หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
จริยธรรมหมายถึง
โรงเรียน 23/2/53 โพสต์โดย เหล็กไทย งามอินทร์
คำตอบ
1 จาก 2
เก็บมาฝากค่ะ

"...ความหมายตามพจนานุกรมในภาษาไทย จริยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติ ศีลธรรมอันดี ตามธรรมเนียมยุโรป อาจเรียก จริยธรรมว่า Moral philosophy (หลักจริยธรรม)
จริยธรรม น. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม [1]

“จริยธรรม” มาจากคำ 2 คำคือ จริย + ธรรม ซึ่งแปลตามศัพท์ คือ จริยะ แปลว่า ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ คำว่า ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อเอาคำ จริยะ มาต่อกับคำว่า ธรรม เป็นจริยธรรม แปลเอาความหมายว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ [2]

คำว่า ธรรม พระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย์ หลวงพ่อพุทธทาส อินทปัญโญ กล่าวว่า คือ 1. ธรรมชาติ 2. กฎของธรรมชาติ 3. หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ 4. การได้รับผลตามกฎของธรรมชาติ

คำว่า ธรรม พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต) กล่าวไว้ว่า คือ “สภาพที่ทรงไว้, ธรรมดา, ธรรมชาติ สภาวะธรรม, สัจธรรม, ความจริง, เหดุ, ต้นเหตุ, สิ่ง, ปรากฏการณ์ ฯลฯ (พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต ) เพิ่มศัพท์และปรับปรุง พ.ศ. 2427 มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หน้า 105) ที่นำเอาความหมายของคำว่า ธรรม ที่ท่านผู้รู้กล่าวไว้มาเสนอมากพอสมควรนี้ก็เพื่อความเข้าใจคำว่า ธรรม ให้มากขึ้น เพราะเป็นคำที่สำคัญที่สุดและคนทั่วไปมักจะเข้าใจเพียงมัวๆเท่านั้น ธรรม หรือ สัจธรรม เป็นแม่บท เป็นฐานของทุกอย่าง ต่อจาก สัจธรรม ก็คือสิ่งที่เรียกว่า จริยธรรม อันได้แก่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับความดีงาม ซึ่งเป็นความจริงที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามความเป็นจริงของธรรมชาติ ความจริงของมนุษย์ต้องสอดคล้องกับความจริงของธรรมชาติ จึงจะเกิดผลสำเร็จได้ด้วยดี..."

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1
23/2/53 โพสต์โดย ตั้ว เสื้อผ้าคนอ้วน
2 จาก 2
จริยธรรมคืออะไร?

จากวิทยานิพนธ์เรื่อง "การศึกษาวิเคราะห์หลักจริยธรรมที่ปรากฎในจารึกที่องค์พระปฐมเจดีย์"
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2547

ความหมายของจริยธรรม

คำว่า “จริยธรรม” แยกออกเป็น จริย + ธรรม คำว่า “จริยะ” หมายถึง ความประพฤติหรือกิริยา ที่ควรประพฤติ ส่วนคำว่า “ธรรม” มีความหมายหลายอย่าง เช่น คุณความดี, หลักคำสอนของศาสนา, หลักปฏิบัติ เมื่อนำคำทั้งสองมารวมกันเป็น “จริยธรรม” จึงได้ความหมายตามตัวอักษรว่า “หลักแห่ง ความประพฤติ” หรือ “แนวทางการประพฤติ” (พระเมธีธรรมาภรณ์, 2534:74)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้คำนิยามว่า “จริยธรรม คือ ธรรมที่เป็นข้อ ประพฤติ ปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม

ผลการสัมมนาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ เรื่อง “จริยธรรมในสังคม ไทยปัจจุบัน” ซึ่งจัดขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ปทุมธานี เมื่อ พ.ศ. 2522 ได้สรุปนิยามไว้ว่า “จริยธรรม คือแนวทางประพฤติปฏิบัติตนเพื่อการบรรลุถึงสภาพชีวิตอันทรงคุณค่าพึงประสงค์”

วิทย์ วิศทเวทย์ และ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ให้คำนิยามว่า จริยธรรม หมายถึง หลักคำสอน ว่าด้วย ความประพฤติเป็นหลักสำหรับให้บุคคลยึดถือในการปฏิบัติตน (วิทย์ วิศทเวทย์ และเสฐียรพงษ์ วรรณปก, 2530:2)

ประภาศรี สีหอำไพ (2535:24) ให้ความหมายของจริยธรรมไว้ว่า จริยธรรม หมายถึงหลัก ความประพฤติที่อบรมกิริยาและปลูกฝังลักษณะนิสัยให้อยู่ในครรลองของคุณธรรมหรือศีลธรรม คุณค่า ทางจริยธรรมชี้ให้ เห็นความเจริญงอกงามในการดำรงชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผน ตามวัฒนธรรมของ บุคคลที่มีลักษณะทางจิตใจ ที่ดีงามอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โน้มนำให้บุคคลมุ่งกระทำความดี ละเว้น ความชั่ว มีแนวทางความประพฤติอยู่ในเรื่องของความดี ความถูกต้อง ควรในการประพฤติตนเพื่อ อยู่ในสังคมได้อย่างสงบเรียบร้อยและ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มีคุณธรรมและมโนธรรมที่จะสร้าง ความสัมพันธ์อันดี โดยมีสำนึกที่จะใช้สิทธิและหน้าที่ของตนตามค่านิยมที่พึงประสงค์

น้อย พงษ์สนิท (2526:181) ให้ความหมายของคำว่า “จริยธรรม” ไว้ว่า จริยธรรม คือหลักความดีอัน ควรประพฤติปฏิบัติ โดยนัยนี้จริยธรรมจึงเป็นผลได้มาจากหลาย ๆ ทาง เช่น ประเพณีวัฒนธรรม กฎหมาย เป็นต้น จริยธรรมจึงเป็นบรรทัดฐานของความประพฤติหลายประการ หนึ่งในบรรดาบรรทัดฐานของ ความประพฤติทั้งหลาย เป็นสิ่งกำหนดว่าอะไรควรประพฤติปฏิบัติ อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ว่า ถ้าเช่นนั้น จริยธรรมแตกต่างจากค่านิยม กฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ อย่างไร ? เพราะสิ่งเหล่านี้ ก็เป็นตัวกำหนดว่า อะไรควรประพฤติปฏิบัติเช่นกัน จึงขอกล่าวเพิ่มเติมว่า จริยธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ควรนำไปประพฤติเพื่อให้เกิดความดีงาม มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่คุณความดี ส่วนค่านิยมนั้นเป็นเพียงสิ่งที่คนนิยมปฏิบัติกัน

จริยธรรม คือแนวทางของการประพฤติหรือข้อปฏิบัติตนเป็นคนดีเพื่อประโยชน์สุข ของตนเอง และส่วนรวม ข้อปฏิบัติเหล่านั้นมาจากขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ศาสนา และปรัชญา จริยธรรมเป็นข้อปฏิบัติที่ชักจูงให้คนทำตามโดยไม่ต้องตั้งคำถามหาเหตุผลว่าทำไมต้องทำ ทั้งนี้เพราะจริยศาสตร์ได้ให้เหตุผลสนับสนุนข้อปฏิบัติอยู่แล้ว หาได้มีเงื่อนไขว่าจะต้องก่อให้เกิด คุณความดีในสังคมไม่ อนึ่งกฎหมายและระเบียบข้อบังคับนั้น เป็นสิ่ง ที่บังคับให้บุคคลกระทำ

โดยทั่วไปจริยธรรมมักอิงอยู่กับศาสนา ทั้งนี้เพราะคำสอนทางศาสนามีส่วนสร้าง ระบบจริยธรรมให้สังคม ดังคำกล่าวของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ว่า

“จริยธรรมของสังคมไทยขึ้นอยู่กับระบบศีลธรรมของพุทธศาสนา ศาสนาพุทธกำหนดหลักในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันไว้อย่างไร นั่น หมายความว่าได้กำหนดหลักจริยธรรมไว้ให้ปฏิบัติอย่างนั้น”

(อ้างใน สุริยา จารยะพันธุ์, 2527:13)

แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจริยธรรม อิงอยู่กับหลักคำสอนทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แท้ที่จริงนั้น จริยธรรมยังหยั่งรากอยู่บนขนบธรรมเนียม ประเพณี

โดยนัยนี้ บางท่านเรียกหลักแห่งความประพฤติอันเนื่องมาจากคำสอนทางศาสนาว่า “ศีลธรรม” และเรียกหลักแห่งความประพฤติอันพัฒนามาจากแหล่งอื่น ๆ ว่า จริยธรรม ศีลธรรมกับ จริยธรรม จึงเป็นอันเดียวกันในทรรศนะของนักวิชาการกลุ่มนี้ ความแตกต่างอยู่ตรงแหล่งที่มา ถ้าแหล่งที่มาแห่ง ความประพฤตินั้น มาจากศาสนาหรือเป็นข้อบัญญัติของศาสนานั่นเป็น “ศีลธรรม” แต่ถ้าเป็นหลักทั่ว ๆ ไป ไม่เกี่ยวกับศาสนา คืออาจเป็นคำสอนของนักปรัชญาก็ได้ นั่นเป็น “จริยธรรม” นักวิชาการกลุ่มนี้พยายามสร้าง จริยธรรมสากล ซึ่งจะเป็นหลักปฏิบัติดำเนินชีวิตของทุกคน โดย ไม่จำกัดว่าเขานับถือศาสนาใด ทั้งยังพยายามบอกว่า คำว่าจริยธรรมเป็นศัพท์บัญญัติ มีความหมายตรง กับคำภาษาอังกฤษว่า Ethics, Ethicality, Ethical Rules ส่วนคำว่า ศีลธรรม เป็นศัพท์บัญญัติที่ตรงกับ ภาษาอังกฤษว่า Morals, Morality

เป็นที่น่าสังเกตว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ใส่วงเล็บคำว่า Ethics หลังคำว่า จริยศาสตร์ (จริยศาสตร์ (Ethics)) และใส่วงเล็บคำว่า Moral Education หลังคำว่า จริยศึกษา (จริยศึกษา Moral Education) แต่ไม่มีการใส่วงเล็บคำภาษาอังกฤษหลังคำว่า จริยธรรม อันแสดงถึง ความไม่แน่ใจว่า คำนี้ ตรงกับคำใดในภาษาอังกฤษ เมื่อไม่มีการกำหนดให้แน่นอนลงไป บางท่าน จึงใช้คำว่า จริยธรรม ให้หมายถึง Morality เช่น ท่านพุทธทาสภิกขุ ถึงกับกล่าวว่า “จริยธรรมก็คือศีลธรรม ซึ่งตรงกับ Morality นั่นเอง”

พระเมธีธรรมาภรณ์ (2534:77) เสนอทรรศนะว่า จริยธรรมไม่แยกเด็ดขาดจากศีลธรรม แต่ก็มี ความหมายกว้างกว่าศีลธรรม ศีลธรรมเป็นหลักคำสอนศาสนาที่ว่าด้วยความประพฤติชอบ อันวางรากฐานอยู่บนหลักคำสอนของศาสนาปรัชญาและขนบธรรมเนียมประเพณี จริยธรรมจึงเป็น ระบบอันมีศีลธรรม เป็นส่วนประกอบสำคัญ

ระบบจริยธรรมนั้น ประกอบด้วย
1. ความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติ ของมนุษย์มีส่วนกำหนดโครงสร้างของจริยธรรม เช่น ถ้ามีความเชื่อว่ามนุษย์เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ระบบจริยธรรมจะเป็นไปในลักษณะห้ามมนุษย์เอาเปรียบกัน ถ้ามีความเชื่อว่ามนุษย์มีธาตุแห่งความเป็น พุทธะซ่อนอยู่ ระบบจริยธรรมจะส่งเสริมให้พัฒนาศักยภาพนั้นเพื่อความเป็นพุทธะเบ่งบานเต็มที่


2. ความเชื่อเกี่ยวกับอุดมคติหรือความดีสูงสุด ให้ความหมายหรือความสมเหตุ สมผลแก่ระบบจริยธรรม เช่น ชาวพุทธฝ่ายมหายานบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์ เพราะเชื่อว่าวิถีชีวิต เช่นนั้น ช่วยให้ตนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ในกรณีนี้ ความเป็นพระพุทธเจ้าจึงเป็นอุดมคติของเขา


3. ระเบียบปฏิบัติหรือแนวทางแห่งการดำเนินชีวิต ที่ชี้แนะว่าอะไรควรทำอะไร ไม่ควรทำ ทั้งนี้เพื่อพาชีวิตไปสู่จุดหมายสูงสุดหรืออุดมคติ คนส่วนมากมักคิดกันว่า แนวทางแห่ง การประพฤติปฏิบัตินี้เท่านั้นเป็นจริยธรรม ที่แท้จริงจริยธรรมยังประกอบด้วยสิ่งที่กล่าวในข้อ 1 ข้อ 2 และ ข้อ 4


4. เหตุจูงใจให้คนปฏิบัติดีและเลิกละการปฏิบัติผิด เหตุจูงใจที่ทำให้คนดำเนิน ตามหลักจริยธรรมหรือกฎศีลธรรม มี 3 ประการ คือ

4.1 ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นเหตุจูงใจให้คนทำดีมีจริยธรรม เพราะถ้าไร้ จริยธรรม สังคมอาจตำหนิหรือคว่ำบาตร กฎหมายอาจลงโทษ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน คนเราจึงมีจริยธรรม ทั้งนี้เพราะเล็งเห็นผลตอบแทนในชาตินี้หรือหวังสวรรค์ในชาติหน้า
4.2 ความเคารพกฎกติกาจนเป็นนิสัย ทำให้คนอยู่ในระเบียบวินัย และดำเนิน ตามหลักจริยธรรม คนเราถูกฝึกตั้งแต่เล็กให้เชื่อฟังกฎกติกา เรารักษาสัญญาเพราะเราเห็นว่าสัญญาต้อง เป็นสัญญา ชาวคริสต์มีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าจึงปฏิบัติตามพระบัญญัติ ชาวพุทธมีศรัทธาในพระพุทธ เจ้าจึงรักษาศีล
4.3 ความมีน้ำใจต่อผู้อื่น อันรวมถึงความรักเคารพผู้อื่น ทำให้คนเรารักษา คำมั่นสัญญา หรือละเว้นการเบียดเบียนผู้อื่น ข้อนี้เองสามารถกล่าวได้ว่า คนดีเพราะมีคุณธรรมประจำใจ

บางครั้งมีผู้แย้งว่า จริยธรรมหรือศีลธรรมมุ่งควบคุมความประพฤติทางกายและวาจา ไม่รวมไปถึงทางใจ ศีลธรรมไม่ใช่ศีลและธรรม แต่เป็นธรรมขั้นศีล หมายถึง ความสำรวมกาย วาจาให้เรียบร้อย โดยนัยนี้ จริยธรรมทั่วไปจึงมีความหมายแคบกว่าพุทธจริยธรรม ดังที่พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2529:12-14) กล่าวว่า

“คำว่า “จริยะ จริยา ตลอดจนจริยธรรม มีความหมายกว้างกว่า นั้น คือหมายถึงการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ การยังชีวิตให้เป็นไป การครองชีวิต การใช้ชีวิต การเคลื่อนไหวของชีวิตทุกแง่ ทุกด้าน ทุกระดับ ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางใจ... จริยธรรมที่จะพูดต่อไป ขอให้ทำความเข้าใจก่อนว่า จะใช้ในความหมายที่กว้างอย่างนี้ แม้แต่ การปฏิบัติกรรมฐานเจริญสมาธิ บำเพ็ญสมถะ เจริญวิปัสสนา ก็รวมอยู่ใน คำว่า “จริยธรรม”

พุทธจริยธรรมตามแนวที่พระราชวรมุนีแสดงไว้นั้น สอดคล้องกับหลักจริยธรรม ที่พระพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า

“สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสูปสมฺปทา

สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธานสาสนํ”

“การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อม

การชำระจิตใจของตนให้ผ่องใส นั่นเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”

พระพุทธพจน์นี้แสดงว่า หลักจริยธรรมในพระพุทธศาสนามิได้สอนเพียงให้หยุด ทำชั่วและให้ทำ ความดีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสอีกด้วย

ความหมายของจริยธรรม จริยศาสตร์และจริยศึกษา มีความแตกต่างกันที่กล่าวโดยสรุป ได้ดังนี้

จริยศาสตร์ทำหน้าที่เสนอทฤษฎีแห่งความประพฤติ ส่วนจริยธรรมได้ประมวลหลักปฏิบัติ ที่ควรทำตาม กล่าวอีกนัยหนึ่ง จริยศาสตร์เสนอเหตุผลและหลักการแห่งความดีให้กับระบบจริยธรรม ส่วนจริยธรรมเสนอวิธีการประพฤติปฏิบัติที่ดี สำหรับปัญหาต่อไปที่ว่า ทำอย่างไรคนจึงจะมี จริยธรรมนั้น เป็นกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มุ่งปลูกฝังเจตคติหรือคุณธรรมลงไป ในจิตใจของผู้เรียน เพื่อว่าผู้เรียนจะมีความรู้เรื่องจริยธรรม และยึดหลักจริยธรรมเป็นแนวทาง ดำเนินชีวิตต่อไป

ความรู้ในจริยศาสตร์อาจช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการของจริยธรรมมากขึ้น แต่จริยธรรม อาจเป็นเพียงความรู้เกี่ยวกับวิธีการดำรงตนเป็นคนที่ไร้ผลในทางปฏิบัติ ถ้าจริยศึกษาไม่สามารถสร้าง เจตคติและทักษะแก่ผู้เรียน จนนำไปใช้ปฏิบัติการในชีวิตจริง

ส่วนจริยศึกษา หมายถึงวิธีการอบรมสั่งสอนสมาชิกของสังคม โดยใช้ทฤษฎีต่าง ๆ ความมุ่งหมายในการจัดจริยศึกษาในสถานศึกษาทุกระดับ ก็เพื่อพัฒนาเด็กนักเรียน นักศึกษา ให้เป็น ผู้มีพฤติกรรม อุปนิสัย และบุคลิกภาพ ซึ่งรวมเรียกว่า มีจริยธรรมและคุณธรรมพอเหมาะกับระดับ การศึกษาและวัยของผู้เรียนตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ในการจัดจริยศึกษาเพื่อให้บังเกิดผลอย่างจริงจัง มีนักวิชาการหลายท่านเสนอทฤษฎีของนักจิตวิทยาที่โลกยอมรับที่สำคัญเช่น ทฤษฎีพัฒนาการทาง จริยธรรม ของลอร์เรนซ์ โคลเบิร์ก ทฤษฎีบุคลิกภาพของอีริกสัน ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของ แบนดูรา เป็นต้น (ชำเลือง วุฒิจันทร์, 2524 :70)
23/2/53 โพสต์โดย BABORCLUB
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
.. เศร้า ..
“ศรีราชา” ชี้ “ณัฏฐ์” ไม่ผิดจริยธรรม แต่ไม่เหมาะสมดูรูปโป๊กลางสภา
+-+-+-+-+-+-+- ขอถามหน่อยคะ -+-+-+-+-+-+-+-
----//---พุทธศาสนสุภาษิต----//----
ความหมายของคำว่า"เป็นผู้ใหญ่"และ"ผู้นำ"ของคุณคืออะไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู