หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คิตธรรมคำสอน...หลวงปู่ทวด
ไม่สิ้นสุด: แม่น้ำ ทะเล มหาสุมทร ไม่มีวันสิ้นสุดของสายน้ำฉันใด กิเลสตัณหาของมนษย์ ก็ย่อมไม่มีที่สิ้น สุดฉันนั้น
ศาสนา | ธรรมะ 18/7/54 โพสต์โดย NuaL HappyvevrydaY
คำตอบ
1 จาก 17
สาธุ ครับ ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ สหาย
18/7/54 โพสต์โดย B.P.Hackman
2 จาก 17
สาธุครับ '' ...
ทักทายครับพี่นวล
18/7/54 โพสต์โดย แชมครับ
3 จาก 17
สาธุ
18/7/54 โพสต์โดย กายกับกัณ
4 จาก 17
ทำไมมนุษย์ต้องมีกิเลสตัณหากันนะ
18/7/54 โพสต์โดย Nunana
5 จาก 17
สาธุ  สาธุ

งั้นของเป็นเหมือนพระมหาชนกละกันจะว่ายไปจนกว่าจะหมดแรงหรือพ้นห้วงน้ำนี้ไปให้ได้ ^___^

ขอบคุณครับสำหรับคำทักทาย  ยินดีที่ได้รู้จักครับ  ^__^
18/7/54 โพสต์โดย ....ชีต้า..ครัับ...
6 จาก 17
กิเลสและตัณหา นำมาแต่ความ ทุกข์ ไม่สิ้นสุดด้วย
เพราะฉนั้น เราจึงควร มองให้เห็น ซึ่งความจริงนั้น
แร๊ววว ค้นหาหนทาง ให้ข้ามพ้นจาก ห้วงทุกข์ นั้น

***ทักทาย ครับ
18/7/54 โพสต์โดย J.
7 จาก 17
เริ่มจากไอน้ำ กลั่นเป็นหยดน้ำ ตกเป็นสายฝน
ไหลสู่แม่น้ำ ทะเล และ มหาสมุทร แล้วต่างก็
ระเหยเป็นไอ...ไม่ต่อเนื่อสิ้นสุด เป็นธรรมดา...
18/7/54 โพสต์โดย จินดามัย
8 จาก 17
ขอบคุณมากนะครับ
ผมคงผิดเอง ที่ทุ่มหวังมากเกินไป

***มีความสุขมากๆ นะครับ
19/7/54 โพสต์โดย J.
9 จาก 17
สาูธุ  สาธุ สาธุ
ธรรมอันท่านกล่าวไว้ดีแล้วที่ว่า
ไม่สิ้นสุด: แม่น้ำ ทะเล มหาสุมทร ไม่มีวันสิ้นสุดของสายน้ำฉันใด กิเลสตัณหาของมนษย์ ก็ย่อมไม่มีที่สิ้น สุดฉันนั้น
เพราะตราบใดยังไม่หมดกิเลส ก็ยังไม่สิ้นสุด
20/7/54 โพสต์โดย day1977
10 จาก 17
ครึ้มมม อีกแร๊วววครับบบบบ
20/7/54 โพสต์โดย J.
11 จาก 17
ขอบคุณค่ะ ที่แบ่งปัน :)
20/7/54 โพสต์โดย อาราเร่จัง
12 จาก 17
สาธุ!!
20/7/54 โพสต์โดย Bright ka
13 จาก 17
จ๊ะเอ๋!!!! ตื่นแร๊ววววเร่อออออครับ
21/7/54 โพสต์โดย J.
14 จาก 17
เมื่อมีแม่น้ำ ก็ต้องมีต้นน้ำ...ฉันใด กิเลสตัณหาของมนุษย์ ก็ต้องมีที่มา...ฉันนั้น

^^__^^
21/7/54 โพสต์โดย BunnyDoLL
15 จาก 17
ทักทาย ครับ สหาย เมื่อคืนทำงานไม่ได้ดูเลย
22/7/54 โพสต์โดย B.P.Hackman
16 จาก 17
สาูธุ  สาธุ  สาธุ
จากคติธรรมคำสอน...หลวงปู่ทวด...ที่ว่า

ไม่สิ้นสุด: แม่น้ำ ทะเล มหาสุมทร ไม่มีวันสิ้นสุดของสายน้ำฉันใด กิเลสตัณหาของมนษย์ ก็ย่อมไม่มีที่สิ้น สุดฉันนั้น


ที่กล่าวมานั้นถูกแล้วเพราะตัณหาเครื่องร้อยรัดหมู่สัตว์ให้ติดอยู่ในสังสารวัฎฎ  ซึ่งมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑  ว่าไว้ดังนี้

เพื่อปราศจากตัณหาเครื่องร้อยรัดมิใช่หรือ
            ดูกรโมฆบุรุษ การละกาม การกำหนดรู้ความหมายในกาม การกำจัดความระหายในกาม
การเพิกถอนความตรึกอันเกี่ยวด้วยกาม การระงับความกลัดกลุ้ม เพราะกาม เราบอกไว้แล้วโดย
อเนกปริยาย มิใช่หรือ
            ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่-
*เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น
เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่
เลื่อมใสแล้ว
            พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนท่านพระอุทายีโดยอเนกปริยายดังนี้แล้ว ตรัสโทษแห่งความ
เป็นคนเลี้ยงยาก ความเป็นคนบำรุงยาก ความเป็นคนมักมาก ความเป็นคนไม่สันโดษ ความ
คลุกคลี ความเกียจคร้าน ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย ความเป็นคนบำรุงง่าย ความมักน้อย
ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกำจัด อาการที่น่าเลื่อมใส การไม่สะสม การปรารภความเพียร
โดยอเนกปริยาย แล้วทรงกระทำธรรมีกถาที่สมควรแก่เรื่องนั้น ที่เหมาะสมแก่เรื่องนั้น แก่ภิกษุ
ทั้งหลาย แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจ
ประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่ม
บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดใน
ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส
๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตาม
พระวินัย ๑
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-


และในส่วนของตัณหาพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่าเป็นของทราม ของต่ำ ไม่ควรยุ่งเกี่ยว ซึ่งได้มีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ไว้ว่าดังนี้

            [๑๙๔] กิเลส แม้ทั้งปวง ชื่อว่าทราม.
            [๑๙๕] อาบัติ แม้ทั้งปวง ชื่อว่าทราม, แต่โสดาบัติ สมาบัติ ชื่อว่า อาบัติอุกฤษฏ์
            [๑๙๖] ที่ชื่อว่า คำด่า ได้แก่คำด่า มี ๒ คือ คำด่าทราม ๑ คำด่าอุกฤษฏ์ ๑.
            ที่ชื่อว่า คำด่าทราม ได้แก่คำด่าว่า เป็นอูฐ, เป็นแพะ, เป็นโค, เป็นลา, เป็น
สัตว์ดิรัจฉาน, เป็นสัตว์นรก, สุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่ทุคติ, คำด่าว่าที่เกี่ยวด้วย
ยะอักษร ภะอักษร, หรือนิมิตของชายและนิมิตของหญิง นี้ชื่อว่าคำด่าทราม.
            ที่ชื่อว่า คำด่าอุกฤษฏ์ ได้แก่ คำด่าว่า เป็นบัณฑิต เป็นคนฉลาด เป็นนักปราชญ์
เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก, ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, นี้ชื่อว่าคำด่าอุกฤษฏ์.

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑  บรรทัดที่ ๑๔๒๖๔ - ๑๔๒๘๔.  หน้าที่  ๕๔๘ - ๕๔๙.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=1&A=14264&Z=14284&pagebreak=0
            สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑
http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๑
http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_1

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒  บรรทัดที่ ๕๐๑๔ - ๕๐๒๑.  หน้าที่  ๒๐๘.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=2&A=5014&Z=5021&pagebreak=0
            สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒
http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒
http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_2
22/7/54 โพสต์โดย เดย์1977
17 จาก 17
อดทน แต่ไม่ทนอด ช่ายยยยยอ๊ะปะ
จุ๊ปป จุ๊ปๆ นี่แนะ
22/7/54 โพสต์โดย J.
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
คาถาหลวงปู่ทวดใครเป็นคนแต่ง? และแปลว่าอะไร
หลวงปู่ทวดวัดห้วยมงคล
ธรรมจากพระอรหันต์
*** หลวงปู่ฝากไว้ : พุทโธเป็นอย่างไร ***
กรรมฐานที่เหมาะกับนักธุรกิจนักศึกษา(หลวงปู่พุธ ฐานิโย)ตอนที่ 6 ตอนจบ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู