หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเนื้องอกในมดลูก
ตั้งครรภ์ 31/5/53 โพสต์โดย cecilia
คำตอบ
1 จาก 3
ตอบ : เมื่อได้รับการตรวจอย่างละเอียดจาก แพทย์ และตัดสินใจที่จะผ่าตัด เนื้องอกมดลูก จากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ต่างๆ เช่น เนื้องอกโตเกินกว่าขนาดครรภ์สามเดือน มีอาการตกเลือด ปวดท้องน้อยมาก ผลการขูดมดลูกสงสัยว่าจะเป็นเนื้อร้าย เนื้องอกกดการทำงาน ของทางเดินปัสสาวะ ฯลฯ ก็ควรจะมีการเตรียมตนเองก่อนผ่าตัดค่ะ

   เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของนักร้องหลายๆ ท่าน ที่มีการเตรียมตัวก่อนออกอัลปั้มเทป บางท่านบอกว่าต้องพักผ่อนให้เต็มที่ หยุดดื่มเหล้า หยุดสูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น ว่ายน้ำ จ๊อกกิ้ง เป็นเวลาหลายเดือนก่อนออกเทป เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง พลังเสียงจะได้ดีขึ้น

   การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเนื้องอกมดลูกก็เช่นกันค่ะ ถ้าพอมีเวลาไม่ได้ผ่าตัดฉุกเฉิน ควรมีการเตรียมตัว

   ประการที่หนึ่ง เตรียมสุขภาพกาย

   ต้องเตรียมสุขภาพสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ ฯบฯ ควรต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนผ่าตัด และอยู่ในการดูแลควบคุม แนะนำของแพทย์อย่างเข้มงวด

   สำหรับคนที่ไม่มีโรคประจำตัว ควรเตรียมร่างกายทั่วไปให้แข็งแรง ไม่ให้มีภาวะเลือดจาง ปอด หัวใจ แข็งแรง พอที่จะรับการผ่าตัด

   ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ กรณีที่เลือดจาง ควรรับประทานยาบำรุงเลือด เพราะการผ่าตัดนั้นต้องมีการสูญเสียเลือด ถ้ามีภาวะซีดจะเกิดอันตรายในการผ่าตัดได้

   งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อยสามเดือน การผ่าตัดเนื้องอกมดลูกนั้น อาศัยการดมยาสลบ ถ้าปอดไม่แข็งแรง เป็นโรคหลอดลมอักเสบ มีเสมหะมาก นอกจากจะมีปัญหาการดมยาสลบ การใส่ท่อหายใจระหว่างสลบแล้ว ยังมีปัญหาหลังผ่าตัดอีกด้วย เช่น ไอมาก อาจทำให้แผลแยกได้

   งดดื่มเหล้า เพราะเหล้านั้นอาจทำให้ขาดสารอาหารบางอย่าง และหัวใจไม่แข็งแรงได้
   ควรพักผ่อนให้เพียงพอ

   ควรออกกำลังกาย ให้ปอด หัวใจ และกล้ามเนื้อแข็งแรง การฟื้นตัวของร่างกายหลังผ่าตัดนั้น ต้องอาศัยพลังงานและความแข็งแรง ร่างกายจึงทนสภาพเครียด สภาพบาดเจ็บจากการผ่าตัด และสภาวะอดอาหารหลังผ่าตัดได้

   คนไข้บางท่านจะมีการบริจาคเลือดของตนเองเตรียมไว้ เพื่อใช้ในขณะผ่าตัด เพราะการรับเลือดของใคร ก็คงไม่ปลอดภัยเท่ากับการรับเลือดของตนเอง แม้ว่าปัจจุบัน จะมีการตรวจหาเชื้อต่างๆ ในเลือดบริจาค อย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม

   ประการที่สอง สุขภาพจิต

   ต้องเตรียมสุขภาพจิตของคนทั้งครอบครัว ครอบครัวคนไทยนั้น ยังเป็นครอบครัว ที่อยู่เป็นกลุ่มรวมกัน มีความสัมพันธ์ ผูกพันกัน บางทีป่วยหนึ่งคน กลายเป็นป่วยทั้งครอบครัว นอกจากคนที่จะผ่าตัดเอง ต้องเตรียมใจไม่ให้วิตกจนเกินไป อาศัยธรรมะเพื่อสงบจิตใจ พยายามให้เห็นว่า การเจ็บป่วยเป็นของธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ตีโพยตีพาย ว่าทำไมฉันจึงโชคร้ายกว่าคนอื่น ขยายเรื่องราวไปใหญ่โตว่าโรคเนื้องอกที่เป็นนี้รุนแรง ทำตัวอ่อนแอ ช่วยตนเองไม่ได้หรือซึมเศร้า วิตกเกินกว่าเหตุ ฯลฯ

   คนไข้ต้องปรับจิตใจ ให้ปลงบ้างและเชื่อว่าโชคชะตาของมนุษย์นั้นหลายครั้งมา โดยไม่ได้บอกกล่าว การมีสุขมีทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ก็ไม่ได้ประมาท หรือมองความเป็นจริง เป็นเรื่องเล็กไปหมด

   หมอพบคนไข้สตรีหลายคน ซึ่งเห็นโรคภัยเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไม่น่าเชื่อ คนไข้รายหนึ่ง สมมติชื่อคุณ ศ. เป็นสตรีอายุเพียง 22 ปี มีบุตรแล้วหนึ่งคนอายุสองขวบ เธอมาหาหมอด้วยอาการปวดท้องน้อยและตกขาว ผลการตรวจภายใน และตรวจหา มะเร็งปากมดลูก พบว่าเธอเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะที่หนึ่งเอ (CA Cervix stage 1 a) ซึ่งยืนยันได้โดยการขริบเนื้อปากมดลูกส่งตรวจ

   หมอได้ส่งคุณ ศ.ไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เมื่อแพทย์ที่นั่น อธิบายว่า ต้องผ่าตัดเอามดลูกและปากมดลูกออก ตลอดจนเลาะต่อมน้ำเหลืองที่อุ้งเชิงกราน คุณ ศ. ปฏิเสธการรักษาทันที และกลับมาบ้านด้วยเธอเชื่อว่า โรคมะเร็งที่เธอเป็นไม่ร้ายแรง และสามารถรักษาโดยการกินยาหม้อได้

   คุณ ศ. ได้กลับมาให้หมอตรวจปากมดลูกทุกปี เพื่อตรวจว่ายาหม้อที่เธอกินนั้น สามารถรักษามะเร็งให้หายได้ เธอยิ้มอย่างสบายใจว่า หลังจากกินยาหม้อ เธอสบายดี ไม่มีตกขาว ไม่ปวดท้อง

   ท่านผู้อ่านที่รัก การแพทย์นั้นยืนยันตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า มะเร็งปากมดลูก ในระยะต้นๆ นั้นสามารถรักษาให้หายขาดโดยการผ่าตัด แต่ยาหม้อนั้น ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่อย่างใด

   ผลก็คือ เมื่อมาตรวจครั้งใด ก็เห็นมะเร็งกำลังลุกลามไปเรื่อยๆ จนตัวหมอเองอดทนไม่ได้ แม้หมอไม่คัดค้านการกินยาหม้อ แต่หมอก็ได้อ้อนวอนให้คุณ ศ. ไปรักษาตัวโดยการผ่าตัด รักษาทั้งสองทางก็ได้ แต่คุณ ศ. ก็ได้ปฏิเสธ และปิดประตูชีวิตอันยืนยาวของตนเองลง

   ปัจจุบัน เป็นเวลานานสองปี จากการวินิจฉัยครั้งแรก คุณ ศ.เริ่มมีอาการตกเลือด จากมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม เมื่อตรวจภายในพบว่ามะเร็งลุกลามไปที่กระเพาะปัสสาวะ และทวารหนักแล้ว!

   …นอกจากนั้น ญาติเองก็ต้องเข้มแข็ง ให้กำลังใจคนไข้ ในการเตรียมผ่าตัด ไม่ใช่ญาติกลัวยิ่งกว่าคนไข้ และมองโลกแต่ในแง่ร้าย

   มีญาติหลายคนมีหมอพบ ชอบบอกคนไข้แต่ในแง่ร้าย เช่น
   " ต้องเป็นมะเร็งแน่เลย หมอเขาคงหลอก ไม่บอกความจริง "
   " ดูสิ คนบ้านโน้น ผ่าตัดมดลูกได้ไม่นาน สามีทิ้งไปมีผู้หญิงคนใหม่เลย "
   " ตัดมดลูกแล้วตัวจะแห้ง หน้าตาขึ้นฝ้า อารมณ์หงุดหงิด "
   " หลังผ่าตัดจะต้องยากจนตายแน่เลย เพราะจะทำงานหนักไม่ได้อีกตลอดชีวิต" ฯลฯ
   การบอกเล่าแต่สิ่งไม่ดีนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย นอกจากมีแต่ความหดหู่ ซึมเศร้าในจิตใจ

   จริงอยู่คนเราไม่ควรมองโลกในแง่ดีจนเกินไป ควรมีการเตรียมรับกับโชคร้าย ที่จะมาถึงบ้าง แต่ก็ไม่ควรกังวลจนเกินเหตุกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

   ดังนั้นทั้งคนไข้และญาติก็ต้องเตรียมสุขภาพจิตตนเองไว้ให้ดี ก่อนผ่าตัด
31/5/53 โพสต์โดย katek
2 จาก 3
ที่มูลนิธิไทยกรุณา หลักการที่เขาใช้ คือ ตนพึ่งตน
การที่ใช้สมุนไพร ก็คือการพึ่งตัวเอง โดยมีสมุนไพรเป็น
วัตถุดิบ และใช้กระบวนการธรรมชาติของร่างกาย
ในการนำวัตถุดิบนี้ไปสร้างภูมิของร่างกายขึ้นมา
เมื่อร่างกายมีภูมิก็จะสร้างสารและกระบวนการต่อต้าน
สิ่งแปลกปลอมที่มีในร่างกาย
ในขณะที่การใช้เคมี เป็นส่วนที่สังเคราะห์ขึ้น
เมื่อจะใช้ต้องมีสารนำเพื่อเข้าสู่ร่างกาย และตกค้าง
ทิ้งอยู่ในร่างกาย อันก่อให้เกิดผลข้างเคียง
อีกทั้งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง
ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมาอีก
การไปทานยาที่นั่น จึงกำหนดกติกา กว้างๆว่า
ต้องทานต่อเนื่อง จนร่างกายสามารถนำสมุนไพร
ซึ่งเป็นวัตถุดิบไปสร้างภูมิได้เอง
ต้องหยุดยาเคมี เพื่อให้ร่างกาย หรืออวัยวะ
ไม่บอบช้ำ และไม่ให้เคมีไปทำงานแทนระบบ
ภูมิคุ้มกันของตัวเอง อันจะทำให้ระบบอ่อนแอ
และไม่สามารถขาดสารเคมีได้ (หยุดยาไม่ได้)

องค์ประกอบอีกอย่างที่เขาเน้น คือ
การสวดมนต์และการทำความดี
เหตุผลที่เขาให้ก็คือ พระพุทธเจ้าตรัสว่า โลกเกิดจากกรรม
ดังนั้น กระบวนการรักษา ย่อมต้องแก้ที่ต้นตอคือกรรม
จากคำตรัสที่ว่า ธรรมเท่านั้นชนะกรรมได้
ดังนั้น ที่นั่น จึงสอนให้เราสวดมนต์และทำความดี
ตามพระพุทธเจ้า เพื่อหยุดกรรม
แล้วจึงเอาสมุนไพรไปหยุดโรก

เขามีคำขวัญของชมรมว่า
ธรรมะ ล้าง กรรม
สมุนไพร ล้าง โรค

แต่สิ่งหนึ่งที่เขามักเน้นเสมอคือ

ยาเคมี มีไว้เพื่อระงับ ดังนั้นกินปุ๊บเห็นผลเลย

แต่สมุนไพร ต้องรอเวลา อีกทั้งต้องผ่านการลงแดง
ของอาการของโรคก่อน จึงจะหายได้

ดังนั้น ผู้ที่อยากไปลองเป็นทางเลือก
ส่วนมากมักจะท้อ เมื่อถึงระยะลงแดง
และมักจะยืนระยะไม่ได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ

แต่ผู้ที่ทำได้ดังที่เขาบอก ประสพผลสำเร็จมากมาย
มีให้เห็นเยอะแยะ ไม่ว่าโรคใดๆ ก็ตาม เบาหวาน
ความดัน กระดูก มะเร็ง แม้แต่โรคเอดส์

กระนั้นก็ตามผู้ที่ไม่สำเร็จก็มีมากมาย เนื่องจากปัจจัยที่กล่าว

อย่างไรก็ตาม สามารถเป็นทางเลือกที่ดี
เพราะ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องเสียตังค์
แต่ก็ต้องลงทุนเปลี่ยนความประพฤติ และนิสัยน่ะ

รายละเอียดไปถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นเองจะดีกว่า
ที่เล่ามา เป็นแค่เท่าที่รู้

ที่อยู่ ก.ม. ๑๑๐ ท่าม่วง กาญจนบุรี
เปิด พฤหัส กับ อาทิตย์
๖.๐๐ น.

สิ่งที่ต้องใช้ รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ ใบ
สำเนาบัตรประชาชน ๑ ฉบับ
ตัวคนไข้   สอบถามเพิ่มเติมโทร0870985794 ยินดีช่วยเหลือ
14/8/53 โพสต์โดย tommy1
3 จาก 3
หลังการผ่าตัดเนื้องอกในมดลูกต้องดูแลตัวเองอย่างไร
1/11/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ผ่าตัดมดลูกรังไข่มีสิทธิ์เป็นมะเร็งไหม
วิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับสตรีที่มีเนื้องอกในมดลูก
ผ่าเนื้องอกในมดลูก และตัดรังไข่ 1 ข้าง เป็นเวลานาน 5เดือนแล้ว ทำไมยังมีนํ้าเหลืองอยู่ค่ะ ขอบคุณคะ
คนที่อายุ 91 เป็นเนื้องอกในสมอง จะรักษาหายไหม
วิธีการรักษาเนื้องอกปากมดลูก
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู