หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
present simple tense คืออะไร
ภาษาต่างชาติ | วัฒนธรรม 2/2/51 โพสต์โดย กูเกิลกูรู
คำตอบ
1 จาก 3
คือ กาล(tense) ที่บอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เป็นปกติ และเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ เช่น I wake up early every morning.
29/3/51 โพสต์โดย cookie
2 จาก 3
Present Simple Tense (ปัจจุบันกาลธรรมดา)
เราจะใช้ประโยคของPresent Simple Tense ก็ต่อเมื่อ
1.เมื่อเหตุการณ์นั้น ๆ เป็นความจริงเสมอไป
หรืออย่างน้อยก็เป็นความจริงขณะที่พูดประโยคนั้น
Ex
We are students.
(พวกเราเป็นนักเรียน)
The earth moves round the sun.
(โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์)
2.การกระทำนั้นเกิดขึ้นเป็นประจำ เป็นนิสัย
หรือทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ฯลฯ
ซึ่งมักจะมีคำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) ต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย คือ
Always (เสมอ)
Sometimes (บางที)
Every day (week, month, year …..)
(ทุกวัน, สัปดาห์, เดือน, ปี …..)
Ex
I sometimes go to the movies with Fix.
(บางทีฉันก็ไปดูหนังกับฟิก)

รูปคำกริยา (Verb Form)
ซึ่งมีหลักการใช้ดังนี้
1. ถ้าประธานเป็น I / We / You / They หรือ พหูพจน์ คำกริยาไม่ต้องเติม S เช่น
I sing. (ฉันร้องเพลง)
We sing. (พวกเราร้องเพลง)
You sing. (คุณร้องเพลง)
They sing. (พวกเขาร้องเพลง)
Two birds sing. (นก 2 ตัวร้องเพลง)
2. ถ้าประธานเป็น He / She / It หรือ เอกพจน์ คำกริยาต้องเติม S เช่น
He sings. (เขาร้องเพลง)
She swims. (หล่อนว่ายน้ำ)
It runs. (มันวิ่ง)
A cat sings. (แมว 1 ตัวร้องเพลง)
การเติม S ที่ถ่ายของคำกริยา
 คำกริยาที่ลงท้ายด้วยตัว y  ต้องพิจารณา คือ
- ถ้าตัวอักษรที่อยู่ข้างหน้า ของ y เป็นพยัญชนะ จะต้องเปลี่ยน y เป็น I แล้ว จึงเติม es
Ex  
Baby > Babies
Cry > Cries
- ถ้าตัวอักษรที่อยู่ข้างหน้าของ y เป็นสระ ( a e I o u) สามารถที่จะเติม s ลงได้เลย
Ex
Enjoy > Enjoys
 คำกริยาที่ลงท้ายด้วย o, ss, x, ch, sh ต้องเติม es
Ex
Pass ---> passes ผ่าน
Reach ---> reaches ถึง
Fix ---> fixes ซ่อมแซม, ติด
Wash ---> washes ล้าง, ซัก
 คำกริยาที่ไม่มี ลักษณะตามข้างบนก็จะสามารถ เติม s ได้เลย
Ex
Walk > Walks เดิน
Run > Runs วิ่ง
Sing > Sings ร้องเพลง







การทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธ
สามารถพิจารณาได้จากคำกริยาในประโยค
ถ้าประโยคบอกเล่านั้นมีกริยาช่วย หากเรานั้นจะเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธ คือ เติม  “not”ไว้ท้ายของคำกริยาช่วย
Ex
(ป.บอกเล่า) Eve can speak English.
(ป.ปฏิเสธ) Eve can not speak English. (Eve can’t speak English)
ถ้าประโยคบอกเล่านั้นมี Verb to be เมื่อเราจะเปลี่ยนเป็นประโยคปฏิเสธ คือ เติม “not”
ท้าย Verb to be
Ex
(ป.บอกเล่า) Mika is a student.
(ป.ปฏิเสธ) Mika is not a student.
(ป.บอกเล่า) I am a queen.
(ป.ปฏิเสธ) I am not a queen.

ถ้าในประโยคบอกเล่านั้น ไม่มีทั้ง กริยาช่วย และ Verb to be เมื่อเราจะทำให้มันกลายเป็นประโยคปฏิเสธ ก็ต้องเติม do not (don't) หรือ does not (doesn't) แต่ต้องดูประธาน ของแต่ละประโยค ประกอบไปด้วย คือ

ถ้าประธานเป็น He, She, It หรือคำนามที่เป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3
ให้เติม does not หรือ doesn't
       Ex
(ป.บอกเล่า) Eve plays game with Jame.
(ป.ปฏิเสธ) Eve does not play game with Jame.  (หรือ)
Eve doesn’t play game with Jame.
ถ้าประธานเป็น I, We, You, They หรือคำนามพหูพจน์
ให้เติม do not หรือ don’t
       Ex
(ป.บอกเล่า) They go to Pattaya on Monday.
(ป.ปฏิเสธ) They do not go to Pattaya on Monday. (หรือ)
They don’t go to Pattaya on Monday.







การทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคคำถาม
จะต้องคำนึงถึงคำกริยาในประโยคบอกเล่าดังนี้
1. ถ้าในประโยคบอกเล่ามี Verb to be เมื่อจะเปลี่ยนเป็นประโยคคำถาม ทำได้โดย
(1) เอา Verb to be ขึ้นต้นประโยค
(2) คำที่เหลือเรียงเหมือนเดิม
(3) ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ที่ท้ายประโยค
       Ex
(ป.บอกเล่า)  Petch is a doctor.
(ป.คำถาม) Is Petch a doctor?
2. ถ้าประโยคบอกเล่ามีคำกริยาช่วย
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถามให้ทำดังนี้
(1) เอาคำกริยาช่วยขึ้นต้นประโยค
(2) คำที่เหลือเรียงเหมือนเดิม
(3) ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ที่ท้ายประโยค
Ex

(ป.บอกเล่า)  John can play golf.
(ป.คำถาม)  Can John play golf?

3. ถ้าประโยคบอกเล่าไม่มีทั้ง Verb to be และคำกริยาช่วย
เมื่อเปลี่ยนเป็นประโยคคำถามให้ทำดังนี้
(1) เอาคำว่า "Do หรือ Does" ขึ้นต้นประโยค
(2) เปลี่ยนคำกริยาเป็นรูปเดิม
(3) คำที่เหลือเรียงเหมือนเดิม
(4) ใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ที่ท้ายประโยค
จะใช้ Do หรือ Does ต้องคำนึงถึงประธานของประโยค ดังนี้
- ถ้าประธานเป็น He / She / It หรือ คำนามเอกพจน์บุรุษที่ 3 ให้ใช้ Does
Ex

(ป.บอกเล่า)  John plays golf with Jim.
(ป.คำถาม)  Does John play golf with Jim?
(ป.บอกเล่า)  Mary goes to England every year.
(ป.คำถาม)  Does Mary go to England every year?
- ถ้าประธานเป็น I / We / You / They หรือ คำนามพหูพจน์ ให้ใช้ Do
Ex
(ป.บอกเล่า)  You swim every day.
(ป.คำถาม)  Do you swim every day?
(ป.บอกเล่า)  They go to Chiangrai on Sunday.
(ป.คำถาม)Do they go to Chiangrai on Sunday?






Yes/No Question
Yes/No Question: ประโยคคำถามที่เราจะต้องการคำตอบว่า Yes หรือ No
การตอบคำถามแบบ Yes/No Question
จะมีการตอบด้วยกันอยู่ 3 แบบ ตามลักษณะของรูปประโยคคำถาม คือ
1. ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วย Verb to be เวลาตอบก็ต้องใช้ Verb to be
Ex

Is John a doctor?
---> Yes, he is. หรือ No, he isn't.
Are you Mr. White?
---> Yes, I am. หรือ No, I'm not.

2. ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่วย (Auxiliary Verb) เวลาตอบ ก็ต้องใช้คำกริยาช่วย
Ex

Can you speak English?
---> Yes, I can. หรือ No, I can't.
Can Tony swim?
---> Yes, he can. หรือ No, he can't.

3. ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วย Verb to do เวลาตอบก็ต้องใช้ Verb to do

Ex

Does John speak French?
---> Yes, he does. หรือ No, he doesn't.
Do you drink coffee?
---> Yes, I do. หรือ No, I don't.
Wh- Question คือ ประโยคคำถาม
ที่ไม่ต้องการคำตอบว่า Yes หรือ No
แต่ต้องการเป็นรายละเอียด
เวลาออกเสียง ท้ายประโยคไม่ต้องออกเสียงสูงขึ้น
การถาม-ตอบ Wh-Question จะแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1.ถามเกี่ยวกับประธานของประโยคว่าคือใครหรืออะไร
(ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What)
คำตอบมักจะเป็นคำนาม
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.1 ถ้าประธานเป็นคน
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า Who
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Who + (Verb to be หรือ คำกริยาช่วย + คำกริยารูปเดิม หรือ คำกริยาช่อง 1) + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex
Who is in the classroom? (ใครอยู่ในห้องเรียน)
=> John is in the classroom. (John อยู่ในห้องเรียน)
Who can speak Japanese? (ใครพูดภาษาญี่ปุ่นเป็น)
=> Nuom can speak Japanese. (หนุ่มพูดภาษาญี่ปุ่นเป็น)

1.2 ถ้าประธานเป็นสัตว์หรือสิ่งของ
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า What จะใช้โครงสร้างประโยคคำถาม ดังนี้
What +(Verb to be หรือ คำกริยาช่วย + คำกริยารูปเดิม หรือ คำกริยาช่อง 1) + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

What is in the box? (อะไรอยู่ในกล่อง)
=> A pen is in the box. (ปากกาอยู่ในกล่อง 1 ด้าม)
What can sing? (อะไรที่ร้องเพลงได้)
=> Bam's bird can sing. (นกของ แบมร้องเพลงได้)
What plays football with Fix? (อะไรเล่นฟุตบอลกับฟิก)
=> A dog plays football with John. (สุนัขเล่นฟุตบอลกับ John)

2. ถามเกี่ยวกับกรรมของประโยคว่าคือใครหรืออะไร (ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What)
มักจะตอบด้วยคำนามหรือคำสรรพนาม   แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
2.1 ถ้ากรรมเป็นคน
จะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า Who
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Who + do หรือ does + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

Who do you love? (คุณรักใคร)
=> I love you. (ฉันรักคุณ)
Who does Mr. Pooh hate? (มิสเตอร์พูห์เกลียดใคร)
=> He hates Nut. (เขาเกลียด นัท)

2.2 ถ้ากรรมเป็นสัตว์หรือสิ่งของจะถามขึ้นต้นด้วยคำว่า What
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
What + do หรือ does + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

What do Eve and Meen eat every day? (อีฟ และ มีน ทานอะไรทุกวัน)
=> They eat noodles every day. (พวกเขาทานก๋วยเตี๋ยวทุกวัน)
What does Kao drink every morning? (เก้า ดื่มอะไรทุกเช้า)
=> She drinks milk every morning. (หล่อนดื่มนมทุกเช้า)

3. ถามเกี่ยวกับส่วนขยายของกรรม
Ex
ที่ไหน/เมื่อไหร่/อย่างไร ฯลฯ
(จะไม่ขึ้นต้นด้วย Who หรือ What)
อาจจะตอบด้วยคำ หรือกลุ่มคำ (วลี) เช่น
3.1 ถามขึ้นต้นด้วย Where
ถ้าต้องการรายละเอียดว่า "ที่ไหน"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
Where + do หรือ does + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

Where do you go every Saturday? (คุณไปไหนทุกวันเสาร์)
=> I go to Chiangrai every Saturday. (ฉันไปเชียงรายทุกวันเสาร์)
Where does he go every Sunday? (เขาไปไหนทุกวันอาทิตย์)
=> He goes to Chiangrai every Sunday. (เขาไปเชียงรายทุกวันอาทิตย์)

3.2 ถามขึ้นต้นด้วย When
ถ้าต้องการรายละเอียดเป็นเวลาว่า "เมื่อไหร่"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
When + do หรือ does + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

When do Tom and Tony watch TV? (Tom และ Tony ดูทีวีเมื่อไหร่=ตอนเวลาเท่าไหร่)
=> They watch TV at 8 o'clock. (พวกเขาดูทีวีตอน 8 นาฬิกา)
When does Tom watch TV? (Tom ดูทีวีเมื่อไหร่=ตอนไหน)
=> He watches TV at night. (เขาดูทีวีตอนกลางคืน)
When does Mary play basketball? (Mary เล่นบาสเก็ตบอลเมื่อไหร่=ตอนไหน)
=> She plays basketball in the evening. (เธอเล่นบาสเก็ตบอลตอนเย็น)

3.3 ถามขึ้นต้นด้วย How
ถ้าต้องการรายละเอียดว่า "อย่างไร"
โดยใช้โครงสร้างประโยคคำถามดังนี้
How + do หรือ does + ประธาน + คำกริยารูปเดิม + (ส่วนเติมเต็ม) + ?
Ex

How do you go to Bangkok? (คุณไปกรุงเทพอย่างไร=เดินทางโดยอะไร)
=> I go to Bangkok by bus. (ฉันไปกรุงเทพโดยรถโดยสารประจำทาง)
How does Porry go to the market? (ปอรี่ไปตลาดอย่างไร)
=> She goes to the market on foot. (หล่อนเดินไปตลาด)




เอากันไปเต้มๆๆๆ พอดีเพิ่งทำรายงานไป!!
7/2/53 โพสต์โดย if-diiz
3 จาก 3
Present SimpIe Tense
3/11/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
pastsimple tense แตกต่างกับ past continuos อย่างไร และ....
Present Simple
ช่วยเปลี่ยนประโยคบอกเล่าให้เป็นคำถามหน่อยค่ะ(Present Simple Tense )
ขอวิธีการใช้ do กะ make ใน simple present tense
น้าอ้ออธิบาย Present perfect continous tense กับ simple continous tense ทีครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู