หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
พลังงานกล พลังงานจลน์ พลังงานศักย์ ต่างกันอย่างไร
ขอดูตัวอย่างด้วยครับ
วิทยาศาสตร์ 31/10/51 โพสต์โดย เด็ก
คำตอบ
1 จาก 6
พลังงานกล (mechanical energy) ประกอบด้วย พลังงานจลน์ (kinetic energy) และ พลังงานศักย์ (potenxtial energy)

   พลังงานอันเกิดจากการเคลื่อนที่ เรียกว่า พลังงานจลน์ (kinetic energy)  
   พลังงานที่มีสะสมอยู่ในตัวเนื่องมาจากภาวะของวัตถุ เรียกว่า พลังงานศักย์ (potenxtial energy)
   ตัว อย่าง ของ พลัง งาน จลน์และ พลัง งาน ศักย์ นั้น เรา พอ จะ เห็น ได้ ง่ายๆ จาก สิ่ง ที่ เกิด ขึ้น รอบๆ ตัว เรา อยู่ ทุก วัน เช่น
   รถ ยนต์ กำลัง วิ่ง ด้วย ความ เร็ว ปกติ บน ถนน ใน ที่ ราบ ถ้า ต้อง การ ให้ หยุด เรา ต้องใชัห้าม ล้อ ซึ่ง หมาย ถึง ออก แรง ต้าน การ เคลื่อน ที่ รถ ยนต์ ยัง ไม่ สามารถ หยุด ได้ ทัน ที แต่ จะ เลื่อน ต่อ ไป เป็น ระยะ ทางหนึ่ง เรา ต้อง ทำ งาน ด้วย แรง ต้าน ทาน เพื่อ ให้ รถ หยุด เพราะ รถ มี พลัง งาน เนื่อง จาก กำลัง เคลื่อน ที่ อยู่ นั่น คือ รถ มี พลัง งาน จลน ์
   สำหรับ ตัว อย่าง ของ พลัง งาน ศักย์ แบบ หนึ่ง ที่ น่า จะ เห็น ได้ ก็ คือ ก้อน หิน ผูก ห้อย ที่ ปลาย เชือก ใน ภาวะ ที่ 1 ก้อน หิน แขวน ห้อย อยู่ นิ่งๆ แต่ ใน ภาวะ ที่ 2 ก้อน หิน ถูก ยก ขึ้น ไป สูง กว่า ระดับเดิม
31/10/51 โพสต์โดย ปีศาจลูกหมี
2 จาก 6
พลังงานจลน์ พลังงานศักย์ ประกอบอยู่ใน พลังงานกล
31/10/51 โพสต์โดย เด็กดีมาก
3 จาก 6
ทั้งพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ ล้วนเป็นพลังงานกลที่สามารถเปลี่ยนรูปกลับไป กลับมาได้
พลังงานศักย์จะสะสมอยู่ในวัตถุที่พร้อมจะเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ ขณะที่พลังงานจลน์เป็นพลังงานที่อยู่ในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่
และตามกฏการอนุรักษ์พลังงานค่าของพลังงานกลจะคงที่
ดังนั้น  พลังงานกล = พลังงานศักย์ + พลังงานจลน์ เสมอ
เมื่อพลังงานในระบบ (พลังงานกล) คงที่ แล้วพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น พลังงานจลน์จะลดลง แต่ถ้า พลังงานศักย์ลดลง พลังงานจลน์จะเพิ่มขึ้น
อย่างที่ท่าน ปีศาจลูกหมีอธิบายครับ
ที่เพิ่มเติมคือ พลังงานศักย์ที่พบมาก มี 2 ชนิด
1. พลังงานศักย์โน้มถ่วง เกิดจากพลังงานที่สะสมไว้ในวัตถุที่อยู่สูงขึ้นไป
   กล่าวง่ายๆ คือ พลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุเมื่อเราทำให้มันอยู่ในระดับสูงขึ้นกว่าเดิม เช่นยกก้อนหินขึ้นข้างบนก็จะมีพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น
   (Ep = mgh เมื่อ Ep คือพลังงานศักย์ m คือมวลของวัตถุ g คือความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก และ h คือระดับความสูง)
   เมื่อทิ้งก้อนหินลงมาพลังงานศักย์จะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานจลน์ โดยเพิ่มความเร็วขึ้นครับ (Ek = 1/2 m v^2 เมื่อ Ek คือพลังงานจลน์
    m คือมวลของวัตถุ และ v คือความเร็วของวัตถุ) ดังนั้นเมื่อเรายกวัตถุไว้สูงมากๆ จะตกถึงพื้นแรงกว่าเมื่อยกไว้ต่ำๆ
2. พลังงานศักย์ยืดหยุ่น เช่นเราดึงสปริงจากจุดสมดุล ยิ่งดึงแรงมากความยาวของสปริงที่ห่างจากสมดุลก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  (พลังงานศักย์)มาก (Ep = -kx เมื่อ Ep คือพลังงานศักย์ k คือค่าคงตัวของสปริง คือสปริงอ่อนหรือแข้งนั่นเอง และ x คือระยะที่ยืดออก)
  ส่วนพลังงานจลน์ใช้สูตรเดียวกันกับพลังงานศักย์โน้มถ่วงครับ (Ek = 1/2 m v^2 เมื่อ Ek คือพลังงานจลน์ m คือมวลของวัตถุ และ v คือ
  ความเร็วของวัตถุ) นั่นคือยิ่งยืดไกล วัตถุจะถูกดึงให้เคลื่อนที่เร็วขึ้นด้วย
31/10/51 โพสต์โดย maddog
4 จาก 6
อ่าเรากะลังเรียนมาพอดีเลย
ก็ตามที่หลายๆคนตอบมาอะนะ
พลังงานจลน์ และ พลังงานศักย์ มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานกล
พลังงานจลน์อยู่ในวัตถุทุกชนิดที่เคลื่อนที่ พลังงานจลน์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ ความเร็วที่เคลื่อนที่
พลังงานศักย์เป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุ มี 2 แบบ คือ
1 พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานศักย์โน้มถ่วงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสูงของวัตถุ ยิ่งสูงยิ่งมีพลังงานนี้มาก
2 พลังงานศักย์ยืดหยุ่น มีอยู่ใน สปริง ฟองน้ำ นาฬิกาไขลาน หนังยาง(ที่ดึงไว้แต่ยังไม่ปล่อย)
พลังงานศักย์และพลังงานจลน์จะมีทิศทางสวนกันเพราะ อย่างเช่น เวลาเราโยนก้อนหินขึ้นไปบนท้องฟ้า ความสูงเพิ่มขึ้นแสดงว่าพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น แต่ยิ่งวัตถุขึ้นไปสูงเท่าไร ความเร็วมันก็จะลดลงเรื่อยๆเพราะมันมีแรงต้านมากขึ้นด้วย พลังงานจลน์จึงลดลง
อีกตัวอย่างนึง ถ้าเราปล่อยก้อนหินลงมาจากหน้าผา ก้อนหินมันลงมาต่ำเรื่อยๆ ความสูงลดลง  พลังงานศักย์จึงลดลง  
แต่เมื่อใกล้พื้นมากขึ้นเท่าไร วัตถุก็จะเคลื่นที่เร็วมากขึ้น ตามแรงโน้มถ่วง ทำให้พลังงานจลน์มากขึ้น
เราก็อธิบายแบบที่เราเข้าใจอะนะ ไม่รู้ว่าคุณ เด็ก จะเข้าใจรึป่าว แต่เราได้เกรดสี่นะวิชานี้ อิอิ แอบอวดนิสนึง
1/11/51 โพสต์โดย โลตัส
5 จาก 6
พลังงานกล = พลังงานศักย์ + พลังงานจลน์
โดนใช้ล้างจาน=พลังงานคน
1/11/51 โพสต์โดย ป2
6 จาก 6
ตามคำนิยามของนักวิทยาศาสตร์ พลังงงาน (Energy) คือ ความสามารถในการทำงาน (Ability to do work) โดยการทำงานนี้อาจจะอยู่ในรูปของการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนรูปของวัตถุ ก็ได้
การจำแนกพลังงานตามลักษณะการทำงาน
1. พลังงานศักย์ (Potential Energy) เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุถูกวางอยู่ในตำแหน่งที่สามารถ เคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจากแรงโน้มถ่วงหรือแรงดึงดูดจากแม่เหล็ก เช่น ก้อนหินที่วางอยู่บนขอบที่สูง
2. พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ เช่น รถที่กำลังวิ่ง ธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง จักรยานที่กำลังเคลื่อนที่ เป็นต้น
3. พลังงานสะสม (Stored Energy) เป็นพลังงานที่เก็บสะสมในวสัดุ หรือ สิ่งของต่างๆ เช่น พลังงานเคมีที่เก็บสะสมไว้ในอาหาร ในก้อนถ่านหิน น้ำมัน หรือไม้ฟืน ซึ่งพลังดังกล่าว จะถูกเก็บไว้ในรูปขององค์ประกอบทางเคมีหรือของวัสดุหรือสิ่งของนั้นๆ และจะถูกปล่อยออกมาเมื่อวัสดุหรือสิ่งของดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูป เช่น การเผาไม้ฟืนจะให้พลังงานความร้อน เป็นต้น
1/11/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ที่มาของสูตร พลังงานกล
พลังงานกลคืออะไร
ขอถามเรื่องพลังงานค่ะ
พลังงานจลน์กับพลังงานศักย์ต่างกันอย่างไร
พลังงานศักย์และพลังงานศักย์ยืดหยุ่นและพลังงานจลน์และโมเมนตันมีประโยชน์อย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู