หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ขอเพลงไทยสมัยต่างๆ สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ร.1-ร.9
ศิลปะ | ศิลปะการแสดง | ดนตรี | ดนตรีคลาสสิค 25/6/55 โพสต์โดย FinalFantasy
คำตอบ
1 จาก 2
25/6/55 โพสต์โดย dolly1koko
2 จาก 2
เพลงไทยสมัยต่างๆ

สุโขทัยจากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงสุโขทัยเกี่ยวกับเพลงไทยพบว่า
มีปรากฏน้อยมากเมื่อเทียบกับเครื่องดนตรี บทเพลงส่วนใหญ่สันนิษฐานกันว่าเป็นเพลงพื้นเมืองที่ร้องเล่นเพื่อขับกล่อม หรือพักผ่อนหลังจากการทำงาน ไม่มีการแสดงประกอบ เป็นเพลงที่มีจังหวะ ทำนองรวดเร็วและกระฉับกระเฉง เทียบได้กับอัตราจังหวะชั้นเดียว โดยเพลงที่มีชื่อว่า เทพทอง ถือเป็นบทเพลงที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุกว่า 700 ปี ต่อมาเมื่อนำเพลงนี้มาใช้ขับร้องเพื่อประกอบการแสดงละคร มีวงดนตรีรับ-ส่ง จึงได้ชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เพลงสุโขทัย

อยุธยา เพลงไทยสมัยนี้มีหลักฐานพอที่จะเชื่อได้ว่าเป็นเพลงที่มีจังหวะปานกลางไม่ช้าไม่เร็ว เทียบได้กับอัตราจังหวะ 2 ชั้น ทั้งนี้ เนื่องจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มมีการแสดงประเภทโขนละครและหนังใหญ่ขึ้น จึงต้องมีการสร้างสรรค์บทเพลงเพื่อใช้ประกอบการแสดงให้มีความเหมาะสมกับ    ท่ารำ และการบรรเลงขับกล่อมในตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาชนนิยมเล่นเพลงเรือ สักวา
ลักษณะเพลงไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาสามารถแยกประเภทเพลงได้ ดังนี้
1. เพลงร้องมโหรี ใช้สำหรับขับร้องและบรรเลงวงมโหรี เพื่อขับกล่อม ได้แก่
1.1 เพลงตับ เช่น เพลงตับเรื่องพระนคร เพลงตับเรื่องนางร้องไห้ เพลงตับเรื่องเกสรมาลา เพลงตับเรื่องยิกิน เป็นต้น
1.2 เพลงเกร็ด เช่น นางตานีร้องไห้ ศรีประเสริฐ ระส่ำระสาย มดน้อยล่องเรือละคร เป็นต้น
2. เพลงปี่พาทย์ ใช้สำหรับขับร้องและบรรเลงวงปี่พาทย์ เพื่อประกอบโขน ละคร และพิธีการต่างๆ มีดังนี้
2.1 เพลงหน้าพาทย์ เช่น สาธุการ ตระรัว ช้าปี่ โอ้ร่าย ชมตลาด ช้าครวญ เป็นต้น
2.2 เพลงเรื่อง เช่น เพลงเรื่องทำขวัญ เพลงเรื่องพระนเรศวร เป็นต้น
3. เพลงภาษา เนื่องจากในสมัยนี้มีการติดต่อกับต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมด้านต่างๆ จึงเกิดขึ้น ด้านดนตรีได้มีการประพันธ์บทเพลงโดยเลียนสำเนียงชาติต่างๆ เพื่อบรรเลงประกอบตัวละครตามชาตินั้น เช่น เพลงมอญ ได้แก่ เพลงหงส์ลีลา หงส์ร่อนเหราเล่นน้ำ ลูกติดแม่ สามภาษา เป็นต้น เพลงจีน ได้แก่ จีนเก็บดอกไม้ จีนหลวงนางกลับเข้าที่ เป็นต้น

กรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 1 เนื่องจากเป็นช่วงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ดังนั้น บทเพลงส่วนใหญ่จึงยังคงใช้ของเดิมที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
รัชกาลที่ 2 การดนตรีมีความเจริญขึ้นเป็นลำดับ มีบทเพลงพระราชนิพนธ์ ชื่อว่า บุหลันลอยเลื่อน 2 ชั้น





รัชกาลที่ 3 มีการร้องเพลง 3 ชั้นประกอบการบรรเลงดนตรีขึ้นโดยพระประดิษฐ์ ไพเราะ     (มี ดุริยางกูร หรือครูมีแขก) นำเพลงที่มีจังหวะปานกลาง 2 ชั้น มาขยายให้มีจังหวะช้าและยาวขึ้นเป็นคนแรก ได้แก่ เพลงจีนขิมเล็ก เพลงจีนขิมใหญ่ เพลงแขกบรเทศ เพลงภิรมย์สุรางค์ เป็นต้น นอกจากนี้ เพลงสำเนียงภาษาต่างๆ ยังเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะในรัชกาลนี้ เริ่มมีการติดต่อค้าขายกับนานาอารยประเทศมากขึ้น
รัชกาลที่ 4 เกิดประเภทของเพลงที่เรียกว่า “เพลงเถา” ขึ้น เพลงเถา หมายถึง เพลงไทยที่มีลักษณะการบรรเลงติดต่อกันตั้งแต่ 3 อัตราจังหวะ ขึ้นไป เพลงเถาเพลงแรกมีชื่อว่า เพลงทยอยใน ผู้ประพันธ์คือครูเพ็ง (ไม่ทราบนามสกุล) กล่าวกันว่าเป็นญาติผู้น้องของพระประดิษฐ์ไพเราะ (ครูมีแขก) ความก้าวหน้าทางด้านดนตรีสมัยนี้อีกอย่างหนึ่ง คือ พระ-ประดิษฐ์ไพเราะ ได้ประพันธ์เพลงที่เรียกว่า เพลงทยอย หมายถึง การประพันธ์บทเพลงที่มีการลักจังหวะ มีการแบ่งเครื่องดนตรีในการบรรเลงก่อน บรรเลงหลัง หรือ “ลูกล้อลูกขัด” ขึ้นเป็น     ครั้งแรก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “เจ้าแห่งเพลงทยอย” นอกจากนี้ ท่านยังได้เป็นผู้ประพันธ์เพลงสำหรับอวดฝีมือนักดนตรีและทางของเครื่องดนตรีขึ้นเป็นเพลงแรก คือ เพลงทยอยเดี่ยว สำหรับเครื่องดนตรีปี่โดยเฉพาะ และกลายเป็นต้นแบบของเพลงเดี่ยวต่างๆ ในปัจจุบัน
รัชกาลที่ 5 เกิดเพลงใหม่ขึ้นหลายบทเพลงและได้รับความนิยมอย่างสูงแม้ในปัจจุบัน เช่น เพลงแขกมอญบางขุนพรหม เถา พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ    เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เพลงเขมรไทรโยค 3 ชั้น พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เพลงลาวดวงเดือน 2 ชั้น พระ-นิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม เพลงลาวคำหอม 2 ชั้น ของจ่าเผ่นผยองยิ่ง หรือจ่าโคม นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ยังเป็นผู้พระราชนิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นเป็นครั้งแรก อันเป็นต้นเค้าของเพลงสรรเสริญพระบารมีในปัจจุบัน
รัชกาลที่ 6  เกิดเพลงทางกรอ เพลงทางเปลี่ยนและเพลงที่มีลูกนำขึ้นต้น (Intro) โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
รัชกาลที่ 7 - รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ 3 เพลง คือ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง 3 ชั้น เพลงเขมรลออองค์ เถา และ เพลงราตรีประดับดาว เถา หลังจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ในระยะแรกดนตรีไทยซบเซาลงเนื่องจากรัฐบาลไม่สนับสนุนการดนตรีไทย ระยะต่อมามีนักดนตรีหลายท่านเห็นว่าการดนตรีไทยใกล้ถึงจุดวิกฤติจึงร่วมกันฟื้นฟู และพัฒนาการดนตรีขึ้นใหม่ให้มีความเจริญเหมือนดังแต่ก่อนผู้ที่มีบทบาทสำคัญในครั้งนี้ ได้แก่ ครูมนตรี ตราโมท ดุริยางศิลปิน
25/6/55 โพสต์โดย ppawinnnn
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ขนมจีนน้ำเงี้ยวมีมาในสมัยใหนค่ะ ระหว่าง สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์
อาณาจักรไทยมีกี่อาณาจักร
ดนตรีไทยในสมัยรัตนโกสินทร์แตกต่างกับปัจจุบันหรือไม่
อยากทราบว่าคนไทยโบราณสมัยสุโขทัยอยุธยาเค้าทานอาหารอะไรกันขอข้อมูลอ้างอิงด้วยครับ
วรรณคดีสมัยสุโขทัย มีอิทธิพลกับอยุธยาอย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู