หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
nothing anything something ใช้ไงอ่าค่ะ
ข้อมูล | ภาษาอังกฤษ 20/8/54 โพสต์โดย WinterRMN
คำตอบ
1 จาก 3
การใช้ some และ any

A

some

I’ve got some money.

ใช้ some ในประโยคบอกเล่า เช่น

·        I’m going to buy some clothes.

·        These’s some ice in the fridge.

·        We did some exercises.
any

I haven’t got any money.

ใช้ any ในประโยคปฏิเสธ เช่น

·        I’m not going to buy any clothes.

·        There isn’t any orange juice in the fridge.

·        We didn’t do amy exercises.


B       any และ  some ในประโยคคำถาม

        ในประโยคคำถามส่วนใหญ่ ( ไม่ทั้งหมด ) เราใช้ any เช่น

·        Is there any ice in the fridge ?

·        Has he got any friends ?

·        Do you need any help ?

 ปกติเราใช้ some ( ไม่ใช่  any ) เมื่อเราเสนอสิ่งของให้ผู้อื่น

 ( would you like…? ) เช่น

·        A : would you like some coffee ?

·        B : Yes, please.

 หรือเมื่เราขอสิ่งของ ( Can I have ฯลฯ) เช่น

·        A : Can I have some soup, please?

          B : Yes, Help yourself.

·           A : Can you lend me some money ?

  B :  Sure. How much do you need ?

C     some และ any ที่ไม่ใช้คำนาม
·        I didn’t take any photographs but Ann took some. ( = some photographs )

·        You can have some coffee but I don’t want any. ( = any coffee )

·        I’ve just made some coffee. Would you like some ? ( = some coffee )

·        ‘Where’s your luggage ?’  ‘ I haven’t got any.’ ( = any luggage )

·        ‘are there any biscuits ?’  ‘ Yes, there are some in the kitchen.’ ( = some biscuits )

D
something / somebody ( หรือ someone )

= อะไรบางอย่าง / ใครบางคน

·        She said something.

·        I saw somebody  ( หรือ someone ).

·        Would you like something to eat ?

·        Quick ! Somebody’s coming.
anything / anybody ( หรือ amgone)

= อะไรเลย หรือ อะไรบ้าง / ใครเลย หรือ ใครบ้าง

·        She didn’t say anything.

·        I didn’t see anybody ( หรือ angone. )

·        Are you doing angthing this evening ?

·        Where’s Ann ? Has anybody seen her ?


คำคุณศัพท์
1. ใช้วางประกอบข้างหน้านาม ( attributive use ) ที่มันขยาย
• She is a beautiful girl. เธอเป็นคนสวย ( beautiful ขยายนาม girl)
• These are small envelopes. พวกนี้เป็นซองเล็กๆ ( small ขยายนาม envelopes)
2. ใช้วางเป็นส่วนของกริยา ( predicative use ) โดยอยู่ตามหลัง verb to be เมื่อ adjective นั้นขยาย noun หรือ pronoun ที่อยู่หน้า verb to be
• The girl is beautiful. เด็กผู้หญิงคนนั้นสวย ( beautiful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย girl และ the เป็นคุณศัพท์ขยาย girl เช่นกัน
• These envelopes are small. ซองพวกนี้มีขนาดเล็ก ( small เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย envelopes ,these เป็น คุณศัพท์ขยาย envelopes เช่นกัน )
• She has been sick all week. เธอป่วยมาตลอดอาทิตย์ ( sick เป็น คุณศัพท์ ที่ตามหลัง verb to be ขยายสรรพนาม she )
• ( You) Be careful. ( คุณ ) ระมัดระวังด้วย ( careful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย you ซึ่งในที่นี้ละไว้เป็นที่เข้าใจ )
• That cat is fat and white. แมวตัวนั้นอ้วนและมีสีขาว ( That เป็นคุณศัพท์ประกอบหน้านาม fat และ white เป็นคุณศัพทซึ่งเป็นส่วนของกริยาขยาย cat
[แก้ไข] หลักเกณฑ์อื่นๆ
1. คุณศัพท์ที่ประกอบหน้านามไม่ได้ ต้องวางหลัง verb to be หรือ linking verb* เท่านั้นเรียกว่าเป็น predicate adjective ได้แก่
• alike เหมือน
• afraid กลัว
• asleep หลับ
• alone โดยลำพัง
• awake ตื่นอยู่
• alive มีชีวิตอยู่
• aware ระวัง
• ashamed ละอาย
• afloat ลอย
• unableไม่สามารถ
• content พอใจ
• worth มีค่า
• sick ป่วย
• well สบายดี
เช่น
• These two women look alike. ผู้หญิง 2 คนนี้ดูเหมือนกัน ( look เป็น linking verb, alike เป็น predicative adj.)
• The boy is asleep. เด็กชายกำลังนอนหลับ ( ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The sleeping boy. )
• The sky is aglow. ท้องฟ้าสว่างไสว ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The glowing sky.
• linking verb หมายถึง กริยาที่ใช่เชื่อมประธาน ( Subject) กับคำอื่นให้สัมพันธ์ กันเพื่อช่วยขยายประธานของประโยค ให้ได้ใจความสมบูรณ์ที่นอกเหนือไปจาก verb to beเช่น appear, become, feel, get, grow,keep, look, go, remain, seem, smell, sound, taste, turn.
2. คุณศัพท์ที่ใช้เป็นส่วนของกริยา ( verb to be ) ไม่ได้ เช่น
• former ก่อน
• latter หลัง
• inner ภายใน
• outer นอก
• actual ในทางปฏิบัติ
• neighboring ใกล้เคียง
• elder อายุมากกว่า
• drunken เมา
• entire ทั้งสิ้น
• shrunken หด
• especial โดยเฉพาะ
• wooden ทำด้วยไม้
• middle กลาง
เช่น A wooden heart. (ไม่ใช่ A heart is wooden )
3. ถ้าคุณศัพท์นั้นทำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนามที่เป็นกรรมของประโยค ต้องวางคุณศัพท์ไว้หลังกรรมนั้นเพื่อให้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
• We considered his report unsatisfactory. เราพิจารณาเห็นว่ารายงานของเขาไม่เป็นที่น่าพอใจ (unsatisfactory เป็นคุณศัพท์ขยาย his report ซึ่งเป็นกรรมของประโยค )
4. เมื่อใช้กับข้อความแสดงการวัด ( measurement) วางคุณศัพท์ไว้หลังนาม หรือสรรพนาม เช่น
• My uncle is sixty years old. ลุงของฉันอายุ 60 ปี (ไม่ใช่ My uncle is old sixty years.)
• This road is fifty feet wide. ถนนนี้กว้าง 50 ฟุต (ไม่ใช่ This road is wide fifty feet.)
5. เมื่อคุณศัพท์หลายคำประกอบนามหรือสรรพนามเดียว จะวางข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ โดยจะต้องมี and มาคั่นหน้าคุณศัพท์ตัวสุดท้าย เช่น
• The building, old and unpainted, was finally demolished. ตึกซึ่งเก่าและสีทรุดโทรม
• ในที่สุดก็ถูกทุบทิ้ง ( วางข้างหลัง ) หรือ
• The old and unpainted building was finally demolished. ( วางข้างหน้า )
• He bought a new, powerful and expensive car . เขาซื้อรถใหม่ที่กำลังแรงสูงและราคาแพง หรือ
• He bought a car, new, powerful and expensive.
6. คุณศัพท์วางตามหลังคำสรรพนาม ( pronoun ) ที่มันขยาย ต่อไปนี้
someone     anyone          no one          everyone
somebody         anybody         nobody          everything
something        anything        nothing         everybody
เช่น
• She wanted to marry someone rich and smart. เธอต้องการแต่งงานกับใครสักคนซึ่งหล่อและรวย
• I'll tell you something important. ฉันจะเล่าบางอย่างที่สำคัญให้คุณฟัง
7. วาง คุณศัพท์ไว้หลังนามหรือสรรพนามถ้าคุณศัพท์นั้นมีข้อความ ( prepositional phrase ) ประกอบอยู่ เช่น
• Thailand is a country famous for its food and fruits. ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารและผลไม้ (famous เป็นคุณศัพท์ famous for food and fruits เป็นข้อความขยายคำนาม country)
• She is the woman suitable for the position. เธอเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับตำแหน่ง (suitable เป็นคุณศัพท์ suitable for the position. เป็นข้อความขยาย woman )
8. คุณศัพท์บางคำมีความหมายต่างกัน ถ้าวางในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น
• He is and old friend. เขาเป็นเพื่อนเก่า
• My friend is old. เพื่อนของฉันสูงอายุ
• The teacher was present. ครูมาอยู่ที่นั้นด้วย
• The present teacher. ครูคนปัจจุบัน
• Harry was late. แฮรีมาสาย
• The late Harry. แฮรี่ผู้เสียชีวิตไปแล้ว
9. กลุ่มของคำที่เป็นวลี ( phrase) หรืออนุประโยค ( clause ) เมื่อขยายคำนาม ต้องวางหลังนามหรือสรรพนามที่มันประกอบ เช่น
• The woman sitting in the chair is my mother ผู้หญิงที่นั่งที่เก้าอี้เป็นแม่ของฉัน ( sitting in the chair เป็นวลี ขยายคำนาม the woman)
• The man who came to see me this morning is my uncle. ผู้ชายที่มาหาฉันเมื่อเช้านี้คือลุงของฉัน ( who came to see me this morning เป็นอนุประโยคขยายคำนาม the man )
หมายเหตุ ถ้านามใดมีทั้งวลี และ อนุประโยค มาขยายพร้อมกัน ให้เรียงวลีไว้หน้าอนุประโยคเสมอ เช่น
• I like the picture on the wall which was painted by my friend. ฉันชอบรูปภาพที่แขวนบนข้างซึ่งวาดโดยเพื่อนของฉัน ( on the wall เป็นวลีขยาย the picture) ( which was painted by my friend เป็นอนุประโยคขยาย the picture )
• There is only one solution possible. (possible วางหลังคำนาม solution )
• There are some tickets available. ( available วางหลังคำนาม tickets)
10. คุณศัพท์ที่เป็นสมญานามไปขยายคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ให้วางหลังคำนามนั้นเสมอ เช่น
• Alexander the Great
• William the Conqueror
11.โดยปกติคุณศัพท์จะต้องวางหลัง article ที่เป็น a หรือ an เช่น a good man ยกเว้นคุณศัพท์ต่อไปนี้ เมื่อนำไปขยายคำนามที่เป็นเอกพจน์และนับได้ ให้วางคุณศัพท์นั้นไว้หน้า a หรือ an ได้แก่ half, such, quite, rather และ many เช่น
• John is such a good man. ( a good man เป็นนามเอกพจน์ )
• This is rather a valuable picture ( a valuable picture เป็นนามเอกพจน์ )
20/8/54 โพสต์โดย น้องแกง
2 จาก 3
การใช้ some และ any

A

some

I’ve got some money.

ใช้ some ในประโยคบอกเล่า เช่น

·        I’m going to buy some clothes.

·        These’s some ice in the fridge.

·        We did some exercises.
any

I haven’t got any money.

ใช้ any ในประโยคปฏิเสธ เช่น

·        I’m not going to buy any clothes.

·        There isn’t any orange juice in the fridge.

·        We didn’t do amy exercises.


B       any และ  some ในประโยคคำถาม

        ในประโยคคำถามส่วนใหญ่ ( ไม่ทั้งหมด ) เราใช้ any เช่น

·        Is there any ice in the fridge ?

·        Has he got any friends ?

·        Do you need any help ?

 ปกติเราใช้ some ( ไม่ใช่  any ) เมื่อเราเสนอสิ่งของให้ผู้อื่น

 ( would you like…? ) เช่น

·        A : would you like some coffee ?

·        B : Yes, please.

 หรือเมื่เราขอสิ่งของ ( Can I have ฯลฯ) เช่น

·        A : Can I have some soup, please?

          B : Yes, Help yourself.

·           A : Can you lend me some money ?

  B :  Sure. How much do you need ?

C     some และ any ที่ไม่ใช้คำนาม
·        I didn’t take any photographs but Ann took some. ( = some photographs )

·        You can have some coffee but I don’t want any. ( = any coffee )

·        I’ve just made some coffee. Would you like some ? ( = some coffee )

·        ‘Where’s your luggage ?’  ‘ I haven’t got any.’ ( = any luggage )

·        ‘are there any biscuits ?’  ‘ Yes, there are some in the kitchen.’ ( = some biscuits )

D
something / somebody ( หรือ someone )

= อะไรบางอย่าง / ใครบางคน

·        She said something.

·        I saw somebody  ( หรือ someone ).

·        Would you like something to eat ?

·        Quick ! Somebody’s coming.
anything / anybody ( หรือ amgone)

= อะไรเลย หรือ อะไรบ้าง / ใครเลย หรือ ใครบ้าง

·        She didn’t say anything.

·        I didn’t see anybody ( หรือ angone. )

·        Are you doing angthing this evening ?

·        Where’s Ann ? Has anybody seen her ?


คำคุณศัพท์
1. ใช้วางประกอบข้างหน้านาม ( attributive use ) ที่มันขยาย
• She is a beautiful girl. เธอเป็นคนสวย ( beautiful ขยายนาม girl)
• These are small envelopes. พวกนี้เป็นซองเล็กๆ ( small ขยายนาม envelopes)
2. ใช้วางเป็นส่วนของกริยา ( predicative use ) โดยอยู่ตามหลัง verb to be เมื่อ adjective นั้นขยาย noun หรือ pronoun ที่อยู่หน้า verb to be
• The girl is beautiful. เด็กผู้หญิงคนนั้นสวย ( beautiful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย girl และ the เป็นคุณศัพท์ขยาย girl เช่นกัน
• These envelopes are small. ซองพวกนี้มีขนาดเล็ก ( small เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย envelopes ,these เป็น คุณศัพท์ขยาย envelopes เช่นกัน )
• She has been sick all week. เธอป่วยมาตลอดอาทิตย์ ( sick เป็น คุณศัพท์ ที่ตามหลัง verb to be ขยายสรรพนาม she )
• ( You) Be careful. ( คุณ ) ระมัดระวังด้วย ( careful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย you ซึ่งในที่นี้ละไว้เป็นที่เข้าใจ )
• That cat is fat and white. แมวตัวนั้นอ้วนและมีสีขาว ( That เป็นคุณศัพท์ประกอบหน้านาม fat และ white เป็นคุณศัพทซึ่งเป็นส่วนของกริยาขยาย cat
[แก้ไข] หลักเกณฑ์อื่นๆ
1. คุณศัพท์ที่ประกอบหน้านามไม่ได้ ต้องวางหลัง verb to be หรือ linking verb* เท่านั้นเรียกว่าเป็น predicate adjective ได้แก่
• alike เหมือน
• afraid กลัว
• asleep หลับ
• alone โดยลำพัง
• awake ตื่นอยู่
• alive มีชีวิตอยู่
• aware ระวัง
• ashamed ละอาย
• afloat ลอย
• unableไม่สามารถ
• content พอใจ
• worth มีค่า
• sick ป่วย
• well สบายดี
เช่น
• These two women look alike. ผู้หญิง 2 คนนี้ดูเหมือนกัน ( look เป็น linking verb, alike เป็น predicative adj.)
• The boy is asleep. เด็กชายกำลังนอนหลับ ( ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The sleeping boy. )
• The sky is aglow. ท้องฟ้าสว่างไสว ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The glowing sky.
• linking verb หมายถึง กริยาที่ใช่เชื่อมประธาน ( Subject) กับคำอื่นให้สัมพันธ์ กันเพื่อช่วยขยายประธานของประโยค ให้ได้ใจความสมบูรณ์ที่นอกเหนือไปจาก verb to beเช่น appear, become, feel, get, grow,keep, look, go, remain, seem, smell, sound, taste, turn.
2. คุณศัพท์ที่ใช้เป็นส่วนของกริยา ( verb to be ) ไม่ได้ เช่น
• former ก่อน
• latter หลัง
• inner ภายใน
• outer นอก
• actual ในทางปฏิบัติ
• neighboring ใกล้เคียง
• elder อายุมากกว่า
• drunken เมา
• entire ทั้งสิ้น
• shrunken หด
• especial โดยเฉพาะ
• wooden ทำด้วยไม้
• middle กลาง
เช่น A wooden heart. (ไม่ใช่ A heart is wooden )
3. ถ้าคุณศัพท์นั้นทำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนามที่เป็นกรรมของประโยค ต้องวางคุณศัพท์ไว้หลังกรรมนั้นเพื่อให้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
• We considered his report unsatisfactory. เราพิจารณาเห็นว่ารายงานของเขาไม่เป็นที่น่าพอใจ (unsatisfactory เป็นคุณศัพท์ขยาย his report ซึ่งเป็นกรรมของประโยค )
4. เมื่อใช้กับข้อความแสดงการวัด ( measurement) วางคุณศัพท์ไว้หลังนาม หรือสรรพนาม เช่น
• My uncle is sixty years old. ลุงของฉันอายุ 60 ปี (ไม่ใช่ My uncle is old sixty years.)
• This road is fifty feet wide. ถนนนี้กว้าง 50 ฟุต (ไม่ใช่ This road is wide fifty feet.)
5. เมื่อคุณศัพท์หลายคำประกอบนามหรือสรรพนามเดียว จะวางข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ โดยจะต้องมี and มาคั่นหน้าคุณศัพท์ตัวสุดท้าย เช่น
• The building, old and unpainted, was finally demolished. ตึกซึ่งเก่าและสีทรุดโทรม
• ในที่สุดก็ถูกทุบทิ้ง ( วางข้างหลัง ) หรือ
• The old and unpainted building was finally demolished. ( วางข้างหน้า )
• He bought a new, powerful and expensive car . เขาซื้อรถใหม่ที่กำลังแรงสูงและราคาแพง หรือ
• He bought a car, new, powerful and expensive.
6. คุณศัพท์วางตามหลังคำสรรพนาม ( pronoun ) ที่มันขยาย ต่อไปนี้
someone     anyone          no one          everyone
somebody         anybody         nobody          everything
something        anything        nothing         everybody
เช่น
• She wanted to marry someone rich and smart. เธอต้องการแต่งงานกับใครสักคนซึ่งหล่อและรวย
• I'll tell you something important. ฉันจะเล่าบางอย่างที่สำคัญให้คุณฟัง
7. วาง คุณศัพท์ไว้หลังนามหรือสรรพนามถ้าคุณศัพท์นั้นมีข้อความ ( prepositional phrase ) ประกอบอยู่ เช่น
• Thailand is a country famous for its food and fruits. ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารและผลไม้ (famous เป็นคุณศัพท์ famous for food and fruits เป็นข้อความขยายคำนาม country)
• She is the woman suitable for the position. เธอเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับตำแหน่ง (suitable เป็นคุณศัพท์ suitable for the position. เป็นข้อความขยาย woman )
8. คุณศัพท์บางคำมีความหมายต่างกัน ถ้าวางในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น
• He is and old friend. เขาเป็นเพื่อนเก่า
• My friend is old. เพื่อนของฉันสูงอายุ
• The teacher was present. ครูมาอยู่ที่นั้นด้วย
• The present teacher. ครูคนปัจจุบัน
• Harry was late. แฮรีมาสาย
• The late Harry. แฮรี่ผู้เสียชีวิตไปแล้ว
9. กลุ่มของคำที่เป็นวลี ( phrase) หรืออนุประโยค ( clause ) เมื่อขยายคำนาม ต้องวางหลังนามหรือสรรพนามที่มันประกอบ เช่น
• The woman sitting in the chair is my mother ผู้หญิงที่นั่งที่เก้าอี้เป็นแม่ของฉัน ( sitting in the chair เป็นวลี ขยายคำนาม the woman)
• The man who came to see me this morning is my uncle. ผู้ชายที่มาหาฉันเมื่อเช้านี้คือลุงของฉัน ( who came to see me this morning เป็นอนุประโยคขยายคำนาม the man )
หมายเหตุ ถ้านามใดมีทั้งวลี และ อนุประโยค มาขยายพร้อมกัน ให้เรียงวลีไว้หน้าอนุประโยคเสมอ เช่น
• I like the picture on the wall which was painted by my friend. ฉันชอบรูปภาพที่แขวนบนข้างซึ่งวาดโดยเพื่อนของฉัน ( on the wall เป็นวลีขยาย the picture) ( which was painted by my friend เป็นอนุประโยคขยาย the picture )
• There is only one solution possible. (possible วางหลังคำนาม solution )
• There are some tickets available. ( available วางหลังคำนาม tickets)
10. คุณศัพท์ที่เป็นสมญานามไปขยายคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ให้วางหลังคำนามนั้นเสมอ เช่น
• Alexander the Great
• William the Conqueror
11.โดยปกติคุณศัพท์จะต้องวางหลัง article ที่เป็น a หรือ an เช่น a good man ยกเว้นคุณศัพท์ต่อไปนี้ เมื่อนำไปขยายคำนามที่เป็นเอกพจน์และนับได้ ให้วางคุณศัพท์นั้นไว้หน้า a หรือ an ได้แก่ half, such, quite, rather และ many เช่น
• John is such a good man. ( a good man เป็นนามเอกพจน์ )
• This is rather a valuable picture ( a valuable picture เป็นนามเอกพจน์ )
20/8/54 โพสต์โดย น้องแกง
3 จาก 3
ใช้ยังไง? ก็ต้องดูที่เนื้อหา, ข้อความว่าพูดถึงอะไร เพื่อว่าจะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมตามกาละเทศะ

nothing ใช้กับอะไรที่เป็นศูนย์หรือพูดอีกอย่างก็คือ ไม่มีอะไรเลย
I have nothing to tell you. = ฉันไม่มีอะไรจะบอกเธอหรอก

something บางสิ่งบางอย่าง
I have something to tell you. = ฉันมีอะไรจะบอกเธอนะ

anything อะไรก็ได้ (ไม่เรื่องมาก ขอให้มีมาเถอะ) หรือถ้ามีหลาย ๆ ตัวเลือกมาให้เลือกก็จะบอกว่า "อะไรก็ได้" หยิบมาซะอันนึง เช่นพูดว่า

Do you want anything? = คุณต้องการอะไรบ้างไหม?

Just buy me anything. = อะไรก็ได้ซื้อมาเถอะ
20/8/54 โพสต์โดย น้าอ้อ
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ถ้าเราจะเขียน ๆ เป็นภาษาอังกฤษใช้ตัวไรคะ
anything กับ something ใช้ต่างกันยังไงคะ
วิธีการใช้ that
เพลงวันแต่งงาน คุณคิดว่าเป็นเพลงอะไรดีครับ
Why shouldn't you pass anytime to another person with one hand in Korea?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู