หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ความหมายของกลยุทธ์
อยากทราบความหมายของ กลยุทธ์ ค่ะ
- กลยุทธ์ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product mix strategies)
- กลยุทธ์สายผลิตภัณฑ์ (Product line strategies)
- กลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ (Packaging strategies)
กลยุทธ์ 24/12/51 โพสต์โดย aha55
คำตอบ
1 จาก 6
คำว่ากลยุทธ์ (Strategy) มีรากศัพท์จากภาษากรีกว่า "stratos" (กองทัพ) +"agein" (นำหน้า) หมายความถึง "การนำทางให้องค์กรโดยรวม" ซึ่งมีนัยครอบคลุมจุดมุ่งหมายและวิธีการว่าต้องการทำ     "อะไร" ให้สำเร็จ และทำ "อย่างไร"
คนส่วนใหญ่มักใช้คำว่ากลยุทธ์ในฐานะของเครื่องมือ หรือวิธีการ
24/12/51 โพสต์โดย hero
2 จาก 6
เข้าไปศึกษาใน SME ครับมีคำตอบที่คุณต้องการ
24/12/51 โพสต์โดย jorich
3 จาก 6
ผลิตภัณฑ์ (Product)
   * หมายถึง สิ่งที่เสนอแก่ตลาดเพื่อการรู้จัก การเป็นเจ้าของ การใช้หรือการบริโภค และสามารถสนองความจำเป็นและความต้องการของตลาดได้
ประเภทของผลิตภัณฑ์
   * สินค้าบริโภค (Consumer goods)  หมายถึง “ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้ไปสำหรับผู้บริโภคใช้ในครัวเรือนขั้นสุดท้าย” สินค้าบริโภคจะรวมบริการด้วย
   * สินค้าอุตสาหกรรม (Industrial goods) หมายถึง “ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้ไปในการผลิตสินค้าอื่น” ซึ่งประกอบด้วยผู้ซื้อที่ซื้อไปเพื่อการผลิต การให้บริการหรือการดำเนินงานของกิจการส่วนใหญ่ก็คือองค์การหรือผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม
การจัดประเภทผลิตภัณฑ์บริโภค
   * สินค้าสะดวกซื้อ (Convenience goods)
   * สินค้าเลือกซื้อ (Shopping goods)
   * สินค้าเจาะจงซื้อ (Specialty goods)
   * สินค้าไม่แสวงซื้อ (Unsought goods)
การจัดประเภทสินค้าอุตสาหกรรม
   * วัตถุดิบ (Raw materials)
   * วัสดุและชิ้นส่วนประกอบ (Fabricating materials and parts)
   * สิ่งติดตั้ง (Installation)
   * อุปกรณ์ประกอบ (Accessory equipments)
   * วัสดุสิ้นเปลือง (Operating supplies)
   * บริการ (Services)
องค์ประกอบผลิตภัณฑ์
(Product Component)
   * ผลิตภัณฑ์หลัก (Core product)
   * รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์  (Formal product or Tangible product)
   * ผลิตภัณฑ์ควบ (Augmented product)
   * ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง (Expected product)
   * ศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Potential product)
ส่วนประสมผลิตภัณฑ์
   * ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product mix)
   * สายผลิตภัณฑ์ (Product line)
   * รายการผลิตภัณฑ์  (Product item)
         o ความกว้างของส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Breadth of product mix or Width of product mix)
         o ความลึกของส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (The depth of product mix)
         o ความยาวของส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (The length of product mix)
         o ความสอดคล้องกันของส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (The consistency of product mix)
กลยุทธ์ส่วนประสมผลิตภัณฑ์
   * การขยายส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Expansion of product mix)
   * การลดส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Contraction of product mix)
   * การเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ (Alteration of existing product)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning the product)
   * การขยายสู่ตลาดส่วนบนและส่วนล่าง (Trading up and trading down)
การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์
   * วิธีการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามราคาและคุณภาพ (Position by price and qualities)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามลักษณะผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ (Position by product and user)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามคุณสมบัติและผลประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ (Position by attribute and product benefit)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามการใช้และการนำไปใช้ (Position by use and application)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตามระดับชั้นผลิตภัณฑ์ (Position by product class)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อการแข่งขัน (Position by competition)
   * การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์จากหลายวิธีร่วมกัน (Position by combination of ways)
ตราสินค้าและป้ายฉลาก
   * ชื่อตรา (Brand name)
   * เครื่องหมายตราสินค้า (Brand mark)
   * เครื่องหมายการค้า (Trade mark)
ความสำคัญของตราสินค้า
   * ทำให้ผู้ซื้อเรียกชื่อสินค้าได้ถูกต้อง
   * ทำให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบคุณภาพและเห็นความแตกต่างในสินค้า
   * ช่วยผู้ขายในการนำตราสินค้าไปใช้ในการโฆษณาและลูกค้าจำได้เมื่อสินค้าอยู่ในชั้นวางในร้าน
   * ช่วยให้ผู้ขายเพิ่มยอดขายและสร้างตลาดเพราะช่วยให้ผู้ซื้อไม่สับสนในการตัดสินใจซื้อ
   * ช่วยให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาให้แตกต่างกันในแต่ละตรายี่ห้อ
   * ช่วยผู้ขายในการกำหนดตำแหน่งสินค้า
ลักษณะของตราสินตราที่ดี
   * แสดงลักษณะบางอย่างของผลิตภัณฑ์ โดยอาจจะเป็นคุณประโยชน์ การใช้ หรือการทำงาน
   * ง่ายต่อการออกเสียง สะกด และจดจำ
   * มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง กล่าวคือไม่ใช่ตราที่ใกล้เคียงกับคู่แข่งขัน
   * สามารถปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะปรับเข้าไปในสายผลิตภัณฑ์
   * สามารถนำไปจดทะเบียนเพื่อได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย กล่าวคือ ไม่เป็นชื่อที่ใกล้เคียงหรือซ้ำซ้อนกับคนอื่น
กลยุทธ์ตราสินค้า
1.กลยุทธ์ตราสินค้าของผู้ผลิต
   * การใช้ตราสินค้าของผู้ผลิต (Manufacturer’s own brand)
   * การตั้งตราสินค้าสำหรับวัสดุและชิ้นส่วนประกอบ (Branding of frabricating part and material)
   * การใช้ตราสินค้าของคนกลาง (Middle’s men brand)
2.กลยุทธ์ตราสินค้าของคนกลาง
   * การใช้ตราสินค้าของผู้ผลิตสินค้าที่คนกลางจำหน่ายอยู่
   * การใช้ตราสินค้าของคนกลางร่วมกับตราสินค้าของผู้ผลิต (Middlemen’s brand along with manufacturer’s brand)
3.กลยุทธ์ตราสินค้าที่ใช้แพร่หลายมากทั้งผู้ผลิตและคนกลาง
   * การตั้งตราสินค้าสำหรับสายผลิตภัณฑ์ (Branding a line of product)
         o ตราครอบครัว (Family brand or A branket family brand for all product)
         o ตราเฉพาะ (Individual brand)
         o ตราครอบครัวแยกกันสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มหรือแต่ละระดับ (Separate brand for each group or each grade of product)
         o ชื่อบริษัทร่วมกับชื่อเฉพาะสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ (The company’s trade name combine with an individual name)
   * การตั้งตราสินค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ตลาดอิ่มตัว (Branding for market saturation)
         o กลยุทธ์หลายตรา (Multi brand strategy or Multiple brand)
         o กลยุทธ์ขยายตราเดิม (Brand extension strategy)
4.การขออนุญาตใช้เครื่องหมายการค้า  
   (Trade mark licensing)
   * ป้ายฉลาก (Label)
         o ป้ายฉลากแสดงตราสินค้า (Brand label)
         o ป้ายฉลากแสดงคุณภาพ (Grade label)
         o ป้ายฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้า (Descriptive label)
   * การบรรจุหีบห่อ (Packaging)
         o การบรรจุหีบห่อเพื่อความปลอดภัยและประโยชน์ใช้สอยจากผลิตภัณฑ์ (Safety and utilitarian purpose)
         o การบรรจุหีบห่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดโปรแกรมการตลาด (Packaging may implement a company’s marketing program)
         o การบรรจุหีบห่อถือว่าสามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างกำไร
กลยุทธ์การบรรจุหีบห่อ
   * การเปลี่ยนแปลงการบรรจุหีบห่อ (Changing the package)
   * การบรรจุหีบห่อเพื่อการนำกลับมาใช้ (Reuse packaging)
   * การบรรจุหีบห่อรวม (Multiple packaging)
   * การบรรจุหีบห่อสายผลิตภัณฑ์ (Packaging the product line)
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
(Product life cycle or PLC)
   * ขั้นแนะนำ (Introduction)
   * ขั้นการเจริญเติบโต (Growth)
   * ขั้นเจริญเติบโตเต็มที่ (Maturity)
   * ขั้นตกต่ำ (Decline)
การวางแผนสินค้าที่ล้าสมัยและสินค้าแฟชั่น
   * รูปแบบ (Style)
   * แฟชั่น (Fashion)
   * แฟด (Fad)
ทฤษฎีการยอมรับแฟชั่น
   * ความนิยมจากบนสู่ล่าง (Trickle down)
   * ความนิยมในระดับเดียวกัน (Trickle across)
   * ความนิยมจากล่างสู่บน (Trickle up)
ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product)
   * กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
         o การสร้างความคิด (Idea generation)
         o การกลั่นกรองและการประเมินความคิด (Screening and evaluating of idea)
         o การวิเคราะห์ทางธุรกิจ (Business analysis)
         o การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product development)
         o การทดสอบตลาด (Test marketing)
         o การดำเนินธุรกิจ (Commercialization)
24/12/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
4 จาก 6
แนวความคิดเกี่ยวกับกลยุทธ์ส่วนประสมผลิตภัณฑ์
กิจการต้องกำหนดเกี่ยวกับสายผลิตภัณฑ์และรายการผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกัน โดยวิธีการต่างๆ ความสอดคล้องต้องกันของส่วนประสมผลิตภัณฑ์อาจจะกระทำได้โดย
   *การเสนอผลิตภัณฑ์เต็มสายเพื่อกลยุทธ์การจำหน่ายทุกตลาด (Full-time All-market Strategy) กิจการจะผลิตผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะขายให้กับทุกตลาดเพื่อเปิดโอกาสให้เลือกและ แสวงหาโอกาสขายให้กับตลาดทุกส่วนพร้อมๆ กัน
   *การเสนอผลิตภัณฑ์ในเฉพาะบางตลาด (Market Specialist) กิจการจะเสนอผลิตภัณฑ์ทุกประเภทสำหรับส่วนแบ่งตลาดใดส่วนแบ่งตลาดหนึ่งโดยเฉพาะ
   * การเสนอสายผลิตภัณฑ์เฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่งให้กับทุกตลาด (Product-line Specialist) คือ การผลิตผลิตภัณฑ์ขึ้นมาสายเดียวโดยเฉพาะ แต่เสนอขายให้กับทุกตลาด
   *การเสนอเฉพาะผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวและจำหน่ายในตลาดเดียว (Limited Product Line Specialist) กิจการจะออกแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะอย่างเดียวหรือชนิดเดียว ซึ่งมีคุณค่า และมุ่งที่จะขายเฉพาะส่วนแบ่งตลาดเดียวเท่านั้น
24/12/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
5 จาก 6
การตัดสินใจเกี่ยวกับหีบห่อ
การหีบห่อ (Packaging) คือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อกับการออกแบบและการผลิตสิ่งบรรจุหรือการหุ้มห่อผลิตภัณฑ์ สิ่งบรรจุ (Container) หรือสิ่งห่อหุ้ม (Wrapper) นี้เรียกว่า "หีบห่อ" (Packaging) ซึ่งมี 3 ระดับ คือ
   * หีบห่อชั้นต้น (Primary Package) เป็นสิ่งบรรจุที่รองรับตัวผลิตภัณฑ์ขั้นแรก ได้แก่ ขวด กระดาษ พลาสติก ฯลฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์ เก็บรักษา และคงสภาพสินค้าให้มีสภาพคงเดิมเหมาะสมต่อการนำไปบริโภค
   * หีบห่อชั้นรอง (Secondary Package) เป็นสิ่งบรรจุรองรับหีบห่อชั้นต้นอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันหีบห่อชั้นต้น เช่น กล่องที่บรรจุขวด และมีส่วนในการใช้โฆษณา และให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าแก่ผู้บริโภค
   * หีบห่อเพื่อการขนส่ง (Shipping Package) เป็นหีบห่อที่ใช้สำหรับการเก็บรักษา ระหว่างการขนส่งและการเก็บรักษาในคลังสินค้า รวมถึงการจำแนกขนาดและประเภทของสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ ตามคุณสมบัติ ขนาด สี กลิ่น ฯลฯ ได้แก่ หีบ ลังไม้ กล่องกระดาษ เป็นต้น

นโยบายและกลยุทธ์การหีบห่อ
เพื่อวัตถุประสงค์ในการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องต้องกันในส่วนประสมการตลาดอันจะทำให้งานการขายมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลยุทธ์ของหีบห่อนั้นควรจะมีการยืดหยุ่น ปรับปรุง และพัฒนาได้ตามความเหมาะสม ได้แก่
   * การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหีบห่อ (Change the Package Design) อาจจะ
     เปลี่ยนแปลงวัสดุที่ใช้ สีสัน ขนาด รูปร่าง ป้ายฉลาก เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และใช้เป็นเครื่องมือในการวางโปรแกรมตลาดโดยเฉพาะการส่งเสริมการขาย
   * ปรับปรุงหีบห่อสำหรับสายผลิตภัณฑ์ (Packaging for Product-line) ให้มีรูปแบบเดียวกันหมดทั้งสายผลิตภัณฑ์เรียกว่า Family Package เพื่อกระตุ้นให้เกิดความจำแก่ผู้บริโภคและเกิดความชอบในตระกูลของสายผลิตภัณฑ์ทั้งชุด
  * การปรับแต่งหีบห่อให้ใช้ประโยชน์ได้ใหม่ (Reuse Packaging) เมื่อลูกค้าใช้ ผลิตภัณฑ์หมดแล้วภาชนะที่บรรจุหีบห่อนั้นสามารถนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
   * การหีบห่อรวม (Multiple Packaging) จะรวมเอาสินค้าที่สามารถใช้ร่วมกันได้มารวมกันในหีบห่อเดียวกัน กิจการมักจะเลือกวิธีการรวมห่อเช่นนี้เมื่อมีโอกาสในการส่งเสริมการขาย เช่น เทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ หรือวันวาเลนไทน์ เป็นต้น การใช้กลยุทธ์เช่นนี้จะช่วยกระตุ้นให้ขายสินค้าได้ทุกสายผลิตภัณฑ์ในเวลา เดียวกัน
   * ป้ายฉลาก (Labeling) เป็นส่วนหนึ่งของภาษาที่ใช้ในการหีบห่อและรวมถึงการแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยว กับสินค้าไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสิน ใจซื้อการออกแบบที่ดีสามารถจะสร้างคุณค่าความสะดวกให้แก่ลูกค้าและเป็นสื่อ ในการส่งเสริมการตลาดสำหรับผู้ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
24/12/51 โพสต์โดย น้องวุฒิน่ารัก
6 จาก 6
น้องวุฒิตอบซะเยอะเลย ขยันพิมพ์จัง
ผมขี้เกียจพิมพ์  ขอบอกสั้นๆ ว่า  นโยบาย คือเป้าหมาย   , กลยุทธ คือวิธีการ
เช่น  ถ้า นโยบาย คือ จะทำผลิตภัณฑ์ สำหรับวัยรุ่น  จะใช้กลยุทธ หรือวิธีการอย่างไร
       ในส่วนกลยุทธ์ส่วนประสมผลิตภัณฑ์ (Product mix strategies)  รูปแบบสินค้าเป็นยังไง  โดนใจวัยรุ่นมั้ย, ราคาตั้งไว้ที่เท่าไหร่ ที่วัยรุ่นจะซื้อ ( บางครั้ง
    เรื่องราคาก็เป็นอะไรที่ผกผัน  ตั้งราคาต่ำให้วัยรุ่นซื้อได้ ก็อาจถูกมองว่า "กระจอก" )  สถานที่ในการวางจำหน่ายสินค้า  จะวางขายที่ไหน  ถ้าเป็นเสื้อผ้าคงต้อง
แถวๆสยามหรือ Center Point ล่ะมั้ง ,  การโปรโมชั่น  ทำอย่างไรจะสื่อสารให้ถึงกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่สุด  ผ่านช่องทางใด  เนื้อหาอย่างไร  เช่น
ลง Ad ในนิตยสารวัยรุ่น อย่าง แฮมเบอร์เกอร์  หรือ Seventeen ฯลฯ
24/12/51 โพสต์โดย นายสติ
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
กลยุทธ์เชิงรับ มีอะไรบ้าง
แผนกลยุทธ์ หมายถึง
reading strateies
ทำไมต้องศึกษาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์ ทั้งที่น้อยคนที่จะได้เป็นประธานบริษัท(ceo)
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู