หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อยากทราบประวัติของชาวชอง
ตราด | ประวัติศาสตร์ 24/7/51 โพสต์โดย poonpin
คำตอบ
1 จาก 4
ข้อมูลที่พบ เน้นแหล่งที่ค้นพบหลักฐานต่างกันฮะ ทีนึงเน้นที่จ.จันทบุรี  ส่วนอีกที่เป็นจ.ตราด ตามที่ tag คำค้นหาไว้ฮะ


ชอง แปลว่า "คน"  ปัจจุบันคำๆ นี้ใช้เป็นทั้งชื่อเรียกกลุ่มชนดั้งเดิม และเป็นชื่อของภาษา  แต่ในหมู่คนชองเองนั้น  ในเวลาที่ต้องการเน้นความเป็นคนชองของตนกับคนอื่น  มักจะเรียกตนเองว่า "ชึ่มชอง" ซึ่งแปลว่า "คนชอง" (สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และ คณะ. "ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย  กรณีภาษาชองจังหวัดจันทบุรี". สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยมหิดล. หน้า 5)

เชื่อกันว่าเป็นชนพื้นเมืองในดินแดนแถบนี้  โดยอาศัยอยู่หนาแน่นในเขตกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ  โดยเฉพาะ 2 ตำบลทางตอนเหนือของอำเภอ คือ ตำบลตะเคียนทองและตำบลคลองพลู  ส่วนตำบลที่อยู่ทางตอนใต้ คือ ตำบลพลวงและตำบลชากไทยมีประชากรชองค่อนข้างเบาบาง  และในตำบลทับไทรของอำเภอโป่งน้ำร้อนนั้นมีประชากรที่พูดภาษาชองเหลืออยู่น้อยมาก  แต่กลับปรากฏว่าชื่อหมู่บ้านของสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่งในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง  ปรากฏร่องรอยว่ามีที่มาจากภาษาชองค่อนข้างชัดเจน  ทำให้ชวนสงสัยว่าในอดีตนั้นชนที่พูดภาษาชองนั้นน่าจะมีการตั้งถิ่นฐานครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และ คณะ. "ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย  กรณีภาษาชองจังหวัดจันทบุรี". สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยมหิดล. หน้า 8)

ชาวชองมีรูปร่างสันทัด  สูงประมาณ 5-5.5 ฟุต ผมหยิกขอด ตาโต ริมฝีปากหนา    นักมานุษยวิทยาจัดกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มมอญ-เขมร ซึ่งเป็นสาขาย่อยของกลุ่ม  ออสโตร-เอเชียติค  ชาวชองมีภาษาพูดและวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง    นับถือผีบรรพบุรุษ   ทำพิธีเซ่นไหว้ทุกปี    เป็นการรวมญาติ  เรียกว่า พิธีเลี้ยงผีหิ้งผีโรง  มีการแต่งงานแบบชอง หรือที่เรียกว่า กาดัก  สำหรับการแต่งกายสามารถพบเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ที่มีอายุน้อย  หญิงชาวชองที่มีอายุมากนั้นนิยมนุ่งผ้าโจงกระเบนและใส่เสื้อแขนกระบอก  ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นกันมากเท่าใดในปัจจุบัน  ส่วนชาวชองในปัจจุบันนิยมแต่งกายแบบชาวชนบททั่วไป  ชายสวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวเมื่อออกนอกบ้าน  แต่เมื่ออยู่ในบ้านนิยมเปลือยท่อนบนและนุ่งผ้าขาวม้า  ส่วนสตรีนั้นนุ่งผ้าถุงสวมเสื้อคอกระเช้าเมื่ออยู่กับบ้าน  และนิยมสวมเสื้อแขนสั้นแบบกลัดกระดุมหน้าเมื่อออกนอกบ้าน (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:19 ; สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และ คณะ. "ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย  กรณีภาษาชองจังหวัดจันทบุรี". สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยมหิดล. หน้า 14-15)

แต่เดิมชาวชองอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเชิงเขา  ปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่อย่างง่ายๆ  และมักโยกย้ายเมื่อมีคนตายในบ้าน  ชาวชองเรียก "บ้าน" ที่เป็นที่อยู่อาศัยว่า "ต็อง"  ซึ่งครอบคลุมลักษณะของเรือนแบบต่างๆ ทั้งแบบดั้งเดิมที่ใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก  และแบบร่วมสมัยที่ใช้ไม้และปูนแทน  แต่ทั้งสองแบบมีส่วนประกอบในการใช้พื้นที่ใช้สอยหลักสามส่วน ได้แก่ ส่วนเปิดโล่งหรือโถงของเรือน  ส่วนครัวไฟ  และส่วนห้องนอน  โดยส่วนที่เปิดโล่งที่แบ่งเป็นชานพักต่อขึ้นจากบันไดและส่วนที่เป็นชานเรือน  พื้นที่ส่วนนี้ใช้เป็นที่พักผ่อนและรับรองแขก  เนื่องจากชาวชองนิยมไปเยี่ยมเยียนและสังสรรค์สนทนากันยามว่าง  จึงเป็นส่วนที่ถูกใช้สอยอยู่บ่อยๆ ในแต่ละวัน  สำหรับบางครัวเรือนที่มีไร่นาเป็นของตัวเอง  ในบริเวณใกล้บ้านจะมียุ้งสำหรับเก็บรักษาข้าวเปลือกเอาไว้ด้วย (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:19 ; สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และ คณะ. "ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย  กรณีภาษาชองจังหวัดจันทบุรี". สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยมหิดล. หน้า 9-10)

ปลูกกระวานและต้นฝ้ายเป็นอาชีพสำคัญ  กระวานนั้นถือเป็นพืชเครื่องเทศที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวชองอย่างยิ่งก่อนที่จะหันมาทำสวนผลไม้บนพื้นที่ราบเชิงเขาแทนการปลูกกระวานบนพื้นที่ภูเขาเช่นในอดีต  ชาวชองจะเลี้ยงตัวด้วยการปลูกข้าวและพึ่งพิงทรัพยากรจากป่าและธรรมชาติรอบตัว  ทั้งการล่าสัตว์  เก็บของป่า  ทำน้ำมันยาง  และเก็บลูกกระวานขาย  แต่การปลูกข้าวของชาวชองเป็นไปเพื่อการบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น  เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่อาศัยอยู่บริเวณที่เป็นป่าเขา  ไม่มีที่ราบมากนัก  ยุ้งข้าวของชาวชองจึงเป็นยุ้งข้าวที่ไม่ใหญ่โตนัก  ปัจจุบันชาวชองประกอบอาชีพทำสวนผลไม้และรับจ้าง (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:19 ; สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และ คณะ. "ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย  กรณีภาษาชองจังหวัดจันทบุรี". สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท  มหาวิทยาลัยมหิดล. หน้า 7, 10, 12)

ที่มา  ู่โครงการแผนที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ชาวชอง เป็นชนเผ่าโบราณอีกเผ่าหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ ออสโตร-เอเชียติก ตระกูล มอญ- เขมร มีภาษาพูดของตนเองแต่ไม่มีภาษาเขียน คือภาษาชอง นับถือศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรมประเพณีเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า ซึ่งอาจมีมาแต่ก่อนสมัยสุโขทัยสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่นการใช้ต้นคลุ้ม มาจักสานสมุก ชนาง เสวียน มีประเพณีผีโรง ผีหิ้ง ทำมาหากินด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ ทำไร่ ทำนา และปลูกต้นกระวาน ซึ่งชาวอินเดียและอาหรับชอบมาก ชาวชองอยู่กันมากแถบเชิงเขารอยต่อกับกัมพูชา เช่นที่บริเวณเขาสอยดาวเหนือ บ้านคลองพลู บ้านกะทิง บ้านตะเคียนทอง บ้านคลองพลู บ้านคลองน้ำเย็นในใกล้น้ำตกกะทิง อำเภอเขาคิชฌกูฏ บ้านวังแซม บ้านปิด อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี รวมไปถึงชาวชองที่บ้านคลองแสง บ้านด่านชุมพล และบ้านปะเดา อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดด้วย มีจำนวนทั้งหมดประมาณ 6,000 คน ปัจจุบันชาวชองนี้ได้ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่เหมือนกับคนทั่วไป ส่วนชาวชองที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา จะถูกเรียกว่า ชาวไทยซอง เพราะออกเสียง ช.ช้าง ไม่ถนัด และมีภาษาใกล้เคียงกับภาษาชองคือภาษาป่า
ที่มา  วิกิพีเดีย
25/7/51 โพสต์โดย NiRider
2 จาก 4
ตอบดีมากเลยครับ ขนาดผมเป็นคนจังหวัดตราด ผมยังไม่รู้เลย
27/7/51 โพสต์โดย ผู้อยากรู้
3 จาก 4
แปดริ้วคลับ เวบไซต์วัยคะนองของคนแปดริ้ว http://www.padrewclub.com
26/8/52 โพสต์โดย www.padrewclub.com
4 จาก 4
อยากรู้จิงต้องเข้าไปดูที่ http://trat.nfe.go.th/trat2/
5/10/53 โพสต์โดย คนนอกโรงเรียน
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
รุ่น 1ประวัติ พระวัดบ้านแหลม
หาหนังสือประวัติและข้อมูลของเขื่อนต่างๆในประเทศไทย
ประวัติความเป็นมา ตำบลซากอ
ประวัติความเป็นมาต้นน้ำลำตะคอง
ใครทราบประวัติเมืองท่าแขก แขวงคําม่วน บ้างคะ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู