หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
สัมมาทิฏฐิ คืออะไรหนอ?
สัมมาทิฏฐิ ที่เป็นองค์แห่งอริยมรรค เป็นโลกุตระ เป็นอย่างไรหนอ?

สัมมาทิฏฐิ ที่ยังไม่ถือว่าเป็นองค์แห่งอริยมรรค เป็นอย่างไรหนอ?
ศาสนา | ธรรมะ | ศาสนาพุทธ | พุทธ | พุทธศาสนา 13/8/53 โพสต์โดย Darkcoder
คำตอบ
1 จาก 13
.สัมมาทิฏฐิ(ปัญญา)
.....คือความเข้าใจถูกต้อง ย่อมต้องการใช้ในกิจการทั่วไปทุกประเภททั้งทางโลกและ
.....ทางธรรม แต่สำหรับฝ่ายธรรมชั้นสูงอันเกี่ยวกับการเห็นทุกข์หรืออาสวะซึ่งจัดเป็น
.....การเห็นอริยสัจจ์นั้นย่อมต้องการฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นพิเศษ ความเข้าใจถูกต้อง
.....คือต้องเข้าใจอย่างทั่วถึงว่าทุกข์นั้นเป็นอย่างไร อย่างหยาบๆ ที่ปรากฎชัดๆ เป็นอย่างไร
.... อย่างละเอียดที่แอบแฝงเป็นอย่างไร เหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างไร ความดับสนิท
.....ของทุกข์มีภาวะอย่างไร มีลำดับอย่างไร ทางให้ถึงความดับทุกข์คืออะไร เดินให้ถึงได้
.....อย่างไร สัมมาทิฏฐิมีทั้งที่เป็นโลกิยะคือของบุคคลที่ต้องขวนขวายปฏิบัติก้าวหน้า อยู่
.....และสัมมาทิฎฐิที่เป็นโลกกุตตระ คือของพระอริยบุคคลต้นๆ ส่วนของพระอรหันต์นั้น
.....เรียกเป็นวิชชาไปและไม่เรียกว่าองค์แห่งมรรค เพราะท่านถึงที่สุดแล้ว
 สัมมาสังกัปปะ(ปัญญา)
.....คือความใฝ่ใจถูกต้อง คือคิดหาทางออกไปจากทุกข์ตามกฎแห่งเหตุผล ที่เห็นขอบมาแล้ว
.....ข้อสัมมาทิฏฐินั่นเอง เริ่มตั้งแต่การใฝ่ใจที่น้อมไปในการออกบวช การไม่เพ่งร้าย การ
.....ไม่ทำทุกข์ให้แก่ผู้อื่นแม้เพราะ เผลอ รวมทั้งความใฝ่ใจถูกต้องทุกๆอย่างที่เป็นไปเพื่อ
.....ความหลุดพ้นจากสิ่งที่มนุษย์ไม่ ประสงค์
 .สัมมา วาจา (ศีล)
.....คือการพูดจาถูกต้อง ไม่เป็นโทษต่อตนเอง และผู้อื่น
 .สัมมากัมมันตะ (ศีล)
.....คือการกระทำถูกต้อง ไม่เป็นโทษต่อตนเอง และผู้อื่น
 .สัมมา อาชีวะ (ศีล)
.....คือการดำรงชีพถูกต้อง ไม่เป็นโทษต่อตนเอง และผู้อื่น
 .สัมมาวายามะ (สมาธิ)
.....คือความพากเพียรถูกต้อง เป็นส่วนของใจที่บากบั่นในอันที่จะก้าวหน้า ไม่ถอยหลังจากทาง
.....ดำเนินตามมรรค ถึงกับมีการอธิษฐานอย่างแรงกล้า
 .สัมมา สติ (สมาธิ)
.....คือการระลึกประจำใจถูกต้อง ระลึกแต่ในสิ่งที่เกื้อหนุนแก่ปัญญาที่จะแทงตลอด
.....อวิชชาที่ครอบงำตนอยู่ โดยเฉพาะได้แก่กายนี้ และธรรมอันเนื่องเกี่ยวกับกายนี้ เมื่อ
.....พบความจริงของกายนี้ อวิชชาหรือหัวหน้าแห่งมูลทุกข์ก็สิ้นไป
 .สัมมาสมาธิ (สมาธิ)
.....คือการตั้งใจมั่นถูกต้อง ได้แก่สมาธิ เป็นของจำเป็นในกิจการทุกอย่าง สำหรับในที่นี้เป็น
.....อาการของใจที่รวมกำลังเป็นจุด เดียว กล้าแข็งพอทีจะให้เกิดปัญญา
.....ทำการแทงตลอดอวิชชาได้ และยังเป็นการพักผ่อนของใจ ซึ่งเป็นเหมือนการลับให้ อ
.....แหลมคมอยู่เสมอด้วย ฯลฯ
 ....cอองค์มรรคบางองค์ เป็นส่วนหยาบและสะสมขึ้นในตัวเราได้โดยง่ายคือ สัมมาวาจา
.....สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สามองค์นี้ถูกอบรมให้สำเร็จเป็นวิรัติเจตสิกจำพวกกุศล
.....เจตสิกเป็นเชื้อ นอนนิ่งอยู่ในสันดาน เตรียมพร้อมที่จะมาผสมจิตคราวเดียวกันกับ
.....มรรคองค์อื่นๆ เมื่อได้โอกาสอันเหมาะ แม้องค์มรรคที่ยากๆ เช่นสัมมาทิฏฐิ-สติ-สมาธิ
..... ก็เหมือนกัน ได้ฝึกอบรมมาเท่าใดก็เข้าไปนอนเนื่องติดอยู่ในสันดานเป็นกุศลเจตสิก
.....อยู่อย่างเดียว กัน รอคอยกันจนกว่าจะครบทุกองค์และมีสัดส่วนพอดีกัน ก็ประชุมกัน
.....เป็นอริยมรรค ขึ้น ตัดกิเลสหรือสัญโญชน์ให้หมดไปได้คราวหนึ่งตามกำลังหรือชั้นของ
.....ตน อาการสะสมกำลังแห่งองค์มรรคนี้ตรัสเรียกว่า "การอบรมทำให้มาก"
.....สัมมาทิฏฐิเป็น ตัวนำ เกิดขึ้นอ่อนๆก่อน เกิดขึ้นเท่าใดก็จูงองค์อื่นๆ ให้เกิดขึ้นตามส่วน
.....องค์ที่เกิดขึ้น นั้นกลับช่วยสัมมาทิฏฐิให้คมกล้าขึ้นไปอีก สัมมาทิฏฐินั้นก็่จูงองค์นั้นๆให้
.....กล้าขึ้นอีก และส่งเสริมชักจูงกันไปอีกทำนองนี้ จนกว่าจะถึงขีดที่เพียงพอและสามัคคี
.....พร้อมกันได้ครบ องค์ การอบรมทำให้มากอยู่เสมอนี้เองคือระยะแห่งการปฏิบัติธรรม
.....ยิ่งมากก็ยิ่ง เร็ว ยิ่งอธิษฐานใจกล้าก็ยิ่งแรง ยิ่งที่วิเวกก็ยิ่งสุขุมลึกซึ้ง ยิ่งชำนาญก็ยิ่งคมกล้า
13/8/53 โพสต์โดย ชุง
2 จาก 13
มีสติ..ปัญญาก็เป็นเงาตามมา(แสงสว่างจะทำให้ความมืดบอดของใจหายไป)
สัมมาทิฏฐิเป็นหัวจักรรถไฟที่จะนำโบกี้อื่นๆตามเอง (ติดกระดุมเม็ดแรกถูก เม็ดต่อไปก็ต้องถูก)
ขับรถถึงสนามหลวงแล้วเห็นยอดประสาทวัดพระแก้ว ยังไงๆก็ถึงวัดพระแก้ว
13/8/53 โพสต์โดย ผลบุญ
3 จาก 13
ที่่เป็นองค์แห่งอริยมรรค  ก็คือ  ปัญญาที่เห็นจริงอริยสัจ๔ครับ.
ที่ยังไม่เป็นองค์แห่งอริยมรรค  ก็คีอ  คิดในทางที่เป็นกุศลครับ.
13/8/53 โพสต์โดย MR.OUAN
4 จาก 13
คือ คิดดี ทำดี พูดดี
13/8/53 โพสต์โดย ขุนคลัง
5 จาก 13
สั้นแล้วกันเนอะครับ
--------------------------
สัมมาทิฏฐิ คือ ความรู้จัก อกุศลมูล
สัมมาทิฏฐิ คือรู้จักเหตุแห่ง อกุศลมูล คือทางแห่งกรรม ที่ล่วงละเมิดออกมาทางไตรทวาร
-ทางกายกรรม 3
-วจีกรรม 4
-มโนกรรม 3
----------------------------------------
อกุศลทาง กายกรรม 3
1. ฆ่าสัตว์
2. ขโมย
3. กระประพฤติผิดในกาม
---------------------------------
อกุศลทาง วจีกรรม 4
1. พูดเท็จ
2. พูดส่อเสียด
3. พูดคำหยาบ
4. พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล
-----------------------------------------
อกุศลทาง มโนกรรม 3
1. โลภเพ่งเล็งเอาของ ของผู้อื่นมาเป็นของตน
2. พยาบาท โกรธแค้นขัดเคือง
3. มีความเห็นผิด คือไม่มีสัมมาทิฏฐิ  คือเห็นว่า บาปบุญไม่มี ไม่มีคลองธรรม เห็นว่า ไม่มีกรรมดี กรรมชั่ว
----------------------------------------------------
พุทธศาสนา เป็นศาสนาทางปัญญา
และปัญญาที่มุ่งหวัง คือ สัมมาทิฏฐิ
เป็นความเห็นชอบ ความเห็นตรง
เมื่อได้ความเห็นชอบ ความเห็นตรง
ก็ย่อมจะได้ปสาทะ
คือความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม
เป็นผู้มาสู่สัทธรรม ความเลื่อมใส
ที่ไม่หวั่นไหวในพระธรรม
ก็ต้องอาศัย สัมมาทิฏฐิ
คือความเห็นชอบ ความเห็นตรงเป็นหลัก
----------------------------
ประมาณนี้แล้วกันครับ ^ ^
13/8/53 โพสต์โดย คะน้าหมูกรอบ
6 จาก 13
พระตถาคต ดำรัสถึง สัมมาทิฏฐิไว้ว่า ข้อใดข้อหนึ่งเป็นมูลเหตุ
รู้อกุศลธรรม ไม่ให้เกิดขึ้น(รู้รากเหง้า  ของอกุศลธรรมคือ โลภะ โทสะ โมหะ)
รู้กุศลธรรม    เจริญให้เกิด(รู้รากเหง้าของกุศลธรรมคือ อโลภะ อโมหะ อโทสะ)
รู้อริยสัจ ๔
รู้อาหาร ๔
รู้ปฎิจจสมุปบาท
รู้อาสวะ (มูลเหตุที่มา และทางดับไปของ กิเลสที่ดองอยู่ในสันดาน)
16/8/53 โพสต์โดย Miscellanous
7 จาก 13
รู้ถูก
ถูกในส่วนที่พ้น และถูกในส่วนที่ยังไม่พ้น
16/8/53 โพสต์โดย กิตติธร
8 จาก 13
สัมมาทิฏฐิ ๑๐
๑ ทานให้แล้วมีผล
๒ การสงเคราะห์มีผล
๓ การยกย่องบุคคลที่ควรบูชามีผล
๔ ผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วมีจริง
๕ โลกนี้มี(ที่มา)
๖ โลกหน้ามี(ที่ไป)
๗ แม่มีคุณ
๘ พ่อมีคุณ
๙ สัตว์ที่เกิดแบบโอปปาติกะมี
๑๐ พระอรหันต์ที่หมดกิเลสแล้วมี
16/8/53 โพสต์โดย ผมรวยแล้วไม่โกง
9 จาก 13
มองทุกอย่างให้เป็นธรรมด้าธรรมดา.....ไม่เอาตัวเราเป็นที่ตั้ง....ยอมรับสิ่งที่เกิดตามความเป็นไปของวัฏะ...ที่สำคัญต้องไม่มีเรา..ไม่หลงเชื่อความคิดของตัวเองและคนอื่น..เห็นตามความรู้สึกในวงของกาย เวทนา สัญญา ที่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่เกินขอบเขตของร่างกายเท่านั้นพอ
18/8/53 โพสต์โดย xmen
10 จาก 13
สวัสดีครับ ท่าน  Darkcoder    ผมปัญญาน้อยความรู้ มีเพียงงูๆปลา ขออนุญาตลองตอบกระทู้ท่านดู ผิดพลาดสิ่งใดช่วยชี้แนะครับ เพื่อเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

สัมมาทิฏฐิ ที่เป็นองค์แห่งอริยมรรค เป็นโลกุตระ เป็นอย่างไรหนอ?

รู้ในทุกข์    รู้ในสมุทัย     รู้ในนิโรธ    รู้ในทุกข์นิโรธคามิณีปฎิปทา
....รู้ในนี้เปรียบเหมือน นักเคมีที่มองเห็นคุณค่าลักษณะแร่ธาตุต่างๆของโลหะ อย่างชัดเจน  แล้วนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานของเขาต่อไปได้

สัมมาทิฏฐิ ที่ยังไม่ถือว่าเป็นองค์แห่งอริยมรรค เป็นอย่างไรหนอ?

ทิฐฐิ สังกัปปะ

***    สัมมาทิฏฐิทั้ง ๒ ต่างกันอย่างไร?
สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่ถือเป็นองค์แห่งมรรค มีอีกชื่อหนึ่งว่า สัมมาทิฏฐิที่ยังมีอาสวะ

ตอบ..โลกียสัมมาฐิฏฐิ...เกิดจาก ปรโตโฆสะ( ปัจจัยภายนอก )หรือ องค์ประกอบทางสังคมเช่น ดี ชั่ว ถูก ผิด อะไรดีกว่า ไม่ควรจะเป็น อะไรประมาณนี้แหละท่าน

ส่วนสัมาทิฏฐิที่นับเป็นองค์แห่งอริยมรรค เป็นสัมมาทิฏฐิที่เป็นอนาสวะ..?
ตอบ..โลกกุตตรสัมมาทิฏฐิ เกิดจาก โยนิโสมนสิการ (เป็นองค์ประกอบภายใน) หรือภายในตัวบุคคล  ไม่อาจเกิดได้โดยการฟัง เชื่อตามคนอื่น  ไม่ขึ้นต่ออิทธพลสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  ต้องเป็นการรู้จักสภาวะเอง รู้เข้าใจธรรมชาติและต้องถูกต้องตามเป็นจริง ไม่ขึ้นกับเวลา สถานที่ หลุดพ้นจากโลก เอาง่ายๆครับท่าน
ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเวลาใด สถานะการเป็นเช่นไร จะไม่คล้อยตามจนหลุดพ้นสภาวะความจริงของธรรมชาติ อยู่เหนือโลก  ระดับนี้ใกล้หลุดพ้นเชียวนะท่าน  คือเฉี่ยวๆแล้ว

ขอท่านกรุณาตอบกระทู้ผมหน่อยครับ
19/8/53 โพสต์โดย บุรุษเทพ.มังกรสถิตฟ้า.
11 จาก 13
.
คล้อยตาม คุณ บุรุษเทพมังกรสถิตฟ้า

หนับหนุนครับ   สาธุ
31/8/53 โพสต์โดย วิมม์
12 จาก 13
๒๕๖]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ก็สัมมาทิฐิเป็นไฉน  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เรากล่าวสัมมา
ทิฐิเป็น  ๒  อย่าง  คือ  สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์  อย่าง  ๑
สัมมาทิฐิของพระอริยะ  ที่เป็นอนาสวะ  เป็นโลกุตระเป็นองค์มรรค  อย่าง  ๑  ฯ
[๒๕๗]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญ  ให้ผลแก่ขันธ์
เป็นไฉน  คือ  ความเห็นดังนี้ว่า  ทานที่ให้แล้ว  มีผล  ยัญที่บูชาแล้ว  มีผล  สังเวยที่บวงสรวงแล้ว
มีผล  ผลวิบากของกรรมที่ทำดี  ทำชั่วแล้วมีอยู่  โลกนี้มี  โลกหน้ามี  มารดามี  บิดามี  สัตว์ที่
เป็นอุปปาติกะมี  สมณพราหมณ์ทั้งหลาย  ผู้ดำเนินชอบ  ปฏิบัติชอบ  ซึ่งประกาศโลกนี้โลกหน้า
ให้แจ่มแจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเอง  ในโลก  มีอยู่  นี้สัมมาทิฐิที่ยังเป็นสาสวะ  เป็นส่วนแห่งบุญ
ให้ผลแก่ขันธ์  ฯ
[๒๕๘]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ก็สัมมาทิฐิของพระอริยะที่เป็นอนาสวะเป็นโลกุตระ
เป็นองค์มรรค  เป็นไฉน  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ปัญญา  ปัญญินทรีย์ปัญญาพละ  ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
ความเห็นชอบ  องค์แห่งมรรค  ของภิกษุผู้มีจิตไกลข้าศึก  มีจิตหาอาสวะมิได้  พรั่งพร้อมด้วย
อริยมรรค  เจริญอริยมรรคอยู่นี้แล  สัมมาทิฐิของพระอริยะที่เป็นอนาสวะ  เป็นโลกุตระ
เป็นองค์มรรค  ฯ
ภิกษุนั้นย่อมพยายามเพื่อละมิจฉาทิฐิ  เพื่อบรรลุสัมมาทิฐิ  ความพยายามของเธอนั้น
เป็นสัมมาวายามะ  ฯ
ภิกษุนั้นมีสติละมิจฉาทิฐิได้  มีสติบรรลุสัมมาทิฐิอยู่  สติของเธอนั้นเป็นสัมมาสติ  ฯ
ด้วยอาการนี้  ธรรม  ๓  ประการนี้  คือ  สัมมาทิฐิ  สัมมาวายามะสัมมาสติ  ย่อมห้อมล้อม
เป็นไปตามสัมมาทิฐิของภิกษุนั้น  ฯ
[๒๕๙]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  บรรดาองค์ทั้ง  ๗  นั้น  สัมมาทิฐิย่อมเป็นประธาน  ก็สัมมา
ทิฐิย่อมเป็นประธานอย่างไร  คือ  ภิกษุรู้จักมิจฉาสังกัปปะว่ามิจฉาสังกัปปะ  รู้จักสัมมาสังกัปปะ
ว่าสัมมาสังกัปปะ  ความรู้ของเธอนั้น  เป็นสัมมาทิฐิ  ฯ

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๔
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
หน้าที่ ๑๔๖/๔๑๓
16/9/53 โพสต์โดย ต้นTON
13 จาก 13
สัมมาทิฏฐิ แปลง่ายๆคือ ความคิดเห็นที่ถูกต้องและเป็นความจริง (ตามที่ผมเข้าใจ)
11/4/54 โพสต์โดย กูรูน้อย
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
^__~ ... มรรคแท้มีอันเดียว
ความว่างเปล่าคืออะไร??
สัมมาทิฏฐิกับสัมมาสังกัปปะ แตกต่างกันอย่างไร
เรียนอาจารย์ webchit ช่วยอธิบาย สัมมาทิฏฐิ โดยใช้ "มหาจัตตารีสกสูตร" ครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู