หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อยากทราบเกี่ยกับวิธีบวช และ บทสวดขอบวชครับ
ผมจะลงไปบวชที่วัด ตจว วันที่ 25 นี้

ช่วงนี้รอประกาศผลสอบ เลยอยาก ทราบ บทสวดชอบวชครับ

จะได้ท่องไปเลย แล้วจะได้ไปเตรียมอยู่วัดอีกพักนึงครับ

ขอบคุณครับ
สังคม 17/5/52 โพสต์โดย FuseZa
คำตอบ
1 จาก 5
คำขอบรรพชา

เอ สาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ละเภยยาหัง ภันเต ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ทุติ ยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ละเภยยาหัง ภันเต ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ตะติ ยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ละเภยยาหัง ภันเต ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง ละเภยยัง อุปะสัมปทัง

อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปะทายะ

ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปะทายะ

ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปะทายะ

(เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ) (ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกศา)

คำขอศีล

อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ, ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ, ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ

1. ปาณาติปาตา เวรมณี

2. อะทินนาทานา เวรมณี

3. อะพรมมาจริยา เวรมณี

4. มุสาวาทา เวรมณี

5. สุราเมรยะมัชชะปมาทัฎฐานา เวรมณี

6. วิกาละโภชะนา เวรมณี

7. นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวรมณี

8. มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัฌฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวรมณี

9. อุจจาสะยะนะมหาสะยะนา เวรมณี

10. ชาตะระชะตะปะฏิคะหะนา เวรมณี

อิมานิ ทะสะ ภิกขาปะทานิ สมาธิยามิ  (3จบ)

คำขอนิสัย

อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ, ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ, ตติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ

อุปัชชาโย เม ภันเต โห หิ (3 จบ)

อัชชะตัคเคทานิ เถโร มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ถาโร (3จบ)

คำขออุปสมบท

สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปะทายะ

ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปะทายะ

ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปะทายะ

* ถ้าบวชหมู่ เปลี่ยน ยาจามิ เป็น ยาจามะ และ เปลี่ยน มัง เป็น โน *

อะหัง ภันเต .......(ชื่อพระใหม่)....... นามะ

อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสมา ธีรปัญโญ นามะ
18/5/52 โพสต์โดย Winyu444
2 จาก 5
คำขอบรรพชาอุปสมบท

เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง,

ทุติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง,

ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง,

อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ

ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ

ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ

มูลกัมมัฏฐาน

เกสา, โลมา, นะขา, ทันตา, ตะโจ (อนุโลม)

ตะโจ, ทันตา, นะขา, โลมา, เกสา (ปฏิโลม)

คำขอสรณะและศิล

อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.

ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.

ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมาม สัมพุทธ ธัสสะ (ว่าสามจบ)

(ถาม) "ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ"

(ตอบ) "อามะ ภันเต" แล้วว่าตามอีก

1) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

2) ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

3) สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

4) ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

5) ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

6) ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

7) ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

8) ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

9) ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

(ถาม) "ติสะระณะคะมะนัง นิฎฐิตัง"

(ตอบ) "อามะ ภันเต"

ว่าตามดังนี้

1) ปาณาติปาตา เวระมะณี

2) อะทินนาทานา เวระมะณี

3) อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี

4) มุสาวาทา เวระมะณี

5) สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี

6) วิกาละโภชะนา เวระมะณี

7) นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวระมะณี

8) มาลาคันธะ วิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ วิภูสะ นัฎฐานา เวระมะณี

9) อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี

10) ชาตะรูปะระชะตะ ปะฎิคคะหะณา เวระมะณี อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (ว่าสามหน)

คำขอนิสัย

อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.

ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.

ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.

อุปัชฌาโย เม, ภันเต โหหิ.

อุปัชฌาโย เม, ภันเต โหหิ.

อุปัชฌาโย เม, ภันเต โหหิ.

(ถาม) "ปะฎิรูปัง" (ตอบ) "สาธุ ภันเต"

(ถาม) "โอปายิกัง" (ตอบ) "สาธุ ภันเต"

(ถาม) "ปาสาทิเกนะสัมปาเทหิ" (ตอบ) "สาธุ ภันเต"

ว่าต่ออีกว่า

อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร

อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร

อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร

คำบอกบาตรจีวร คำรับ  
1) อะยันเต ปัตโต อามะ ภันเต  
2) อะยัง สังฆาฏิ  อามะ ภันเต  
3) อะยัง อุตตะราสังโค อามะ ภันเต
4) อะยัง อันตะระระวาสะโก อามะ ภันเต  

ท่านว่า "คจฉอมุมหิ โอกาเสติฐาหิ"

ถาม ตอบ  
กุฏฐัง นัตถิ ภันเต  
คัณโฑ นัตถิ ภันเต
กิลาโส นัตถิ ภันเต
โสโส นัตถิ ภันเต
อะปะมาโร อามะ ภันเต
มะนุสโสสิ๊ อามะ ภันเต
ปุริโสสิ๊  อามะ ภันเต  
ภุชิสโสสิ๊  อามะ ภันเต
อะนะโณสิ๊  อามะ ภันเต
นะสิ๊ ราชะภะโฏ อามะ ภันเต  
อะนุญญาโสสิ๊ มาตาปิตูหิ  อามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊  อามะ ภันเต  
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง  อามะ ภันเต

กินนาโมสิ อะหัง ภันเต......นามะ โก นามะ เต อุปัชฌาโย อุปัชฌา โย เม ภันเต

อายัสมา ปภากะโร มานะ

คำขออุปสมบท

สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ ฯ

ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ ฯ

ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ, อะนุกัมปัง อุปาทายะ ฯ

คำขอขมาสงฆ์

"สังเฆ ปะมาเทนะ, ทะวารัตตะเยนะ กะตัง, สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต"
18/5/52 โพสต์โดย ํYggdra
3 จาก 5
พิธีบวช
         คำว่า บวช มาจากคำว่า บ+วช แปลว่าเว้นทั่ว คือเว้นจากกาม ในที่นี้หมายถึงการบวช
เป็นสามเณร และบวชเป็นภิกษุเท่านั้น
         จุดมุ่งหมายในการบวชก็คือการปฏิบัติ เพื่อรื้อออกซึ่งความเป็นทุกข์ และทำให้แจ้งใน
พระนฤพาน (ความดับทุกข์) อย่างไรก็ตามการบวช ได้แม้เพียงชั่วคราวก็นับว่าดี เพราะนอกจาก
เป็นการสืบต่อ พระศาสนาแล้ว อย่างน้อยยังเป็นเหตุให้รู้จัก ฝึกความอดทน และความเสียสละ
อย่างมาก อาจทำให้เข้าถึงพุทธธรรม ได้โดยใกล้ชิด

พิธีมงคลอุปสมบทหรือการบวชเป็นพระภิกษุ
         ภิกษุ แปลว่า ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร เมื่อเป็นพระภิกษุแล้วต้องถือศีล 227 และต้องรักษา
ข้อวัตรปฏิบัติอื่น ๆ อีกมาก เมื่อผู้ที่มีอายุครบกำหนดบวช และมีความประสงค์ ที่จะบวชแล้วนั้น
ต้องตระเตรียม หาวันบวช และพระอุปัชฌาย์ หน้าที่นี้ส่วนใหญ่พ่อแม่ หรือญาติผู้ใหญ่จะเป็น
ผู้จัดเตรียมให้ ซึ่งในเมืองไทยนิยมบวช กันตามประเพณี ในช่วงก่อนวันเข้าพรรษา คือในราว
เดือน 5 ถึงเดือน 7 ของไทย เทียบกับเดือน ของโดยสากล ก็ราว ๆ เมษายนถึงเดือนมิถุนายน
หรือกรกฎาคม ส่วนใหญ่จะบวชกันราว 3 เดือน และสึกหรือลาสิกขาเมื่อพ้นจากวันออกพรรษา
ในราวเดือน 11 หรือเดือนตุลาคม แต่ใครต้องการบวชต่อก็ได้
         การกำหนดฤกษ์ยามนั้น พ่อแม่ต้องพาบุตรชาย ไปพบกับอุปัชฌาย์ หรือท่านเจ้าอาวาส
เพื่อให้ท่านตรวจวันเดือนปี เมื่อเห็นว่ามีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์จึงกำหนดฤกษ์บวชให้ โดยการ
ไปหาอุปปัชฌาย์ต้องนำดอกไม ้ธูปเทียนเครื่องสักการะติดมือไปด้วย ครั้นเมื่อได้กำหนดฤกษ์
ยาม อันเป็นมงคลแล้ว ผู้ที่บวชก็กลับมาร่ำลาญาติมิตร แล้วไปอยู่วัดเพื่อเตรียมฝีกท่องคำขาน
นาค และฝึกซ้อมเกี่ยวกับพิธีบวช ในช่วงที่มาอยู่วัดนี้ ชาวบ้านจะเรียกผู้เตรียมตัวว่า "นาค"
หรือ "พ่อนาค"

การขอขมาลาญาติมิตร
         เพื่อเข้าอุปสมบท คือผู้ที่จะบวชต้องนำดอกไม้ธูปเทียน ไปลาญาติพี่น้องและผู้ใหญ่
ซึ่งตนเคารพนับถือ เป็นการแสดงความเคารพ และขอขมาอโหสิกรรม ในสิ่งที่ตนเคยล่วงเกิน
ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง และในวันสุกดิบ หรือก่อนที่จะนำนาคไป
ทำพิธีที่วัด ก็จัดให้มีพิธีขอขมา และลาญาติมิตร เพราะความสะดวก เนื่องจากทุกคนมารวมอยู่
ณ ที่เดียวกัน โดยเมื่อผู้ขอขมากล่าวคำขอขมาว่า " กรรมหนึ่งใด ที่ข้าพเจ้าเคยผิดพลาดล่วง
เกิน ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้า และลับหลัง ขอท่านโปรดอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าด้วย" ผู้ขอ
ขมาต้องกล่าว "อโหสิ" ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพื่อให้นาคเกิดความ สบายใจ

เครื่องอัฐบริขาร และสิ่งที่ต้องจัดหา
         อัฐบริขาร และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นและควรจัดหามา คือ
    1.  ไตรครอง 1 ชุด ประกอบด้วย อันตรวาสก อุตราสงค์ สังฆาฏิ กายพันธน์ ผ้าอังสะ และ
         ผ้ารัดอก อันตรวาสก คือ ผ้าสบงสำหรับนุ่ง อุตราสงค์ คือผ้าจีวรสำหรับห่ม สังฆาฏิคือ
         ผ้าสำหรับห่มซ้อนนอกเวลาอากาศหนาว ปกติจะพับไว้แล้วพาดซ้อนบ่าเวลาห่มดอง
         ซึ่งเป็นการห่มจีวรอีกแบบหนึ่งของพระกายพันธน์ นั้นคือ ผ้าประคดเอว ผ้าอังสะ คือ
         ผ้าสีเหลือง ลักษณะคล้ายเสื้อใช้คล้องไหล่เฉียงบ่าปิดไหล่ซ้าย พระจะใช้เมื่ออยู่วัดตาม
         ลำพัง ผ้ารัดอก ใช้รัดจีวรเมื่อเวลาห่มดอง นอกจากนี้ยังมีผ้ากราบ ใช้รองกราบและ เมื่อ
         รับของที่ผู้หญิงประเคนถวาย
    2.  ไตรอาศัย 1 ชุด คือไตรสำรองมีจีวร สบง อังสะ และผ้าอาบน้ำฝน
    3.  บาตร 1 ชุด พร้อมทั้งเชิงรองหรือที่ตั้งบาตร ฝาบาตร ถลกบาตร และสายโยง ถุงตะเคียว
         หรือตาข่ายคลุมบาตรและสายโยงสำหรับสะพาย
    4.  มีดโกน พร้อมทั้งใบมีดโกน
    5.  เข็มเย็บผ้า พร้อมทั้งกล่องเข็มและด้าย
    6.  เครื่องกรองน้ำ (ธมกรก)
    7.  เสื่อ ที่นอน หมอนมุ้ง ผ้าห่มนอน
    8.  จีวร สบง อังสะ ผ้าอาบ (อาศัย)
    9.  ตาลปัตร ย่าม ผ้าเช็ดหน้า ร่ม(สีดำ) รองเท้าแตะ
  10.  โคมไฟฟ้า ไฟฉาย นาฬิกา
  11.  สำรับ หรือ ปิ่นโตคาว หวาน จานข้าว ช้อนส้อม ผ้าเช็ดมือ
  12.  ที่ต้มน้ำ กาต้มน้ำ ป้านพร้อมทั้งถ้วย เหยือกน้ำ และแก้วน้ำ กระติกน้ำแข็ง กระติกน้ำร้อน
  13.  กระโถนบ้วน กระโถนถ่าย
  14.  ขันอาบน้ำ สบู่ และกล่องสบู่ แปรง และยาสีฟัน ผ้าขนหนู กระดาษชำระ
  15.  สันถัต (อาสนะ)
  16.  หีบไม้ หรือกระเป๋าหนังสำหรับเก็บไตรครอง
          สิ่งจำเป็นนั้นคืออัฐบริขารมีทั้งหมด 8 อย่าง คือ บาตร จีวร สบง สังฆาฏิ ผ้าประคดเอว
หม้อกรองน้ำ กล่องเข็ม พร้อมด้าย มีดโกน และหินลับมีด นอกเหนือจากนั้น มีความจำเป็นลด
น้อยลง แล้วแต่กำลังของเจ้าภาพจะจัดหามาได้ครับ
18/5/52 โพสต์โดย Nai Surathai
4 จาก 5
พิธีการบวชแบบมหานิกาย (อุกาสะ)

ขั้นตอนและบทที่ต้องท่องจำใช้ในพิธีบวชแบบมหานิกาย (อุกาสะ)

         รับผ้าไตรอุ้มประนมมือแล้วเดินเข้าไปในที่ ประชุมสงฆ์ในพิธี (สังฆนิบาต) แล้ววางผ้า
ไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌาย์ กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓
ครั้ง แล้วอุ้มผ้าไตรประนมมือยืนขึ้นเปล่งวาจาขอบรรพชาว่า

อุกาสะ วันทามิ ภันเต
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง
ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ
อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา ปัพพัชชัง เทถะ เม ภันเต

         (นั่งคุกเข่าลง แล้วประนมมือว่า)

อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ

         (กล่าว ๓ ครั้งว่า)

สัพพะทุกขะ นิสสะระณะนิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ
อิมัง กาสาวัง คะเหตะวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต
อะนุกัมปัง อุปาทายะ (เสร็จแล้วพระอุปัชฌาจะมารับผ้าไตร แล้วว่าต่อไป)

         (กล่าว ๓ ครั้งว่า)

สัพพะทุกขะ นิสสะระณะนิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ
เอตัง กาสาวัง ทัตตะวา ปัพพาเชถะ มัง ภันเต
อะนุกัมปัง อุปาทายะ

         พระอุปัชฌาย์ให้โอวาทและบอก ตะจะปัญจะกะ กัมมัฏฐาน แล้วให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลม (ไปข้างหน้า) และปฏิโลม (ทวนกลับ) ดังนี้

เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม)
ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม)

         พระอุปัชฌาย์ชักอังสะออกจากไตรมาสวมให้ผู้บวช แล้วสั่งให้ออกไปครองผ้าครบ
ไตรจีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วรับเครื่องไทยทานเข้าไปหาพระอาจารย์ ถวายท่านแล้วกราบ
๓ ครั้ง ยืนประนมมือเปล่งวาจาขอสรณะและศีลดังนี้

อุกาสะ วันทามิ ภันเต
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ

อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา
ติสะระเณนะ สะหะ
สีลานิ เทถะ เม ภันเต

         (นั่งคุกเข่าขอสรณะ และศีลดังต่อไปนี้)

อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ

         (พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการให้ผู้บรรพชาว่าตามดังนี้)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

         พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า "เอวัง วะเทหิ" หรือ "ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ"
         ให้รับว่า "อามะ ภันเต" แล้วท่านจะว่านำสรณคมน์ก็ให้ว่าตามดังนี้

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

         พอจบแล้วทางพระอุปัชฌาย์จะบอกว่า "ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง"
ก็ให้รับว่า "อามะ ภันเต" ต่อจากนั้นก็สมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการโดยว่าตามท่านไปเรื่อยๆ
ดังนี้

ปาณาติปาตา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
อทินนาทานา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
อะพรหมจริยา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
มุสาวาทา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
สุราเมรยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
วิกาละโภชนา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสนา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
มาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณฑนะวิภูสะนัฏฐานา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ
ชาตะรูปะ ระชะตะ ปฏิคคหณา เวรมณี สิกขาปะทัง สมาทิยามิ

         (พระจะกล่าว ๓ ครั้งว่า)

อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สมาทิยามิ

         (เสร็จแล้วพึงกราบลง ๑ หน แล้วยืนขึ้นว่าดังนี้)

วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ (คุกเข่าลงกราบ ๓ ครั้ง)

         ต่อจากนั้นให้รับบาตรอุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ในสังฆสันนิบาต วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย
รับเครื่องไทยทานถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง เสร็จแล้วยืนขึ้นประนมมือกล่าวดังนี้

อุกาสะ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ
อุกาสะ การุญญัง กัตตะวา นิสสะยัง เทถะ เม ภันเต

         (นั่งคุกเข่า)

อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ

         (กล่าว ๓ ครั้งว่า)

อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ

         พระอุปัชฌาย์จะกล่าวรับว่า "โอปายิกัง ปะฏิรูปัง ปาสาทิเกนะ สัมปะเทหิ"
ผู้บวชพึงรับว่า "อุกาสะ สัมปะฏิจฉามิ" ๓ ครั้งแล้วว่าดังนี้

         (กล่าว ๓ ครั้งว่า)

อัชชะตัคเคทานิ เถโร มัยหัง ภาโร อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร

         (เสร็จแล้วยืนขึ้นว่าดังนี้)

วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง
สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง
สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ (คุกเข่าลงกราบ ๓ ครั้ง)

         ลำดับต่อไปพระอุปัชฌาย์หรือพระอาจารย์จะเอาบาตรมีสายโยคคล้องตัวผู้ขอบวช แล้ว
บอกบาตรและจีวร ผู้บวชก็รับเป็นทอดๆ ไปดังนี้

อะยันเต ปัตโต           (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง สังฆาฏิ             (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อุตตะราสังโค    (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อันตะระวาสะโก (รับว่า) อามะ ภันเต

         จากนั้นพระอาจารย์ท่านจะบอกให้ออกไปข้างนอกว่า "คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ"
ผู้บวชก็ถอยออกไปยืนอยู่ในที่ที่กำหนดไว้ (ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณทางเข้าโบสถ์) ต่อจากนี้
พระอาจารย์จะสวดถามอันตรายิกธรรม ให้รับ "นัตถิ ภันเต" ๕ ครั้ง และต่อด้วย "อามะ ภันเต"
อีก ๘ ครั้งดังต่อไปนี้

พระจะถามว่า............................ผู้บวชกล่าวรับว่า

กุฏฐัง......................................นัตถิ ภันเต
คัณโฑ....................................นัตถิ ภันเต
กิลาโส....................................นัตถิ ภันเต
โสโส......................................นัตถิ ภันเต
อะปะมาโร................................นัตถิ ภันเต
มะนุสโสสิ๊................................อามะ ภันเต
ปุริโสสิ๊....................................อามะ ภันเต
ภุชิสโสสิ๊.................................อามะ ภันเต
อะนะโณสิ๊................................อามะ ภันเต
นะสิ๊ ราชะภะโฏ........................อามะ ภันเต
อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ...........อามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊.............อามะ ภันเต
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง.........อามะ ภันเต
กินนาโมสิ................................อะหัง ภันเต...........*(ชื่อพระใหม่) นามะ
โก นามะ เต.............................อุปัชฌาโย อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา.........*(ชื่อพระ
                                             อุปัชฌาย์) นามะ

*หมายเหตุ
         ผู้บวชจะต้องทราบชื่อทางพระที่พระตั้งให้ใหม่ก่อนวันบวช และต้องจำชื่อพระอุปัชฌาย์
ให้ได้ด้วย

         เสร็จแล้วกลับเข้ามาข้างในที่ประชุมสงฆ์ กราบลงตรงหน้าพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง นั่งคุก
เข่าประนมมือเปล่งวาจาขออุปสมบทดังนี้

สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ

         ต่อมาพระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม ผู้บวชก็รับว่า "นัตถิ ภันเต" ๕ ครั้ง และ "อามะ ภันเต" ๘ ครั้ง บอกชื่อพระใหม่ของตัวเอง และชื่อพระอุปัชฌาย์แบบที่ผ่านมาอย่าง
ละหนึ่งครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งฟังพระสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ
         พอจบแล้วท่านก็จะเอาบาตรออกจากตัว ให้กราบลง ๓ ครั้ง นั่งพับเพียบฟังพระอุปัชฌาย์ บอกอนุศาสน์ไปจนจบ แล้วก็กล่าวรับว่า "อามะ ภันเต" เสร็จพิธีก็กราบพระอุปัชฌาย์
๓ ครั้ง ถ้ามีเครื่องไทยทานก็ให้รับไทยทานถวายพระอันดับ เวลากรวดน้ำก็ให้ตั้งใจรำลึกถึงผู้มี
พระคุณอุทิศส่วนกุศลแด่ท่าน ขั้นตอนต่อไปก็นั่งฟังพระท่านอนุโมทนาต่อไปจนจบเป็นอันเสร็จ
พิธี
18/5/52 โพสต์โดย Nai Surathai
5 จาก 5
พิธีการบวชแบบธรรมยุต (เอสาหัง)

ขั้นตอนและบทที่ต้องท่องจำใช้ในพิธีบวชแบบธรรมยุต (เอสาหัง)

         รับผ้าไตรอุ้มประนมมือแล้วเดินเข้าไปในที่ ประชุมสงฆ์ในพิธี (สังฆนิบาต) แล้ววางผ้า
ไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌาย์ กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓
ครั้ง แล้วอุ้มผ้าไตรประนมมือยืนขึ้นเปล่งวาจาขอบรรพชาว่า

เอสาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ทุติยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

ตะติยัมปาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ
ละเภยยาหัง ภันเต
ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง
*ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง

อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ปัพพัชชัง ยาจามิ อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา
ปัพพาเชถะ มัง ภันเต อะนุกัมปัง อุปาทายะ

*หมายเหตุ ถ้าบวชเป็นสามเณรให้ละคำว่า ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง ออก

         พระอุปัชฌาย์รับเอาผ้าไตรจากผู้บวชวางไว้ตรงหน้าตัก ให้โอวาทและบอก ตะจะปัญจะ
กะ กัมมัฏฐาน แล้วให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลม (ไปข้างหน้า) และปฏิโลม (ทวนกลับ)
ดังนี้

เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม)
ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม)

         พระอุปัชฌาย์ชักอังสะออกจากไตรมาสวมให้ผู้บวช แล้วสั่งให้ออกไปครองผ้าครบไตร
จีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓
ครั้ง นั่งคุกเข่าเปล่งวาจาขอสรณะและศีลดังนี้

อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ

         (พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการให้ผู้บรรพชาว่าตามดังนี้)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

         พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า "เอวัง วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ"
ให้รับว่า "อามะ ภันเต" แล้วท่านจะว่านำสรณคมน์ก็ให้ว่าตามดังนี้

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

         พอจบแล้วทางพระอุปัชฌาย์จะบอกว่า "ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง"
ก็ให้รับว่า "อามะ ภันเต" ต่อจากนั้นก็สมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการโดยว่าตามท่านไปเรื่อยๆ
ดังนี้

ปาณาติปาตา เวรมณี
อทินนาทานา เวรมณี ิ
อะพรหมจริยา เวรมณี
มุสาวาทา เวรมณี
สุราเมรยะมัชชะปมาทัฏฐานา เวรมณี
วิกาละโภชนา เวรมณี
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสนา เวรมณี
มาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณฑนะวิภูสะนัฏฐานา เวรมณี
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวรมณี
ชาตะรูปะ ระชะตะ ปฏิคคหณา เวรมณี

         (และกล่าว ๓ ครั้งว่า)

         "อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สมาทิยามิ"
         เสร็จแล้วรับบาตรอุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ในที่ประชุมสงฆ์ วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย
รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวดังนี้

อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ (ตรงนี้ว่า ๓ ครั้ง)

         พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า "โอปายิกัง ปะฏิรูปัง ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ"
ให้รับว่า "สาธุ ภันเต" ทุกครั้งไป

         "อัชชะตัคเคทานิ เถโร มัยหัง ภาโร อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร"
         กล่าวตรงนี้ ๓ ครั้ง เสร็จแล้วกราบลง ๓ ครั้ง

         พระอาจารย์จะเอาสายคล้องตัวผู้บวช บอกบาตร และจีวรก็ให้ผู้บวชรับว่า "อามะ ภันเต"
๔ ครั้งดังนี้

อะยันเต ปัตโต            (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง สังฆาฏิ              (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อุตตะราสังโค     (รับว่า) อามะ ภันเต
อะยัง อันตะระวาสะโก  (รับว่า) อามะ ภันเต

         จากนั้นพระอาจารย์ท่านจะบอกให้ออกไปข้างนอกว่า "คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ"
ผู้บวชก็ถอยออกไปยืนอยู่ในที่ที่กำหนดไว้ (ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณทางเข้าโบสถ์)
         ต่อจากนี้พระอาจารย์จะสวดถามอันตรายิกธรรม ให้รับ "นัตถิ ภันเต" ๕ ครั้ง และต่อด้วย
"อามะ ภันเต" อีก ๘ ครั้งดังต่อไปนี้

พระจะถามว่า..............................ผู้บวชกล่าวรับว่า

กุฏฐัง........................................นัตถิ ภันเต
คัณโฑ......................................นัตถิ ภันเต
กิลาโส......................................นัตถิ ภันเต
โสโส........................................นัตถิ ภันเต
อะปะมาโร..................................นัตถิ ภันเต
มะนุสโสสิ๊..................................อามะ ภันเต
ปุริโสสิ๊......................................อามะ ภันเต
ภุชิสโสสิ๊...................................อามะ ภันเต
อะนะโณสิ๊..................................อามะ ภันเต
นะสิ๊ ราชะภะโฏ...........................อามะ ภันเต
อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ.............อามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊...............อามะ ภันเต
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง...........อามะ ภันเต
กินนาโมสิ..................................อะหัง ภันเต.............*(ชื่อพระใหม่) นามะ
โก นามะ เต อุปัชฌาโย................อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา..........*(ชื่อพระอุปัชฌาย์)
                                                นามะ

*หมายเหตุ
    ผู้บวชจะต้องทราบชื่อทางพระที่พระตั้งให้ใหม่ก่อนวันบวชและต้องจำชื่อพระอุปัชฌาย์ให้ได้
ด้วย

         เสร็จแล้วกลับเข้ามาข้างในที่ประชุมสงฆ์ กราบลงตรงหน้าพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง นั่งคุก
เข่าประนมมือเปล่งวาจาขออุปสมบทดังนี้

สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ มัง ภันเต สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ

         ถ้ากล่าวพร้อมกันให้เปลี่ยนคำว่า ยาจามิ เป็น ยาจามะ และเปลี่ยน มัง เป็น โน

         ต่อมาพระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม ผู้บวชก็รับว่า "นัตถิ ภันเต" ๕ ครั้ง และ "อามะ ภันเต" ๘ ครั้ง บอกชื่อพระใหม่ของตัวเอง และชื่อพระอุปัชฌาย์แบบที่ผ่านมาอย่าง
ละหนึ่งครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งฟังพระสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ
         พอจบแล้วท่านก็จะเอาบาตรออกจากตัว ให้กราบลง ๓ ครั้ง นั่งพับเพียบฟังพระ
อุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ไปจนจบ แล้วก็กล่าวรับว่า "อามะ ภันเต" เสร็จพิธีก็กราบ ๓ ครั้ง
         ถ้ามีเครื่องไทยทานก็ให้รับไทยทานถวายพระอันดับ เวลากรวดน้ำก็ให้ตั้งใจรำลึกถึงผู้มี
พระคุณอุทิศส่วนกุศลแด่ท่าน ขั้นตอนต่อไปก็นั่งฟังพระท่านอนุโมทนาต่อไปจนจบเป็นอันเสร็จ
พิธี
18/5/52 โพสต์โดย Nai Surathai
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
บวช 30 นี้ครับ บวชหมู่ มีคำถามครับ
ทำแท้งก่อนแฟนบวช
ท่องบวชไม่ได้จะได้บวชไมครับ
อยากทราบเกี่ยวกับการบรรพชาอุปสมบท
บทสวดมนต์ข้ามปีมีบทสวดอะไรบ้าง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู