หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ใครเป็นผู้เลี้ยงดูพระพุทธเจ้า
วัฒนธรรม | ศาสนา | ปรัชญา | ประวัติศาสตร์ 8/3/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมี ครับ

                            พุทธประวัติ
1.ประสูติ
 - พระพุทธเจ้ามีพระนามเดิมว่า "สิทธัตถะ" เป็พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเนปาล พระราชมารดาทรงพระนามว่า "พระนางสิริมหามายา" ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ  
 - เจ้าชายสิทธัตถะประสูติเมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช ที่สวนลุมพินีวัน ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ(ปัจจุบันคือ ต.รุมมินเด ประเทศเนปาล) ได้มีพราหมณ์ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ ถ้าดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน  
 - ทันทีที่ประสูติ ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ ทรงเปล่งพระวาจาว่า "เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา"  

2.วัยเด็ก
 - หลังประสูติได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ จึงทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา  
 - ศึกษาเล่าเรียนจนจบระดับสูงของการศึกษาทางโลกในสมัยนั้น ค์อ ศิลปศาสตร์ถึง 18 ศาสตร์ ในสำนักครูวิศวามิตร  
 - พระบิดาไม่ประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอก จึงพยายามให้สิทธัตถะพบแต่ความสุขทางโลก เช่น สร้างปราสาท 3 ฤดู และเมื่ออายุ 16 ปี ได้ให้เจ้าชายสิทธัตถะอภิเษกกับนางพิมพาหรือยโสธรา ผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้ากรุงเทวทหะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา  
 - เมื่อมีพระชนมายุ 29 ปี พระนางพิมพาก็ให้ประสูติ ราหุล (บ่วง)

3.เสด็จออกผนวช
 - เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณตามลำดับ จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงเกิดแนวความคิดว่า  
 -ธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่ เช่น มีร้อนก็ต้องมีเย็น , มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีที่สุดทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย  
 -ทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใดที่ไม่มีความทุกข์เจือปน
 -วิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ของชีวิตเช่นนี้ได้ หนทางหลุดพ้นจากวัฏสงสาร จะต้องสละเพศผู้ครองเรือนเป็นสมณะ
- สิ่งที่ทรงพบเห็นเรียกว่า "เทวทูต(ทูตสวรรค์)" จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์ (ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้) ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร การออกบวชครั้งนี้เรียกว่า การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)  
 - หลังจากทรงผนวชแล้ว จึงทรงมุ่งไปที่แม่น้ำคยา แคว้นมคธ เพื่อค้นคว้าทดลองในสำนักอาฬารดาบส กาลามโครตร และอุทกดาบส รามบุตร เมื่อเรียนจบทั้งสองสำนัก (บรรลุฌาณชั้นที่แปด) ก็ทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ตามที่มุ่งหวังไว้  
- จากนั้นจึงเสด็จไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ปัจจุบันนี้สถานที่นี้เรียกว่า ดงคศิริ) เมื่อบำเพ็ญทุกรกิริยา โดยขบฟันด้วยฟัน กลั้นหายใจและอดอาหาร หลังจากทดลองมา 6 ปี ก็ยังไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา หันมาบำรุงพระวรกายโดยปกติตามพระราชดำริว่า "เหมือนสายพิณควรจะขึงพอดีจึงจะได้เสียงที่ไพเราะ" ซึ่งพระอินทร์ได้เสด็จลงมาดีดพิณถวาย พิณสายหนึ่งขึงไว้ตึงเกินไป พอถูกดีดก็ขาดผึงออกจากกัน จึงพิจารณาเห็นทางสายกลางว่า เป็นหนทางที่จะนำไปสู่พระโพธิญาณได้  
 - ระหว่างที่ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์ (โกญฑัญญะ วัปปะ ภัททิยา มหานามะ อัสสชิ) มาคอยปรนนิบัติพระองค์โดยหวังว่าจะทรงบรรลุธรรมวิเศษ เมื่อพระองค์เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ปัญจวัคคีย์จึงหมดศรัทธา พากันไปอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี (ต.สารนาถ)

4.ตรัสรู้(15 ค่ำเดือน 6)
 - ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาส(หุงด้วยนม) ใต้ต้นไทร เมื่อเสวยเสร็จแล้วทรงลอยถาดทองในแม่น้ำเนรัญชรา ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า ...
    “ถ้าอาตมาจะได้ตรัสแก่พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ” ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป ๑ เส้น แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช พระองค์ทรงโสมนัสและแน่พระทัยว่าจะได้ตรัสรู้ เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า โดยหาความสงสัยมิได้  
 - ในเวลาเย็นโสตถิยะให้ถวายหญ้าคา 8 กำมือ ปูลาดเป็นอาสนะ ณ โคนใต้ต้นโพธิ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา (ปัจจุบันคือ ต.พุทธคยา ประเทศอินเดีย)  
 - ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ว่าจะบรรลุโพธิญาณ ประทับหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก  
 - ทรงบรรลุรูปฌาณทั้ง 4 ชั้น แล้วใช้สติปัญญาพิจารณาจนเกิดความรู้แจ้ง คือ
1.) เวลาปฐมยาม ทรงได้ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ ความรู้เป็นเหตุให้ระลึกชาติได้
2.) เวลามัชฌิมยาม ทรงได้จุตูปปาตญาณ(ทิพยจักษุญาณ)คือรู้เรื่องเกิด-ตายของสัตว์ทั้งหลายว่า เป็นไปตามกรรมที่ตนกระทำไว้
3.) เวลาปัจฉิมยาม ทรงได้ อาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะหรือกิเลส หมายถึง ตรัสรู้อริยสัจ4  
 - อาสวักขยญาณ ที่ทรงได้ทำให้ทรงพิจารณาถึงขันธ์ 5 และใช่แห่งความเป็นเหตุที่ เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท อันเป็นต้นทางให้เขาถึงอริยสัจ 4  
 - เมื่อพระองค์ทรงรู้เห็นแล้ว จึงละอุปาทานและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  
 
อ่านต่อในhttp://www.learntripitaka.com/History/Buddhist.html
8/3/54 โพสต์โดย charr39
2 จาก 7
ใช่ค่ะ  ตามที่เค้าตอบมาค่ะ
8/3/54 โพสต์โดย ดวงแก้ว
3 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมี
8/3/54 โพสต์โดย เก่งประวัติศาสตร์
4 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมีครับ ตามที่คุณเก่งประวัติศาสตร์ ตอบครับ
12/3/54 โพสต์โดย ม้านิลมังกร
5 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมี
21/11/54 โพสต์โดย เก่งประวัติศาสตร์
6 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมี ครับ
...........................
28/8/55 โพสต์โดย แค่คนเดินดินธรรมดา
7 จาก 7
พระนางปชาบดีโคตมี ครับ


*********************************************ปัจเจกพระอริยะพุทธะเช่น เราก็รอคนเลี้ยง
รับบริจาคเงินและบ้านรถห้างปราสาทคฤหัสวิหารวังตามกำลังกุศลอยู่ที่ความเชื่อและวิจารณาญาณบุคคล... จากการร้องทุกข์ องค์กร วัง ศาล 191กกต1111ผู้ตรวจการฯปปชและข้าราชการที่เกี่ยวข้องฯลฯรับบริจาคเงินและบ้านรถห้างปราสาทคฤหัสวิหารวังตามกำลังกุศลอยู่ที่ความเชื่อและวิจารณาญาณบุคคล... ปี(จึงต้องขอความช่วยเหลือบริจาคบ้านหรือธ.ไทยพาณิชย์หลักสี่029-448884-0)ชด เชยทุกด้านที่สูญเสียไป.ซึ่งแล้วแต่ศรัทธาความเชื่อวิจารณาญาณส่วนบุคคลดีช่วยเหลือบ้างทางตรงอ้อมก็ได้ ******************************************* จากการร้องทุกข์ องค์กร วัง ศาล 191กกต1111ผู้ตรวจการฯปปชและข้าราชการที่เกี่ยวข้องฯลฯ(พศ.2546-2555) ต้องอธิบายที่ผ่านมา10ปีพยายามร้องทุกข์นานแล้วยังไม่รับการช่วยเหลืออะไรเลย(ทำไมจึงมีสื่อทีวีฯนสพ.นักข่าวมีสีต่างๆคือ(แดงเหลืองเขียวฟ้าน้ำเงินฯ)ม๊อบมีเส้นทหาร4เหล่าละเมิดกฏหมายขั้นพื้นฐานทุกข้ออาญาวินัยร้ายแรงถูกคุกคามข่มขู่ขโมยไอเดียไปใช้การเมืองโฆษณาละครรายการทีวีอีเว้นออแกนไนม๊อบเส้นสีและสื่อการเมืองต่างๆ)เราก็ขยันเป็นหัวหน้าห้องคิงนักเรียนดีเด่นหลายด้านประกวดงานได้รางวัลรักยุติธรรมเสมอทำไมเรื่องแบบนี้จึงบังเกิดขึ้น.ไปมาไหนก็มีพวกนักสืบม๊อบสีเส้นนักการเมืองคุกคามหลายครั้ง(ทุกวัน)ถ้าเป็นงานปกติคงได้พันล้านต่อวัน(x10ปี)ไปยึดอำนาจแบ่งทำร้ายคนล้วนบาปหนักทุกศาสนาไม่ว่าจะคิดพูดทำอะไรก็ขโมยลอกไอเดีย(ครีทีพ)การตลาดใช้ทำสื่อฯนับสิบปีเป็นยุทธศาสตร์บริหารราชการแผ่นดินฯลฯโยบายวาทะการเมืองทหารเวทีม๊อบมีเส้นมีสีเส้นใหญ่กว่ากษัตริย์ใหญ่เหนือกฏหมายซึ่งร้องทุกข์กับใครก็ไม่ช่วยแถมโดนละเมิดอาญาแพ่งรธนนับล้านครั้งจากการเมืองทุกสีและข้าราชการสื่อมวลชนทั้งประเทศ. เนื่องจากสมัยขึ้นมหาลัยปี1-2เราเริ่มมีญาณทัศนะบ้าง(บรรลุธรรมเอง)ก็มีแต่เด็กแล้วขยันเรียนประกวดได้รางวัลบ่อยๆแอบช่วยเหลือคนแสนๆและภัยพิบัตินับล้านคนลำพังคนเดียว..พอเริ่มปี3-4 เราเริ่มมีแสงมีรัศมีของธาตุลมน้ำแน่นอนถ้ามันไม่มีคนเห็นก็ไม่เป็นปัญหา ที่กรมทหารราบเลขเกินสิบในกทม เวลาเราผ่านทำเสาไฟฟ้าดับหรือกระพริบๆตลอดทางคนเห็นหมดทุกวันเกือบสิบปีฝนจะตกก่อนและหลังเราผ่านทุกครั้ง เมฆฟ้าจะเปิดให้มีแสงผ่านบ้างที่ก็มีทุกอย่างพร้อมกัน(ทำไห้เราไปเรียนไปทำงานไม่ได้นับสิบๆปีถูกหาเรื่องทุกอย่างไม่ยอมขายข้าวกินไม่ให้เข้าออกอดจนป่วย)เวลาเราไปไหนเช่นห้างไฟก็ดับเป็นทาง (ซึ่งเราก็ศึกษาธรรมะปฏิบัติช่วยคนมากก็ไม่แปลกเพราะเมืองพุทธเป็นอริยะบุคคลก็เป็นสิทธิ)แต่ปัญหาอยู่มีต่อดันเอาไปม๊อบทะเลาะแตกแยกการเมืองศาสนามีข้อห้ามแน่ เริ่มไอเดียแนวคำพูดวาทะกรรมเราลอกไปใช้เราเครียดเพราะสูญเสียทุกอย่างไปปริญญานิติตรีโทและเนติ3ใบป่วยค่าใช้จ่ายการเดินทางครอบครัวเดือดร้อนกู้ธนาคารและต้องกู้เงินหลายที่มาใช้ทางการเรียนและใช้จ่ายที่หนีบาดเจ็บตกรถตกเรือรักษาเป็นล้านๆบาทยังนำผลงานต่างๆขโมยไปใช้หรือไม่ได้จ่ายเงินบ้างทั้งสร้างภาพสร้างเครดิตแก่ตนหรือไปม๊อบมีเส้นยึดและทำลายกันวันๆไปออกผลงานการเมืองหรือมีอำนาจก็จ่ายค่าเสียเวลาค่าชดเชยเงินและโรคป่วยหรือค่าพยาบาลมาบ้างก็ไม่มีเลยหรือตกรถตกเรือค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเปลี่ยนสิบๆคัน(วันละ2000บาทเดือนเป็นแสนก็คงไม่พอ)ไม่ไช่ดาราหรือนักการเมืองที่ไปไหนมีข่าวได้หน้าดาราปรากฏตัวที่ไหนก็มีเงินสปอนเซอร์สนับสนุนคนชอบได้เงินแต่เราเสียเงิน(ครอบครัวเดือดร้อนเปลี่ยนที่เรียนที่ทำงานไปไม่ได้นับสิบๆปีจนลงซึ่งมันผิดกฏหมายอาญาวินัยและศีลธรรมทุกศาสนาว่าต้องยกย่องช่วยเหลือที่สูญเสียเงินเวลาขณะรุ่นเดียวกันมีบ้านมีรถมีตำแหน่งงานใหญ่โตมั่นคงแต่เราสูญทุกอย่างโดนหมิ่นอยู่ไร้เกียรติ์เป็นเรื่องจริงแต่โดนดูถูกจากคนวงการทุกอาชีพ)ซึ่งน่าสมเพจแล้วแต่ความเชื่อแต่วิจารณญาณก็บริจาคได้ที่เราได้ถูกข่มขู่คุกคามหาเรื่องใส่ร้ายทุกรูปแบบผู้มีอิทธิพลวันๆนับสิบทำไมเรื่องจบไม่สวย(เพราะโดนดูถูกรังแกขัดขวางตลอดคิดว่าได้ช่วยคนอุปสรรคกว่าอรหันต์ล้านเท่าพอใจหยุดก่อน10ปีที่แล้วเรียนจบทำมาหากิน(ปล.ชื่อมีคำคล้ายอะไรไม่เป็นใครถ้ามีคนไม่พอใจก็ไม่ต้องไหว้พระฯที่รวยกินเรียนฟรีส่วนมากคือปุถุชนดูหมิ่นทำร้ายกายใจก็ผิดกฏฯอยู่ดี)แต่นี้มันยิ่งว่าปล้นชีวิตไปหมดเลย)นี่คือสำเนาจดหมายร้องทุกข์(อาทิตย์ ดำรงค์ศรี ที่อยู่464/17/27ม.3 บางเขนกทม10220) ใครแย่งเป็นใหญ่ก็ไม่เกี่ยวข้องคนชั่วใหญ่โตเป็นคนดีจนเช่นเดิม(เพราะร้องทุกข์พึ่งพาใครไม่ได้เลยแถมจ้องเป็นปฏิปักษ์เสียเอง)บอกให้รู้ทั่วกันหวังฟ้าดินคนจะมีตาไม่รังแกกัน มีคนดูถูกหยามทำร้ายทั้งที่ผิดศีลธรรมกฎหมายพื้นฐานทุกข้อ-เสียทรัพย์สินหมดจนลง เราถูกหมิ่นประมาทคุกคามทำร้ายกายใจมาเป็นล้านๆครั้งก่อนและหลังการเมืองละเมิดทุกวันคนเลวได้ดีเสมอ(กลับเลี้ยงโจรมีเจ้ามหาอำมาต ใหญ่โตมหาเศรษฐีผู้นำยิ่งชั่วมาป่วนคุกคาทุกช่องฟรีทีวีสื่อทั้งประเทศปล้นไปฟรีๆมูลค่าหลายล้านบาททุกสื่อ)ละเมิดอาญาแพ่งรธน.ต่อปี(จึงต้องขอความช่วยเหลือบริจาคบ้านหรือธ.ไทยพาณิชย์หลักสี่029-448884-0)ชด เชยทุกด้านที่สูญเสียไป.ซึ่งแล้วแต่ศรัทธาความเชื่อวิจารณาญาณส่วนบุคคลดีช่วยเหลือบ้างทางตรงอ้อมก็ได้). รับสมัครทีมงานอาสาเพื่อหาคนดีและสเปอร์เซอร์ใหญ่จำนวนมาก(ตามศรัทธาและความเชื่อวิจารณญาณส่วนตน)และสร้างที่พักใจเป็๋นธรรมะสถานก็บริจาคมาจึงขอความช่วยเหลือบริจาคบ้านพักบริเวณมีธรรมสถานหรือธ.ไทยพาณิชย์หลักสี่029-448884-0)สร้างบุญกุศลละบาปได้ประโยชน์ สอนเรื่องมีสาระสำหรับผู้อยากเป็น(อริยะบุคคล)ซุปเปอร์ฮีโร่ *********************************************************** ใครสนใจบริจาคบ้านช่วยเหลือให้บริจาคที่พักไม่ไช้แล้ว(ตามศรัทธาและความเชื่อวิจารณญาณส่วนตน)และสร้างที่พักใจเป็๋นธรรมะสถานก็บริจาคมาจึงต้องขอความช่วยเหลือบริจาคบ้านะtammathai@yahoo.com  ((วงเล็บด้วยว่าสมัครทีมงานอาสาทำงานการกุศลหรือสนใจบริจาคเงินหรือบ้านที่พักเพื่อทำสถานที่ธรรมะสถานปฏิบัติศึกษาธรรม(ที่ควรโคจรของคนดี)..หรือต้องการช่วยเป้นสเปอร์เซอร์หรือเป็นโฆษณาประชาสัมพันธ์..ขนาดนักการเมืองไหญ่เป้นรัฐบาลเป้นฟรีทีวีและสมาคมสื่อยังเนรคุณ(คนเนรคุณคนดีไงก็เลวกว่าคนชั่วทั่วไป)และยกย่องโจรคนชั่วที่บริหารกลายเป้นที่อโคจรเพราะคนชั่วเป้นเจ้าของ..ที่มาละเมิดล้านแพ่งล้านอาญาก็ยกย่องเชิดชูดไห้สเปอร์เซอร์สร้างภาพคนชั่วเลยกลายเป้นพระไปและสนับสนุนมันทุกด้านเลยพวกไร้สติไร้ปัญญาและคุณธรรมมันไม่เจริญต่อไปในโลกหน้าแน่..ละเมิดอาริยะที่ทำดีมีค่าของคนเป้นโมฆะบุรุษ..))
7/9/55 โพสต์โดย mysuperhero
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อย่าโง่กันนักเลย (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)
เกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าใช้ตรวจสอบการตรัสรู้ พระองค์จึงปฏิญาณได้ว่า ทรงบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ..?
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตายแล้วเกิด คนที่ตายไปแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาบอก
พระพุทธเจ้าของเราบอกว่า ทุกคนมีของดีอยู่แล้วแต่จะรู้หรือไม่ว่า คืออะไร
ในเมิ่อพระพุทธเจ้าเป็นสัพพัญญูเป็นผู้รู้ แล้วทำไม่จึงให้พระเทวทัตเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู