หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ถวายเงินพระ...ผิดมั้ย
อยากรู้่ว่า การที่เราเอาเงินใส่ในย่ามพระตอนท่านบิณฑบาตร หรือตอนที่พระบวชใหม่ จะทำให้ท่านผิดศีลหรือไม่ แล้วเราจะบาปมั้ย และถ้าท่านนำเงินไปทำบุญต่อ หรือนำไปให้พ่อแม่ โดยไม่ได้นำมาใช้ส่วนตัว การถวายเงินไปนี้จะผิดมั้ยคะ
ศาสนา | ปัญหาคาใจ 8/6/55 โพสต์โดย ลูกไก่ ในกำมือ
คำตอบ
1 จาก 9
ง่าย ๆ นะครับ
ธรรมยุติกนิกาย ห้ามพระจับเงินเป็นผิด เรียกง่าย ๆ ว่าอาบัติต้องปลงอาบัติ
หินยาน พระรับเงินได้ ไม่ถือว่าอาบัติ

ไม่รับก็ไม่ได้ เป็นอาบัติ บวชเป็นพระแล้วใครให้ทานอะไรต้องรับหมด ทำอะไรให้ฉันต้องฉันทุกอย่างคำเดียก็ได้ แต่ต้องฉันทุกอย่าง

ในธรรมยุติกนิกายจึงให้ฆราวาสรับแทนเช่นเด็กวัด แล้วทำยอดหรือนำไปใส่กล่องรวมไว้ เวลาจำเป็นต้องใช้ก็ต้องให้เด็กวัดติดตามชำระให้
หินยานพระรับและใช้เงินเองได้

ถึงบวชเป็นพระก็จำเป็นต้องรับทานทุกชนิดที่ถือเป็นเครื่องยังชีพ หากไปยังสถานที่ไม่สามารถบิณฑบาตได้ก็ต้องซื้อฉัน จะขอก็ไม่ได้อาบัติ

คนหาปลาเพื่อเลี้ยงครอบครัวก็บาป คนตกปลาตามบ่อตกก็บาป แต่หากปลารู้และเข้าใจ คงให้อภัยคนหาปลาเลี้ยงครอบครัวแต่สาปแช่งพวกตกปลาตามบ่อตก

ผิดถูกอยู่ที่ใจ หากการับเงินเพื่อให้มีไว้สำหรับจัดหาสิ่งจำเป็นก็ไม่บาป ไม่อาบัติ

แต่สึกแล้วนี่สิ ปรกติจะมีเงินเหลือเยอะมากหากออกงานบุญบ่อย ๆ คิดเองนะครับว่าจะเอาไปใช้หรือจะสร้างประโยชน์ให้กับพุทธศาสนา หรือนำไปเลี้ยงเด็กด้อยโอกาสหากเห็นว่าวัดรวยแล้วก็เป็นแนวคิดที่ดีเหมือนกัน

ถ้าเปนผมจะรับไว้ แล้วให้แม่ หรือบริจาคให้ทางวัด
- พระก็ไม่ต้องจับเงิน ไม่บาป
- ญาติโยมก็ได้ทำบุญ
- แถมตัวเราเอง ก็ได้ให้เงินแม่ หรือบริจาคให้ทางวัด..........
8/6/55 โพสต์โดย ชายผู้โดดเดี่ยว เีดียวดาย
2 จาก 9
ผิดวัตถุประสงค์
8/6/55 โพสต์โดย tangdam
3 จาก 9
ถ้าพูดตามความคิดเห็นผมนะ
การถวายทาน หากทำด้วยใจที่เป็นกุศล อย่างไรก็ไม่ผิด เพียงแต่บางครั้งเราก็ต้องคิด ว่าสิ่งที่ถวายไปนั้น ดีหรือไม่
การถวายปัจจัย แท้จริงแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ซึ่งพระสงฆ์จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้น่าจะดีกว่า
เพราะถ้ามอบปัจจัยให้ พระท่านคงไม่สามารถไปเดินช๊อปปิ้งได้ มันดูไม่สมควร มอบเป็นอาหาร ของแห้ง ยา น่าจะดีกว่า เพราะนอกจากจะลดการเกิดคำครหา แล้วยังช่วยไม่ให้พระเกิดกิเลสโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย
การถวายปัจจัย ควรใช้เฉพาะเมื่อมีการระดมทุนก่อสร้างศาสนสถานเท่านั้น
ก็ไ่ม่รู้ว่าการมอบปัจจัย(เงิน) ให้แก่พระมีมาได้อย่างไร เพราะสมัยพุทธกาลไม่มีเหตุเช่นนี้(เท่าที่อ่านดู) แต่ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว บางครั้งก็ทำให้รู้สึกว่านี่เราทำบาปทางอ้อม ในคราบของการทำบุญหรือเปล่า??
8/6/55 โพสต์โดย พ่อไก่กุ๊กๆ
4 จาก 9
พระต้องอาบัติในสิกขาบทที่ ๘ โกสิยวรรค ในนิสสัคคิยกัณฑ์ (ห้ามรับทองเงิน)
             เจ้าของบ้านที่พระอุปนนทะ ศากยบุตร เข้าไปฉันเป็นนิตย์ เตรียมเนื้อไว้ถวายเวลาเช้า แต่เด็กร้องไห้ขอกินในเวลากลางคืน จึงให้เด็กกินไป รุ่งเช้าจึงเอากหาปณะ (เงินตรามีราคา ๔ บาท) ถวาย พระอุปนนทะก็รับ มีผู้ติเตียน พระผู้มีพระภาคจึงทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามภิกษุรับเอง ใช้ให้รับทอง เงิน หรือยินดีทอง เงิน ที่เขาเก็บไว้เพื่อตน๑ ทรงปรับอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด สามารถแก้ได้โดยปลงอาบัติครับ
8/6/55 โพสต์โดย Nirajit
5 จาก 9
ต้องว่าโดยพระธรรมวินัยก่อนนะครับ พระพุทธเจ้าท่านห้ามพระภิกษุของท่านจับเงินและทอง ถือว่าเป็นอาบัติครับ
ว่าโดยปัจจุบัน กาลสมัยย่อมมีการเปลี่ยนไปตามยุคนั้นๆ ของหลายๆอย่างไม่ใช่ได้มากันฟรีๆ แล้วของบางอย่างที่พระท่านจำเป็นต้องใช้ก็เป็นของที่ต้องใช้เงินแลกเปลี่ยนมา ยกตัวอย่างของการเดินทาง ทุกวันนี้รถโดยสารหาได้น้อยมากที่จะไม่เก็บตังค์พระ บางคันเก็บแพงกว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ แล้วถ้าพระท่านมีธุระหรือธุระด่วนล่ะ จะให้ท่านทำยังไง ถ้าถามว่าพระถือตังค์ผิดไหม ก็ต้องตอบว่าผิด แต่มันเป็นความผิดที่ไม่รู้จะทำยังไง เพราะของบางอย่างพระผลิตเองไม่ได้ต้องใช้เงินซื้อ ถ้าถามว่าเราถวายท่านไปเราจะบาปไหม ดูที่เจตนาเราดีกว่าครับ ว่าเราให้ท่านไป โดยหวังให้ท่านเกิดความสุขหรือความทุกข์ ถ้าเราหวังดี ไม่มีทางเป็นบาปหรอกครับ ส่วนท่านจะเอาไปทำอะไรนั้นก็ให้ท่านพิจารณาเองเถอะครับ เพราะมันเป็นตัวของท่านเอง ถ้าท่านใช้ถูกทางมันก็ดีไปเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง แต่ถ้าท่านใช้ผิดทางนรกก็รอท่านอยู่ไม่ต่างจากบุคคลทั่วไป (ตอบจากประสบการณ์ที่เคยอยู่มาหลายปีพอสมควร ทุกวันนี้ถึงผมรู้ว่ามันผิดวินัย แต่ผมก็ยังถวายท่านน่ะ ผมถือว่าผมมีเจตนาดีซะอย่าง แล้วผมก็มีความสุขกับการให้สิ่งนั้นด้วย)
8/6/55 โพสต์โดย คิดว่าน่ะ
6 จาก 9
พระที่เรียนธรรมวินัยจบ จะปิดบาตรเวลามีคนจะเอาเงินใส่บาตร พระเดินมาตอนเช้า มาขอข้าวกินต่อชีวิตไม่ได้มาขอเงิน ให้เงินพระก็ถือว่าดูถูกสาวกของพระพุทธเจ้าเท่าขอทาน บาปทั้งพระ บาปทั้งคนให้ ไม่มีกรณียกเว้น
8/6/55 โพสต์โดย Darkcoder
7 จาก 9
กำลังใจพระต้องดีด้วย  ใช่ว่าจะรับเงินแล้วผิดเสมอไป  พระพุทธองค์ท่านตรัสกับพระอานนท์ว่าสิกขาบทใดที่

ไม่เหมาะกับยุคสมัย  ภิกษุสามารถพร้อมใจกันสวดแก้ได้  แต่ว่าไม่มีใครทำเพราะเคารพพระพุทธเจ้าทั้งหมด

ทีนี้เราตั้งใจจะทำอะไรจะช่วยค่าน้ำไฟ  จะสร้างอะไร  ก็ตั้งใจไปเลย  ส่วนผู้รับถ้านำไปใช้ส่วนตัวนั่น

ท่านผิดเอง  บาปของท่านเอง  พระที่กำลังใจสูงสามารถรับได้  แต่ท่านไม่ได้ไปใช้ส่วนตัว  ท่านต้องคิดโครงการใหญ่ๆไว้

อย่าให้เงินมันเหลือ  ถ้าเงินหมดก็พอ  พระดีท่านตั้งกำลังใจได้ครับ  ที่ท่านห้ามรับเงินเพราะว่าภิกษุนี่เสียสองเรื่องคือ

ผู้หญิง  กับ  เงิน ...
8/6/55 โพสต์โดย LoGaRiThmLogiS1
8 จาก 9
พระรับเงิน เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ สวดแก้ไม่ได้ ต้องเอาเงินไปคืนเจ้าของก่อน คือสละวัตถุอาบัติถึงจะปลงลหุกาบัติได้

ตามที่คุณ Nirajit บอก ไม่ต้องถึงกับเข้าปริวาสกรรม
8/6/55 โพสต์โดย Darkcoder
9 จาก 9
การที่จะเข้าปริวาสธรรม ภิกษุจะต้องอาบัติสังฆาธิเสส ซึ่งแบ่งเป็น 13 ข้อ ได้แก่
1. ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส.
2. ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ จับต้องกายหญิง ต้องสังฆาทิเสส.
3. ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดเกี้ยวหญิง ต้องสังฆาทิเสส.
4. ภิกษุมีความกำหนัดอยู่ พูดล่อให้หญิงบำเรอตนด้วยกาม ต้องสังฆาทิเสส.
5. ภิกษุชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน ต้องสังฆาทิเสส.
6. ภิกษุสร้างกุฎีที่ต้องก่อและโบกด้วยปูนหรือดิน ซึ่งไม่มีใครเป็นเจ้าของ จำเพาะเป็นที่อยู่ของ
ตน ต้องทำให้ได้ประมาณ โดยยาวเพียง ๑๒ คืบพระสุคต โดยกว้างเพียง ๗ คืบ วัดในร่วมใน และต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก็ดี ทำให้เกินประมาณก็ดี ต้องสังฆาทิเสส.
7. ถ้าที่อยู่ซึ่งจะสร้างขึ้นนั้น มีทายกเป็นเจ้าของ ทำให้เกินประมาณนั้นได้ แต่ต้องให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ถ้าไม่ให้สงฆ์แสดงที่ให้ก่อน ต้องสังฆาทิเสส.
8. ภิกษุโกรธเคือง แกล้งโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิกไม่มีมูล ต้องสังฆาทิเสส.
9. ภิกษุโกรธเคือง แกล้งหาเลสโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติปาราชิก ต้องสังฆาทิเสส.
10. ภิกษุพากเพียรเพื่อจะทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส
11. ภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั้น ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.
12. ภิกษุว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส.
13. ภิกษุประทุษร้ายตระกูล คือประจบคฤหัสถ์ สงฆ์ไล่เสียจากวัด กลับว่าติเตียนสงฆ์ ภิกษุอื่นห้ามไม่ฟัง สงฆ์สวดกรรมเพื่อจะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส
     กรณีพระรับเงินไม่เข้าสังฆาธิเสส ไม่ต้องเข้าปริวาสกรรมครับ
11/6/55 โพสต์โดย Nirajit
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
สังฆทานที่พระจะได้ประโยชน์มากที่สุด
ดู..ดูมันทำ.....?
อยากรู้เรื่อง...สังฆทาน...อีกแล้วค่ะ?
ซื้อของถวายพระ กดราคา-ลดราคา อันบุญบาปหรือไม่ ?
ยืมเงินก้นบาตรจากพระไปใช้แล้วไม่คืน บาปใหม
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู