หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ดอกชมจันทร์ แตกต่าง จากดอกไม้จีนยังไง
เมื่อวานดูภัตคารบ้านทุ่ง เค้าบอกว่าแตกต่างกัน
ข้อมูล | ปัญหาคาใจ | แชท 7/5/55 โพสต์โดย motec m800
คำตอบ
1 จาก 9
ดอกชมจันทร์ หรือดอกพระจันทร์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L.อยู่ในวงศ์ Convolvulaceae สกุล Ipomoea มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้และแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย พืชในสกุลนี้มีประมาณ 650 ชนิด

การขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด อาจปลูกโดยการหยอดเมล็ดลงแปลงโดยตรง หรือเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้า ก่อนเพาะเมล็ดมาแช่น้ำนาน 12 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว จะทำให้งอกได้เร็วงอกไดเร็วขึ้น เนื่องจากเมล็ดดออกพระจันทร์มีเปลิอกหุ้มเมล็ดที่แข็ง เมล็ดงอกใช้เวลานานประมาณ 7-14 วัน เมื่อต้นกล้าอายุ 30 วันสามารถปลูกลงแปลงได้ นอกจากการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดแล้วต้นชมจันทร์ยังสามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำส่วนของลำต้น
การปลูก

ต้นชมจันทร์สามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดที่มีความร่วนซุย พื้นที่ต้องระบายได้ดี เจริญเติบโตได้ในสภาพกลางแจ้งที่ทีแสงแดด แปลงปลูกอาจยกแปลงผักทั่วไปเพื่อป้องกันน้ำขัง วิธีปลูกโดยขุดหลุมปลูกลึก15-20ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัม/หลุม จากนั้นจึงนำต้นกล้าลงปลูก ระยะปลูกที่ใช้ปลูกคือ ระหว่างต้น 40-50 ซม. และระหว่างแถว 70-100 ซม. ในช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูกควรมีการให้น้ำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น เมือต้นสามารถตั้งตัวได้แล้ว จึงให้น้ำวันละครั้ง เมื่อต้นดอกชมจันทร์เริ่มแตกยอดควรมีการทำค้างคล้ายกับค้างถั่วฝักยาวหรือทำเป็นซุ้ม หลังปลูกประมาณ 2-3 เดือนก็จะเริ่มออกดอก
การใช้ประโยชน์

ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหารโดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ผลการการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ พบว่าเป็นผักที่ไขมันต่ำมากและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
การบำรุงรักษา

การบำรุงรักษา เมื่อผลผลิตเริ่มลดลง หรือสังเกตเห็นต้นโทรมจะต้องตัดแต่งให้แตกต้นใหม่ พร้อมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยคอกบำรุง พร้อมให้น้ำเช้า-เย็น เพื่อให้ต้นแตกใบอ่อน จากนั้นประมาณ 2 เดือนจึงเริ่มเก็บผลผลิตได้อีกครั้ง กระทั่งต้นมีอายุ 2 ปี จึงเอาออกและปลูกใหม่อีกครั้ง






ดอกไม้จีน หรือ ดอกพระจันทร์ (อังกฤษ: Moonflower) เป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ipomoea alba L. อยู่ในวงศ์ Convolvulaceae มีชื่อท้องถิ่นว่า บานดึก , ดอกพระจันทร์ , แสงนวลจันทร์ ภาษาจีนเรียกว่า "'จำฉ่าย"' เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับลิลลี่ ดอกไม้จีนที่เรานำมากินมาจากส่วนดอกตูมของพันธุ์เดย์ลิลลี่ (Daylily) ที่นำมาตากแห้ง เมื่อใช้ให้นำมาแช่น้ำให้พองตัว

ลักษณะ

เป็นไม้เลื้อยมีลักษณะของใบคล้ายใบยาสูบ เป็นรูปหัวใจ คล้ายใบโพธิ์ สีเหลืองอ่อนอมเขียว ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ริมขอบใบหยัก เป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดดเพียงรำไร ต้องการน้ำและความชื้นในปริมาณปานกลาง ปลูกขึ้นได้ดีในดินร่วนซุย มีดอกสีขาวสวยสด จะบานในตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม นอกจากจะใช้ปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ใบและดอกตูมยังใช้ปรุงอาหาร เช่น ใช้เป็นผักทำห่อหมก ดอกตูมใช้ผัดน้ำมันหอย เป็นต้น สามารถขยายพันธุ์การปักชำและเพาะเมล็ด
ถิ่นกำเนิด

ถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในต่างประเทศเช่น อเมริกา และยุโรป จะปลูกเป็นไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่นภาคใต้ และภาคอีสาน ได้เริ่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหาร โดยนำดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือ นำมาลวกเพื่อจิ้มกับน้ำพริกรับประทาน
การปลูก

วิธีการปลูกให้ขุดหลุมลึกประมาณ 20-30 ซม. รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 200-500 กรัม/หลุม จากนั้นนำต้นกล้าลงปลูกในหลุม โดยระยะปลูกที่เหมาะสม คือระยะระหว่างต้นประมาณ 40-50 ซม. ระยะระหว่างแถวประมาณ 70-100 ซม. ในช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูกควรให้น้ำวันละ 2 ครั้งคือ ตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อต้นสามารถตั้งตัวได้แล้ว จึงให้น้ำวันละครั้ง เมื่อต้นดอกพระจันทร์เริ่มแตกยอดอ่อนควรทำการปักไม้ให้ปลายยอดค้างบนไม้ เพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้น โดยทำค้างเหมือนกับค้างถั่วฝักยาวก็ได้ หรือทำแบบซุ้มก็ได้ จะมีดอกหลังปลูกประมาณ 2-3 เดือน
วิธีใช้

ดอกไม้จีนสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด และเข้ากันดีกับทั้งเนื้อสัตว์และพืชผักอื่น ๆ เช่น หมู ปอดหมู ถั่วแดง น้ำผึ้ง และเห็ดหูหนู ต้มเนื้อหมูกับดอกไม้จีน กินเพื่อบำรุงตับและช่วยให้นอนหลับได้ดี ต้มดอกไม้จีนกับน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อย กินตอนเช้าช่วยให้ขับถ่ายได้ดี และบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้มดอกไม้จีน 30 กรัม กับถั่วแดง 30 กรัม เติมน้ำผึ้งพอประมาณ กินช่วยขับปัสสาวะ คลายร้อน และเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคต้อหินเรื้อรัง นึ่งหมูเนื้อแดงกับดอกไม้จีน กินเพื่อเพิ่มน้ำนมในสตรีหลังคลอด ต้มดอกไม้จีนสดหรือแห้งใส่เกลือเล็กน้อย กินรักษาโรคคางทูม
สรรพคุณ

คุณค่าทางโภชนาการของดอกไม้จีนพบว่า เป็นผักที่มีไขมันต่ำมาก และมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ดอกไม้จีนมีฤทธิ์เย็น ประกอบด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพ เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โปรตีน และวิตามินเอ ดอกไม้จีนจึงเป็นอาหารที่กินได้ทุกเพศทุกวัย วิตามินบีในดอกไม้จีนช่วยให้สมองทำงานได้ดี และเพิ่มความจำ วิตามินซีในดอกไม้จีนช่วยต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดอกไม้จีนมีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร เกสรดอกไม้จีนมีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ จึงช่วยให้หลับสบาย ดอกไม้จีนเป็นพืชที่มีแคลอรีต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
ข้อควรระวัง

ดอกไม้จีนดอกบานและส่วนรากมีพิษ จึงไม่ควรกิน เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้ และก่อนนำดอกไม้จีนมาประกอบอาหาร ควรล้างให้สะอาดก่อน เพราะในกระบวนการผลิตมีการใช้สารพวกกำมะถัน เพื่อฟอกสีหรือป้องกันแมลงและรา จึงอาจทำให้เกิดผื่นแพ้ หรือหอบหืดได้[4]
7/5/55 โพสต์โดย Seigaku
2 จาก 9
ดูภัตาคารบ้านทุ่งเหมือนกันเลย น่ากินมากๆ เห็นแล้วอยากกินแกงส้มเลย
7/5/55 โพสต์โดย ลูกไก่ ในกำมือ
3 จาก 9
นึกว่าเป็นชนิดเดียวกันซะอีกน่ะเนี่ย
เพราะดอกมันเหมือนกันเด๊ะเลย
7/5/55 โพสต์โดย อุ้ยอ้าย ช้าจัง
4 จาก 9
ลักษณะดอกอ่อนของดอกไม้จีน จะออกสีเหลืองๆ ส้มๆ กลีบดอกจะตรงๆ
ส่วนดอกจันทร์ ลักษณะดอกอ่อนนั้น กลีบดอกจะเป็นเกลียวเหมือนสว่าน สีเขียวอ่อน ใช่ป่ะ
7/5/55 โพสต์โดย ลูกไก่ ในกำมือ
5 จาก 9
ลักษณะดอกอ่อนของดอกไม้จีน จะออกสีเหลืองๆ ส้มๆ กลีบดอกจะตรงๆ
ส่วนดอกจันทร์ ลักษณะดอกอ่อนนั้น กลีบดอกจะเป็นเกลียวเหมือนสว่าน สีเขียวอ่อน
7/5/55 โพสต์โดย วังเวง
6 จาก 9
รู้แต่ว่า  ดอกชมจันทร์เอามาผัด  หรือลวก หวานอร่อยดีค่ะ  แต่ถ้าไม่เอาไส้ออก   ขมปิ๊ดดดดเลยพี่


+++ตกลงรถพี่   มาเป็นสายรุ้งเลยหราาา     ขำอ่ะ  ฮ่าๆๆๆๆๆ  +++
7/5/55 โพสต์โดย อาคิราห์
7 จาก 9
แหม่ๆๆ ขอมีสาระบ้าง 555
6/6/55 โพสต์โดย ขวัญจร้า
8 จาก 9
กำลังงง น่ะครับ เพราะบอกดอกไม้จีนเป็นไม้เลื่อยแต่จากรูป ดอกไม้จีนดูไม่เป็นไม้เลื้อย แต่ดอกชมจันทร์สีขาวดูเป็นไม้เลื่อยเลยน่ะครับ  รบกวนผู้รู้ถ้าผ่านมาช่วยให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยน่ะครับ
28/10/55 โพสต์โดย Krit Phaknoi
9 จาก 9
ขออนุญาตตอบตามภูมิความรู้ส่วนตัวนะจ๊ะ

ดอกชมจันทร์ บางที่หรือบางคนก็เรียกว่าดอกไม้จีน ต้นนี้เค้าเป็นไม้เลื้อย ดอกมีสีขาว บานเวลากลางคืน อันนี้บ้านเรามี ดอกเค้าสวยจริงๆ ดอกที่ใช้รับประทานจะเป็นดอกที่ตูม ยังไม่บานเท่านั้นจ้า เห็นคนแก่ว่างั้น คือดอกสดนำมาประกอบอาหาร  เมนูยอดฮิต คือผัดน้ำมันหอย และอีกหลายเมนู เช่น แกงส้ม ลวกจิ้มน้ำพริก

ส่วนดอกไม้จีนอีกชนิด ภาษาจีนเค้าเรียกว่า จำฉ่าย หรือกิมจำเช่า ไรซักอย่างนี่แหละ ภาษาอังกฤษเรียก day lily เพราะบานวันเดียวแล้วก็โรย เป็นพืชตระกูลลิลลี่ ปลูกเป็นไม้ประดับก็ได้ เพราะดอกสีเหลืองเหลือบแดงสวยออกไปทางส้ม ปัจจุบันมีการผสมเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันมากมาย เพื่อใช้เป็นไม้ประดับ แต่ที่เค้านิยมนำมาทานนั้นคือพันธุ์ดั้งเดิม ทานได้ทั้งสดและแห้ง ดอกที่เก็บมารับประทานได้จะเป็นดอกที่ยังไม่บาน แต่เท่าที่เห็น ส่วนใหญ่นิยมนำดอกตูมมาตากแห้ง แล้วจึงนำมาประกอบอาหาร ก่อนนำมาทำอาหารต้องนำไปแช่น้ำก่อน เพื่อให้ดอกที่แห้งอ่อนตัว เคยอ่านมาเค้าบอกว่าดอกสดถ้าทานเข้าไปมากๆ อาจจะทำให้ท้องเสียได้ เคยกินอย่างเดียว ไม่เคยเห็นตอนยังเป็นๆ เคยเห็นแต่รูปที่เค้านำมาประกาศขายตามเว็บเกษตร เห็นแล้วก็อยากได้ แต่ไม่กล้าซื้อ กลัวเลี้ยงเค้าไม่รอด

ทั้งสองอย่างล้วนมีสรรพคุณ นอกจากเป็นอาหารที่มีรสชาดดีแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงมีราคาค่อนข้างสูง ส่วนจะมีประโยชน์อย่างไร ลองหาข้อมูลกันดูนะจ๊ะ

ส่วนชื่อที่เหมือนกันนั้น ความจริงแล้ว ชื่อพรรณไม้ในภาษาไทยมีชื่อที่เหมือนกันเยอะแยะมากมาย แล้วแต่ความนิยม ชื่่อเรียกท้องถิ่น หรือชื่อทางการค้า มากมายไปหมด ส่วนใหญ่ พรรณไม้หนึ่งๆ มักมีหลายชื่อเรียก ยกตัวอย่างดอกชมจันทร์ ก็มีชื่ออื่น เช่น ดอกพระจันทร์ ดอกบานดึก หรือดอกไม้จีน และชื่อของพรรณไม้บางชื่อ อาจจะใช้ชื่อเกินหนึ่งชนิด หรือใช้ชื่อร่วมกัน พูดง่ายๆ คือ ชื่อเค้าเหมือนกัน แต่ลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จนบางครั้งทำให้สับสนไปเป็นอย่างอื่น ยกตัวอย่างเช่นต้นมังกรคาบแก้ว ที่เป็นพืชตระกูลเดียวกับแก้วมังกร กับมังกรคาบแก้วที่เป็นไม้เถาว์ และดอกดิน ที่บางแห่งคือพืชที่มีก้านโผล่พ้นดินออกมามีดอกสีม่วง นิยมนำมาทำขนม เรียกขนมดอกดิน เดี๋ยวนี้หากินยาก กับดอกดิน ที่เป็นดอกกระเจียวดอกสีขาว นำมารับประทานโดยการลวกจิ้มน้ำพริก ต่างมีชื่อเรียกที่เหมือนกัน ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย งงมั้ยจ๊ะ
13/11/55 โพสต์โดย eliot
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
สวัสดีตอนเช้า ชาวกูรู หิวหิว กินกาแฟกัน เริ่มงานวันจันทร์ สดใส ๆๆ ^__^
ไร่ชมจันทร์ วังน้ำเขียว
ดอกอะไรเสียบไว้อยู่ในรูหู้ ....
ถ้าต้องเอาดอกไม้มาทำแกงส้ม
พญาสัตบรรณดอกของมันหอมหรือเปล่า
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู