หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ยาไอซ์คืออะไร
ยาเสพติด | สุขภาพ 31/1/51 โพสต์โดย กูเกิลกูรู
คำตอบ
1 จาก 21
ยาไอซ์คือยาที่มีประสิทธิภาพและมีสารกระตุ้นประสาทต่าง ๆ ยาไอซ์มักปรากฎในรูปแบบของคริสตัลที่มีขนาดใหญ่ โปร่งใสคล้ายกระจกซึ่งอาจมีสีสัน (บ่อยครั้งจะเป็นสีชมพู สีฟ้าหรือเขียว) ชื่อตามท้องถนนของยาไอซ์เช่น meth, crystal meth, shabu, glass, krank, tweak และ tina
31/3/51 โพสต์โดย jkumbe14
2 จาก 21
ยาไอซ์ (ice) หรือเมทแอมเฟตตามีน เป็นอนุพันธ์หนึ่งของยาบ้า มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายๆ กัน

จัด เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 1 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดปี 2522 ลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มาของชื่อยาไอซ์

ความ บริสุทธิ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามากจึงมีคนเรียกว่าหัวยาบ้า การนำไปใช้ โดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้น บางคนนำไปเผาแล้วสูดดมควันเหมือนการเสพยาบ้า

ยาตัวนี้ทำให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มสนุกสนานสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ทำให้ติดได้ง่ายกว่า และมีอันตรายต่อร่างกาย อารมณ์และสังคมของผู้เสพมากกว่ายากลุ่ม amphetamines อื่นๆ

ไม่ได้มีแพร่หลายกันทั่วไปเนื่องจากหายากและราคาค่อนข้างแพง มักจะใช้กันในสังคมไฮโซ

นัน ท์ชัตสัณห์ สกุลพงศ์ นักจิตวิทยา ศูนย์บำบัดยาเสพติดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยาไอซ์ใช้เหมือนกับยากลุ่ม methamphetamine อื่นๆ คือ สูดดม กลืนหรือสอดใส่ทวารหรืออาจใช้วิธีการสูบหรือฉีด ซึ่งผลจากยาจะรวดเร็วกว่า

ผลกระทบของยาไอซ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกาย น้ำหนัก ปริมาณและวิธีการใช้ยาเสพติด

ผลของยาไอซ์ที่มีต่อร่างกายมีดังต่อไปนี้

รู ม่านตาขยาย เหงื่อออกมาก การมองพร่ามัว วิงเวียน ริมฝีปากแห้ง ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการหายใจสูงขึ้น อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ปวดหัวอย่างรุนแรง อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นและผิดปกติ มือและนิ้วสั่น คลื่นเหียนอาเจียน

ที่สำคัญคือมีภาวะผิดปกติเสียหายอย่างถาวรของเส้นโลหิตในสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้ในปริมาณสูง

และมีผลต่อพฤติกรรมของคนดังต่อไปนี้

มี กิจกรรมทางร่างกายมากขึ้น มีอาการหวาดระแวงและวิตกกังวลสูงขีด (panic) เกิดขึ้นเนื่อง พักผ่อนน้อยลงและมีความวิตกกังวลจากอาการประสาทหลอนนำไปสู่โรคนอนไม่หลับ เรื้อรัง

พูดมากขึ้นและมีการทำงานหรือกระทำอะไรซ้ำๆ มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น

มีอาการทางจิต

ผู้ใช้ยาไอซ์เป็นระยะเวลานานจะมีผลต่อไปนี้

มี อาการซึมเศร้ารุนแรง ลดความอยากอาหารและน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว หวาดระแวง ย้ำคิดย้ำทำ มีความผิดปกติของปอดและไต ซึ่งอาจถึงตายได้ ประสาทหลอน มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน มีโรคต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจ

นอกจากนั้นการฉีดยา ไอซ์เข้าทางเลือดทำให้ผู้ใช้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสทางกระแส เลือด เช่น ตับอักเสบแบบ B และ C เชื้อเอดส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการใช้อุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน

การบำบัดรักษา

มีรายงานว่าผู้ใช้ยาไอซ์และยากลุ่ม Methamphetamme อื่นๆ ไม่ค่อยเข้ารับการบำบัดรักษาเหมือนผู้ใช้ยาเสพติดอื่น

การบำบัดรักษาที่เป็นไปได้ขณะนี้คือ ใช้ร่วมกันระหว่างการบำบัดทางจิตสังคมและพฤติกรรมรวมทั้งการใช้ยา

นอกจากปัญหาสุขภาพและมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยาไอซ์ยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ อาทิ ปัญหาครอบครัว การเงิน กฎหมายและปัญหาส่วนตัวตามมา

เช่นเดียวกับยาเสพติดทุกชนิด
5/7/52 โพสต์โดย แฟนคลับ
3 จาก 21
ไม่รู้นะ
8/10/52 โพสต์โดย ชัยยะ
4 จาก 21
ยาไอซ์ หรืออีกชื่อเมทแอมเฟตตามีน เป็นอนุพันธ์หนึ่งของยาบ้า มีโครงสร้างทางเคมี
คล้ายๆ กัน หลาย ๆ คนบอกแบบนี้แต่ไม่เคยทดสอบ หุหุ... อาก๋งไม่เล่นยาอิอิ ... เข้าเรื่องต่อเลย
ยาไอซ์จัดเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่1 ตาม
พ.ร.บยาเสพติดปี 2522 ลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งเป็นที่มา
ของชื่อยาไอซ์ ความบริสุทธ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามาก
จึงมีคนเรียกว่าหัวยาบ้า การนำไปใช้ โดยการละลายน้ำแล้วฉีดเข้าเส้นบาง
คนนำไปเผาแล้วสูดดมควันเหมือนการเสพยาบ้า ยาตัวนี้ทำให้อารมณ์เคลิบ                  
เคลิ้มสนุกสนานสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ยาไอซ์ลักษณะทั้งโครงสร้างและการออกฤทธิ์คล้ายยาบ้า แต่มีข้อแตก
ต่างตรงที่หลังเสพยาไอซ์จะมีความสดชื่นมีชีวิตชีวาไม่ซูบโทรมเหมือน
ยาบ้า คนที่เสพยานี้มักจะดูไม่ออกเพราะหน้าตาจะเบิกบานไม่เหมือนคนเสพ
ยาทั่วๆ ไป ยาตัวนี้ไม่ได้มีแพร่หลายกันทั่วไปเนื่องจากหายากและราคาค่อน
ข้างแพงมักจะใช้กันในสังคมไฮโซทั้งหลาย

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ได้แบ่งยาเสพติดให้โทษ (มาตรา 7) ออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

ประเภทที่ 1 ยาเสพติดชนิดร้ายแรง มี 38 รายการ ที่สำคัญ คือ เฮโรอีน แอมเฟตามีน เอ็กซ์ตาซี และแอลเอสดี

ประเภท ที่ 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไปมี 102 รายการที่สำคัญ คือ ใบโคคา โคคาอีน โคเดอีน ยาสกัดเข้มข้นของต้นฝิ่นแห้ง เมทาโดน มอร์ฟีน ฝิ่นยา (ฝิ่นที่ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งเพื่อใช้ในทางยา) ฝิ่น(ฝิ่นดิบ ฝิ่นสุก มูลฝิ่น)

ประเภทที่ 3 ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นต้นตำรับยาและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ผสม อยู่ คือ ยารักษาโรคที่มียาเสพติดประเภท 2 เป็นส่วนประกอบอยู่ในสูตร เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสีย

ประเภทที่ 4 สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ 2 มี 32 รายการที่สำคัญ เช่น อาเซติค แอน ไฮไดรด์ , อาเซติล คลอไรด์

ประเภท ที่ 5 ยาเสพติดให้โทษที่ไม่เข้า อยู่ในประเภท 1-4 มี 4 รายการ คือ กัญชา พืชกระท่อม พืชฝิ่น ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม และพืชเห็ดขี้ควาย

บทลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ
        - ผู้จำหน่ายหรือมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง น้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงตลอดชีวิต
และปรับตั้งแต่ 50,000-500,000 บาท เกิน 100 กรัม ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
        - มีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท
        - ผู้เสพเฮโรอีนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
        - มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท
        - ผู้ใดเสพกัญชา จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
        - มีกัญชาไว้ในครอบครอง โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
        - ผลิต (ปลูก) กัญชา จำคุกอย่างต่ำ 2 ปี และปรับอย่างต่ำ 20,000-150,000บาท
สารระเหย สารเสพติด ผิดกฎหมาย

----------------------
ความรู้เรื่องยาเสพติด

๑. ความหมายของยาเสพติด
          ยาเสพติด  หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้น เมี่อนำเข้าสู้ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการเสพติดได้ หากใช้สารนั้นเป็นประจำทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้ง
          ลักษณะสำคัญของสารเสพติด จะทำให้เกิดอาการ และอาการแสดงต่อผู้เสพดังนี้
              ๑.  เกิดอาการดื้อยา หรือต้านยา และเมื่อติดแล้ว ต้องการใช้สารนั้นในประมาณมากขึ้น
              ๒.  เกิดอาการขาดยา ถอนยา หรืออยากยา เมื่อใช้สารนั้นเท่าเดิม ลดลง หรือหยุดใช้
              ๓.  มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างรุนแรงตลอดเวลา
              ๔.  สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง เกิดโทษต่อตนเอง  ครอบครัว  ผู้อื่น  ตลอดจนสังคม และประเทศชาติ
๒. ประเภทของยาเสพติด
          ยาเสพติด แบ่งได้หลายรูปแบบ ตามลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

           ๑.  แบ่งตามแหล่งที่เกิด  ซึ่งจะแบ่งออกเป็น  ๒  ประเภท คือ
                  ๑.๑  ยาเสพติดธรรมชาติ  (Natural  Drugs) คือยาเสพติดที่ผลิตมาจากพืช เช่น  ฝิ่น กระท่อม  กัญชา  เป็นต้น
                  ๑.๒  ยาเสพติดสังเคราะห์  (Synthetic  Drugs)  คือยาเสพติดที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมี  เช่น เฮโรอีน  แอมเฟตามีน  เป็นต้น
              ๒.  แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒  ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ
                  ๒.๑  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑  ได้แก่ เฮโรอีน  แอลเอสดี  แอมเฟตามีน หรือยาบ้า  ยาอีหรือยาเลิฟ
                  ๒.๒  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๒  ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้  แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์    และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่  ฝิ่น  มอร์ฟีน  โคเคน หรือโคคาอีน  โคเคอีน  และเมทาโดน
                  ๒.๓  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่  ๓   ยาเสพติดประเภทนี้เป็นยาเสพติดให้โทษที่มียาเสพติดประเภทที่  ๒   ผสมอยู่ด้วย มีประโยชน์ทางการแพทย์   การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้  ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่
ยาแก้ไอ  ที่มีตัวยาโคเคอีน  ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย  ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน  เพทิดีน  ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น
                  ๒.๔  ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่  ๔  คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒   ยาเสพติดประเภทนี้ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการบำบัดโรคแต่อย่างใด  และมีบทลงโทษกำกับไว้ด้วย  ได้แก่น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และ อะเซติลคลอไรด์  ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนมอร์ฟีนเป็นเฮโรอีน  สารคลอซูไดอีเฟครีน  สามารถใช้ในการผลิตยาบ้าได้ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด  ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้ในยาเสพติดประเภทที่ ๑ ถึง ๔  ได้แก่  ทุกส่วนของพืชกัญชา  ทุกส่วนของพืชกระท่อม   เห็ดขี้ควาย เป็นต้น
              ๓.  แบ่งตามการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท  ซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ
                  ๓.๑  ยาเสพติดประเภทกดประสาท  ได้แก่   ฝิ่น   มอร์ฟีน   เฮโรอีน   สารระเหย  และยากล่อมประสาท
                  ๓.๒  ยาเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท  ได้แก่  แอมเฟตามีน  กระท่อม และ โคคาอีน
                  ๓.๓  ยาเสพติดประเภทหลอนประสาท  ได้แก่  แอลเอสดี  ดีเอ็มพี  และ เห็ดขี้ควาย
                  ๓.๔  ยาเสพติดประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน    กล่าวคือ  อาจกดกระตุ้น หรือ หลอนประสาทได้พร้อม ๆ กัน  ตัวอย่างเช่น  กัญชา
              ๔.  แบ่งตามองค์การอนามัยโลก  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น  ๙  ประเภท คือ
                  ๔.๑  ประเภทฝิ่น  หรือ  มอร์ฟีน   รวมทั้งยาที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน  ได้แก่ ฝิ่น  มอร์ฟีน  เฮโรอีน   เพทิดีน
                  ๔.๒  ประเภทยาปิทูเรท  รวมทั้งยาที่มีฤทธิ์ทำนองเดียวกัน ได้แก่  เซโคบาร์ปิตาล  อะโมบาร์ปิตาล  พาราลดีไฮด์  เมโปรบาเมท ไดอาซีแพม เป็นต้น
                  ๔.๓  ประเภทแอลกอฮอล  ได้แก่  เหล้า   เบียร์  วิสกี้
                  ๔.๔  ประเภทแอมเฟตามีน  ได้แก่  แอมเฟตามีน  เมทแอมเฟตามีน
                  ๔.๕  ประเภทโคเคน  ได้แก่  โคเคน  ใบโคคา
                  ๔.๖  ประเภทกัญชา  ได้แก่  ใบกัญชา  ยางกัญชา
                  ๔.๗  ประเภทใบกระท่อม
                  ๔.๘  ประเภทหลอนประสาท  ได้แก่ แอลเอสดี  ดีเอ็นที  เมสตาลีน  เมลัดมอนิ่งกลอรี่   ต้นลำโพง  เห็ดเมาบางชนิด
                  ๔.๙  ประเภทอื่น ๆ  นอกเหนือจาก  ๘  ประเภทข้างต้น  ได้แก่  สารระเหยต่าง ๆ  เช่น ทินเนอร์  เบนซิน  น้ำยาล้างเล็บ  ยาแก้ปวด  และบุหรี่
๓. วิธีการเสพยาเสพติด
          กระทำได้หลายวิธี ดังนี้คือ
                  ๓.๑  สอดใต้หนังตา
                  ๓.๒  สูบ
                  ๓.๓  ดม
                  ๓.๔  รับประทานเข้าไป
                  ๓.๕  อมไว้ใต้ลิ้น
                  ๓.๖  ฉีดเข้าเหงือก
                  ๓.๗  ฉีดเข้าเส้นเลือด
                  ๓.๘  ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
                  ๓.๙  เหน็บทางทวารหนัก
๔. ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย  ได้แก่
                  ๔.๑  ยาบ้า
                  ๔.๒  ยาอี  ยาเลิฟ  หรือ เอ็กซ์ตาซี
                  ๔.๓  ยาเค
                  ๔.๔  โคเคน
                  ๔.๕  เฮโรอีน
                  ๔.๖  กัญชา
                  ๔.๗  สารระเหย
                  ๔.๘  แอลเอสดี
                  ๔.๙  ฝิ่น
                  ๔.๑๐  มอร์ฟีน
                  ๔.๑๑  กระท่อม
                  ๔.๑๒  เห็ดขี้ควาย
๕. สาเหตุของการติดยาเสพติด
          มีหลายประการ ดังนี้คือ
                  ๕.๑  อยากลอง อยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส ซึ่งเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์  โดยคิดว่า "ไม่ติด"  แต่เมื่อลองเสพเข้าไปแล้วมักจะติด
                  ๕.๒  ถูกเพื่อนชักชวน  ส่วนใหญ่พบในกลุ่มเยาวชน ทำตามเพื่อน  เพราะต้องการ การยอมรับจากเพื่อนฝูง หรือถูกชักจูงว่าใช้แล้วทำให้สมองปลอดโปร่ง  หรือใช้แล้วทำให้ขยันจึงเหมาะแก่การเรียน และการทำงาน
                  ๕.๓  ถูกหลอกลวง  โดยอาศัยรูปแบบสีสันสวยงาม  ทำให้ผู้รับไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งที่ตนได้รับเป็นยาเสพติด
                  ๕.๔  ใช้เพื่อลดความเจ็บปวดทางกาย  อันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ  จนเกิดการติดยา เพราะใช้เป็นประจำ
                  ๕.๕  เกิดจากความคนอง และขาดสติยั้งคิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่อยากแสดง ความเก่งกล้า อวดเพื่อน จึงชวนกันเสพจนติด
                  ๕.๖  ภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัว เอื้ออำนวยที่จะส่งเสริม  และผลักดันให้หันเข้าหายาเสพติด เช่น  ครอบครัวแตกแยก สมาชิกในครอบครัวขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภาวะเศรษฐกิจบีบบังคับให้ทำเพื่อความอยู่รอด  อยากรวยเร็ว หรือพักอาศัยอยู่ ในแหล่งที่มีการเสพและค้ายาเสพติด
๖. โทษ/พิษภัย ของยาเสพติด
          การใช้ยาเสพติด  มีโทษและพิษภัยรอบตัว นอกจากจะส่งผลกระทบในทางไม่ดีโดยตรงต่อตัวผู้เสพแล้ว ทั้งทางร่างกายและจิตใจ  ยังส่งผลกระทบทางอ้อมไปยังครอบครัวผู้เสพ ตลอดจนเศรษฐกิจ  สังคม และประเทศชาติอีกด้วย
บทลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ
        - ผู้จำหน่ายหรือมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง น้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงตลอดชีวิต
และปรับตั้งแต่ 50,000-500,000 บาท เกิน 100 กรัม ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
        - มีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท
        - ผู้เสพเฮโรอีนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
        - มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท
        - ผู้ใดเสพกัญชา จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
        - มีกัญชาไว้ในครอบครอง โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
        - ผลิต (ปลูก) กัญชา จำคุกอย่างต่ำ 2 ปี และปรับอย่างต่ำ 20,000-150,000บาท
สารระเหย สารเสพติด ผิดกฎหมาย
๗. วิธีสังเกตุอาการผู้ติดยาเสพติด
            จะสังเกตว่าผู้ใดใช้หรือเสพยาเสพติด  ให้สังเกตจากอาการและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจดังต่อไปนี้
                  ๗.๑  การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จะสังเกตได้จาก
                      ๗.๑.๑   สุขภาพร่างกายทรุดโทรม  ซูบผอม  ไม่มีแรง  อ่อนเพลีย
                      ๗.๑.๒  ริมฝีปากเขียวคล้ำ  แห้ง  และแตก
                      ๗.๑.๓  ร่างกายสกปรก  เหงื่อออกมาก  กลิ่นตัวแรงเพราะไม่ชอบอาบน้ำ
                      ๗.๑.๔  ผิวหนังหยาบกร้าน  เป็นแผลพุพอง  อาจมีหนองหรือน้ำเหลือง คล้ายโรคผิวหนัง
                      ๗.๑.๕  มีรอยกรีดด้วยของมีคม  เป็นรอยแผลเป็นปรากฏที่บริเวณแขน  และ/หรือ ท้องแขน
                      ๗.๑.๖  ชอบใส่เสื้อแขนยาว  กางเกงขายาว  และสวมแว่นตาดำเพื่อปิดบังม่านตาที่ ขยาย
                  ๗.๒  การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ  ความประพฤติและบุคลิกภาพ  สังเกตุได้จาก
                      ๗.๒.๑  เป็นคนเจ้าอารมย์  หงุดหงิดง่าย  เอาแต่ใจตนเอง  ขาดเหตุผล
                      ๗.๒.๒  ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่
                      ๗.๒.๓  ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
                      ๗.๒.๔  พูดจากร้าวร้าว  แม้แต่บิดามารดา  ครู อาจารย์  ของตนเอง
                      ๗.๒.๕  ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่เข้าหน้าผู้อื่น  ทำตัวลึกลับ
                      ๗.๒.๖  ชอบเข้าห้องน้ำนาน ๆ
                      ๗.๒.๔  ใช้เงินเปลืองผิดปกติ  ทรัพย์สินในบ้านสูญหายบ่อย
                      ๗.๒.๕  พบอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด  เช่น  หลอดฉีดยา  เข็มฉีดยา  กระดาษตะกั่ว
                      ๗.๒.๖  มั่วสุมกับคนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด
                      ๗.๒.๗  ไม่สนใจความเป็นอยู่ของตนเอง  แต่งกายสกปรก ไม่เรียบร้อย ไม่ค่อยอาบน้ำ
                      ๗.๒.๘  ชอบออกนอกบ้านเสมอ ๆ  และกลับบ้านผิดเวลา
                      ๗.๒.๙  ไม่ชอบทำงาน  เกียจคร้าน  ชอบนอนตื่นสาย
                      ๗.๒.๑๐  มีอาการวิตกกังวล   เศร้าซึม   สีหน้าหมองคล้ำ
                  ๗.๓  การสังเกตุอาการขาดยา  ดังต่อไปนี้
                      ๗.๓.๑  น้ำมูก  น้ำตาไหล หาวบ่อย
                      ๗.๓.๒  กระสับกระส่าย  กระวนกระวาย  หายใจถี่  ปวดท้อง  คลื่นไส้  อาเจียน  เบื่ออาหาร  น้ำหนักลด  อาจมีอุจาระเป็นเลือด
                      ๗.๓.๓  ขนลุก  เหงื่อออกมากผิดปกติ
                      ๗.๓.๔  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ปวดเสียวในกระดูก
                      ๗.๓.๕  ม่านตาขยายโตขึ้น  ตาพร่าไม่สู้แดด
                      ๗.๓.๖  มีอาการสั่น  ชัก  เกร็ง  ไข้ขึ้นสูง  ความดันโลหิตสูง
                     ๗.๓.๗  เป็นตะคริว
                      ๗.๓.๘  นอนไม่หลับ
                      ๗.๓.๙  เพ้อ  คลุ้มคลั่ง  อาละวาด  ควบคุมตนเองไม่ได้
๘. การตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในร่างกาย
          การตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย  แบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน
                   ๘.๑  การตรวจขั้นต้น : ราคาถูก ได้ผลเร็ว มีชุดตรวจสำเร็จรูป  ความแม่นยำในการตรวจปานกลาง  สดวกในการนำไปตรวจนอกสถานที่
                   ๘.๒  การตรวจขั้นยืนยัน : เป็นการตรวจที่ให้ผลแม่นยำ แต่ใช้เวลาตรวจนาน ค่าใช้จ่ายสูง
การป้องกันการติดยาเสพติด
        1. ป้องกันตนเอง ไม่ใช้ยาโดยมิได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และจงอย่าทดลองเสพยาเสพติดทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะติดง่ายหายยาก
        2. ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัวหรือที่อยู่รวมกัน อย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องคอยอบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยา-เสพติด หากมีผู้เสพยาเสพติดในครอบครัวจงจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้หาย เด็ดขาด การรักษาแต่แรกเริ่มติดยาเสพติดมีโอกาสหายได้เร็วกว่าที่ปล่อยไว้นานๆ
        3. ป้องกันเพื่อนบ้าน โดยช่วยชี้แจงให้เพื่อนบ้านเข้าใจถึงโทษและภัยของยาเสพติด โดยมิให้เพื่อนบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องถูกหลอกลวง และหากพบว่าเพื่อนบ้านติดยาเสพติด จงช่วยแนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
        4. ป้องกันโดยให้ความร่วมมือกับทางราชการ เมื่อทราบว่าบ้านใดตำบลใด มียาเสพติดแพร่ระบาดขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกแห่งทุกท้องที่ทราบ หรือที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตำรวจ (ศปส.ตร.) โทร. 252-7962 , 252-5932 และที่สำนักงานคณดะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 245-9350-9
สถานบำบัด
        1. โรงพยาบาลตำรวจ แผนกจิตเวช กรุงเทพฯ โทร.2528111-7
        2. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แผนกจิตเวช กรุงเทพฯ โทร.2461946
        3. โรงพยาบาลธัญญารักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร.5310080-8
        4. โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ โทร.4681116-20
        5. โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพฯ โทร. 4112191
        6. ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพฯ ลุมพินี ซอยปลุกจิตต์ ถ.วิทยุ โทร.2512970
        7. ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพฯ สี่พระยา โทร.2364055
        8. สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก จ.สระบุรี
        9. สำนักสงฆ์ถ้ำเขาทะลุ จ.ราชบุรี


>>> แนะนำเลยว่าอย่าไปยุ่งกับสิ่งเหล่านี้เลย <<<

ยังมีเพิ่มเติมอีกคันหาได้ใน Google

ยา ไอซ์(ice) น้อยคนนักที่จะได้สัมผัส..เนื่องด้วยราคาที่แพง และต้องนำเข้าจาก
ต่างประเทศ มักจะใช้กันในกลุ่มคนมีเงิน มีการศึกษา ในรูปแบบปาร์ตี้ยาตามสถานที่ต่างๆ        

        ยา ไอซ์(ice) หรือ เมทแอมเฟตตามีน(Metamphetamine) เป็นอนุพันธ์หนึ่งของยาบ้า
มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายๆ กัน

        ยา ไอซ์(ice) มีลักษณะของเม็ดยาเป็นผลึกคล้ายน้ำแข็งจึงเป็นที่มาของชื่อยา ไอซ์
ความบริสุทธิ์ของยาค่อนข้างสูง ออกฤทธิ์แรงกว่ายาบ้ามาก จึงมีคนเรียกว่า"หัวยาบ้า"
       
        ยาบ้า(Amphetamine)
                  เป็นสารกระตุ้นอย่างแรง  ที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีการแสดงผล
คล้ายสาร อะดรีนาลีน(adrenaline หรือ epinephrine) ซึ่งมีอยู่ในร่างกายแต่ให้ผลในการกระตุ้น
ยาวนานกว่าสารอะดรีนาลินของร่างกายมาก
                  แอมเฟตตามีน แม้จะเป็นสารที่ผิดกฏหมาย แต่ก็มีการใช้ทางการแพทย์ เนื่องจาก
เป็นยาที่ใช้รักษาอาการ hyperactivity(สมาธิสั้น) ในเด็ก, โรคอ้วน และ Narcolepsy(เป็นอาการ
หลับอย่างกะทันหัน และก็มักจะหลับอย่างชนิดที่ฝืนลูกตาฝืนใจ), รวมถึงความผิดปกติเกี่ยวกับ
การหลับ
                  แอมเฟตตามีน สามารถรับประทาน สูดดม และฉีด ชื่ออื่นของแอมเฟตตามีน
ได้แก่ speed, uppers, white crosses, dexies, bennies, black beauties,crystal and crank
                  อาการผิดปกติที่เกิดจากการเสพยาบ้า(Amphetamine)
                  ผู้เสพจะมีอาการพูดมาก อารมณ์ดี ครื้นเครงกว่าปกติ น้ำหนักตัวลด มีเหงื่อออก
มากกว่าเดิม ได้ยินและเห็นภาพหลอน นอนไม่หลับ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ตื่นเต้น
กระวนกระวาย มีพฤติกรรมก้าวร้าวและทำลาย ควบคุมสติไม่ได้ ในกรณีที่เสพเกินขนาดอาจ
มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ความดันโลหิตสูง สับสน ชัก หรือหมดสติได้
รูปพรรณของยาบ้าที่นำไปใช้เสพ
                  ยาบ้าจะมีลักษณะเป็นเม็ดหรือแคปซูลเหมือนยารักษาโรคทั่วไป ส่วนใหญ่จะเสพ
โดยการกลืนเม็ดลงไปในกระเพาะอาหาร หรือเสพโดยการเผาไฟแล้วสูบควันซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับ
ความนิยมมากที่สุดใน หมู่นักเสพวัยรุ่นไทย ส่วนรูปแบบที่มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีขาวจะเสพ
โดยวิธีสูดผงยาเข้าโพรงจมูก และรูปแบบที่เป็นสารละลายใสบรรจุในหลอดแก้วจะเสพโดยวิธีฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

ระยะเวลาการออกฤทธิ์
   วิธีการสูบควันหรือไอระเหย    ออกฤทธิ์ทันที
   วิธีสูดผงยาเข้าโพรงจมูก       ออกฤทธิ์ภายใน 3-5 วินาที
   วิธีฉีดเข้าหลอดเลือดดำ               "         15-30 วินาที
   วิธีกิน                                         "         30 นาที

                  โดยสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างยาวนาน 8-24 ชั่วโมง ดังนั้นการเสพซ้ำหลายๆ
ครั้งใน 1 วัน จะส่งผลให้ปริมาณเมทแอมเฟตามีนในเลือดสูงขึ้น อาการประสาทหลอนและ
คลุ้มคลั่ง จึงมักปรากฏให้เห็นในหมู่ผู้เสพที่เสพซ้ำวันละหลายครั้งเป็นส่วนใหญ่
         
        หัวยาบ้า(Metamphetamine)
                  เป็นรูปแบบหนึ่งของแอมเฟตตามีน ที่มีฤทธิรุนแรงที่สุด ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้
อย่างกว้างขวางในหลายประเทศ ปัจจุบันเป็นยาที่ห้ามใช้อย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะทำได้ง่าย
ในครัวเรือน(homemade) จะมีลักษณะเป็นผงสีขาวละเอียด เป็น crystal หรือ chunks  
สีของยาจะมีตั้งแต่ขาวถึงเหลือง  เสพโดยการกิน สูดดม หรือ ฉีดเข้าเส้น
                  เมทแอมเฟตตามีนมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น crank, crystal, meth, speed, go-fast,
go, crystalmeth, zip, chris, cristy, ice
13/10/52 โพสต์โดย ปอน282
5 จาก 21
ดพดเปหพะพะพหดพหำพพหหพะเเดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดหผผผผผผผผผผผผผผผหำพพพพพพพพพพพพผหพำดเเอ้อ่ดะพ้อื่อดกแอ ดเเ
15/2/53 โพสต์โดย ววสทื้รัเพ ด้เเสยวยสาส่าเเ
6 จาก 21
สุดๆๆ
25/2/53 โพสต์โดย salanmis
7 จาก 21
เป็นของหาง่าย ที่บ้าน 124/8 ชอย เติมบุญ ตรงข้าม สน บางขุนนท์ 50 เมตรเท่านั้น ถามบ้าน ยาย หนู อย่า
2/4/53 โพสต์โดย vanaone
8 จาก 21
ไม่ค่อยรู้จัก รู้แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรไปข้องแวะกับมัน ทักทายนะครับ ขอบคุณที่ให้คำตอบดีที่สุดในกระทู้ผู้ติดยาเสพติดครับ
24/8/53 โพสต์โดย RockXas
9 จาก 21
แซบ
1/10/53 โพสต์โดย คนใจอ่อน
10 จาก 21
คือ ผลึกใสคล้ายกับน้ำแข็ง
มีอยู่ 2 ชนิด คือ ไอซ์ บริสุทธิ์ กับ ไอซ์ ไม่บริสุทธิ์
ส่วนมากเล่นในสังคมไฮโซเพราะมีราคาแพง และ หาได้ยาก

ยานรกยาอันตรายเพราะเคยเห็น ลองมาแล้ว ตอนแรก เหมือนขึ้นสวรรค์ แต่พอใกล้เวลาหมดฤทธิ์ จะทำให้ประสาทหลอน หวาดระแวงไปทั่ว ทำให้นอนไม่หลับ ร่างกายทำงานผิดปกติ รูม่านตาขยาย
ทำให้อาการอยากที่เสพในปริมาณที่มาก อยู่ตลอด แล้วจะเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ
16/12/53 โพสต์โดย bzoned
11 จาก 21
สงโกย
2/2/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
12 จาก 21
คือยาน้ำแข็ง  (คนเสพตายคนขายติดคุก) ไม่มีใครเชื่อหรอกเพราะว่าเค้าอยากสนุก  อย่าคิดมากจะทำให้คุนเป็นทุกข์
24/2/54 โพสต์โดย แม่งตุ๊ดรึปล่าว้า
13 จาก 21
ยาที่กินแล้วเย็นไง 555
10/3/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
14 จาก 21
คือยาที่กินแล้วขาวมั้งค่ะ
12/5/54 โพสต์โดย เปล
15 จาก 21
แซบ
5/11/54 โพสต์โดย Gu
16 จาก 21
คือสิ่งที่ทําลายชีวิตและคนที่เรารัก มันไม่เคยทําให้อะไรดีขึ้นเลย
27/11/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
17 จาก 21
คือสิ่งที่ทําลายชีวิตและคนที่เรารัก มันไม่เคยทําให้อะไรดีขึ้นเลย
27/11/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
18 จาก 21
นอนคุกแน่เอง
8/1/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
19 จาก 21
.
22/1/55 โพสต์โดย แสนดี ศรีอีสาน
20 จาก 21
ผมก็เคยสูบนะ แรกๆก็เคลิ้ม มีความสุขแหละ หลังๆ มาหู แว่ว หลอนๆอ่ะ

เลิกได้เลิกคับ (((ไม่มีชัยชนะใด   ยิ่งใหญ่กว่าที่คนเราชนะใจตนเอง)))

สู้ เว้ย
10/9/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
21 จาก 21
ข้อดีของ เมทแอมเฟตตามี
8/1/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
วิธีเลิกยาไอซ์ด้วยตัวเองทำยังไง
อัลเบิร์ท ไอสตายน์ เป็นนักวิยาศาสตร์ประเภทใด??
...ขอเวลา..หน่อย...
โคลอี้ มอเรทซ์ เรียนที่ไหน
เมื่อก่อนแนวเพลง อาร์แอนด์บีคล้ายกับแจ๊ส กลายเป็นจังหวะป็อบไปได้ยังไง แล้ว มีผลต่อเพลงแด็นซ์หรือไม่
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู