หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ประวัติ งิ้ว จีน
''
ศาสนา | วัฒนธรรม | ข้อมูล | ประวัติศาสตร์ | ประเพณี 11/2/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 2
งิ้ว...หรืออุปรากรจีน (Chinese Opera)...ศิลปะการแสดงที่มีความหลากหลาย..เป็นการผสมผสานระหว่าง


การร้อง...การแสดงลีลาท่าทางประกอบ..ของนักแสดงให้ออกมาเป็นเรื่องเป็นราว โดยนำเหตุการณ์ต่างๆ ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง นอกจากนั้นแล้วเรื่องของความเชื่อ..ประเพณี..ศาสนาก็


จะถูกนำมาผสมผสานอยู่ในการแสดง “งิ้ว” ด้วยเช่นกัน....






งิ้ว....ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ งิ้วหลวงกับ งิ้วท้องถิ่น


งิ้วหลวง....มีวิวัฒนาการมาจากงิ้วที่เคยจัดแสดงในราชสำนักของจีน เรียกกันว่า จิงจวี้หรือ กั๋วจวี้ ซึ่งจะเป็นงิ้วที่มีมาตรฐาน และเน้นความถูกต้องในศิลปะการแสดงของตัวละครทุกๆตัว ไม่ว่าจะเป็นลีลา..การร่ายรำ...ท่วงทำนอง.. เสียงดนตรีประกอบ..การแต่งกาย...แต่งหน้าของตัวละคร ซึ่งเป็นมาตรฐานของการแต่งกาย..วัฒนธรรม..ตามจารีตประเพณีดั้งเดิม..ของชาวจีนในยุคโบราณ


งิ้วท้องถิ่น....มีวิวัฒนาการจากการผสมผสานกันกับการละเล่นพื้นเมืองในท้องถิ่นนั้นๆ เกิดขึ้นในแต่ละมณฑล....โดยจะไม่เคร่งครัดเรื่องการแต่งกาย..ภาษาที่ร้องก็จะเป็นภาษาถิ่น จึงมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น งิ้วแต้จิ๋ว..งิ้วฮกเกี้ยน..งิ้วกวางตุ้ง..งิ้วไหหลำฯลฯ






ความโดดเด่นของการแสดงงิ้ว....นอกจากลีลาการร่ายรำ..การเคลื่อนไหวของผู้แสดงแล้ว..เสื้อผ้า..เครื่องแต่งกายตลอดจนการแต่งหน้า...ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว..ซึ่งการแต่งกายของตัวละครจะบ่งบอกถึงบทบาทของตัวแสดง ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อผ้า เข็มขัด รองเท้า สีสันของเสื้อผ้า เครื่องประดับ ตลอดจนลวดลายที่ปักอยู่บนเสื้อแต่ละตัวสามารถทำให้ผู้ชมรู้ถึงลำดับยศฐาบรรดาศักดิ์..ขุนนางฝ่ายบุ๋น..ฝ่ายบู๊..คหบดี หรือสามัญชนได้อย่างชัดเจน


ส่วนสีสัน...ของการแต่งหน้า...ที่แตกต่างกัน..จะบ่งบอกถึงบุคลิก..อุปนิสัยของตัวละครได้เป็นอย่างดี..โดยสีต่างๆจะมีความหมายแฝงอยู่ เช่น สีแดงแสดงถึงความจงรักภักดี..สีม่วงแสดงถึงความเป็นคนหนักแน่น..มีใจเด็ดเดี่ยว...สีดำแสดงถึงความเป็นคนป่าเถื่อน...สีน้ำเงินและสีเขียวแสดงถึงความเป็นคนใจร้าย..มุทะลุ..สีเหลืองแสดงถึงความกล้าหาญ..แน่วแน่..สีขาว..แสดงถึงความเป็นคนเจ้าเล่ห์..สีชมพูขาวแสดงถึงความเป็นคนใจอำมหิตและชั่วร้ายมากสีอิฐหรือแดงเข้ม..แสดงถึงผู้สูงอายุ..สีทองและสีเงินมักเป็นสีที่ใช้แต่งหน้าเทพ..นักพรต..หรือปีศาจที่มีเวทมนตร์คาถา...สีเขียวอ่อนใช้แต่งหน้าพวกตัวปีศาจเป็นต้น







งิ้ว...เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ซ้องประมาณปีค.ศ.1179-1276  เป็นการแสดงที่มีบทพูดเป็นโคลงกลอน..สลับกับการร้อง...ใช้เครื่องดีดสีตีเป่าเป็นดนตรีประกอบการแสดง..ในยุคนั้นยังไม่มีรูปแบบในการแสดงที่ชัดเจน...ใช้ผู้แสดงแค่ไม่กี่คน...จึงมีการแสดงเป็นเรื่องสั้นๆเพียงเท่านั้น....






วิวัฒนาการของงิ้ว...ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและมาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ ประมาณปีค.ศ.1736-1796   ต่อมาในสมัยของพระนางซูสีไทเฮา ก็เป็นอีกยุคหนึ่งที่การแสดงงิ้วรุ่งเรืองสุดขีดเช่นกัน...เพราะพระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดปรานการแสดงงิ้วมาก... ต่อมาในช่วงของราชวงศ์ชิงตอนปลาย...จึงเริ่มมีผู้นิยมและอุปถัมภ์คณะงิ้วกันมากขึ้น.... การแสดงงิ้ว...จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปจนทั่วประเทศจีน


สำหรับเมืองไทยนั้นมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกว่าคนไทยเรารู้จัก “งิ้ว”มาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา นั่นคือ บันทึกรายวันของบาทหลวง เดอ ชัวสี ในคราวที่ติดตามมองซิเออร์ เลอ เชอวาเลีย เดอโชมองต์ เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในสมัยพระนารายณ์มหาราช และบันทึกของลาลูแบร์ทูตชาวฝรั่งเศสเรียกการแสดงชนิดนี้ว่า “Comedie a la chinoife”และ “A ChinefeComedy”ซึ่งมีความหมายโดยรวมว่า “ละครจีน”


ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่มีบันทึกหลักฐานใดๆที่บ่งบอกถึงที่มาของชื่อ..งิ้ว..ไว้อย่างแน่ชัด จนกระทั่งมาถึงในสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรีซึ่งเป็นยุคที่มีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยมากขึ้น ได้เรียกชื่อของการแสดงนี้ว่า...งิ้ว...ดังนั้นชื่อของ...งิ้วจึงเกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี ดังในหลักฐานเมื่อครั้งที่พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดฯให้จัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ เพื่ออัญเชิญพระแก้วมรกตซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 1เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงยกทัพไปตีเวียงจันทน์และทรงอัญเชิญลงมาด้วย ซึ่งในขบวนแห่นอกจากจะมีโขน ละคร ดนตรีปี่พาทย์ แล้วยังมีในหมายรับสั่งให้จัด..งิ้ว...ไปแสดงในเรือด้วย โดยมีข้อความว่า “งิ้วลงสามป้าน พระยาราชาเศรษฐีหนึ่ง หลวงรักษาสมบัติหนึ่ง”รวมมี งิ้ว ด้วยกันถึง 2 ลำ







งิ้ว...จึงเปรียบเสมือนประหนึ่งตัวแทนที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต..ศิลปวัฒนธรรม..ขนบธรรมเนียม..จารีตประเพณีของชาวจีนในยุคโบราณที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างเห็นได้ชัด และมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องอยู่กับความเชื่อของผู้คนชาวจีนอยู่ไม่น้อยเพราะไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด..ที่มีชาวจีนมาตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย ก็มักจะมีการสร้างศาลเจ้าขึ้นมาควบคู่กันเสมอ..การแสดงงิ้ว..ก็จะถูกกำหนดให้จัดขึ้นในช่วงเทศกาลหรืองานประเพณีสำคัญๆ เช่น งานฉลองศาลเจ้า งานฉลองวันสารทเดือน7 งานฉลองวันเทศกาลกินเจเดือน9 งานฉลองแก้บน ฯลฯ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถือว่าเป็นการตอบแทนคุณ..ศาลเจ้าที่คอยคุ้มครองดูแลปกปักรักษาให้คนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีทุกข์ภัยใดๆมาเบียดเบียน


การแสดงงิ้วในเมืองไทยมาได้รับความนิยมสูงสุดในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว..โดยมีการเปิดโรงเรียนสอนการแสดงงิ้วขึ้น...มีคณะงิ้วทั้งของคนจีนและคนไทยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก..แล้วยังมีโรงงิ้วมาเปิดแสดงเป็นประจำอย่างมากมายบนถนนเยาวราช..นั่นคือภาพสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของชาวจีนกับชาวไทยที่มีมาเนิ่นนานนับตั้งแต่อดีตปัจจุบัน  


ปัจจุบันความนิยมในการชมการแสดงงิ้วได้ลดน้อยลงไป..โรงงิ้วที่เคยมีอยู่มากมายในเยาวราช...ถูกปรับเปลี่ยนไปเหลือเพียงแค่เค้าโครงรูปแบบของโรงงิ้วแบบเดิม กับคำบอกเล่าจากผู้คนในย่านนั้นว่าครั้งหนึ่งที่แห่งนั้นเคยเป็นโรงงิ้วมาก่อน….มาถึงทุกวันนี้การแสดงงิ้วในเยาวราช...จะมีให้เห็นบ้างก็ตามศาลเจ้าและในเทศกาลสำคัญๆเท่านั้น ....ส่วนหนึ่งก็เพราะความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี...มีความบันเทิงในรูปแบบต่างๆตามแบบวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากขึ้น ตลอดจนถึงเรื่องของภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาจีนท้องถิ่น...จึงมีผู้ชมน้อยคนนักที่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ นอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยอื่นๆรวมอยู่ด้วย เช่น การว่าจ้างคณะงิ้วมาแสดงนั้นมีราคาค่อนข้างสูงกว่ามหรสพประเภทอื่นๆจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ งิ้วในเมืองไทยค่อยๆเลือนหายไปจากความรู้สึกของคนทั่วๆไป






อนาคตของ งิ้วหรือ อุปรากรจีน ในเมืองไทย ยังจะดำรงอยู่ได้...ตราบที่ศาลเจ้ายังมีผู้ศรัทธาจ้างเอางิ้วไปแสดง....  แต่หากศาลเจ้า...ขาดผู้ศรัทธาไม่มีใครเข้ามาอุปถัมภ์ค้ำจุน.....งิ้วก็จะสาบสูญสิ้นไป









ขอบคุณ:     - หนังสือความเป็นมาของงิ้ว อาจารย์ถาวร   สิกขโกศล

                  - หนังสืออุปรากรจีน (งิ้ว)  ดร.มาลินี  ดิลกวาณิช  

http://www.oknation.net/blog/aodphoto/2007/07/21/entry-2
11/2/53 โพสต์โดย Moobin
2 จาก 2
กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
17/5/53 โพสต์โดย สทาพน
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ต้นงิ้วมีประโยชน์อย่างไร
ถ้าผมไม่ได้เข้ากูรูสัก 10 ปี ไอดีนี้ยังอยู่ไหมครับ
ตอนเย็นพาเเฟนกับว่าที่เเม่ยาย เเละว่าที่พี่เขยไปเที่ยวงานงิ้วครับเพื่อนๆๆ
ประวัติ โรงเรียนวัดคุณหญิงส้มจีน
แต่งงานแบบไทย หรือจีน ?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู