หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ทำไมกรุงสุโขทัยจึงใช้ระบบ พ่อ ปกครองลูก
เพราะเหตุใดหลักศิลาจารึกถึงพิสูจน์ได้ว่าสร้างในสมัย ร.4 มีวัตถุประสงค์อะไร
zfpuh 10/11/51 โพสต์โดย ไม่มีชื่อ
คำตอบ
1 จาก 9
ศิลาจารึกเปนสิ่งที่ใหความรูในดานภาษาศาสตรอักษรศาสตรและนิรุกติศาสตรเปนสวน
ใหญในสวนของเนื้อหาสาระถือเปนเอกสารประวัติศาสตรที่แสดงวัฒนธรรมของชนชาติ
เจาของจารึกวามีความเปนมาอยางไร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวครั้งยังดํารงพระอิสริยยศ
เปนสมเด็จพระเจานองยาเธอเจาฟามงกุฏขณะทรงผนวชไดเสด็จจาริกไป
ยังทองถิ่นตางๆทรงคนพบศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่๑อันเปนหลักลายสือ
ไทยของพอขุนรามคําแหงมหาราชณตําบลเมืองเกาอําเภอเมืองสุโขทัย
เมื่อปพ.ศ.๒๓๗๖จากนั้นก็ไดมีการศึกษาคนควาเรื่องราวของศิลาจารึก
อีกหลายหลักที่กลาวถึงเหตุการณในสมัยสุโขทัย
ศิลาจารึกที่สลักขึ้นในสมัยสุโขทัยที่มีการชําระและแปลแลวนํามาพิมพรวบรวมไวใน
ประชุมจารึกสยามภาคที่๑พ.ศ.๒๔๖๗มีจํานวน๑๕หลักจากนั้นไดมีการศึกษาเพิ่มเติมและ
จัดพิมพเผยแพรโดยมีหอสมุดแหงชาติเปนหนวยหลักหลายครั้งเฉพาะที่เปนจารึกสมัยสุโขทัย
ไดมีการรวบรวมจัดพิมพอีกในหนังสือจารึกสมัยสุโขทัยโดยกรมศิลปากรเนื่องในโอกาสฉลอง
๗๐๐ปลายสือไทยพ.ศ.๒๕๒๖ไดจัดกลุมจารึกสุโขทัยตามลักษณะของตัวอักษรจําแนกไวเปน
๕กลุมคือ
- จารึกที่ใชอักษรไทยสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรขอมสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรไทยขึ้นตนและตอดวยอักษรขอมสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรขอมขึ้นตนและตอดวยอักษรไทยสุโขทัย
- จารึกที่ใชอักษรไทยสุโขทัยขึ้นตนและตอดวยอักษรธรรมลานนา
ศิลาจารึกพอขุนรามคําแหง
พุทธศักราช๑๘๓๕
ทะเบียนจารึก
อักษร
ไทยสุโขทัย
ภาษา
ไทย
ศักราช
พ.ศ. ๑๘๓๕
จารึกอักษร
ดานที่๑,๒ดานละ๓๕บรรทัดดาน๓, ๔ดานละ๒๗บรรทัด
วัตถุที่จารึก
หินทรายแปง
ลักษณะวัตถุ
หลักสี่เหลี่ยมดานเทาทรงกระโจมหรือทรงยอ
ขนาดวัตถุ
กวางดานละ๓๕เซนติเมตรสูง๑๑๑เซนติเมตร
บัญชี/ทะเบียนวัตถุสท.๑(สท./๑)
คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพเอกสารทางประวัติศาสตร, สํานัก
นายกรัฐมนตรี.
ประชุมศิลาจารึกภาคที่๑. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพสํานักเลขาธิการ
คณะรัฐมนตรี, ๒๕๒๑) เรียกศิลาจารึกหลักนี้วา“จารึกหลักที่๑”
พบเมื่อ
พ.ศ. ๒๓๗๖
สถานที่พบ
เนินปราสาทเมืองเกาสุโขทัยอําเภอเมืองจังหวัดสุโขทัย
ผูพบ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว
ศิลาจารึกหลักนี้เรียกวา“จารึก
พอขุนรามคําแหง” หรือ“จารึกหลักที่
๑” ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่ง
เกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่๓แหงกรุง
รัตนโกสินทรเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่๔ยัง
ดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระเจา
นองยาเธอเจาฟามงกุฎฯขณะทรงผนวช
ไดเสด็จจาริกธุดงคไปทางหัวเมืองแถบ
เหนือของประเทศไทยเมื่อปพุทธศักราช๒๓๗๖เสด็จถึงเมืองสุโขทัยทรงพบศิลาจารึก
พอขุนรามคําแหงที่เนินปราสาทเมืองเกาสุโขทัยทอดพระเนตรเห็นเปน“โบราณวัตถุที่
สําคัญ” จึงโปรดใหนําลงมาที่กรุงเทพฯเมื่อปพุทธศักราช๒๓๗๖พรอมกับศิลาจารึกวัด
ปามะมวงภาษาเขมร(สท.๓) หลักที่๔และ
พระแทนมนังศิลาบาตรโดยนํามาเก็บ
รักษาไวที่วัดราชาธิวาสเปนแหงแรก
หนังสือศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่๑จารึกพอขุนรามคําแหงฉบับหอสุมดแหงชาติ
จัดสัมมนาพ.ศ. ๒๕๒๐ไดกลาวถึงประวัติศิลาจารึกพอขุน
รามคําแหงไวดังนี้
“ปรากฏในสมุดจดหมายเหตุซึ่งเดิมเก็บอยูณกรม
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ซึ่งไดมาจากราช-เลขาธิการในพระบรมหา
ราชวังกอนเปลี่ยนการปกครอง) และในสมุดไทยซึ่งเดิมเปนของ
สมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณมีขอความ
ตรงกันวา
“เมื่อศักราช๑๑๙๕ ปมเสงเบญศก (ตรงกับพ.ศ. ๒๓๗๖ ในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรง
ผนวชอยูณวัดราชาธิวาสเดิมเรียกวาวัดสมอราย)
จะเสด็จขึ้นไปประภาสเมืองเหนือมัศการเจตียสฐานตางๆ...ครั้นณวันขึ้นหกค่ํากลับมาลง
เรือเจ็ดค่ําเวลาเที่ยงถึงทาธานีเดินขึ้นไปเมืองศุโขทัยถึงเวลาเยนอยูที่นั้นสองวันเสด็จไป
เที่ยวประภาษพบแทนสีลาแหงหนึ่งอยูริมเนินปราสาทกอไวเปนแทนหักพังลงมาตะแคง
อยูที่เหลานั้นชาวเมืองเขาเครพย(เคารพ) สําคัญเปนสานเจาเขามีมวย สมโพธทุกป...
รับสั่งใหฉลองลงมา
กอเปนแทนขึ้นไวใตตนมะขามที่วัดสมอรายกับเสาสิลา
ที่จารึกเปนหนังสือเขมรฯที่อยูในวัดพระศรีรัตนศาสดา
รามนั้นเอามาคราวเดียวกับแทนสีลา”
ในสมุดไทยฉบับของสมเด็จพระมหาสมณเจา
กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณยังไดกลาวถึง“เสาสิลา”
อีกเสาหนึ่งวาเปนเสาศิลาที่มาแตเมืองสุโขทัยมีขอความเกี่ยวกับหนังสือไทยแรกมีขึ้นใน
เมืองนั้นและพรรณนาขอความที่ปรากฏในศิลาจารึกพอขุนรามคําแหงดานที่๔
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จมาประทับณวัดบวรนิเวศวิหาร
โปรดใหยายศิลาจารึกทั้งสองหลักไปที่วัดบวรนิเวศวิหารคงจะไดทรงพากเพียรอานคํา
จารึกอักษรไทยในชวงเวลานี้สวนจารึกภาษาเขมรนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระ
ยาปวเรศวริยาลงกรณทรงอานและแปลครั้นเสด็จเสวยราชยแลวโปรดเกลาฯใหนําศิลา
จารึกไปตั้งไวที่ศาลารายในวัดรพะศรีรัตนศาสดารามขางดานเหนือพระอุโบสถหลังที่สอง
นับจากตะวันตกจนถึงพ.ศ. ๒๔๖๖พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯ
ใหยายมารวมกับศิลาจารึกหลักอื่นๆที่ไดพบภายหลังเก็บไวที่ตึกถาวรวัตถุหนาวัดมหาธาตุ
ฯซึ่งเปนที่ทําการหอพระสมุดวชิรญาณสําหรับพระนคร
ครั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวเสด็จสวรรคตแลวพระบาทสมเด็จ
พระปกเกลาเจาอยูหัวโปรดเกลาฯใหยายหนังสือตัวเขียนและศิลาจารึกของหอพระสมุดว
ชิรญาณสําหรับพระนคร มาเก็บไว ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ในพระราชวังบวรสถาน
มงคล ใหพระที่นั่งนั้นเปนที่ทําการของหอพระสมุดวชิรญาณสําหรับพระนครตอไป
พระราชทานนามตึกถาวรวัตถุใหมวาหอพระสมุดวชิราวุธ
ผูซึ่งอานจารึกไดเปนคนแรก คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ในป พ.ศ.
๒๓๗๙ สมเด็จพระมหาสมณเจากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณทรงเปนแมกองควบคุม
คณะนักปราชญราชบัณฑิตคัดอักษรจากศิลาจารึก
ครั้นเมื่อปพุทธศักราช ๒๓๙๘ เซอร ยอหน โบวริง ไดเขามาในเมืองไทย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวไดพระราชทานสําเนาคัดอักษรพิมพหินพรอมดวย
แปลเปนภาษาอังกฤษบางคํา เซอร ยอหน โบวริง ไดนําตัวอยางมาตีพิมพไวในหนังสือ
“เดอะ คิงสดัม แอนด พีพึล อ็อบว ไซแอม”
นอกจากนี้แลวพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา
เจาอยูหัวยังไดพระราชทานสําเนาคําอานศิลา
จารึกพอขุนรามคําแหงแกราชทูตฝรั่งเศสอีก
ชุดหนึ่ง
ครั้นตอมาภายหลัง สมเด็จพระเจา
บรมวงศเอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ
ขณะที่ทรงดํารงตําแหนงสภานายกหอพระ
สมุดวชิรญาณ สําหรับพระนคร ไดจางชาว
ฝรั่งเศสผูหนึ่งคือศาสตราจารยยอรชเซเดย
มารับราชการในบรรณารักษใหญมีหนาที่
เปนผูตรวจคนสอบสวนและอาน แปลศิลา
จารึกตาง ๆ ซึ่งหอพระสมุดวิรญาณสําหรับพระนครไดใหพิมพขึ้นเปนครั้งแรก เมื่อป
พุทธศักราช ๒๔๖๗ เนื่อในงานทําบุญฉลองอายุครบ๔รอบของพระยาราชนกูล(อวบ
เปาโรหิตย) ใหชื่อหนังสือวา “ประชุมจารึกสยาม ภาคที่ ๑ จารึกกรุงสุโขทัย” พิมพทั้ง
ภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส
ดานที่๑
คําจารึก
คําอาน
๑. พ ูก ืช ีสร ีนทรา ีทตยแม ูก ืช พอกูชื่อศรีอินทราทิตยแมกูชื่อ
นาง ืเสอง ีพ ูก ืชบาน ืเมอง
นางเสืองพี่กูชื่อบานเมือง
๒. ูต ีพนองทองดยวหาคน ูผชายสาม
ตูพี่นองทองเดียวหาคนผูชายสาม
ูผ ีญงโสง ีพ ืเผอ
ผูญีงโสงพี่เผื-
๓. อ ูผอายตายจาก ืเผออตยมแฏญงงเลก
อผูอายตายจากเผือเตียมแตยังเล็ก
ืเมออ ูก ืฃนใหญได
เมื่อกูขึ้นใหญได
๔. ีสบเกาเขา ุฃนสามชนเจา ืเมองฉอด
สิบเกาเขาขุนสามชนเจาเมืองฉอด
มาท ืเมองตากพ ูกไปรบ
มาทเมืองตากพอกูไปรบ
๕. ุฃนสามชนหววซาย ุฃนสามชนขบบ
ขุนสามชนหัวซายขุนสามชนขับ
มาหววฃวา ุฃนสาม
มาหัวขวาขุนสาม-
๖. ชน ืเกลอนเฃาไพรฝาหนาใสพ ูก ีหน
ชนเกลื่อนเขาไพรฟาหนาใสพอกูหนี
ญญายพายจแจ
ญญายพายจแจ-
๗. (น ู)กบ ีหน ูก ีขชางเบกพล ูกขบบ
นกูบหนีกูขี่ชางเบกพลกูขับ
เฃากอนพ ูก ูกฏ
เขากอนพอกูกูตอ
๘. (ชา)งดวย ุฃนสามชนตน ูก ูพงชาง
ชางดวยขุนสามชนตนกูพุงชาง
ุฃนสามชน ตวว ืช
ขุนสามชนตัวชื่อ
๙. มาส ืเมองแพ ุฃนสามชนพาย ีหนพ
มาสเมืองแพขุนสามชนพายหนีพอ
ูก ีจง ืฃน ืช ูก
กูจึงขึ้นชื่อกู
๑๐. ืชพระรามคําแหง ืเพออ ูก ูพงชาง ุฃน ชื่อพระรามคําแหงเพื่อกูพุงชางขุน
สามชน ืเมอ
สามชนเมื่-
๑๑. อชววพ ูก ูกบํเรอแกพ ูก ูกบํเรอแกแม
อชั่วพอกูกูบําเรอแกพอกูกูบําเรอ
แกแม
ูก ูกไดตวว
กูกูไดตัว
๑๒. ืเนออตววปลา ูกเอามาแกพ ูก ูกได
เนื้อตัวปลากูเอามาแกพอกูกูได
หมากสํ๋หมากหวา
หมากสมหมากหวา-
๑๓. นอนนใด ิกนอรอย ิกน ิด ูกเอามาแก
นอันใดกินอรอยกินดีกูเอามาแก
พ ูก ูกไปตี
พอกูกูไปตี-
๑๔. หนงงวงงชางได ูกเอามาแกพ ูก ูกไป
หนังวังชางไดกูเอามาแกพอกูกูไป
ทบานท ืเม
ทบานทเมื-
๑๕. องไดชางไดงวงไดปววไดนางได
องไดชางไดงวงไดปวไดนางได
ืเงอนไดทอง ูกเอา
เงือนไดทองกูเอา
๑๖. มาเวนแกพ ูกพ ูกตายญงง ีพ ูก ูก
มาเวนแกพอกูพอกูตายยังพี่กูกู
พรําบํเรอแก ีพ
พร่ําบําเรอแกพี่
๑๗. ูกฎงงบํเรอแกพ ูก ีพ ูกตาย ีจงได
กูดั่งบําเรอแกพอกูพี่กูตายจึงได
ืเมองแก ูกทงง
เมืองแกกูทั้ง
๑๘. (ก)ลํ ืเมออชววพ ุฃนรามคําแหง ืเมอง
กลมเมื่อชั่วพอขุนรามคําแหงเมือง
ุษกโขไท ีน ีดในน๋ํา
สุโขทัยนี้ดีในน้ํา
๑๙. ( ีม)ปลาในนา ีมเขาเจา ืเมองบเอา
มีปลาในนามีขาวเจาเมืองบเอา
จกอบในไพร ูลทาง ืเพ
จกอบในไพรลูทางเพื่-
๒๐. (อ)น ูจองวววไปคา ีขมาไปขายใคร
อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขายใคร
จกกใครคาชางคาใคร
จักใครคาชางคาใคร
๒๑. จกกใครคามาคาใครจกกใครคา ืเงอน
จักใครคามาคาใครจักใครคาเงือน
คาทองคาไพรฝาหนาใส
คาทองคาไพรฟาหนาใส
๒๒. ูลกเจา ูลก ุฃน ูผใดแลล๋ําตายหายกวา
ลูกเจาลูกขุนผูใดแลลมตายหายกวา
อยาว ืเรอนพ ืเชออ
เหยาเรือนพอเชื้อ
๒๓. ืเสออฅํามนนชางข ูลก ีมยย ียยเขา
เสื้อคํามันชางขอลูกเมียเยียขาว
ไพรฝาขาไทปา
ไพรฟาขาไทปา
Page 8
๒๔. หมากปา ูพลพ ืเชออมนนไวแก ูลก
หมากปาพลูพอเชื้อมันไวแกลุก
มนน ีสนไพรฝา
มันสิ้นไพรฟา
๒๕. ูลกเจา ูลก ุฃน ีผแล ีผดแผกแสก
ลูกเจาลูกขุนผิแลผิดแผกแสก
วางกนนสวน ูด
วางกันสวนดู
๒๖. แทแล ีจงแลงฅวาม(แ)กขาดวย ืซบ
แทแลจึ่งแลงความแกขาดวยซื่อบ
เฃา ูผ ลกกมกก
เขาผูลักมัก
๒๗. ูผซอนเหนเขาทานบใคร ีพนเหน ีสน
ผูซอนเห็นขาวทานบใครพีนเห็น
สิน
ทานบใคร ืเดอ
ทานบใครเดือ
๒๘. ดคนใด ีขชางมาหาพา ืเมองมา ูศชอย
ดคนใดขี่ชางมาหาพาเมืองมาสูชอย
ืเหนออ ืเฟอ
เหนือเฟ-
๒๙. อ ูกมนนบ ีมชางบ ีมมาบ ีมปววบ
อกูมันบมีชางบมีมาบมีปวบ
ีมนางบ ีม ืเง(อ)
มีนางบมีเงือ-
๓๐. นบ ีมทองใหแกมนนชอยมนนตวง
นบมีทองใหแกมันชอยมันตวง
เปนบานเปน ืเมอ
เปนบางเปนเมือ-
๓๑. งไดขา ืเสอกขา ืเสออหวว ูพงหววรบ
งไดขาเสือกขาเสือหัวพุงหัวรบ
ก ีด บฃาบ ีตใน
ก็ดีบฆาบตีใน
๓๒. ปาก ูปต ีมก ีดงอนน ืณงแขวงไว
ปากประตูมีกะดิ่งอันณื่งแขวนไว
หนนไพรฝาหนา
หั้นไพรฟาหนา
๓๓. ปกกลางบานกลาง ืเมอง ีมถอย ีม
ปกกลางบานกลางเมืองมีถอยมี
ฅวามเจบทอง
ความเจ็บทอง
๓๔. (ข)องใจมนนจกกกลาว ืเถงเจา ืเถง
ของใจมันจักกลาวเถิงเจาเถิง
ุฃนบไรไปลนนก
ขุนบไรไปลั่นกะ-
๓๕. ีดงอนนทานแฃวนไวพ ุฃนรามคําแหง
ดิ่งอันทานแขวนไวพอขุนราม
เจา ืเมองได
เจาเมืองได
Page 9
ดานที่๒
คําจารึก
คําอาน
๑. ีญนรย(ก ืเ)มออถามสวนฅวามแก
ยินเรียกเมือถามสวนความแก
มนนดวย ืซ ไพรใน
มันดวยซื่อไพรใน
๒. ( ืเม)อง ุสกโขไท ีน ีจงชํสางปา
เมืองสุโขทัยนี้จึ่งชมสรางปาหมากปา
หมากปา ูพลทวว ืเมอ
พลูทั่วเมือ-
๓. ง ีน ุทกแหงปาพราวกหลายใน ืเมอง
งนี้ทุกแหงปาพราวก็หลายในเมือง
ีนปาลาง
นี้ปาลาง
๔. กหลายใน ืเมอง ีนหมากมวงกหลาย
ก็หลายในเมืองนี้หมากมวงก็หลาย
ใน ืเมอง ีน
ในเมืองนี้
๕. ห(มา)กฃามกหลายใน ืเมอง ีนใครสาง
หมากขามก็หลายในเมืองนี้ใครสราง
ไดไวแกมนน
ไดไวแกมัน
๖. กลาง ืเมอง ุสกโขไท ีน ีมน๋ําตรพงง
กลางเมืองสุโขทัยนี้มีน้ําตระพัง
โพย ีสใส ิกน ีด
โพยสีใสกินดี
๗. ...(ฎ)งง ิกนนน๋ําโขง ืเมออแลงรอบ
...ดั่งกินน้ําโขงเมื่อแลงรอบ
ืเมอง ุสกโขไท ีน ีตร
เมืองสุโขทัยนี้ตรี-
๘. ูบ(ร)ไดสามพนน ีศรอยวาคนใน
บูรไดสามพันสี่รอยวาคนใน
ืเมอง ุสกโขไท ีน
เมืองสุโขทัยนี้
๙. มก(ก)ทานมกกทรง ีสลมกกโอยทาน
มักทานมักทรงศีลมักโอยทาน
พ ุฃนรามคําแหง
พอขุนรามคําแหง
๑๐. เจา ืเมอง ุสกโขไท ีนทงงชาวแมชาว
เจาเมืองสุโขทัยนี้ทั้งชาวแมชาว
เจาทวยปววทวยนา
เจาทวยปวทวยนา-
๑๑. ง ูล(ก)เจา ูลก ุฃนทงง ีซนทงงหลาย
งลูกเจาลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย
ทงง ูผชาย ูผ ีญง
ทั้งผูชายผูญีง
๑๒. ูฝงทวย ีมสรธาในพระ ุพทธสาสน
ฝูงทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน
ทรง ีสล ืเมออพรน
ทรงศีลเมื่อพรร-
Page 10
๑๓. ษา ุทุกคน ืเมออโอกพรนษากราน
ษาทุกคนเมื่ออกพรรษากราน
ก ิถน ืเดอน ืณง ีจ
กฐินเดือนณื่งจิ่-
๑๔. งแลว ืเมออกรานก ีถน ีมพนํ ีบยย ีม
งแลวเมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ยมี
พนํหมาก ีม
พนมหมากมี
๑๕. พนํดอกไม ีมหมอนณงงหมอนโนน
พนมดอกไมมีหมอนนั่งหมอนโนน
บ ีรพารก ีถนโอ
บริพารกฐินโอ-
๑๖. ยทานแล ีปแล ิญบลานไป ูสดญดด
ยทานแลปแลญิบลานไปสูดญัติ
ก ิถน ืเถงอ
กฐินเถืงอ-
๑๗. ไร ิญก ูพน ืเมออจกกเฃามาวยงรยง
รัญญิกพูนเมื่อจักเขามาเวียงเรียง
กนนแฏอไร
กันแตอรั-
๑๘. ิญก( ูพ)นเทาหววลานดํบงคํกลอง
ญญิกพูนเทาหัวลานดํบงคํกลอง
ดวยสยงพาดสยง ีพ
ดวยเสียงพาดเสียงพิ-
๑๙. นสยง ืเลอนสยงฃบบใครจกกมกก
ณเสียงเลื้อนเสียงขับใครจักมัก
เหลนเหลนใครจ
เลนเลนใครจั-
๒๐. กกมกกหววหววใครจกกมกก ืเลอน
กมักหัวหัวใครจักมักเลื้อน
ืเลอน ืเมอง ุส
เลื้อนเมืองสุ-
๒๑. กโขไท ีน ีม ีศปาก(ป ู)ตหลวง
โขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง
ทยนญอมคนสยดกนน
เที้ยรยอมคนเสียดกัน
๒๒. เฃามา ูดทานเผาทย(น)ทานเหลนไฟ
เขามาดูทานเผาเทียนทานเลนไฟ
ืเมอง ุสโขไท ีน
เมืองสุโขทัยนี้
๒๓. ีมฎงงจกกแตกกล(าง) ืเมอง ุสโขไท
มีดั่งจักแตกกลางเมืองสุโขทัย
ีน ีม ีพหาร ีม
นี้มีพิหารมี
๒๔. พระ ุพทธ ูรบทอง ีมพระอฎฐารศ ีม
พระพุทธรูปทองมีพระอัฏฐารศมี
พระ ุ(พ)ทธ ูรบ
พระพุทธรูป
๒๕. ีมพระ ุพทธ ูรบอนนใหญ ีมพระ
มีพระพุทธรูปอันใหญมีพระ
ุพทธ ูรบอนน
พุทธรูปอัน
๒๖. ราม ีม ีพหารอนนใหญ ีม ีพหารอนน
รามมีพิหารอันใหญมีพิหารอัน
ราม ีม ูป
รามมีปู
Page 11
๒๗. ูคร ีนสไ(สย ูม)ด ีมเ(ถร ี)มมหาเถร
ครูนิสัยมุตกมีเถรมีมหาเถร
ืเบองตวนนตก
เบื้องตะวันตก
๒๘. ืเมอง ุสโข(ไท) ีน ีมอ(ไร ิ)ญญก
เมืองสุโขทัยนี้มีอไรญิก
พ ุฃนรามคํแหงกทํา
พอขุนรามคําแหงกระทํา
๒๙. โอยทานแกมหาเถรส(งงฆ)ราชปราชญ
โอยทานแกมหาเถรสังฆราช
ปราชญ
รยนจบ ีบดกไตร
เรียนจบปฎกไตร
๓๐. หลวกกกวา ูป ูครใน ืเมอง ีน ุทกคน
หลวกกวาปูครูในเมืองนี้ทุกคน
ุลกแฏ ืเมอง ีสรธ
ลุกแตเมืองศรีธ-
๓๑. รมมราชมาใ(นก)ลางอร ิญญก ีม ีพ
รรมราชมาในกลางอรัญญิกมีพิ
หารอนน ืณงมน
หารอันณื่งมน
๓๒.ใหญ ูสงงามแกกํ ีมพระอฎฐารศอนน
ใหญสูงงามแกกมมีพระอัฏฐารศอัน
ืณง ุลก ือย
๓๓. น ืเบองตวน(น)โอก ืเมอง(ง) ุส(โ)ข
นเบื้องตะวันโอกเมืองสุโข
ไท ีน ีม ีพหาร ีมปู ูคร
ทัยนี้มีพีหารมีปูครู
๓๔. ีมทเลหลวง( ีมป)าหมากปา ูพล ีมไร
มีทะเลหลวงมีปาหมากปาพลูมีไร
ีมนา ีม ีถนถาน
มีนามีถิ่นถาน
๓๕. ีมบานใหญบา(นเ)ลก ีมปาม(ว)ง ีม
มีบานใหญบานเล็กมีปามวงมี
ปาฃาม ูดงามฎงงแกล
ปาขามดูงามดังแกส
Page 12
ดานที่๓
คําจารึก
คําอาน
๑. (งแฏ)ง ืเบอง ีตนนอน ืเมอง ุสโขไท
(งแต)งเบื้องตีนนอนเมืองสุโข
ีน ีมตลาดป
ทัยนี้มีตลาดป-
๒. (สา)น ีมพระอจน ีมปราสาท ีมปา
สานมีพระอจนะมีปราสาทมีปา
หมากพราว ปาหมาก
หมากพราวปาหมาก
๓. ลาง ีมไร ีมนา ีม ีถนถาน ีมบานใหญ ลางมีไรมีนามีถิ่นถานมีบานใหญ
บานเลก ืเบ
บานเล็กเบื้-
๔. องหววนอน ืเมอง ุสโขไท ีน ีม ูก ีด องหัวนอนเมืองสุโขทัยนี้มีกุฎี
พีหาร ูป ูคร
พิหารปูครู
๕. ูอย ีม ีสรดภงส ีมปาพราวปาลาง ีม
อยูมีสรีดภงสมีปาพราวปาลางมี
ปามวงปาฃาม
ปามวงปาขาม
๖. ีมน๋ําโคก ีมพระข ุพง ีผเทพดาใน
มีน้ําโคกมีพระขพุงผีเทพดาใน
เฃาอนนนนน
เขาอันนั้น
๗. เปนใหญกวา ุทก ีผใน ืเมอง ีน ุฃน
เปนใหญกวาทุกผีในเมืองนี้ขุน
ูผใด ืถ ืเมอง
ผูใดถือเมือง
๘. ุสโขไท ีนแลไหว ีด ีพล ูถก ืเมอง
สุโขทัยนี้แลวไหวดีพลีถูกเมือง
ีนทยง ืเมอง
นี้เที่ยงเมือง
๙. ีน ีด ีผใหวบ ีด ีพลบ ูถก ีผในเขา
นี้ดีผิไหวบดีพลีบถูกผีในเขา
อนนบ ูฅมบ
อั้นบคุมบ
๑๐. เกรง ืเมอง ีนหาย ๑๒๑๔สก ีปมโรง เกรงเมืองนี้หาย๑๒๑๔ศกปมะโรง
พ ุฃนรามคํ
พอขุนรามคํา-
๑๑. แหงเจา ืเมอง ีศรสชชนนาไล ุสโขไท แหงเจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัย
ีน ูปลกไมตา
นี้ปลูกไมตา-
Page 13
๑๒. น ีนได ีสบ ีศเขา ีจงใหชางฟนน
ลนี้ไดสิบสี่เขาจึงใหชางฟน
ขดาร ีหนฏงงหวาง
ขดานหินตั้งหวาง
๑๓. กลางไมตาน ีนวนน ืเดอนดบบ
กลางไมตาลนี้วันเดือนดับ
ืเดอนโอกแปดวนนวน
เดือนโอกแปดวันวั-
๑๔. น ืเดอนเตม ืเดอนบางแปดวนน ูฝง
นเดือนเต็มเดือนบางแปดวันฝูง
ูป ูครเถรมหาเถ
ปูครูเถรมหาเถ-
๑๕. ร ืฃนณงง ืเหนอขดาร ีหน ูสดธรมม
รขึ้นนั่งเหนือขดานหินสูดธรรม
แก ูอบาสก ูฝ
แกอุบาสกฝู
๑๖. งทวยจํา ีสล ีผใชวนน ูสดธรมมพ
งทวยจําศีลผิใชวันสูดธรรมพอ
ุฃนรามคําแหง
ขุนรามคําแหง
๑๗. เจาเ ืเมอง ีศรสชชนนาไล ุสโขไท ืฃน เจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยขึ้น
ณงง ืเหนอขดา
นั่งเหนือขดา-
๑๘. ร ีหนให ูฝงทวย ูลกเจา ูลก ุฃน ูฝง
นหินใหฝูงทวยลูกเจาลูกขุนฝูง
ทวย ืถบาน ืถ
ทวยถือบานถือ
๑๙. ืเมอง คนนวนน ืเดอนดบบ ืเดอน
เมืองครั้นวันเดือนดับเดือน
เตมทานแฏงชาง ืเผ
เต็มทานแตงชางเผื-
๒๐. (อ)กกรพดดลยางทยนญอมทองงา...
อกกระพัดลยางเที้ยรยอมทองงา...
ฃวา ืช ูรจา ีคร
(ซาย) ขวาชื่อรูจาครี
๒๑. (พ) ุฃนรามคําแหง ืฃน ีขไปนบพร(ะ) พอขุนรามคําแหงขึ้นขี่ไปนบพระ
...อร ิญญกแล
(เถิง) อรัญญิกแล-
๒๒. (วเฃ)ามา จา ิรกอนน ืณง ีมใน
วเขามา จารึกอันณื่งมีใน
ืเมองชลยงสถาบกไว
เมืองชเลียงสถาบกไว
๒๓. (ดวย)ยพระ ีศรรดนธา ุดจา ิรกอนน
ดวยพระศรีรัตนธาตุจารึกอัน
ืณง ีมในถ๋ํา ืชถ๋ํา
ณื่งมีในถ้ําชื่อถ้ํา
๒๔. (พ)ระราม ูอยฝงงน๋ําสํพายจา ิรกอนน พระรามอยูฝงน้ําสําพายจารึกอัน
ืณง ีมในถ๋ํา
ณื่งมีในถ้ํา
๒๕. (รด)นธารในกลวงปาตาน ีน ีมษาลา
รัตนธารในกลวงปาตาลนี้มีศาลา
สองอนนอนน ืณง ืช
สองอันอันณื่งชื่อ
Page 14
๒๖. (ษา)ลาพระมาสอนน ืณง ืช ุพทธษาลา ศาลาพระมาสอันณื่งชื่อพุทธศาลา
(ขา)ดาร ีหน ีน ืชม
ขดานหินนี้ชื่อม
๒๗. นงง ีษลาบาตรสถาบกไว ีหน ี(จง)
นังศิลาบาตรสถาบกไวนี่จึ่ง
ทงงหลายเหน
ทั้งหลายเห็น
ดานที่๔
คําจารึก
คําอาน
๑. พ ุฃนพระ(รา)มคําแหง ูลกพ ุฃน ีษร
พอขุนพระรามคําแหงลูกพอขุนศรี
ีนทรา ีทตยเป
อินทราทิตยเป-
๒. (น ุ)ฃน(ใ)น ืเมอง ีษรสชช(นาไ)ล
นขุนในเมืองศรีสัชชนาลัย
ุสโขไททงงมากาวลาว
สุโขทัยทั้งมากาวลาว
๓. (แ)ลไท ืเมองใตหลาฟาฏ...ไท
แลไทยเมืองใตหลาฟาฏ... ไทย
ชาว ูอชาวของมาออ
ชาวอูชาวของมาออ-
๔. ก๑๒๐๗สก ีป ุกรให ุขด(เอา)พระ
ก๑๒๐๗ศกปกุนใหขุดเอาพระ
ธา ุดออกทงงหลาย
ธาตุออกทั้งหลาย
๕. เหนกทํา ูบชาบํเรอแกพระธา ุดได
เห็นกระทําบูชาบําเรอแกพระธาตุได
ืเดอนหกวนน ีจ
เดือนหกวันจึ่-
๖. งเอาลงฝงงในกลาง ื(เมอ)ง ีษรสชช
งเอาลงฝงในกลางเมืองศรีสัชช
นาไลกพระเจ
นาลัยกอพระเจ-
๗. ีด ืเหนอหกเขา ีจงแลวตงงวยงผา
ดียเหนือหกเขาจึ่งแลวตั้งเวียงผา
ลอมพระม
ลอมพระม-
๘. หาธา ุดสามเขา ีจงแลว ืเมอกอนลาย
หาธาตุสามเขาจึ่งแลวเมื่อกอนลาย
ืสไท ีนบ
สือไทยนี้บ
๙. ีม๑๒๐๕สก ีปมแมพ ุฃนรามคํแหง มี๑๒๐๕ศกปมะแมพอขุนรามคําแหง
หาใครใจ
หาใครใจ
๑๐. ในใจแลใศลาย ืสไท ีนลาย ืสไท ีน
ในใจแลใสลายสือไทยนี้ลายสือไทยนี้
ีจง ีม ืเพ
จึ่งมีเพื่-
Page 15
๑๑. อ ุฃน ูผนนนใศใวพ ุฃนพระรามคํ
อขุนผูนั้นใสไวพอขุนพระรามคํา
แหงนนนหา
แหงนั้นหา
๑๒. เปนทาวเปนพรญาแกไททงงหลายหา
เปนทาวเปนพระยาแกไทยทั้งหลายหา
เปน
เปน
๑๓. ูครอาจารยสงงสอนไททงงหลายให ูร ครูอาจารยสั่งสอนไทยทั้งหลายใหรู
๑๔. ุบน ูรธรมมแทแตคนอนน ีมใน ีเมอง บุญรูธรรมแทแตคนอันมีในเมือง
ไทดวย
ไทยดวย
๑๕. ูรดวยหลวกกดวยแกลวดวยหานดวย
รูดวยหลวกดวยแกลวดวยหาญดวย
แคะ
แคะ
๑๖. ดวยแรงหาคนจกกเสมอ ีมไดอาจ
ดวยแรงหาคนจักเสมอมิไดอาจ
ปราบ ูฝงฃา
ปราบฝูงขา
๑๗. ีเสก ีม ืเมองกวางชางหลายปราบ
เสิกมีเมืองกวางชางหลายปราบ
ีเบองตวนนอ
เบื้องตะวันอ-
๑๘. อกรอดสรลวงสองแฅว ุลํบาจายสคา
อกรอดสรลวงสองแควลุมบาจายสคา
เทาฝงงขอ
เทาฝงขอ-
๑๙. ง ีเถงวยงจนนวยงฅําเปน ีทแลว ีเบง
งเถีงเวียงจันทนเวียงคําเปนที่แลวเบื้(อ)ง
หวว
หัว
๒๐. นอนรอดคน ีท พระบางแพรก ูส
นอนรอดคนทีพระบางแพรกสุ
พรณณ ูภ
พรรณภู-
๒๑. มราช ูบ ีรเพช( ูบ ี)ร ีศรธรมมราช
มิราชบุรีเพชรบุรีศรีธรรมราช
ฝงงทเล
ฝงทะเล
๒๒. ส ุมทรเปน ีท(แลว ี)เบองตวนนตก
สมุทรเปนที่แลวเบื้องตะวันตก
รอด ีเมอ
รอดเมือ-
๒๓. งฉอด ีเมอง...นหงศาพ ิดส ุมทร
งฉอดเมือง...นหงสาวดีสมุทร
หาเป
หาเป-
๒๔. นแดน ีเบอง( ีตน)นอนรอด ีเมอง
นแดน เบื้องตีนอนรอดเมือง
แพล ีเม
แพรเมื-
Page 16
๒๕. องมาน ีเมองน.. ีเมองพลววพนฝงง
องมานเมืองน.. เมืองพลัวพนฝง
ของ
ของ
๒๖. ีเมองชวาเป(น ีท)แลว ูปลกลยง
เมืองชวาเปนที่แลว ปลูกเลี้ยง
ูฝง ูลกบา
ฝูงลูกบา-
๒๗. น ูลก ีเมอง(นน)นชอบดวยธรมม
นลูกเมืองนั้นชอบดวยธรรม
ุทกคน
ทุกคน
ที่มา: จารึกสมัยสุโขทัย. กรุงเทพฯ, กรมศิลปากร, ๒๕๒๗
(กรมศิลปากรจัดพิมพเนื่องในโอกาสฉลอง๗๐๐ปลายสือไทยพุทธศักราช ๒๕๒๖)
Page 17
คําอานหลักศิลาจารึกพอขุนรามคําแหงรวมทั้ง๔ดาน
ดานที่๑
พอกู ชื่อศรีอินทราทิตย แมกูชื่อนางเสืองพี่กูชื่อบานเมืองตูพี่นองทองเดียว
หาคน ผูชายสามผูญีงโสง พี่เผือผูอายตายจากเผือเตียมแตยักเล็กเมื่อกูขึ้นใหญได สิบเกา
เขาขุนสามชนเจาเมืองฉอดมาทเมืองตากพอกูไปรบขุนสามชนหัวซาย ขุนสามชนขับมา
หัวขวาขุนสามชนเกลื่อนเขาไพรฟาหนาใสพอกู หนีญญายพายจแจน กูบหนี กูขี่ชางเบ
กพล กูขับเขากอนพอกูกูตอชางดวยขุนสามชนตนกูพุงชาง ขุนสามชนตัวชื่อมาส
เมือง แพ ขุนสามชนพายหนีพอกูจึงขึ้นชื่อกู ูชื่อพระรามคําแหงเพื่อกูพุงชางขุนสามชน
เมื่อชั่วพอกู กูบําเรอแกพอกู กูบําเรอแกแมกูกูไดตัวเนื้อตัวปลากูเอามาแกพอกูกูได
หมากสมหมากหวาน อันใดกินอรอยกินดีกูเอามาแกพอกูกูไปตีหนังวังชางไดกูเอามาแก
พอกู กูไปทบานทเมืองไดชางไดงวงไดปวไดนางไดเงือนไดทองกูเอามาเวนแกพอกู พอ
กูตายยังพอกูกูพร่ําบําเรอแกพี่กูดั่งบําเรอแกพอกูพี่กูตาย จึงไดเมืองแกกูทั้งกลมเมื่อชั่วพอ
ขุนรามคําแหงเมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ํามีปลา ในนามีขาวเจาเมืองบเอาจกอบในไพรลูทาง
เพื่อนจูงวัวไปคาขี่มาไปขาย ใครจักใครคาชางคาใครจักใครคามาคาใครจักใครคาเงือน
คาทองคา ไพรฟาหนาใสลูกเจาลูกขุนผูใดแลลมตายหายกวาเหยาเรือนพอเชื้อเสื้อคํามัน
ชางขอลูกเมียเยียขาวไพรฟาขาไทปาหมากพลูพอเชื้อมันไวแกลูกมันสิ้น ไพรฟาลูกเจา
ลูกขุนผิแลผิดแผกแสกวางกันสวนดูแทแลจึ่งแลงความแกขาดวยซื้อ บเขาผูลักมักผูซอน
เห็นขาวทานบใครพีนเห็นสินทานบใครเดือด คนใดขี่ชางมาหาพาเมืองมาสูชอยเหนือเฟอ
กูมันบมีชางบมีมาบมีปวบมีนาง บมีเงือนบมีทองใหแกมันชอยมันตวงเปนบานเปนเมือง
ไดขาเสือกขาเสือ หัวพุงหัวรบก็ดีบฆาบตีในปากประตูมีกระดิ่งอันณื่งแขวนไวหั้นไพร
ฟาหนาปก กลางบานกลางเมืองมีถอยมีความเจ็บทองของใจมันจักกลาวเถิงเจาเถิงขุนบไร
ไปลั่นกะดิ่งอันทานแขวนไวพอขุนรามคําแหงเจาเมืองได
Page 18
ดานที่๒
ยินเรียกเมือถาม สวนความแกมันดวยซื่อไพรในเมืองสุโขทัยนี้จึ่งชม สราง
ปาหมากปาพลูทั่วเมืองนี้ทุกแหงปาพราวก็หลายในเมืองนี้ ปาลางก็หลายในเมืองนี้หมาก
มวงก็หลายในเมืองนี้หมากขามก็หลายในเมืองนี้ ใครสรางไดไวแกมันกลางเมืองสุโขทัยนี้
มีน้ําตระพังโพยสีใสกินดี... ดั่งกินน้ําโขงเมื่อแลงรอบเมืองสุโขทัยนี้ตรีบูรไดสามพันสี่
รอยวา คนในเมืองสุโขทันนี้มักทานมักทรงศีลมักโอยทานพอขุนรามคําแหงเจาเมือง
สุโขทัยนี้ ทั้งชาวแมชาวเจาทวยปวทวยนางลูกเจาลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผูชายผูญีง ฝูง
ทวยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษากรานกฐินเดือน
ณื่งจิ่งแลวเมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ยมีพนมหมาก มีพนมดอกไมมีหมอนนั่งหมอนโนน
บริพารกฐินโอยทานแลปแลญิบลาน ไปสูดญัติกฐินเถืงอรัญญิกพูนเมื่อจักเขามาเวียงเรียง
กันแตอญญิกพูนเทาหัวลาน ดํบงดํกลองดวยเสียงพาดเสียงพิณเสียงเลื้อนเสียงขับใครจัก
มักเลนเลน ใครจักมักหัวหัวใครจักมักเลื้อนเลื้อนเมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง
เที้ยรยอมคนเสียดกัน เขามาดูทานเผาเทียนทานเลนไฟเมืองสุโขทัยนี้ มีดั่งจักแตกกลาง
เมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีพระพุทธรูปทองมีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูปมีพระพุทธรูปอัน
ใหญมีพระพุทธรูปอันรามมีพิหารอันใหญมีพิหารอันราม มีปูครูนิสัยมุตกมีเถรมีมหา
เถรเบื้องตะวันตกเมืองสุโขทัยนี้มีอไรญิก พอขุนรามคําแหงกระทําโอยทานแกมหาเถร
สังฆราชปราชญเรียนจบปฎกไตรหลวก กวาปูครูในเมืองนี้ทุกคนลุกแตเมืองศรีธรรมราช
มาในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณื่งมนใหญสูงงามแกกมมีพระอัฏฐารศอันณื่งลุกยืน
เบื้องตะวันโอกเมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีปูครูมีทะเลหลวงมีปาหมากปาพลูมีไร มีนามีถิ่น
ถานมีบานใหญบานเล็กมีปามวงมีปาขามดูงามดังแกส
Page 19
ดานที่๓
(งแต)ง เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้มีตลาดปสานมีพระอจนะมีปราสาทมี
ปาหมากพราว ปาหมากลางมีไรมีนามีถิ่นถานมีบานใหญบานเล็กเบื้องหัวนอนเมือง
สุโขทัยนี้ มีกุฎีพิหารปูครูอยูมีสรดีภงสมีปาพราวปาลางมีปามวงปาขามมีน้ําโคก มี
พระขพุงผีเทพดาในเขาอันนั้นเปนใหญกวาทุกผีในเมืองนี้ ขุนผูใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล
ไหวดีพลีถูกเมืองนี้เที่ยงเมืองนี้ดีผิไหวบดี พลีบถูกผีในเขาอั้นบคุมบเกรงเมืองนี้หาย
๑๒๑๔ศกปมะโรง พอขุนรามคําแหงเจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยนี้ปลูกไมตาลนี้ไดสิบ
สี่เขา จึงใหชั่งพันขดานหินตั้งหวางกลางไมตาลนี้วันเดือนดับเดือนโอกแปดวัน วันเดือน
เต็มเดือนบางแปดวันฝูงปูครู เถรมหาเถร ขึ้นนั่งเหนือขดานหินสูดธรรมแกอุบาสกฝูง
ทวยจําศีลผิใชวันสูดธรรมพอขุนรามคําแหง เจาเมืองศรีสัชชนาลัยสุโขทัยขึ้นนั่งเหนือ
ขดานหินใหฝูงทวยลูกเจาลูกขุน ฝูงทวยถือบานถือเมืองครั้นวันเดือนดับเดือนเต็มทาน
แตงชางเผือกกระพัดลยาง เที้ยรยอมทองงา... (ซาย) ขวาชื่อรูจาครีพอขุนรามคําแหงขึ้นขี่
ไปนบพระ(เถิง) อรัญญิกแลวเขามาจารึกอันณื่งมีในเมืองชเลียงสถาบกไวดวยพระศรี
รัตนธาตุ จารึกอันณื่งมีในถ้ํารัตนธารในกลวงปาตาลนี้มีศาลาสองอันอันณื่งชื่อศาลาพระ
มาส อันณื่งชื่อพุทธศานาขดานหินนี้ชื่อมนังศิลาบาตรสถาบกไวนี่ จึ่งทั้งหลายเห็น
Page 20
ดานที่๔
พอขุนพระรามคําแหง ลูกพอขุนศรีอินทราทิตยเปนขุนในเมืองศรีสัชชนาลัย
สุโขทัยทั้งมากกาวลาว แลไทยเมืองใตหลาฟาฎ... ไทยชาวอูชาวของมาออก๑๒๐๗ศกป
กุน ใหขุดเอาพระธาตุออกทั้งหลายเห็นกระทําบูชาบําเรอแกพระธาตุไดเดือนหกวัน จึ่งเอา
ลงฝงในกลางเมืองศรีสัชชนาลัยกอพระเจดียเหนือหกเขาจึ่งแลว ตั้งเวียงผาลอมพระ
มหาธาตุสามเขาจึ่งแลวเมื่อกอนลายสือไทยนี้บมี๑๒๐๕ ศกปมะแมพอขุนรามคําแหง
หาใครใจในใจแลใสลายสือไทยนี้ ลายสือไทยนี้จึ่งมีเพื่อขุนผูนั้นใสไวพอขุนรามคําแหง
นั้นหา เปนทาวเปนพระยาแกไทยทั้งหลาย หาเปนครูอาจารยสั่งสอนไทยทั้งหลายใหรูบุญ
รูธรรมแทแตคนอันมีในเมืองไทยดวย รูดวยหลวกดวยแกลวดวยหาญดวยแคะดวยแรง
หาคนจักเสมอมิไดอาจปราบฝูงขาเสีก มีเมืองกวางชางหลายปราบเบื้องตะวันออกรอด
สรลวงสองแควลุมบาจายสคา เทาฝงของเถีงเวียงจันทนเวียงคําเปนที่แลวเบื้(อ)งหัวนอน
รอดคนทีพระบางแพรก สุพรรณภูมิราชบุรีเพรชบุรีศรีธรรมราช ฝงทะเลสมุทรเปนที่
แลวเบื้องตะวันตก รอดเมืองฉอดเมือง...น หงสาวดีสมุทรหาเปนแดน เบื้องตีนนอน
รอดเมืองแพร เมืองมานเมืองน... เมืองพลัวพนฝงของเมืองชวาเปนที่แลวปลูกเลี้ยง ฝูง
ลูกบานลูกเมืองนั้นชอบดวยธรรมทุกคน
Page 21
กําเนิดลายสือไทย
พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐลายสือไทยหรือตัวหนังสือไทยขึ้นเมื่อมหาศักราช
๑๒๐๕(พุทธศักราช๑๘๒๖) นับมาถึงพุทธศักราช๒๕๒๖ได๗๐๐ปพอดีใน
ระยะเวลาดังกลาวชาติไทยไดสะสมความรูทั้งทางศิลปะวัฒนธรรมและวิชาการตางๆ
และไดถายทอดความรูเหลานั้นสืบตอกันมาโดยอาศัยลายสือไทยของพรองคทานเปนสวน
ใหญกอนสมัยสุโขทัยชาติไทยเคยรุงเรืองอยูที่ไหนอยางไร
ไมมีหลักฐานยืนยันใหทราบแนชัดแตเมื่อพอขุนรามคําแหง
มหาราชทรงประดิษฐลายสือไทยขึ้นแลวมีศิลาจารึกและ
พงศาวดารเหลืออยูเปนหลักฐานยืนยันวาชาติไทยเคย
รุงเรืองมาอยางไรบาในยุคสุโขทัยอยุธยาธนบุรีและรัตนโกสินทรในโอกาสครบรอบ
๗๐๐ปนี้คนไทยทุกคนจึงควรนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถ
ของพระองคทานโดยพรอมเพรียงกัน
ศิลาจารึกหลักที่1ของพอขุนรามคําแหงมหาราชมีขอความปรากฎวา
“เมื่อกอนลานสืไทนี๋บมี๑๒๐๕สกปมแมพขุนรามคํแหงหาใครใจในใจแลใศลายสืไทนี๋
สายสืไทนี๋จี่งมีเพื่อขุนผูนนนใศไว” หาแปลวาดวยตนเอง(ไทยขาวยังใชอยู) ใครในใจ
แปลวาคํานึงในใจ(จากพจนานุกรมไทยอาหม) ขอความที่
อางถึงแสดงวาพอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐ
ตัวหนังสือไทยแบบที่จารึกไวในศิลาจารึกหลักที่๑ขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๑๘๒๖
ศาสตราจารยยอชเซเดสไดกลาวไวในตํานาน
อักษรไทยซึ่งตีพิมพเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘วาคําที่ใชในจารึกมีคํา
นี้อยูตอคําลายสือทุกแหง(สามแหง) หมายความวาหนังสือไทยอยางนี้ไมมีอยูกอน
มิไดประสงคจะทรงแสดงวาหนังสือของชนชาติไทยพึ่งมีขึ้นตอเมื่อพ.ศ. ๑๘๒๖เซเดส
ยังเห็นวาพวกไทยนอยซึ่งมาอยูทางลําน้ํายมชั้นแรกเห็นจะใชอักษรไทยซึ่งไดแบบมาจาก
มอญ (ตํานานอักษรไทยหนา๑หนา๖และหนา๑๑) ตอมาขอมมีอํานาจปกครอง
Page 22
สุโขทัยพวกไทยคงจะศึกษาอักษรขอมหวัดที่ใชในทางราชการแลวจึงแปลอักษรเดิมของ
ไทยมาเปนรูปคลายตัวอักษรขอมหวัดถาประสงคจะสมมติวาอักษรไทยเดิมเปนอยางไร
ควรจะถือเอาอักษรอาหม(ใชในอัสสัม) กับอักษรไทยนอย(ใชในอีสานและประเทศ
ลาว) นี้เปนหลักนายฉ่ําทองคําวรรณไดเขียนเรื่อง“สันนิษฐานเทียบการเขียนอักษรไทย
กับอักษรขอมในสมัยพอขุนรามคําหง” ไวและไดสันนิษฐานวาอักษรพอขุนรามคําแหง
ทุกตัวดัดแปลงนาจากอักษรขอมหวัด
หนังสือจินดามณีเลม๑ของหอสมุดแหงชาติเลขที่11 เปนสมุดไทยดํามีขอ
คามเหมือนกับจินดามณีฉบับพระเจาบรมโกศซึ่งนายขจรสุขพานิชไดมาจากกรุง
ลอนดอนแตคลาดเคลื่อนนอยกวามีขอความวา“อนึ่งมีในจดหมายแตกอนวาศกราช
๖๔๕มแมศกพญารวงเจาไดเมืองศรีสัชนาไลยไดแตงหนังสือไทยแลจไดแตงรูปก็ดี
แตงแมอักษรก็ดีมิไดวาไวแจงอนึ่งแมหนังสือแตกกากนฯ,ฯถึงเกอยเมืองขอมก็แตงมี
อยูแลวเห็นวาพญารวงเจาจะแตงแตรูปอักษรไทย” แทจริงพอขุนรามคําแหงมิไดทรงแตง
แตรูปอักษรไทยเทานั้นแตยังไดทรงเปลี่ยนอักษรวิธีการเขียนภาษาไทยใหดีขึ้นกวาเดินอีก
ปลายประการดังจะไดกลาวถึงตอไปขางหนานี้
มีหนังสือไทยเดิมกอนลายสือไทยหรือไม
ผูเขียนเคยบรรยายไวที่หอสมุดแหงชาติเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๐วาถาลายสือไทยนี้บอ
มีหมายความวาหนังสือไทยชนิดนี้ไมมีแตคงจะมีหนังสือไทยแบบอื่นอยูกอนแลวใน
จารึกหลักเดียวกันนี้ไดกลาวถึงเมืองสุโขทัย๑๔ครั้งทุกครั้งใชคําเมืองสุโขทัยนี้จะ
ตีความวามีเมืองสุโขทัยอยูกอนแลวแลวจึงมาตั้งเมืองสุโขทัยขึ้นใหมกระนั้นหรือผูเขียน
เห็นวานี้เปนแตคําชี้เฉพาะถาเทียบกับภาษาอังกฤษก็คงจะตรงกับthe เทานั้นมิได
หมายความวาthis เพราะฉะนั้นที่วาลายสือไทยนี้บมีคงมิไดหมายความวามีลายสือไทย
อื่นอยูแลวแตผูเขียนยอมรับวาอาจจะมีหนังสือของไทยอาหมเกิดขึ้นทางอัสสัมในเวลา
ใกลเคียงกับการกอกําเนิดตัวหนังสือในสุโขทัยก็เปนได(หนังสือรวมการบรรยายเรื่องตัว
อักษรไทยหนา๕๕)
ประวัติไทยอาหมปรากฏอยูในหนังสือบูราณยีคําวายีอาจจะตรงกับสือใน
ลายสือหรือรากศัพทเดียวกับจื่อซึ่งใชอยูในภาคเหนือและภาคอีสานแปลวาจดจําเชน
ไดจื่อจําไวบูราณยีบอกประวัติผูครองราชยมาตั้งแตยุคที่นิยมแตงตํานานเปนเทพนิยายลง
มาศักราชแรกที่กลาวถึงคือพ.ศ. ๑๗๓๓สวนใหญเผาอื่นเริ่มมีประวัติเปนหลักเปนฐาน
Page 23
ไมเกาไปกวายุคไทยอาหมหากเกากวานั้นขึ้นไปจะเปนเรื่องเทพนิยายแบบพงศาวดาร
เหนือหรือตํานานเกาๆของเราซึ่งเกี่ยวกับปาฏิหาริยเปนสวนมากประวัติศาสตจรไทยทุก
เผามาเริ่มจดเปนหลักเปนฐานในยุคพอขุนรามคําแหงมหาราชนี้ผูเขียนจึงเห็นวา
ตัวหนังสือไทยคงจะเกิดขึ้นตนยุคสุโขทัยนี้เองเมื่อมีตัวหนังสือใชแลวก็อาจจะจดเรื่องราว
ยอนหลังขึ้นไปไดอีกสองสามชั่วคน
อีกประการหนึ่งไมเคยมีผูพบจารึกภาษาไทยกอนยุคสุโขทัยขึ้นไปเลยจริงอยู
เปนไปไดวาคนไทยอาจจะมีตัวอักษรอื่นใชอยูกอนแลวแตเผอิญจารึกหายไปหมดหรือ
อาจจะเขียนไวบนไมไผหรือสิ่งอื่นที่ผุพังไปไดงายก็เปนไดแตถามีตัวอักษรอื่นอยูกอน
แลวตัวอักษรแบบนั้นก็นาจะปรากฏขึ้นที่ใดที่หนึ่งเพราะดินแดนตั้งแตอัสสัมถึงเวียดนาม
และจีนตอนใตถึงมลายูมีคนไทยอาศัยอยูทั่วไปทําไมจึงไมปรากฏตัวอักษรแบบดังกลาว
เลยไมวาจะจารึกไวในรูปลักษณะใดๆทั้งสิ้น
ตัวหนังสือของพอขุนรามคําแหงมหาราชแพรหลายเขาไปใน
ลานนาดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่๖๒วัดพระยืนวาพระมหาสุมน
เถรนําศาสนาพุทธนิกายรามัญวงศหรือนิกายลังกาวงศเกาเขาไปใน
ลานนาเมื่อพ.ศ. ๑๙๑๒และไดเขียนจารึกดวยตัวหนังสือสุโขทัยไว
เมื่อพ.ศ. ๑๙๑๔ตอมาตัวหนังสือสุโขทัยนี้ไดเปลี่ยนรูปรางและ
อักขรวิธีไปบางกลายเปนตัวหนังสือฝกขามและลานนายังใชตัวหนังสือชนิดนี้มาจนถึง
สมัยตนกรุงรัตนโกสินทร
เชียงตุงและเมืองที่ใกลเคียงในพมามีศิลาจารึกอักษรฝกขามซึ่งดัดแปลงไปจากลายสือ
ของพอขุนรามคําแหงมหาราชอยูกวา10 หลักเริ่มแตศิลาจารึกวัดปา
แดงพ.ศ. ๑๙๙๔เปนตนมานอกจากนี้ยังมีจารึกที่เจดียอานันทะใน
พุกามเขียนดวยตัวหนังสือสุดขทัยประมาณพ.ศ. ๑๙๑๐ –๑๙๔๐อยู
หลักหนึ่ง
ในประเทศลาวมีจารึกเขียนไวที่ผนังถ้ํานางอันใกลหลวงพระ
บางดวยตัวอักษรสุโขทัยซึ่งมีลักษณะใกลเคียงกับตัวหนังสือสมัยพระ
เจาลิไทย(พ.ศ. ๑๘๙๐–๑๙๑๑)
ไทยขาวไทยดําไทยแดงเจาไทยในตังเกี๋ยผูไทยในญวนและลาวปจจุบันนี้ยังใช
ตัวอักษรที่กลายไปจากลายสือของพอขุนรามคําแหงมหาราช
Page 24
ถาคนไทยมีตัวอักษรไทยเดิมอยูแลวก็คงจะไมยอมรับลายสือไทยเขาไปใชจน
แพรหลายกวางขวางไปในหลายประเทศดังกลาวมาแลวเพราะการเปลี่ยนแปลงใหผิดไป
จากของที่เคยชินแลวทําไดยากมากเปนตนวาเราเคยเขียนคําวา“น้ํา” บัดนี้ออกเสียเปน
“นาม” แตก็มิไดเปลี่ยนวิธีเขียนใหตรงกับเสียง
ผูเขียนเห็นวาในชั้นแรกเมื่อคนไทยมิไดเปนชนชั้นปกครองก็จําเปนจะตองเรียน
ตัวหนังสือที่ทางราชการบานเมืองใชอยูเพื่ออานประกาศของทางราชการใหเขาใจถาจะ
ประดิษฐตัวหนังสือขึ้นใชเองจะไปบังคับใครใหมาเรียนหนังสือดังกลาวเมื่อใดคนไทยได
เปนชนชั้นปกครองขึ้นก็นาจะดัดแปลงตัวหนังสือที่ใชกันอยูในถิ่นนั้นมาเปนตัวหนังสือ
ของไทยเชนคนไทยในเมืองจีนคงดัดแปลงตัวหนังสือจีนมาใชคนไทยในลานนาคงจะ
ดัดแปลงตัวหนังสือมอญซึ่งนิยมใชกันในถิ่นนี้มากอนสวนพอขุนรามคําแหงมหาราชก็
นาจะดัดแปลงตัวหนังสือขอมซึ่งนิยมใชกันอยูแถวลุมน้ําเจาพระยามาแตเดิมหากมีตัว
อักษรไทยเดิมอยูแลวพอขุนรามคําแหงมหาราชคงจะทรงใชตัวอักษรไทยเดิมหรือทรง
ดัดแปลงจากนั้นบางเล็กนอยแทนที่จะดัดแปลงจากอักษรขอมเปนสวนใหญแทจริงนั้นมี
เคาเงื่อนอยูในพงศาวดารเหนือวาพอขุนรามฯไดทรงอาศัยนักปราชญราชบัณฑิตที่
เชี่ยวชาญตัวหนังสือชาติตางๆที่อยูใกลเคียงไทยยกเวนแตจีนเพราะจีนใชหลักการเขียน
หนังสือเปนรูปภาพผิดกับหลักการเขียนเปนรูปพยัญชนะและสระแบบของไทยรูปอักษร
ของพอขุนรามคําแหงคลายตัวหนังสือลังกาบังคลาเทศขอมและเทวนาครีฯลฯ
เปนตนวาตัวจฉหันหนาไปคนละทางกับอักษรขอมแตหันไปทางเดียวกับตัวอักษร
ลังกาที่มีใชอยูกอนแลว
สมัยพอขุนรามคําแหงยังไมมีไมหันอากาศแตใชพยัญชนะตัวเดียวกันหรือวรรค
เดียวกันเขียนติดกันเชนอนนแทนอันและอฏฐแทนอัฏฐ
พอขุนรามคําแหงทรงประดิษฐลายสือไทยขึ้น
โดยมิไดทรงทราบวามีตัวหนังสือไทยเดิมอยูกอนขอ
พิสูจนขอหนังคือไทยอาหมและไทยคําที่(ขําตี้) ออก
เสียงคําอันคลายกับคําอานแตเสียงสระสั้นกวาและ
ออกเสียงอัก-อากอังอางอัด-อาดอับ-อาบเหมือนกับ
ตัวหนังสือของเราโดยออกเสียงคําตนสั้นกวาคําหลังในคู
เดียวกันแตออกเสียงอัววาเอาเพราะถือหลักการที่
Page 25
กลาวมาขางตนแลววาอัวคืออาวที่เสียงสระสั้นลงพอขุนรามคําแหงทรงใชอวา(คืออัว)
เปนสระอัวแทนที่จะเปนสระเอาหากคนไทยเคยอานอัวเปนเอาซึ่งถูกตามหลัก
ภาษาศาสตรมาแตเดิมแลวคงยากที่จะเปลี่ยนแกใหอานเปนอัวซึ่งขัดกับความเคยชิน
ฉะนั้นจึงนาเชื่อวาพอขุนรามคําแหงทรงประดิษฐตัวหนังสือไทยขึ้นโดยมิไดทรงทราบวา
มีตัวหนังสือไทยเดิมอยูกอนแลว
พอขุนมังรายมหาราช(เปนพระนามที่ถูกตองของพระยาเม็งราย) คงจะได
ดัดแปลงตัวอักษรมอญมากใชเขียนหนังสือไทยในเวลา
ใกลเคียงดังตัวอยางอักษรในจารึกลานทองสุโขทัยพ.ศ.
๑๙๑๙
สวนไทยอาหมคงสรางตัวหนังสือขึ้นใน
ระยะเวลาใกลเคียงกับตัวหนังสือสุโขทัยทั้งนี้เพราะคนไทยเริ่มจะสรางอาณาจักรเปน
ปกแผนกวางขวางออกไปในระยะนั้นอยางไรก็ดีนักอานศิลาจารึกหลายทานเชื่อวารูป
ตัวอักษรของไทยอาหมชี้ใหเห็นวาอักษรไทยอาหมพึ่งเกิดใหมหลังอักษรพอขุน
รามคําแหงเปนระยะเวลานานทีเดียว
คุณวิเศษของลายสือไทย
๑. ลายสือไทยของพอขุนรามคําแหงมหราราชมีลักษณะพิเศษกวา
ตัวอักษรของชาติอื่นซึ่งเปนลูกศิษยของชาวอินเดียวกลาวคือชาติอื่นขอยืมตัวหนังสือของ
อินเดียมาใชโดยมิไดประดิษฐพยัญชนะและสระเพิ่มขึ้นใหพอกับเสียงพูดของคนในชาติ
ยกตัวอยางเชนเขมรโบราณเขียนเบกอานออกเสียงเปนเบกแบกหรือเบิกก็ไดไทย
ใหญเขียนปนอานออกเสียเปนปนเปนหรือแปนก็ไดเวลาอานจะตองดูความหมายของ
ประโยคกอนจึงจะอานออกเสียใหถูกตอง
พอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐตัวพยัญชนะสระอีกทั้งวรรณยุกตขึ้น
เปนตนวาไดเพิ่มฃฅซฎดบฝฟอสระอึอือแอเอือฯลฯไมเอกไมโท(ในรูป
กากะบาท) จนทําใหสามารถเขียนคําไทยไดทุกคํา
๒. อักขรวิธีที่ใชสามารถเขียนตาก-ลมแยกออกไปจากตา-กลมทําใหอาน
ขอความไดถูกตองไมกํากวมกลาวถือถาเปนอักษรควบกล้ําใหเขียนติดกันสวนตัวสะกด
ใหเขียนแยกหางออกไปเชนตา-กลมเขียนเปนตากลํสวนตาก-ลมเขียนเปนตากลํ
Page 26
๓. ตัวหนังสือแบบพอขุนรามฯยังมีลักษณะพิเศษอีกอยางหนึ่งคือนําสระมา
เรียงอยูระดับเดียวกับพยัญชนะแบบเดียวกับตัวหนังสือของชาติตะวันตกทั้งหลายนา
เสียดายที่สระเหลานั้นถูกดึงกลับไปไวขางบนตัวพยัญชนะบางขางลางบางในสมัยตอมา
ทั้งนี้เพราะคนไทยเคยชินกับวิธีเขียนขางบนขางลางตามแบบขอมและอินเดียซึ่งเปนตนตํา
หรับดั้งเดิมถายังคงเขียนสระแบบพอขุนรามฯอยูเราจะประหยัดเงินคากระดาษลงไดหนึ่ง
ในสามทีเดียวเพราะทุกวันนี้จะตองทิ้งชองวางระหวางบรรทัดไวเพื่อเขียนสวนลางของฏ
ฐสระอุอูวรรณยุกตและสระอือรวมเปนชองวางที่ตองเตรียมไวสี่สวนใหเขียนไดไม
ซอนกันยิ่งมาถึงยุคคอมพิวเตอรการเก็บขอมูลและการคนหาขอมูลจะประหยัดทั้งเวลา
และคาใชจายไดมหาศาลแตตัวอักษรไทยในปจจุบันบรรทัดเดียวคอมพิวเตอรจะตองกวาด
ผานตลอดบรรทัดไปถึง๔ครั้งกลาวคือครั้งแรกกวาดพวกวรรณยุกตครั้งที่สองกวาด
พวกสระบนเชนสระอีอึครั้งที่สามกวาดพวกพยัญชนะและครั้งที่สี่กวาดพวกสระลางคือ
สระอุอูจึงทําใหเสียเวลาเปนสี่เทาของตัวอักษรของอังกฤษซึ่งเครื่องคอมพิวเตอรจะ
กวาดเพียงบรรทัดละครั้งเดียวถาใชอักขรวิธีแบบของพอขุนรามคําแหงมหาราชเครื่อง
คอมพิวเตอรจะกวาดเพียงบรรทัดละสองครั้งลดเวลาและคาใชจายลงไดกวาครึ่งถายิ่ง
ดัดแปลงใหวรรณยุกตไปอยูบรรทัดเดียวกับพยัญชนะเสียดวยก็จะลดคาใชจายลงไดกวาสี่
เทา
๔. ลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งของตัวหนังสือพอขุนรามคําแหงมหาราชคือ
พยัญชนะทุกตัวเขียนเรียงอยูบรรทัดเดียวกันไมมีตัวพยัญชนะซอนกันเหมือนตัวหนังสือ
ของเขมรมอญพมาและไทยใหญเชนเขียนอฏฐแทนที่จะเปนอฏฐ เซเดยไดกลาวไววา
การที่พระองคไดทรงแกไขตัวอักษรของชาวสุโขทัยใหเรียงเปนแนวเดียวกันไดนั้นเปน
การสําคัญยิ่งแลควรที่ชาวสยามในปจจุบันนี้จะรูสึกพระคุณและมีความเคารพนับถือที่
พระองคไดทรงจัดแบบอักษรไทยใหสะดวดขึ้นขอนี้ใหมากอนึ่งในสยามประเทศทุก
วันนี้การคิดแบบเครื่องพิมพดีดและการพิมพหนังสือไดเจริญรุงเรืองเปนประโยชนยิ่งใน
วิชาความรูแลทางราชการนับวาเพราะพอขุนรามคําแหงไดทรงพระราชดําริเปลี่ยน
รูปอักษรขอมและเรียงพยัญชนะเปนแนวเดียวกันใหสะดวกไวสวนบรรดาประเทศที่ยังใช
วิธีซอนตัวพยัญชนะเชนประเทศเขมรและประเทศลาวการพิมพ
หนังสือของประเทศเหลานั้นเปนการยากไมสูจําเริญแลยังไมมีผูใดในชาตินั้นๆไดคิดจะ
ออกแบบพิมพดีดสําหรับตัวอักษรของตนๆเลย(พ.ศ. ๒๔๖๘)
Page 27
๕. ตัวอักษรทุกตัวสูงเทากันหางจองศสก็ขีดออกไปขางๆแทนที่จะสูงขั้นไป
กวาอักษรตัวอื่นๆหางของปและฝสูงกวาอักษรตัวอื่นๆเพียงนิดเดียวสระทุกตัวสูง
เทากับพยัญชนะรวมทั้งสระโอใอและไอตัวอักษรแบบนี้เมื่อตีพิมพหางตัวปและสระ
ขางลางขางบนจะไมหักหายไปอยางปจจุบันไมตองคอยตรวจซอมกันอยูตลอดเวลา
๖. พอขุนรามคําหงมหาราชทรงประดิษฐรูปแบบตัวอักษรไทยใหเขียนไดงาย
และรวดเร็วพยัญชนะแตละตัวตอเปนเสนเดียวตลอดในขณะที่ตัวหนังสือขอมตองเขียน
สองหรือสามเสนตอพยัญชนะตัวหนึ่ง
๗. ประการสุดทายพอขุนรามคําแหงมหาราชทรงประดิษฐรูปวรรณยุกตขึ้นทํา
ใหสามารถอานความหมายของคําไดถูกตองโดยไมตองดูขอความประกอบทั้งประโยค
สมมติวาเราเขาใจภาษาไทยใหญเปนอยางดีแตถาจะอานภาษาไทยใหญเขาเขียนปนคํา
เดียวอาจจะอานเปนปนปนปนปนปนเปนเปนเปนเปเปนแปนแปนแปนแปนและ
แปนรวมเปน15 คําถาไมอานขอความประกอบจะไมทราบวาคําที่ถูกตองเปนคําใดกัน
แนแตตัวหนังสือของพอขุนรามคําแหงมหาราชอานไดเปนปนแตอยางเดียว
ที่มา : ศ. ดร. ประเสริฐณนคร รวมบทความเรื่องภาษาและอักษรไทย กองวรรณคดี
และประวัติศาสตรกรมศิลปากร(2526)
10/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
2 จาก 9
ข้อมูลดีนะแต่คงลืมจัดเรียงตัวอักษรหน่อยก็ดี
ขอบคุณครับ
10/11/51 โพสต์โดย jekung
3 จาก 9
ยาวเลย
10/11/51 โพสต์โดย Pnoz
4 จาก 9
ปกติก็จะจัดอยู่หรอกครับ แต่นี้เห็นเป็น ท่าน ผู้แวะมาเยี่ยม เลย ต้องไวหน่อยครับ
ถามไว และก็จากไปไวครับ เลยต้องไวตามเค้าครับ เค้าจะได้ไม่ต้องรอนาน
โทษ ที่ถ้าทำให้อ่านไม่รู้เรื่องกัน ก็อ่านแบบสรุปก็แล้วกันนะครับ คือหัวใจของการอ่านครับ
10/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
5 จาก 9
จะให้ลูกปกครองพ่อคงไม่ได้
พ่อปกครองปู่อีกก็คึงมั่วกันใหญ่
พ่อปกครองลูกน่ะดีแล้ว

ครอบครัวไทยก่อน 2 ทศวรรตที่แล้วเป็นครอบครัวขยาย
ความสัมพันธ์กันฉันพ่อลูก ทำให้เห็นถึงน้ำใจ การแบ่งปัน ความผูกพัน
จึงจัดว่าพ่อปกครองลูกนั้นด้วยน้ำใจและไมตรี

ส่วนที่พิสูจน์ว่าเป็นอันที่สร้างในสมัยรัชการที่ 4 นั้น
เหตุผลหลักคงต้องให้นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีวิเคราะห์ครับ
ผมคงมิบังอาจก้าวล่วงความเห็นว่าเป็นเพราะเหตุใด
(มีความรู้ทาระวัติศาสตร์แค่หางอึ่ง จะไปวิเคราะห์คงไม่ถูกแน่เลยครับ)
10/11/51 โพสต์โดย maddog
6 จาก 9
ข้อสรุปว่า หลักศิลาจารึกสร้างในสมัยรัชกาลที่4 นั้นเป็นข้อสรุปจากนักวิชาการบางท่านเท่านั้น  ซึ่งนักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ท่านอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์ของนักประวัติศาสตร์ยุคนี้ก็ได้มีข้อโต้แย้ง  ด้วยเหตุด้วยผลที่ชัดเจน  เช่น ท่านศจ.ดร.ประสริฐ  ณ นคร  มรว.ศุภวุฒิ     คุณผู้แวะมาเยี่ยมหากสนใจลองหาอ่านดูและวิเคราะห์ด้วยตนเอง
11/11/51 โพสต์โดย ป๊าป้า
7 จาก 9
เพราะสุโขทัยเป็นเมืองที่เล็กง่ายต่อการปกครอง
3/1/53 โพสต์โดย art god.com
8 จาก 9
สมัยโบราณลูกมันไม่ดื้อ คุยกันนิดหน่อยก็รู้เรื่อง มุขน้อยไม่ค่อยเทพ
14/5/53 โพสต์โดย lllllllllll
9 จาก 9
เพราะสมัยนั้นอาณาจักรมีประชาชนพลเมืองน้อย  เมื่อมีอะไรก็เรียกหาพ่อเมืองได้และแสดงความยุติธรรมแก่ประชาชน เลยใช้การปกครองเเบบพ่อปกครองลูกดดยถือว่าประชาชนเป็นลูกของราชา
16/9/53 โพสต์โดย ม้านิลมังกร
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
สุโขทัยสิ้นสุดการเป็นเอกราชในสมัยใด
ข้อข้อมูลประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัยอย่างละเอียดครับ
หลักธรรมที่พระมหากษัตริย์ในสมัยสุโขทัยคืออะไร
กรุงศรีอยุธยา มีพระมหากษัตริย์ ปกครองทั้งหมดกี่ราชวงศ์
ประวัติศาสตร์ไทย "กรุงสุโขทัย"
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู