หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อยากทราบ อาการ เริ่มแรกของ โรค ไซนัด........
อยากทราบค่ะ ว่าโรค ไซนัด มีอาการเป็นยังไง แล้ว เริ่มแรกของอาการจะเป็นยังไง เพราะสงสัยตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะเป็น เลยอยากให้เพื่อนๆ ให้บอกหน่อยค่ะ เพราะที่ บริษัทฯ เข้าเน็ตหาข้อมูลไม่ได้ค่ะ เพื่อนๆคนไหนใจดี ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ ขอบคุณร่วงหน้าค่ะ ^_^
การรักษา 19/8/54 โพสต์โดย i cha
คำตอบ
1 จาก 5
ไซนัสคือโพรงอากาศซึ่งอยู่รอบจมูก โดยทั่วไป มีทั้งหมด 4 คู่ โพรงอากาศไซนัสทั้งหมด มีรูเปิดอยู่ในช่องจมูก ภายในโพรงอากาศไซนัส จะมีเยื่อบุซึ่งทำการสร้างเยื่อเมือก เพื่อทำความสะอาดไซนัสตลอดเวลา เยื่อเมือกเหล่านี้ จะไหลออกมาทางรูเปิดของไซนัส และถูกพัดไปรวมกันบริเวณลำคอหลังโพรงจมูก และจะถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารต่อไป
ขั้นตอนการเกิดไซนัสอักเสบ มักเริ่มมาจากการอุดกั้นรูเปิดของไซนัส ทำให้การระบายของเมือกในโพรงอากาศไซนัสทำได้ไม่ดี และนำไปสู่การติดเชื้อในโพรงอากาศไซนัสต่อไป


อาการของไซนัสอักเสบ

    • อาการปวดตามตำแหน่งของโพรงอากาศไซนัส มักเป็นอาการปวดหนัก ๆ ตื้อ ๆ
    • คัดจมูก
    • น้ำมูกมีสีเขียวเหลืองไหลออกทางจมูก
    • เสมหะไหลลงคอมีสีเขียวสีเหลือง
    • จมุกได้กลิ่นน้อยลงหรือไม่ได้กลิ่น
    • ปวดศีรษะ
    • อ่อนเพลีย

การรักษาไซนัสอักเสบ

    1. ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน การรักษาเป็นการรักษาด้วยการใช้ยา โดยเฉพาะการใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งจำเป็นต้องใช้ยา 7-14 วัน แพทย์อาจพิจารณายาเพื่อช่วยลดการอักเสบ และช่วยการระบายของเยื่อเมือกจากโพรงอากาศไซนัส ซึ่งอาจเป็นยารับประทาน หรือเป็นการใช้ยาพ่นเฉพาะที่
   2. ไซนัสอักเสบเรื้อรัง การรักษาเป็นการรักษาด้ายการใช้ยา ร่วมกับการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งอาจใช้การผ่าตัดด้วยวิธีผ่าตัดธรรมดา หรือการใช้บอลลูนในการรักษา


ด้วยความปรารถนาดีจาก แผนกหู คอ จมูกโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
19/8/54 โพสต์โดย อวัยวะส่วนนั้น
2 จาก 5
ไซนัสอักเสบ จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


บทความนี้ตามมาในตอนที่ 3 เพื่อให้คุณๆได้คอยสังเกตตนเองว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคไซนัสอักเสบ เพื่อให้คุณได้คอยระวังที่จะเป็นและรีบรักษาหากเป็นสมาชิกบ้านโรคไซนัสนะครับ

อาการที่บ่งชี้ว่าจะเป็นไซนัสอักเสบ

ผู้ป่วยที่เป็นไซนัสอักเสบ โดยทั่วไปมักจะมีอาการของโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้นำมาก่อน โดยมีอาการ น้ำมูกไหล คัดจมูก และอาการไอเริ่มต้น

ปวดศีรษะ

หลังจากผู้ป่วยมีอาการโรคหวัดแล้ว จะมีอาการตามมาได้แก่ ปวดบริเวณโพรงอากาศที่มีการอักเสบ เช่น ปวดตื้อๆในบริเวณแก้ม ปวดบริเวณหัวตาทั้งสองข้าง ปวดบริเวณหน้าผาก หรืออาการปวดในกระบอกตาทั้งสองข้าง อาการปวดเหล่านี้พอเกิดแล้วบางครั้งจะมีอาการมึนศีรษะร่วมด้วย และอาการปวดมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยก้มศีรษะลง

คัดจมูกแน่นจมูก

คนไข้จะแน่นจมูกตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะรับประทานยารักษาโรคหวัดแล้วก็ตาม อาการนี้จะยังไม่หายไป บางครั้งคัดจมูกจนหายใจด้วยจมูกไม่เพียงพอจนคุณต้องหายใจทางปาก

ในตอนเริ่มต้นรักษาโรคหวัดธรรมดาคุณอาจมีอาการน้ำมูกและเสมหะเป็นสีเหลืองเขียวเนื่องจากการติดเชื้อแทรกซ้อน แพทย์มักจะจ่ายยากลุ่มฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะหายดีโดยคนไข้จะสังเกตได้ว่าน้ำมูกหรือเสมหะจะขาวใสตามปกติเมื่อร่างกายคุณแข็งแรงขึ้น แต่หากคุณมีอาการโรคไซนัสแล้วถึงแม้ว่าจะได้รับยาแก้อักเสบดังกล่าว อาการน้ำมูกหรือเสมหะสีเหลืองเขียวก็ยังไม่หายไป บางครั้งน้ำมูกจะไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว บางทีคุณจะรู้สึกเหมือนมีน้ำมูกไหลลงคออยู่เรื่อย ๆ และในรายที่เป็นมาก ๆ จะมีกลิ่นเหม็นในจมูกตลอดเวลาซึ่งเกิดจากกลิ่นของหนองที่หมักอยู่ในช่องโพรงจมูกซึมแพร่ออกมา ซึ่งคุณๆสามารถรู้สึกได้ด้วยตัวของคุณเองเอง

มีไข้

ในบางรายคนไข้จะมีอาการไข้สูงจนหนาวสั่น บางทีจะมีอาการปวดศีรษะและปวดแน่นตึงบริเวณโพรงไซนัสทั่วหน้าตามไปด้วย

ไอ

คนไข้บางรายจะมีอาการไอร่วมด้วย อาการไอที่พบมักจะเป็นแบบเรื้อรังนานๆ อาจมีเสมหะบ้างบางครั้งอาการน้ำมูกหายไปแล้ว แต่คุณก็ยังมีอาการไอตามมาอยู่ก็มี

หากคุณมีอาการดังกล่าวที่ว่ามาทั้งหมดนี้ อย่ารั้งรอเลยครับรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างแน่นอนดีกว่านะครับเพื่อรับการรักษาต่อไป หากคุณมีลูกๆที่คาดว่าเป็นไซนัส อาจสังเกตุได้ยากไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ที่สามารถระบุอาการตนเองได้ชัดเจน แต่หากเด็กๆมีอาการเป็นหวัดเรื้อรังเป็นเวลานาน ๆ มีอาการไออย่างรุนแรง และหากลองดมดูคุณอาจจะได้กลิ่นเหม็นจากลมหายใจ หากลูกๆของคุณมีโรคภูมิแพ้ หอบหืดหรือหูอักเสบเรื้อรังอยู่ด้วยแล้วหากมีอาการดังกล่าวก็อย่าได้รั้งรอเข้ารับการตรวจรักษาโรคไซนัสอักเสบด้วยนะครับ

ถ้าคุณๆ ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบเบื้องต้น ยาที่ใช้ในการรักษา การดูแลตัวเองและคนรักในครอบครัว สามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากเภสัชกรใจดีที่ร้านยาหรือที่โรงพยาบาลได้เลยครับ พวกเราเภสัชกรยินดีและเต็มใจรับใช้พี่น้องครับ

แหล่งข้อมูล

Sinusitis, Familydoctor.org

Sinusitis, www.webmd.com

Sinusitis, MedlinePlus

นพ.วิชญ์ บรรณหิรัญ ม.ศิริราช, เมื่อเป็นไซนัสอักเสบ

นพ.อมรชัย หาญผดุงธรรมะ, ใกล้หมอ ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2541, ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

พญ.จันทรา เจณณวาสิน, ใกล้หมอ ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2541, โรคโพรงอากาศอักเสบ
19/8/54 โพสต์โดย DJ.HEART.REMIX.
3 จาก 5
http://health.kapook.com/view3768.html
สะกดผิดครับ มีเยอะ
19/8/54 โพสต์โดย ยังใหม่อยู่
4 จาก 5
ไซนัสอักเสบ
ไซนัส หมายถึง โพรงอากาศที่อยู่ในกระดูกรอบโพรงจมูก ไซนัสมีทั้ง ๒ ข้าง ขวาและซ้าย โดยมีจำนวนไซนัสเท่าๆ กัน ไซนัสมี ๔ ชนิด
         ๑. ไซนัสในกระดูกโหนกแก้ม มีข้างละ ๑ โพรง ขนาดใหญ่เท่าๆ กันทั้ง ๒ ข้าง
         ๒. ไซนัสในกระดูกหน้าผาก มีข้างละ ๑ โพรง ส่วนมากขนาดไม่เท่ากัน
         ๓. ไซนัสในกระดูกเอทมอยด์ (ethmoid) เป็นโพรงอากาศขนาดเล็กอยู่ ๒ ข้าง ของโพรงจมูกและอยู่รอบขอบลูกตาด้านใน  แต่ละข้างมีประมาณ ๑๐ โพรงขนาดต่างๆ กัน
        ๔. ไซนัสในกระดูกสฟีนอยด์  (sphenoid)  มีข้างละ  ๑ โพรง  โดยมีผนังบางๆ  กั้นเป็นขวาและซ้าย
เป็นไซนัสส่วนลึกสุดต่อจากโพรงจมูกด้านหลังของบริเวณใต้สมอง โพรงอากาศไซนัสทุกโพรงติดต่อกับโพรงจมูกโดยมีรูเปิดขนาดเล็กมากเปิดเข้าในโพรงจมูกตรงตำแหน่งต่างๆ  กัน เยื่อเมือกบุในจมูกและในไซนัสเป็นชนิดเดียวกันและติดต่อกัน การอักเสบในจมูกจึงลุกลามเข้าไซนัสได้ง่าย  เยื่อเมือกในจมูกบวมหนาจากโรคภูมิแพ้  ทำให้เยื่อเมือกในไซนัสบวมหนาด้วย  ถ้าเอกซเรย์ไซนัสจะพบว่าเยื่อบุไซนัสหนากว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งทำให้เข้าใจผิดกันบ่อยว่าเป็นไซนัสอักเสบ  แต่ความจริงแล้วไซนัสยังไม่อักเสบ และไม่มีหนองในไซนัส
ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

เป็นการอักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อจากเยื่อบุโพรงอากาศไซนัส  ซึ่งโดยทั่วไปจะเกิดภายหลังโพรงจมูกอักเสบเฉียบพลัน และเป็นการอักเสบของไซนัสหลายๆ โพรง แต่อาจอักเสบเฉพาะโพรงเดียวก็ได้สาเหตุอื่นๆ  คือ  ไข้หวัด คออักเสบ ทอนซิลอักเสบ ฟันผุหรือรากฟันอักเสบ มีสิ่งแปลกปลอมในจมูก   การว่ายน้ำหรือดำน้ำ  ภยันตรายที่ไซนัสหรือจมูกที่เกิดตามหลังโรคไข้หวัดใหญ่ หัด และไอกรน เป็นต้น

ผู้ป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูกเลือดกำเดาไหล ปวดในจมูก น้ำมูกไหลข้นเป็นหนองเสมหะมากติดคอ ทำให้รำคาญต้องขากบ่อยๆ ในเด็กจะไอ อาเจียนบ่อยๆ สำหรับอาการปวดบนใบหน้าและปวดศีรษะแตกต่างกันแล้วแต่ตำแหน่งไซนัสที่อักเสบ คือ

   ไซนัสในกระดูกโหนกแก้ม ปวดรุนแรงมากบริเวณโหนกแก้ม ปวดร้าวไปที่เบ้าตาและฟัน
   ไซนัสในกระดูกหน้าผาก  ปวดรุนแรงบริเวณหน้าผาก และรอบๆ เบ้าตา
   ไซนัสในกระดูกเอทมอยด์ ปวดบริเวณดั้งจมูก หัวตา และหลังลูกตา
   ไซนัสในกระดูกสฟีนอยด์ ปวดบริเวณหลังลูกตา ท้ายทอยหรือขมับ

   อาการปวดศรษะอีกอย่างหนึ่งที่เป็นลักษณะของไซนัสอักเสบคือจะปวดมากในตอนเช้า  แต่พอสายๆ ก็หายปวด รายที่อักเสบรุนแรงมากจะปวดตลอดเวลา

เมื่อตรวจจมูกจะพบเยื่อบุจมูกบวมแดง  มีหนองในโพรงจมูก  ตรวจด้านหลังจมูกจะพบมีหนองข้นติดอยู่จำนวนมาก บวมและกดเจ็บบริเวณหน้าผากโหนกแก้มหรือรอบลูกตา ตรวจโดยใส่ไฟฉายขนาดเล็กเข้าในปากแล้วปิดไฟมืดจะเห็นไซนัสในกระดูกโหนกแก้มทึบแสงชัดเจน เอกซเรย์ไซนัสจะพบว่าไซนัสทึบทั้งโพรงหรือเห็นระดับหนองชัดเจน    ในปัจจุบันนี้มีกล้องส่องไซนัสสามารถส่องดูภายในของไซนัสในกระดูกโหนกแก้มได้ด้วย
ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
         โดยทั่วไปไซนัสอักเสบเรื้อรังจะไม่ทำให้มีอาการไข้ปวดหรือบวมดังกล่าวมาแล้ว  ไม่ปวดศีรษะ  อาการสำคัญ  คือ  คัดจมูก น้ำมูกข้น เหนียว  เสมหะมากข้นเหนียว  อาจมีสีเขียวและมีกลิ่นเหม็น ในเด็กจะเห็นได้ชัดเจนโดยมีน้ำมูกข้นไหลออกมาที่รูจมูก โดยที่เด็กยัง วิ่งเล่นได้ตามปกติ ไม่มีอาการของการเจ็บป่วย  เสมหะติดคอมากๆ ทำให้รำคาญต้องขากบ่อยๆ ไอหรืออาเจียนเวลารับประทานอาหาร  บางรายมีไอเรื้อรังเสียงแหบ หูอื้อ จมูกไม่ได้กลิ่น  หากตรวจจะพบน้ำมูกข้นในจมูกและบริเวณหลังจมูก ในรายที่เป็นนานๆ  อาจจะพบริดสีดวงจมูกด้วย  เอกซเรย์ไซนัสจะพบการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น ไซนัสทึบทั้งโพรงแบบหนองอัดแน่น เยื่อบุหนามาก หรือเห็นเป็นถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อก็ได้ บางรายเห็นเป็นระดับหนอง การตรวจด้วยกล้องส่องไซนัสจะเห็นพยาธิสภาพชัดเจน
         ไซนัสอักเสบ   สามารถรักษาให้หายได้ถ้าผู้ป่วยมารับการตรวจและร่วมมือในการรักษาอย่างเต็มที่  การที่มีคำพูดอยู่เสมอๆ  ว่า "โรคไซนัสรักษาไม่หาย" นั้นไม่เป็นความจริงเสมอไป ที่ว่ารักษาไม่หายนั้นส่วนมากเกิดจากการเข้าใจผิดที่เรียกโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ว่าเป็นโรคไซนัสอักเสบ  ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการคล้ายโรคหวัด  มักจะคิดว่าเป็นหวัดเรื้อรัง และเป็นโรคไซนัส  โรคไซนัสโดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังมึน เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง หรือความจำเสื่อมอาการดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอื่นๆ มากกว่าที่จะเกิดจากโรคไซนัสอักเสบ
         อย่างไรก็ตาม  โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา  ปล่อยปละละเลย  ก็อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ  ฝีในสมอง  การอักเสบรุนแรงของกระดูกหน้าผากหรือโหนกแก้ม   เป็นฝีในเบ้าตาหรือรอบลูกตาประสาทตาอักเสบทำให้ตาบอดได้  มีรูทะลุจากโพรงไซนัสเข้าช่องปาก   เป็นก้อนเนื้อหรือถุงหนองในไซนัสที่พบบ่อยและรักษาหายขาดยากคือโรคริดสีดวงจมูก


โรงพยาบาล  พหลพลพยุหเสนา
19/8/54 โพสต์โดย อวัยวะส่วนนั้น
5 จาก 5
โรคไซนัส

โรคไซนัสคืออะไร
คำว่าไซนัสไม่ใช่ชื่อโรค แต่เป็นชื่อของช่องว่างหรือโพรงอากาศ ของกระดูกใบหน้าบริเวณโหนกแก้มรอบโพรงจมูก, รอบตาและฐานของกระโหลกศีรษะ ถึงแม้ว่าโพรงอากาศนี้จะเป็นที่ว่างเปล่า แต่ภายในโพรงนี้จะบุด้วยเยื่อเมือกบาง ๆ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเยื่อบุโพรงจมูก และเจ้าตัวไซนัสนี้ไม่ใช่ช่องว่างที่ไม่มีประโยชน์ เรายังเชื่อกันว่าโพรงไซนัส มีประโยชน์คือ เป็นตัวทำให้เสียงพูดของคนเรามีความก้องกังวาน ไพเราะมากขึ้น และเป็นตัวช่วยปรับสภาพของอากาศที่หายใจเข้าไป ให้มีสภาพความชื้น, อุณหภูมิ และความบริสุทธิ์ ที่เหมาะสมกับร่างกายของเราและเนื่องจากโพรงไซนัสเป็นช่องว่าง ดังนั้น มันจึงเปรียบเหมือนกับโช๊คอัพช่วยลดแรงกระแทกต่าง ๆ ที่จะเข้าไปทำความกระทบกระเทือนกับสมองส่วนในได้อีกด้วย แต่ในปัจจุบัน มีนักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์บางท่านไม่เชื่อในความจริงเหล่านี้ กลับให้ความเห็นว่าโพรงไซนัสนี้ไม่มีประโยชน์กับร่างกายของมนุษย์เลย แล้วตัวท่านจะเลือกเชื่ออย่างไรดี

ไซนัสผิดปกติเป็นอย่างไร
ไซนัสที่ผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งในโพรงไซนัสซึ่งกลุ่มนี้จะพบได้น้อย ส่วนกลุ่มใหญ่ที่พบได้บ่อยในคนทั่ว ๆ ไป คือ โรคไซนัสอักเสบ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา ในโพรงไซนัส

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า โพรงไซนัส คือช่องว่างที่มีเยื่อเมือกบาง ๆ บุอยู่ ช่องเหล่านี้จะมีรูเปิดเล็ก ๆ เชื่อมต่อกับโพรงจมูก ทำให้อากาศภายนอกสามารถไหลเวียนกันระหว่างโพรงจมูกและโพรงไซนัสได้ เนื่องจากว่ารูเปิดของไซนัสมีขนาดเล็กมาก ถ้ามีอะไรมาทำให้รูเปิดนี้แคบลงหรืออุดตัน เช่นในภาวะที่เป็นหวัด ก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาทันที เพราะเมื่อรูเปิดนี้อุดตัน ก็จะทำให้อากาศที่เคยไหลเวียนอยู่เกิดการหยุดนิ่ง อ๊อกซิเจนในอากาศจะถูกดูดซึมไป ทำให้ความดันอากาศในโพรงไซนัสเกิดเป็นลบ มีผลทำให้เยื่อบุไซนัสเกิดการบวม และมีการคั่งของน้ำเมือกในโพรงไซนัล ทำให้เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคหวัด เกิดการเจริญเติบโตขึ้นในโพรงไซนัส ซึ่งก็จะทำให้เกิดการอักเสบ และมีหนองคั่งในโพรงไซนัสขึ้น แต่ภาวะไซนัสอักเสบนี้ไม่ได้เกิดกับคนที่เป็นหวัดทุกคนไป ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวว่าถ้าเป็นหวัดแล้ว จะเกิดความรุนแรงจนถึงขั้นเป็นไซนัสอักเสบตามมาเสมอ

สาเหตุของไซนัสอักเสบที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นอีก คือเกิดจากการอักเสบของรากฟันบนแล้วลุกลามเข้าไปในไซนัส เพราะรากฟันบนจะอยู่ชิดกับฐานของไซนัสบริเวณโหนกแก้ม

ถ้าเราเป็นหวัดจะมีโอกาสเกิดไซนัสอักเสบบ่อยไหม
ในเรื่องนี้ยังไม่มีสถิติที่ชัดเจน สำหรับในประเทศไทย เคยมีผู้รายงานว่า พบโรคไซนัสอักเสบได้ร้อยละ 3-5 ของผู้ป่วยที่มาตรวจที่คลีนิกหู คอ จมูก แต่ไม่ได้ระบุว่าโรคไซนัสอักเสบนี้มีสาเหตุมาจากโรคหวัดหรือไม่ แต่ในรายงานของต่างประเทศพบว่าจะเกิดภาวะไซนัสอักเสบได้ประมาณร้อยละ 0.5 ของการเป็นหวัด นั่นคือ ถ้าเราเป็นหวัด 200 ครั้ง ก็อาจเกิดไซนัสอักเสบได้ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพบภาวะไซนัสอักเสบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้และโรคหืด ถ้าดูตามสถิติแล้วจะพบว่าโอกาสเกิดไซนัสอักเสบจะมีค่อนข้างน้อยแต่ยังมี ปัจจัยด้านอื่นที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้น คือ
โรคภูมิแพ้ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะมีอาการคันในจมูก, น้ำมูกไหล, คัดจมูก ทำให้ต้องขยี้จมูกและสั่งน้ำมูกบ่อย จึงทำให้เกิดการอุดตันบริเวณเปิดไซนัสได้ง่าย จึงเกิดไซนัสอักเสบง่ายขึ้น
โรคหวัดเรื้อรัง ในผู้ป่วยที่เป็นหวัดตลอดทั้งปี ก็จะมีอาการคล้ายผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ จึงทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้ง่าย
ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโพรงจมูก เช่น ผนังกั้นช่องจมูกคด, เป็นริดสีดวงจมูก, เป็นเนื้องอกในจมูก หรือมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก ซึ่งพบบ่อยในเด็กเล็ก ในผู้ป่วยเหล่านี้ ก็จะมีการอุดตันของรูเปิดไซนัสได้ง่ายเช่นกัน ในคนที่ชอบใช้ยาพ่นจมูกโดยมิได้ปรึกษาแพทย์ เพราะยาพ่นจมูกบางตัวจะทำให้เกิดภาวะติดยา และเยื่อจมูกบวมเรื้อรังได้ และยังทำให้ความสามารถในการดมกลิ่นลดลง
การสูบบุหรี่จัด, การว่ายน้ำบ่อย ๆ หรือดำน้ำลึก ๆ และมีฟันด้านบนผุ ก็จะทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้ง่ายขึ้น
การเดินทางโดยเครื่องบินในขณะที่เป็นโรคหวัด เพราะขณะที่เครื่องบินขึ้น-ลง จะมีการเปลี่ยนแปลงความกดดันอากาศอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดภาวะไซนัสอักเสบได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นไซนัสอักเสบ
โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นไซนัสอักเสบ มักจะมีอาการของโรคหวัด หรือโรคภูมิแพ้นำมาก่อน กล่าวคือ จะมีน้ำมูก, คัดจมูก และอาการไอ อาการตามมาที่บ่งชี้ว่าจะเป็นไซนัสอักเสบจะมีดังนี้ คือ
1. ปวดศีรษะ หลังจากผู้ป่วยมีอาการของโรคหวัดแล้ว จะมีอาการ ปวดบริเวณโพรงอากาศที่อักเสบ เช่น ปวดแก้ม, ปวดบริเวณหัวตาทั้งสองข้าง, ปวดบริเวณหน้าผาก หรืออาการปวดในกระบอกตาทั้งสองข้างอาการปวดเหล่านี้ จะเป็นอาการปวดแบบตื้อ ๆ บางครั้งจะมีอาการ มึนศีรษะร่วมกับอาการปวด และจะมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยก้มศีรษะลง
2. คัดจมูกแน่นจมูก ผู้ป่วยจะเป็นตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะทานยารักษาโรคหวัดแล้วก็ตามอาการนี้จะยังไม่หายไป บางครั้งคัดจมูกมาก จนต้องหายใจทางปาก
มีน้ำมูกและเสมหะสีเหลืองเขียว ถึงแม้ว่าผู้ป่วยทานยาแก้อักเสบรักษาโรคหวัด อาการน้ำมูกสีเหลืองเขียวก็ยังไม่หายไป บางครั้ง น้ำมูกจะไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว บางครั้งก็จะมีความรู้สึก เหมือนมีน้ำมูกไหลลงคออยู่เรื่อย ๆ และในรายที่เป็นมาก ๆ จะมีกลิ่นเหม็นในจมูกซึ่งสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง
3. มีไข้ ผู้ป่วยบางรายจะมีไข้สูงจนหนาวสั่น ในขณะที่มีไขสูง ก็จะมีอาการปวดศีรษะและปวดหน้าร่วมด้วย
4. อาการไอ มีผู้ป่วยบางส่วนมักมีอาการที่กล่าวมาไม่มากนัก แต่จะมีอาการไอเรื้อรังเป็นเวลานาน บางครั้งอาการหวัดหายไปแต่ยังมีอาการไออยู่ และเป็นอาการไอแบบมีเสมหะขันร่วมด้วย
5. ในผู้ป่วยเด็ก มักมีอาการไม่ชัดเจนเท่าในผู้ใหญ่ แต่อาการที่น่าคิดถึงไซนัสอักเสบในเด็ก คืออาการหวัดเรื้อรัง เป็นเวลานาน ๆ, อาการไออย่างรุนแรง และลมหายใจมีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้เด็กที่มีอาการของหูอักเสบเรื้อรังและหอบหืด ก็ควรนึกถึงโรคไซนัสอักเสบร่วมด้วย

เมื่อมีอาการที่กล่าวมาควรจะทำอย่างไร
เมื่อมีอาการเหล่านี้แล้วก็ต้องมาปรึกษาแพทย์ทางหู คอ จมูกโดยเร็ว เพื่อแพทย์จะได้ทำการตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป ซึ่งขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. การตรวจโดยใช้เครื่องมือทางหู คอ จมูกทั่วไป แพทย์จะใช้เครื่องมือส่องตรวจในรูจมูก, ด้านหลังจมูกและในคอ ซึ่งมักจะพบหนองในบริเวณดังกล่าว บางครั้งแพทย์จะกด หรือเคาะบริเวณหน้าผาก และโหนกแก้ม ซึ่งจะพบอาการเจ็บได้ในผู้ป่วยบางราย
2. การตรวจโดยใช้กล้องส่องในจมูก ในปัจจุบันจะมีเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า SINUSCOPE ซึ่งเป็นเครื่องมือขนาดเล็กมาก ใช้ส่องเข้าไปในจมูก ซึ่งจะพบหนองในจมูกและบางครั้งก็จะบอกถึงตำแหน่งที่เกิดการอักเสบ หรือบอกสาเหตุการอุดตันของรูเปิดไซนัสได้ การตรวจชนิดนี้จะใช้ยาชาเฉพาะที่ โดยที่ผู้ป่วยจะไม่เจ็บและไม่ต้องนอนพักหลังการตรวจ บางครั้งแพทย์จะต่อเครื่องมือเข้ากับโทรทัศน์ให้ผู้ป่วยได้เห็นพยาธิสภาพในจมูกด้วย
3. การถ่ายภาพทางรังสี ซึ่งต้องกระทำทุกรายในผู้ป่วยที่เป็นไซนัสอักเสบ เพื่อจะได้ยืนยันถึงตำแหน่งของไซนัสที่เกิดการอักเสบ, เพื่อบอกถึงความรุนแรงของการอักเสบ, เพื่อบอกถึงระยะเวลาว่าเป็นการอักเสบที่เกิดใหม่ หรือเป็นเรื้อรังมานาน และยังใช้เป็นการติดตามผลการรักษาได้อีกด้วย การถ่ายภาพรังสีจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ การถ่ายภาพรังสีธรรมดา ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่วิธีนี้ก็ยังบอกรายละเอียดได้ไม่มากนัก อีกวิธีหนึ่งคือ การถ่ายภาพรังสีด้วยคอมพิวเตอร์ (CT scan) ซึ่งวิธีนี้จะให้รายละเอียดมาก อาจบอกถึงสาเหตุของการอุดตันบริเวณรูเปิดไซนัสได้แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากพอสมควร
ในปัจจุบัน มีเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า ULTRASONOGRAPHY ซึ่งใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคไซนัสอักเสบบริเวณแก้มได้ แต่ก็ยังไม่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะใช้ได้ดีเฉพาะกับการอักเสบของไซนัสบริเวณแก้มเท่านั้น และยังให้ผลการตรวจวินิจฉัยที่ไม่ละเอียดเพียงพอ
เมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัยแล้วว่าเป็นไซนัสอักเสบ ขั้นตอนต่อไป ก็ต้องให้การรักษาโดยทันที ซึ่งการรักษาจะมีอยู่หลายวิธีที่แพทย์จะนำมาใช้กับผู้ป่วยในแต่ละรายแตกต่างกันไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและระยะเวลาที่ผู้ป่วยเป็นมา วิธีการรักษาก็จะมีดังต่อไปนี้ คือ
1. การรักษาทางยา จะเป็นการรักษาที่ใช้กับผู้ป่วยทุกราย เป็นที่ทราบกันแล้วว่าโรคไซนัสอักเสบ มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นยาที่ใช้เป็นหลักในการรักษาก็คือ ยาปฏิชีวนะสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ให้ตรงตามเชื้อที่ทำให้เกิดโรค ในรายที่มีการติดเชื้อราร่วมด้วย ผู้ป่วยก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดและอาจได้รับยาฆ่าเชื้อราร่วมด้วย สำหรับยาชนิดอื่น ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมไปด้วยก็จะมียาลดการบวมของเนื้อเยื่อ, ยาแก้ปวด และยาละลายเสมหะ เพื่อทำให้หนองที่อยู่ในไซนัสไหลออกมาได้ ส่วนยาแก้แพ้ มักไม่ค่อยใช้ในระยะเริ่มแรก เพราะทำให้สารน้ำที่อยู่ในไซนัสมีความข้นมากขึ้น และจะไหลออกมาได้ยากขึ้น แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้ใช้ยาพ่นจมูกร่วมด้วย เพื่อทำให้เยื่อบุจมูกยุบบวมได้เร็วขึ้น หนองในไซนัสก็ไหลออกมาได้ง่ายขึ้นแต่ ยาพ่นจมูกนี้ควรใช้ในระยะเริ่มแรก เท่านั้น และไม่ควรใช้นานเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์
2. การรักษาด้วยวิธีเจาะล้าง จะกระทำในรายที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือในรายที่อาการอักเสบหลายครั้ง และมีอาการมากกว่า 3 สัปดาห์ การเจาะล้างนี้ส่วนใหญ่จะกระทำกับไซนัสบริเวณโหนกแก้ม โดยแพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่ ที่บริเวณผนังจมูกด้านข้าง แล้วจะใช้เข็มเล็ก ๆ เจาะหรือสอดผ่านรูเปิดเข้าไปในโพรงไซนัส หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำเกลือฉีดล้าง เพื่อให้หนองไหลออกมาจากโพรงไซนัส ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังเจาะล้างเสร็จ การเจาะล้างโพรงไซนัส บางครั้งอาจต้องกระทำหลายครั้ง ร่วมกับการรักษาทางยาจนกว่าอาการของโรคจะดีขึ้น
3. การรักษาด้วยการผ่าตัด จะกระทำในผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรังมานานมากกว่า 3 เดือน, ในรายที่ตรวจพบว่าเยื่อบุไซนัสหนาตัวมาก, หรือในรายที่มีความผิดปกติบริเวณรูเปิดไซนัส เช่น เป็นริดสีดวงจมูก เป็นเนื้องอกในจมูก เป็นต้น การผ่าตัดไซนัสนี้ จะกระทำได้ทั้งใช้ยาชาเฉพาะที่หรือใช้การดมยาสลบ แต่ผู้ป่วยมักจะต้องนอนในโรงพยาบาลประมาณ 5-7 วัน การผ่าตัดไซนัส ยังมีวิธีการทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัดผ่านทางรูจมูก, การผ่าตัดผ่านทางเหงือก, การผ่าตัดด้วยกล้อง ENDOSCOPE เป็นต้น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดนี้ก็จะต้องได้รับการรักษาทางยาร่วมไปด้วยทุกราย

จะมีโอกาสหายหรือมีโรคแทรกซ้อนได้หรือไม่
ผู้ป่วยที่เป็นไซนัสอักเสบในระยะเริ่มแรกและมีอาการน้อย เมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้องแล้ว มักจะหายได้ใน 2 สัปดาห์ และมักไม่กลับมาเป็นอีก แต่ผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังหรือมีปัจจัยอื่นส่งเสริมให้เกิดไซนัสอักเสบ หรือเป็นริดสีดวงจมูกร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และก็ต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อตัดปัจจัยส่งเสริมที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นออกไป
ในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็มักจะมีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น เกิดการอักเสบของกระดูกบริเวณหน้า, การอักเสบรอบ ๆ ดวงตา, การอักเสบของเยื่อบุคอเรื้อรัง, การอักเสบของหูชั้นกลาง, การอักเสบของหลอดลม ถ้าเชื้อลุกลามเข้าไปในสมอง ก็จะเกิดอักเสบของเยื่อหุ้มสมองตามมา เป็นต้น

แล้วควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรดี
ตามที่ได้กล่าวมาในตอนต้น ถึงสาเหตุการเกิดและอาการของไซนัสอักเสบแล้วนั้น ก็พอจะสรุปถึงข้อควรปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดไซนัสอักเสบ หรือเพื่อให้หายจากโรคนี้โดยเร็ว ดังนี้
1. เมื่อรู้ตัวว่าเป็นหวัด ควรรีบรักษาให้หายโดยเร็ว
2. ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย ก็ควรรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้, ใช้ยาระงับอาการแพ้อย่างต่อเนื่อง, ใช้วัคซีนรักษาโรคภูมิแพ้ เป็นต้น
3. ควรได้รับการตรวจโพรงจมูก โดยแพทย์ทางหู คอ จมูก ปีละครั้ง
4. ไม่ควรใช้ยาพ่นจมูกโดยมิได้ปรึกษาแพทย์
5. ควรลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น สูบบุหรี่, ว่ายน้ำบ่อย ๆ, ดำน้ำ เป็นต้น
6. ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหวัด ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบิน หรือถ้าจำเป็นก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อขอใช้ยาพ่นจมูกร่วมกับยารับประทาน
7. ควรจัดสภาพที่อยู่อาศัยและที่ทำงานให้ถูกสุขลักษณะ, ไม่ควรให้มีฝุ่นมาก, อากาศถ่ายเทได้สะดวก เป็นต้น

ข้อมูล
น.อ.ศักดา สุจริตธรรม
สาระน่ารู้เรื่อง โรคภัยไข้เจ็บ
โดยความอนุเคราะห์ของคณะแพทย์ หลักสูตรบริหารงานสายแพทย์ทหารชั้นสูง
รุ่นที่ 12 กรมแพทย์ทหารอากาศ
http://web.ku.ac.th/saranaroo/chap18a.htm
19/8/54 โพสต์โดย น้องแกง
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
โรคต่างๆของคนมีรัก
เราอยากรู้ว่าคนเป็นเบาหวานอาการเริ่มต้นจะเป็นอย่างไง
กระเพาะปัสวะอักเสบช่วงน้ำท่วมทำยังไง หากไม่มียากิน
โรคไซนัสอาการเป็นอย่างไร
รักษาโรคไอเรื้อรังได้ที่ไหน
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู