หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การปฏิบัติ ทางสายกลาง คืออะไร
ศาสนา 30/7/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 6
ถ้าทางธรรมทางสายกลางต้องปฏิบัติตามมรรคที่มีอยู่ 8 ประการ

ใน 8 ประการนี้รวมมาอยู่ในศีล  สมาธิ  ปัญญา นี่แหละ

ส่วนทางโลกก็สามารถใช้ได้คือจะทำอะไรซักอย่างต้องไม่ตึงเกินไป หรือย่อหย่อนจนเกินไปคือขี้เกียจนั่นเอง
30/7/56 โพสต์โดย LoGaRiThmLogiS1
2 จาก 6
ความหมายที่แท้จริง
เป็นคำสอนสำคัญสูงสุดในศาสนาพุทธ อันเป็นทางปฎิบัติเพื่อความดับทุกข์ ของมนุษย์
คือการไม่นำตนไปพัวพันในกามสุขกามทั้งหลาย(ธรรมของปุถุชน)อันไม่ใช่ธรรมของพระอริยะเป็นส่วนสุดที่๑
การประกอบความลำบาก ความเหน็ดเหนื่อยแก่ตน เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ส่วนสุดที่ ๒
ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่าง คือ  คือ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพ ชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ เป็นไปเพื่อพระนิพพาน

การปฏิบัติทางสายกลางในศาสนาพุทธหรือเรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา ต้องใช้ความเพียรสูง ขันติ และอุเบกขา ทำได้ยากยิ่งแต่ไม่พ้นความสามารถของมนุษย์

แต่สังคมไทยกลับตีความหมาย ว่าทำกิจการอะไรไม่ให้ตึงเกินไป ไม่ให้หย่อนเกินไป ทางสายกลางดีที่สุด ซึ่งห่างไกลคำสอน
การที่ตีความเช่นว่านั้นไม่เป็นผลดี เพราะทำกิจการใดต้องมุ่งมั่นทำเต็มที่ตามหลักอิทธิบาท๔ และทางสายกลางเป็นเรื่องปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์เท่านั้น
30/7/56 โพสต์โดย Miscellanous
3 จาก 6
แปลง่ายๆ ว่า ทำเหตุให้ตรงกับผลที่ต้องการ เพราะธรรมชาติไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอยๆ เกิดจากเหตุปัจจัยมาประชุมกันฯ

มรรคมีองค์ ๘ ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าเป็นทางสายกลาง ทรงแสดงแก่พระอานนท์ว่า วิถีชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย มีทางเป็นไป ๒ ทางคิด ทางถูกกับทางผิด

ในทางที่ผิด เกิดพราะความไม่รู้จักธรรมชาติตามความเป็นจริง เกิดร่วมกับความไม่ละอายเกรงกลัวต่อบาป ทำให้ความเห็นของบุคคลนั้นผิด เมื่อความเห็นผิดจะเป็นเหตุให้ความคิดผิดตามไปด้วย หรือจะกล่าวอีกนัยว่า ความเห็นเป็นเหตุปัจจัยของความคิด เมือความคิดเห็นผิด การพูดและการกระทำก็จะผิด คนเราจะพูดจะทำอะไรมันมาจากความคิด เมื่อกระกระทำผิืด การดำเนินชีวิตก็จะเป็นไปในทางที่ผิด เมื่อปกติใช้ชีวิตผิด ความพยายามที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นก็จะเป็นความพยายามไปในทางที่ผิด ส่งผลให้ความระลึกอันใดที่เกิดกับเขาก็จะระลึกได้แต่เรื่องผิด ความตั้งมั่นหรือความตั้งใจทำอะไรก็จะผิดตามไปด้วย เรียกเป็นภาษาบาลีว่า มิจฉามรรค

ในทางตรงกันข้าม ถ้าบุคคลได้เรียนรู้จักธรรมชาติตามความเป็นจริง จะทำให้เกิดความละอายเกรงกลัวต่อบาป การเรียนรู้ในสิ่งที่ถูก ทำให้ความเห็นที่เกิดขึ้นเป็นความเห็นที่ถูก เมื่อความเห็นถูกความคิดก็ถูก เมื่อความคิดถูกการพูดก็ถูก เมื่อพูดถูกการกระทำก็ถูก เมื่อการกระทำถูก การดำเนินชีวิตก็ถูก ความพยายาม ความระลีกได้ ไปถึงความตั้งใจมั่นก็จะเป็นไปในทางที่ถูก เรียกภาษาบาลีว่า สัมมามรรค

จะเห็นว่า ทางถูก กับทางผิด มันเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ได้มีการบังคับ ฝืนน ทรมาณตน ฯ อะไรเลย มันเป็นไปตามเหตุและปัจจัย

ความจริงในธรรมชาตินั้นยังแบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ ในระดับโลกียะ กับระดับโลกุตระ

อริยมรรคมีองค์ ๘ หรือทางเดินที่ประเสริฐ ๘ ประการ หรือทางที่จะทำให้สำเร็จมรรคผลนิพพาน ก็อยู่ในกฏของธรรมชาติเดียวกันกับทางเดินปกติของสัตว์ทั้งหลาย คือ ต้องได้เริ่มจากการรับฟังพระสัทธรรมที่บริสุทธิ์ เพื่อให้รู้จักธรรมชาติของการเกิดแก่เจ็บตาย และรู้เหตุของการพ้นโลกที่ถูกต้อง (ความรู้ระดับโลกุตระ) การที่เราจะได้ฟังพระสัทธรรมที่ถูกต้องครบถ้วน เราจะต้องได้เกิดมาเป็นคนสมบูรณ์แบบ เกิดในดินแดนอันประเสริฐ คือมีพระสัทธรรมตั้งอยู่ และได้พบผู้ที่รู้ก่อนหน้า ถึงจะได้มีโอกาสฟังพระสัทธรรมที่ถูกต้อง เมื่อความเห็นของเราเปลี่ยน หรือเรียกว่าเกิดมีดวงตาเห็นธรรม องค์ธรรมต่างๆ ในอริยมรรคมีองค์ ๘ จะเริ่มเกิดขึ้นกับเรา เราจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่รู้ทางแล้ว

ความจริงที่แท้จริง ซึ่งเป็นความจริงของโลกและชีวิต หรือพระสัทธรรม เป็นรากเหง้าของปัญญา หรือเป็นความรู้ที่จะทำให้เราได้ปฏิบัติธรรมในทางสายกลางได้ คือ ทำถูกเหตุ เมื่อทำเหตุถูก ผลก็ออกมาถูกต้องตามที่เราต้องการ คือ ดับทุกข์ได้ ไม่ได้มีการฝืนธรรมชาติแต่ประการใด

เมื่อการได้ฟังพระสัทธรรมทำให้เราเกิดมีปัญญา หรือเกิดมีดวงตาเห็นธรรม คือ มีความคิดเห็นที่ถูกต้องเกิดขึ้น เป็นความเห็นในระดับโลกุตระ (สัมมาทิฎฐิ สัมมาสังกัปปะ) ปัญญาที่ได้จะทำให้เราเกิดพฤติกรรมในทางที่ดี หรือเกิดศีลโดยอัตโนมัติ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ) เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน ความตั้งมั่นที่เกิดขึ้นกับบุคคลก็จะเปลี่ยนไปโดยปริยาย (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)

วิธีการเดินทางสายกลางนั้น เราจะต้องหมั่นฝึกฝนตนเองให้ความคิดเห็นของเรามั่นคง หรือเรียกว่ากการเจริญปัญญา ภาษาบาลีเรียกว่า การวิปัสสนาภาวนา เมื่อความคิดเห็นของเรามั่นคง หรือปัญญาของเราตั้งมั่นแล้ว ศีล สมาธิของเรา ก็จะตั้งมั่นตามไปด้วย แต่ก่อนที่เราจะเดินตามทางสายกลางได้ เราจะต้องได้ฟังพระสัทธรรมที่ถูกต้องครบถ้วนจนเกิดมีดวงตาเห็นธรรมก่อนเท่านั้น ...
30/7/56 โพสต์โดย Darkcoder
4 จาก 6
ทางดำเนินชีวิตที่มุ่งสู่ความไม่เหลือแห่งทุกข์
30/7/56 โพสต์โดย ๋Jade
5 จาก 6
อัคคิวัจฉโคตตสูตร: สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ***** "พ้นจากการนับว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ  ขันธ์ทั้งห้ามีคุณอันลึก  อันคนทั่วไปประมาณไม่ได้  หยั่งถึงได้โดยยาก. เปรียบเหมือนมหาสมุทรฉะนั้น ไม่ควรกล่าวว่าเกิด ไม่ควรจะกล่าวว่าไม่เกิด ไม่ควรจะกล่าวว่าเกิดก็มี ไม่เกิดก็มี ไม่ควรจะกล่าวว่า เกิดก็หามิได้ ไม่เกิดก็หามิได้." *****

อเจลกัสสปสูตร: สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ***** "สัสสตทิฐิ ... อุจเฉททิฐิ ... ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสอง" *****

ยมกสูตร: สมเด็จพระอัครสาวกสารีบุตรมหาเถระ(อุปติสสะ)
    ***** "อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ อันอริยสาวกนั้น ไม่เข้าไปถือมั่น ยึดมั่นแล้ว ย่อมเป็นไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขตลอดกาลนาน." *****
____________

เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:
เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:
เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:

Step 1:
ทางสายกลาง = อเจลกัสสปสูตร = สัสสตทิฐิ ... อุจเฉททิฐิ ... ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสอง

อริยสัจ4\มรรค8= อัคคิวัจฉโคตตสูตร + ยมกสูตร = พ้นจากการนับว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขันธ์ทั้งห้า + ไม่เข้าไปถือมั่นยึดมั่นอุปาทานขันธ์ ๕

อริยสัจ4\นิโรธ = อัคคิวัจฉโคตตสูตร + ยมกสูตร = มีคุณอันลึก  อันคนทั่วไปประมาณไม่ได้  หยั่งถึงได้โดยยาก + ย่อมเป็นไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขตลอดกาลนาน

Step 2:
อริยสัจ4\นิโรธ = อัคคิวัจฉโคตตสูตร + ยมกสูตร = มีคุณอันลึก  อันคนทั่วไปประมาณไม่ได้  หยั่งถึงได้โดยยาก + ย่อมเป็นไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขตลอดกาลนาน

Step 3(Step 1 + Step 2):
พ้นจากการนับว่ารูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขันธ์ทั้งห้า + ไม่เข้าไปถือมั่นยึดมั่นอุปาทานขันธ์ ๕
    เพื่อ,นำไปสู่(lead to)
มีคุณอันลึก  อันคนทั่วไปประมาณไม่ได้  หยั่งถึงได้โดยยาก + ย่อมเป็นไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขตลอดกาลนาน


สาเหตุที่ต้องแก้ปัญหาความทุกข์ในวัฏฏะ, Solution from Step 1 to Step 3 because:
สัพเพ ธัมมา อนัตตา
= สิ่งใดเป็นทุกข์, เป็นอนัตตา ควรแล้วหรือหนอที่จะเข้าไปถือมั่นยึดมั่นว่านั่นเป็นเรา,เป็นของของเรา

    อนัตตา = อนัตตลักขณสูตร = ไม่ใช่ตัวตนสัตว์บุคคลเราเขา(เป็นเพียงสภาพธรรมทั้งหลายมาประชุมอยู่ร่วมกันเท่านั้น, สภาพธรรม = รูปธรรมและนามธรรม) ไม่มีใครเป็นเจ้าของ บังคับบัญชาไม่ได้ = สภาพธรรมทั้งหลายเกิดจากสภาพธรรมทั้งหลาย = สภาพธรรมใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา = ไม่มีผลใดที่เกิดแต่เหตุแล้ว เหตุดับแต่ผลไม่ดับ = ผลดับเพราะเหตุดับ ผลเกิดเพราะเหตุเกิด
Credit: พระอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์


ใครจะฆ่าตัวตาย ให้บอกเขาว่า:
ฆ่าไม่ฆ่าก็ต้องตาย ไม่ต้องฆ่าให้ลำบากหรอก
&
ท่านใดปวดหัวเรื่องความรักให้ไปอ่าน "อิตถีวรรค" ครับ แรงเงา ยังอายเลยครับ
    ***** "สภาพธรรมใด มีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา" *****
แท้จริงมันไม่มีโชคชะตา เรากำหนดเองทั้งนั้น
สภาพธรรม(นามธรรม+รูปธรรม)ทั้งหลาย เกิดจากสภาพธรรม(นามธรรม+รูปธรรม)ทั้งหลาย
มีแต่ฌาน ไม่มีเรา[ไม่ใช่ไม่มีเรา(อุจเฉททิฏฐิ), ไม่ใช่มีเรา(สัสสตทิฏฐิ), แต่สรรพสิ่งเกิดจากเหตุปัจจัยและเป็นอนัตตา = ไม่ใช่ตัวตนสัตว์บุคคลเราเขา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ บังคับบัญชาไม่ได้]
ไม่มีสภาพธรรมใดที่มีการเกิดแล้วไม่ดับ
ไม่มีผลใดอันเกิดจากเหตุ ที่เหตุดับ แล้วผลไม่ดับ
ใครจะฆ่าตัวตายให้บอกเขาไปว่า ฆ่าไม่ฆ่าก็ต้องตาย ไม่ต้องฆ่าให้เหนื่อยหรอก
ผู้ที่รู้ จะรู้ว่า ตนเองรู้หรือไม่รู้
ผู้ที่ไม่รู้ จะไม่รู้ว่าตนเองรู้หรือไม่รู้
ที่น่ากลัวที่สุดคือ ไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้ด้วย
Credit: พระอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์


    "(อนัตตา, ปัจจยาการ)แปลง่ายๆ ว่า ทำเหตุให้ตรงกับผลที่ต้องการ เพราะธรรมชาติไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอยๆ เกิดจากเหตุปัจจัยมาประชุมกันฯ"
Credit: พระอาจารย์ Darkcoder


เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:
เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:
เป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ:
____________
1/8/56 โพสต์โดย สนทนาธรรม2
6 จาก 6
Ref:

ไตรลักษณ์ ISBN: 978-616-03-0312-0 พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต) พิมพ์ครั้งที่ 12
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=5189f6c788c81e92

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลักพระพุทธศาสนา พิมพ์ครั้งที่เจ็ด ๒๕๓๐
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=614c093fc8bb0e4f
1/8/56 โพสต์โดย สนทนาธรรม2
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
สื่อกลางประเภทมีสาย ไร้สาย อะไรดีกว่า
ศักยภาพของหัวใจ คือ รักคนได้ทั้งโลก
งานบุญกลางบ้านสาธารณะ
ภาษาโลกและภาษาธรรมแตกต่างกันอย่างไร
ชวนคนมาปฏิบัติสมาธิอย่างไรดี ชวนยากจริงๆ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู