อพระราชประเพณีในการเสด็จนมัสการพระพุทธบาทให้มีความสำคัญ งดงาม และอลังการขึ้น โดยเฉพาะที่ตำบลนครหลวง ริมแม่น้ำป่าสัก อันเป็นตำแหน่งที่ต้องทรงหยุดประทับพักบนเส้นทาง ได้ทรงสร้างปราสาทนครหลวงขึ้น เพื่อแสดงพระเกียรติ์ในการเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิราช โดยจำลองแบบผังของปราสาทนครวัด จากเมืองพระนครมาสร้างขึ้นแต่ยังไม่เสร็จ ที่เสร็จกลับเป็นวัดใหม่ประชุมพล เพราะอยู่ใกล้ริมน้ำและอยู่ใกล้พระตำหนักหรือพลับพลาที่ประทับพักร้อน มาแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมก็ได้ ที่สำคัญบริเวณนี้เป็นที่ประชุมพลของขบวนทหารที่ตามเสด็จ ขบวนพยุหยาตรา อีกทั้งอาจเป็นที่ประชุมทัพทหารที่ยกขึ้นไปตามลำน้ำป่าสัก ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศลาว ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง วัดใหม่ประชุมพลไม่ใช่วัดธรรมดา เพราะนอกจากมีพระอุโบสถ พระวิหารในเขตพุทธาวาสแล้ว ยังมีพระมหาธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ทรงย่อไม้สิบสอง ที่ถือกันว่าเป็นศิลปกรรมที่พัฒนาขึ้นในรัชกาลนี้ พระมหาธาตุเจดีย์แบบนี้พบตามริมน้ำทั่วไป เช่น ที่วัดชุมพลนิกายาราม บางปะอิน ที่วัดขนอนหลวง บางตะนาว ที่วัดไชยวัฒนาราม และที่ภูเขาทองเป็นต้น เช่นเดียวกันกับพระเจดีย์ทรงย่อไม้สิบสอง การสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องนับเป็นพระราชนิยมของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโดยแท้ เพราะได้พบตามวัดสำคัญของรัชกาลนี้หลายวัด เช่น ที่วัดไชยวัฒนาราม จะมีพระพุทธรูปทรงเครื่องเป็นพระประธานของพระปรางค์ที่เป็นเมรุทิศโดยรอบระเบียงคดที่ล้อมรอบพระปรางค์ประธานของวัด
หรือที่วัดหน้าพระเมรุ ริมคลองสระบัวที่อยู่ใกล้กับท่าวาสุกรี อันเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก็มีพระพุทธรูปทรงเครื่องขนาดใหญ่เป็นพระประธานของพระอุโบสถ ซึ่งนับเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่งดงามที่สุดของสยามประเทศก็ว่าได้ หรือริมลำน้ำลพบุรีเก่าที่ผ่านเพนียดคล้องช้าง และทุ่งลุมพลี ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีพระพุทธรูปทรงเครื่องที่วัดตูม เป็นที่เคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน พระพุทธรูปองค์นี้ยอดพระเมาฬี เมื่อถอดออกมาแล้วมีที่บรรจุน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านไปขอมาเป็นน้ำมนต์ ก็เป็นพระที่อยู่ในวัดริมลำน้ำที่เกี่ยวเนื่องกับการทำพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารคของพระมหากษัตริย์อยุธยาเช่นกัน แต่สิ่งที่หลวงพ่อทรงธรรม ณ วัดใหม่ประชุมพล มีไม่เหมือนกับพระพุทธรูปทรงเครื่องอื่นๆ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ เบื้องหลังขององค์พระประธานเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สดใส มีรูปแบบแตกต่างไปจากที่อื่นๆ อย่างสิ้นเชิง คือ แทนที่ภาพจิตรกรรมจะเป็นภาพของเขาพระสุเมรุในไตรภูมิตามประเพณีนิยมมาแต่สมัยก่อน กลับเป็นภาพกอไม้และดอกไม้มงคลที่น่าจะได้อิทธิพลมาจากจีน รวมทั้งการใช้สีสันที่สดใสด้วย ดูเป็นภาพที่ช่วยเสริมให้องค์พระพุทธรูปที่แต่ก่อนนี้ปิดทองเหลืองอร่ามดูโชติช่วงอย่างไม่พบในที่อื่นๆ ทีเดียว
สมัยที่ท่านอาจารย์ประยูร อุลุชาฎะ หรือ น ณ. ปากน้ำ ยังมีชีวิตอยู่ ได้นำทีมงานเมืองโบราณไปถ่ายภาพจิตรกรรมของวัดนี้มาพิมพ์เผยแพร่ไว้ก่อนที่จะแลเห็นทรุดโทรมมากขึ้นในทุกวันนี้

ข้าพเจ้าไม่เคยลืมวัดนี้ และทุกครั้งที่เดินทางผ่านไปตามเส้นทางไปนมัสการพระพุทธบาทของคนโบราณ ก็จะแวะเข้าไปนมัสการหลวงพ่อทรงธรรม และชมจิตรกรรมฝาผนังที่เหลืออยู่ ทุกครั้งที่ได้ไปกราบไหว้ก็เกิดความชุ่มชื่นจิตใจ เพราะเมื่อเพ่งดูที่พระพักตร์พระพุทธรูปองค์นี้แล้ว แลเห็นพระเนตรที่อ่อนโยนและริมโอษฐ์ที่เผยอยิ้มอย่างเมตตาเสมอ
ข้าพเจ้าได้รับการถ่ายทอดในการเพ่งดูอารมณ์ของพระพุทธรูปเช่นนี้จากพ่อของข้าพเจ้า และมีความรู้สึกกับหลวงพ่อทรงธรรมเช่นเดียวกันกับการได้เพ่งพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่ไชยา อันเป็นรูปเคารพที่บันดาลใจให้ท่านพุทธทาสแลเห็นความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมะกับธรรมชาติ ที่สวนโมกข์ รวมไปถึงภาพเขียนสีรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ณ วิหารโฮยูจิ ที่เมืองนาระ ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าของเดิมจะสูญไปเพราะไฟไหม้ แต่คนญี่ปุ่นก็ได้จำลองภาพไว้และพิมพ์ภาพจำหน่ายแก่ผู้คนที่สนใจมาเยือน ข้าพเจ้านำมาติดกรอบไว้เพื่อบูชา และเพ่งมองในยามไม่มีความสงบในจิตใจ
ข้าพเจ้าดีใจเมื่อได้พบว่า ท่านอาจารย์ *ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์* มีความรู้สึกและแลเห็นความงาม ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทรงธรรมยิ่งไปกว่าข้าพเจ้าหลายเท่า ดังเห็นได้จากเจตนารมณ์ของท่านในการทอดกฐินสามัคคี เพื่อให้ได้รายได้จากการทำบุญมาบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารและองค์พระ ในชีวิตของข้าพเจ้าได้พบคนอยู่สองคนที่มองอะไรอย่างแปลกๆ ลึก แต่สุนทรีย์ คนแรกคือ *คุณเล็ก วิริยะพันธุ์* ผู้สร้างเมืองโบราณ คุณเล็กแลเห็นศิลปะกับจิตวิญญาณเป็นเรื่องเดียวกัน เหตุนี้เมื่อมีความพอเพียงทางวัตถุแล้ว จึงทุ่มเททั้งชีวิตมาสร้างเมืองโบราณ และงานทางศิลปวัฒนธรรมจนสิ้นอายุขัย
เมื่อประมาณ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา ท่านอาจารย์อคินและข้าพเจ้าได้เดินทางโดยรถยนต์ไปประชุมร่วมกันที่ไหนแห่งหนึ่งแต่จำไม่ได้ จำได้แต่เพียงว่าท่านอาจารย์ได้เล่าถึงความรู้สึกของท่านกับหลวงพ่อทรงธรรม ดังเช่นที่ท่านเขียนเล่าไว้ในใบบอกบุญทอดกฐิน

ระหว่างนั่งคุยกันบนรถ ข้าพเจ้าเข้าใจในความรู้สึกของท่าน และเกิดความเคารพในความเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่ธรรมดาของท่าน ข้าพเจ้ามักแอบสังเกตท่านอาจารย์อคินบ่อยๆ ระหว่างประชุมงานวิชาการร่วมกัน ท่านดูไม่สนใจคนที่กำลังเสนอบทความกับที่ประชุมจะพูดว่าอะไร เรื่องอะไร จดบันทึกบางอย่างเพียงเล็กน้อย แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่สเกตช์ภาพต้นไม้ หมู่บ้าน ทิวทัศน์ หรืออาคาร ด้วยลายเส้นจากปากกาที่ท่านจดบันทึก ท่านเขียนได้สวยงามอย่างเป็นศิลปินทีเดียว แต่พอถึงคราวที่ท่านจะต้องแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ใครต่อใครเสนอมาในที่ประชุม ข้าพเจ้าก็ต้องประหลาดใจว่า ท่านอาจารย์อคินที่ดูเหมือนสนใจแต่เพียงเขียนรูปเล่นมากกว่าฟัง กลับมีความเข้าใจในประเด็นสำคัญอย่างลุ่มลึก และสามารถนำประเด็นสำคัญนั้นชี้ให้เกิดความกระจ่างแจ้งอย่างมีคุณูปการทีเดียว ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทรงธรรมที่ท่านอาจารย์อคินเล่ามานั้น เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชมและอยากมีส่วนร่วม เพราะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ในทางอารมณ์และจิตใจ

มนุษย์นั้นนอกจากมีธรรมชาติเป็นสัตว์สังคมที่จะต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มจึงจะมีชีวิตรอดแล้ว ยังเป็นสัตว์โลกที่ไม่มีความมั่นคงทางจิตใจ ต้องหาที่พึ่งทางความเชื่อเป็นนิจสิน มนุษย์ปัจจุบันในสังคมไทยสมัยนี้มักพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์เป็นสำคัญ จึงเกิดเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ ขอโชคลาภ เช่าซื้อวัตถุมงคล เช่น พระเครื่อง พระพิมพ์ มาช่วยให้ตนไม่ต้องตายหรือไม่จนกันอย่างพร่ำเพรื่อ แต่การเข้าหาที่พึ่งของท่านอาจารย์อคินกับหลวงพ่อทรงธรรม เป็นที่พึ่งทางศาสนาที่ยังความสงบทางจิตใจมากกว่าความเร่าร้อน ดังนั้น การที่ท่านชักชวนให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องและผู้มีใจกุศลทั้งหลายไปทำบุญทอดกฐินในวันที่ 6พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จึงเป็นการกุศลที่สำคัญ เพื่อจะได้นำรายได้จากการทำบุญเหล่านั้นมาบูรณปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวงพ่อทรงธรรม ให้กลับคืนสภาพเดิมอย่างที่เคยรุ่งเรืองมา วัดใหม่ประชุมพลนับได้ว่าเป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในสมัยอยุธยาตอนปลาย เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางของการจาริกแสวงบุญไปยังพระพุทธบาท วัดนี้ไม่ควรจะได้รับแต่เพียงการบูรณปฏิสังขรณ์อย่างเดียว หากยังน่าที่จะฟื้นฟูให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต เพื่อให้ผู้คนในท้องถิ่นและต่างถิ่นจากภายนอกได้เรียนรู้และอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง ในส่วนตัวข้าพเจ้าคิดว่า ในวันทอดกฐินนั้นนอกจากไปกราบไหว้ขอพรจากหลวงพ่อทรงธรรมแล้ว ขอปวารณาตัวเป็นมัคคุเทศก์นำชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั้งในเขตอำเภอนครหลวง และสถานที่สำคัญบางแห่งบนเส้นทางไปไหว้พระพุทธบาท โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่ถูกลืมสองแห่งคือ เมืองขีดขินหรือปรันตะปะกับถ้ำนารายณ์ อันเป็นเมืองโบราณและถ้ำวิหารในเขาพระพุทธบาทในสมัยทวารวดี

*ทั้งสองแห่งนี้คือที่มาที่สำคัญของการเกิดรอยพระพุทธบาท ครั้งรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม*


ที่มา..... http://www.sac.or.th/Subdetail/article/2548/November/article9.html
19/10/51 โพสต์โดย sutop
9 จาก 9
อยากรู้เข้ามาดู ทำไมรายละเอียดเยอะจัง
30/10/51 โพสต์โดย gigipapa
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
เกิด4กันยายน2517เวลา10.43น.มีดวงชะตาเป็นอย่างไร
ถ้ำมรกตเกิดจากหลุมยุบได้อย่างไร
ถ้ากอบแก้วแพ้ เดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ที่่จริงประชาชนไทยทุกคนควรใช้ยาสีฟันแบบในหลวงกันบ้างน่ะคับไม่ต้องเสียเงินเยอะและพอเพียงตามรอยพระราชดำริของในหลวง
รอยเลื่อนในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู