หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ยาคุมแบบไหนดีสุดค่ะ
ถ้าจะกินยาคุมกินแบบไหน และยี่ห้อไหนดีกว่ากันค่ะ
การรักษา 11/1/53 โพสต์โดย แอ๊บแบ๊วอยากรู้
คำตอบ
1 จาก 9
แบบกินเม็ดเดียว คุมได้ตลอดทั้งปีครับดีสุด(จะมีไหมเนี่ยะ.. กวน..)
จากเคยถาม ๆ แฟน แต่ ล่ะคน ถูกกะยี่ห้อ ไม่เหมือนกันครับ และ อาการก็ แพ้ ต่างกันด้วย
แต่ยี่ห้อแพง มักแพ้น้อยเสมอ เลยสงสารแฟนครับ ยืดอกพกถุงดีกว่า ว่าแต่คนถามอายุเท่าไหร่?
จ๊ะ ถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าพึ่งไว นัก
11/1/53 โพสต์โดย ตรีจัง
2 จาก 9
เข้ามาฟังครับ
11/1/53 โพสต์โดย oouxou
3 จาก 9
แล้วแต่คนนะคะ  ก้อลองกินดูก่อน  เพราะอาการแพ้ต่างกันค่ะ
ตอนนี้ส่วนมากยาคุมจะมีปริมาณฮอร์โมนน้อยนะคะ  เพราะ  ตอนนี้กระแสการกินยาคุมไม่ได้อยู่แค่เฉพาะผู้ที่ต้องการมีเพศสัมพันแล้วค่ะ   แต่เค้ากินกันเพื่อลดสิว เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง  ลดการขึ้นของขนเมื่อมีการถอนหรือโกนด้วยค่ะ
ถ้าจะถามว่าแบบไหนดี  ก้อลองทานดูก่อนดีกว่า  เริ่มจากยี่ห้อที่ราคาไม่แพงก่อน  
อย่างไดแอนตอนนี้ก้อ150กว่าบาทค่ะ  
^_^
ที่สำคัญอย่าลืมปรึกสาเภสัชกรผู้ขายด้วยค่ะ
11/1/53 โพสต์โดย yukio
4 จาก 9
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ ขออ้างอิงมาเฉพาะบางช่วง มาตอบนะค่ะ จากคุณหมอท่านนึง
ท่านมีข้อพิจารณาในการจ่ายยาคุมให้คนไข้ คือ
1. เป็นผู้หญิงแบบไหน (ประเทืองไม่เกี่ยว) ผู้หญิงทั่วไปจะมีภาวะของฮอร์โมนในตัวไม่เหมือนกัน บางคนก็ผิวเนียน บางคนก็ขนดก บางคนก็อ้วน บางคนต้องดูให้ดีๆจึงจะรู้ว่าเป็นผู้หญิง ทั้งนี้ก็ขึ้นกับภาวะฮอร์โมนของแต่ละคนว่ามีแนวโน้มไปทางไหน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสามประเภท
1ประเภท estrogenic  มีรอบเดือนออกมาก และออกนานกว่า 6 วัน ,ระยะรอบเดือนสั้น มักจะน้อยกว่า26วันต่อครั้ง(มาเร็ว) ,รูปร่างท้วมหรืออ้วน
,ไม่ค่อยมีขนตามตัว
2ประเภทปกติ ,มีรอบเดือนสม่ำเสมอ ปริมาณเลือดไม่มากไม่น้อย 4-6 วัน ,น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
3ประเภท progestonic รอบเดือนมีเลือดน้อยไม่ค่อยเปลืองผ้าอนามัย มาน้อยกว่า 4 วัน ,ระยะรอบเดือนยาว บางคนกว่า30วันจึงจะมา(เลื่อนออกไปบ่อยๆ) ,รูปร่างออกไปทางผู้ชาย ,เต้าเล็ก ,มีขนตามตัว ,เป็นสิวบ่อยๆ

ถ้าเป็นประเภทแรกก็ต้องพิจารณาให้ยาคุมที่มี progestogen มากหน่อย ถ้าเป็นประเภทไปทางผู้ชายหรือ progestogen ก็ต้องเลือกยาคุมที่มี estrogen มากหน่อย  

2. ถ้ามีลูกแล้ว ก็ต้องดูว่าตอนท้องแพ้ท้องมากหรือเปล่า เช่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือบวม แสดงว่าตอบสนองต่อเอสโตรเจนมาก ก็ต้องเลือกยาคุมที่มีเอสโตรเจนน้อย แต่ถ้าท้องแล้วอ้วนมาก และมีสิวมากแสดงว่าตอบสนองต่อ โปรเจสโตเจน และแอนโดรเจนมาก ก็เลือกยาคุมที่มี โปรเจสโตเจนน้อยหน่อย กรณีนี้ Dian )เป็นตัวเลือกแรก  

3. อายุ ถ้าอายุต่ำกว่า 16 ปี ไม่แนะนำให้กินยาคุมเพราะอาจทำให้ตัวเตี้ยได้ มักจะลืมกินบ่อยๆ และแรงกระตุ้นให้กินอย่างส่ำเสมอก็ไม่มีจึงทำให้การคุมกำเนิดล้มเหลวได้ง่าย ถ้าอายุมากกว่า 40 ปี ก็ไม่แนะนำให้กินยาคุมกำเนิด แนะนำให้ใช้วิธีฉีดยาคุมกำเนิดหรือใส่ห่วงอนามัยจะดีกว่า แต่ถ้ายืนยันจะกินยาคุม ก็เลือกยาคุมที่ไม่มีเอส โตรเจนหรือมีเอสโตรเจนน้อย จะได้ไม่มีผลต่อโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด  

4. แม่ลูกอ่อน ถ้ากำลังให้นมลูก เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจเลือกแบบไม่มีเอสโตรเจน หรือถ้ามีเอสโตรเจนก็ไม่เกิน 20 ไมโครกรัม แต่เมื่อหยุดให้นมลูกแล้วก็เปลี่ยนกลับมากินแบบปกติได้ เพราะเอสโตรเจนขนาดสูงอาจมีผลให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้ และฮอร์โมนเอสโตรเจนออกทางน้ำนม อาจทำให้เด็กตาเหลืองได้ เริ่มกินได้ตั้งแต่ 6  สัปดาห์หลังคลอด

เรื่องยี่ห้อน่าจะศึกษาก่อนว่ายายี่ห้อไหนมีส่วนประกอบของฮอร์โมนใด เมื่อให้เหมาะสมกับตัวผู้ใช้เองมากที่สุด จะได้ไม่ส่งผลข้างเคียงด้วย
14/1/53 โพสต์โดย kugan
5 จาก 9
ยาเม็ดคุมกำเนิด
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา

ยาเม็ดคุมกำเนิดยาเม็ดคุมกำเนิด (Combined Oral Contraceptive Pill: COCP หรือ "the Pill") คือ ยาเม็ดที่มีส่วนผสมของ เอสโทรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) และโพรเกสทิน (โพรเกสโทรเจนสังเคราะห์) ใช้รับประทานเพื่อยับยั้งภาวะเจริญพันธุ์ (fertility) ในเพศหญิง ยาคุมกำเนิดได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1960 ด้วยจุดประสงค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดมีจำนวน 12 ล้านคนในอเมริกา และ 100 ล้านคนทั่วโลก[1][2] อัตราการใช้ยาคุมกำเนิดแปรผันไปตามประเทศ[3] อายุ การศึกษา และสถานภาพสมรส อาทิ เกือบหนึ่งในสี่ของผู้หญิงที่อายุ 16-49 ปีในสหราชอาณาจักรใช้ยาคุมกำเนิด (ซึ่งอาจเรียกว่า combined pill หรือ minipill)[4] แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น[5]

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral contraceptive pills) แบ่งตามชนิดของฮอร์โมนที่เป็นส่วนประกอบได้เป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ Combined pills, Progestin only pills

เนื้อหา [ซ่อน]
1 ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม/Combined pills
2 Minipills
3 ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ
4 อ้างอิง


[แก้] ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม/Combined pills
ยาเม็ดคุมกำเนิด combined pills ประกอบด้วยทั้งฮอร์โมน estrogen และ progestogenมีแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด โดยในแบบ 28 เม็ด จะเป็นเม็ดที่มีฮอร์โมน 21เม็ด อีก 7 เม็ดเป็นเม็ดที่ไม่มีฮอร์โมน

ยาเม็ดคุมกำเนิด combined pills แบ่งเป็น 3 ชนิด

Monophasic combined pill ประกอบด้วย estrogen และ progestogen ในขนาดคงที่ทุกเม็ด โดยมีอยู่ 21 เม็ด ส่วนยาคุมชนิด 28 เม็ด อีก 7 เม็ดจะเป็น วิตามิน แป้ง หรือ ferrous fumarate
Biphasic combined pill เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่ประกอบด้วย estrogen และ progestrogen ในปริมาณที่ต่างกัน 2 ระดับ ในแต่ละช่วงของรอบเดือน เพื่อเลียนแบบการหลั่งของฮอร์โมนตามธรรมชาติของสตรี คือ
estrogen จะมีระดับสูงช่วงต้นเดือนและลดต่ำลงช่วงปลายเดือน
progestogen จะมีระดับต่ำช่วงต้นเดือน และจะสูงขึ้นช่วงปลายเดือน
Triphasic combined pillเป็น combined pill ที่ผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบฮอร์โมน estrogen และ progestogen ในอัตราส่วนซึ่งคล้ายกับธรรมชาติของฮอร์โมนในรอบเดือนปกติของสตรี
estrogen จะมีระดับต่ำในช่วงต้นและปลายรอบเดือน จะสูงช่วงกลางรอบเดือน
progestogen จะมีระดับต่ำในช่วงต้นรอบเดือนและจะสูงสุดในช่วงปลายรอบเดือน
กลไกการออกฤทธิ์

Estrogen ยับยั้งการหลั่ง Follicle stimulating hormone ( FSH ) ทำให้กดการเจริญของ follicle
Progesterone ยับยั้งการหลั่ง Luteinizing ( LH ) ทำให้ไม่มี LH surge และไม่เกิดการตกไข่ และ Progesterone ยังทำให้ cervical mucus ข้นเหนียวและทำให้ sperm ผ่านได้ยาก
ทั้ง Estrogen และ Progesterone มีฤทธิ์ทำให้ Endometrium ไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของตัวอ่อน
นอกจากนี้ฮอร์โมนยังอาจมีผลรบกวนต่อการ Contraction ของ cervix, uterus, และ fallopian tubes ด้วย
อาการไม่พึงประสงค์ของยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ Combined pills

ผลจาก Estrogen สูง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน, วิงเวียน, ปวดศีรษะไมเกรน, ประจำเดือนมามากกว่าปกติ, ปวดประจำเดือนมาก, เต้านมโตเจ็บคัดเต้านม, มดลูกโตและเส้นเลือดอุดตัน
ผลจาก Estrogen ต่ำ ได้แก่ ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ, เต้านมเล็ก, มดลูกเล็ก, Early/mid cycle breakthrough bleeding หรือ มีเลือดคล้ายประจำเดือน ซึ่งมาผิดปกติ ในช่วงระหว่างต้นเดือนถึงกลางเดือน
ผลจาก Progesterone สูง ได้แก่ น้ำหนักเพิ่ม, เป็นสิว, หน้ามัน, ขนดก, เต้านมเล็ก, ประจำเดือนมาน้อย, ตกขวาจากเชื้อ Candida spp.
ผลจาก Progesterone ต่ำ ได้แก่ breakthrough bleeding หรือ มีเลือดคล้ายประจำเดือน โดยมาผิดปกติ ในช่วงหลังรอบเดือน
วิธีรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ Combined pills

เริ่มรับประทานเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน หรือระหว่างวันที่ 1-5 ของ menstrual cycle รับประทานยาวันละ 1 เม็ดในเวลาเดียวกันของทุกวัน โดยควรรับประทานก่อนนอน

แบบ 21 เม็ด กินวันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกันทุกวัน โดยกินยาตามลูกศรไปจนครบ 21 เม็ด ให้รับประทาน 21 วันแล้วหยุดยาเป็นเวลา 7วัน ในวันที่ 8 รับประทานยาในแผงต่อไปเช่นเดิม (ในช่วง 7 วันที่หยุดยา จะมีประจำเดือนมา แต่จะมากี่วันไม่ต้องไปสนใจ และถึงแม้ประจำเดือนยังคงมาอยู่หรือหมดไปแล้วก็ตาม เมื่อครบ 7 วันแล้วให้เริ่มทานยาเม็ดแรกของแผงใหม่ได้เลย )

แบบ 28 เม็ดให้รับประทานทุกวันเช่นกัน ทานให้ตรงเวลากันทุกวันโดยไล่เม็ดไปตากลูกศรและเริ่มแผงใหม่ได้เลยเมื่อหมดแผงเก่า เพื่อให้สตรีกินยาติดต่อกันทุกวันโดยไม่ต้องเว้นช่วงจะได้ไม่ต้องกังวลกับการนับวัน

การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด triphasic combined pill ชนิด 28 เม็ด ให้เริ่มยาเม็ดแรกในช่วงสีแดงก่อน กินเม็ดยาที่ด้านหลังระบุให้ตรงกับวันแรกที่มีประจำเดือนมา กินตามลูกศร วันละ 1 เม็ดเวลาเดียวกันทุกวัน ห้ามลืมกิน กินยาจนหมดแผงแล้วเริ่มแผงใหม่ทันที ไม่ต้องหยุดยาให้เริ่มยาเม็ดแรกให้เหมือนกินแผงแรก

กรณีที่ลืมรับประทานยา หากลืมรับประทานยา 1 เม็ดให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้และรับประทานเม็ดต่อไปเช่นเดิม(ในวันนั้นจึงได้รับประทานยาทั้งหมด 2 เม็ด)

หากลืมรับประทาน 2 เม็ดในสัปดาห์ที่ 1-2 ให้รับประทานยา 2 เม็ดทันทีที่นึกได้ และรับประทานอีก 2 เม็ดในวันถัดไป จากนั้นรับประทานยาตามปกติ และภายใน 7 วันของช่วงที่ลืมรับประทานยาให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดรูปแบบอื่นร่วมด้วย

หากลืมรับประทานยา 2 เม็ดใน สัปดาห์ที่ 3 ให้ทิ้งยาแผงเดิม และเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ได้เลยในวันนั้น และภายใน 7 วันของช่วงที่ลืมรับประทานยาให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดรูปแบบอื่นร่วมด้วย

หากลืมรับประทานยา 3 เม็ด ให้หยุดรับประทานทิ้งยาแผงเดิม และเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ได้เลยในวันนั้น และภายใน 7 วันของช่วงที่ลืมรับประทานยาให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดรูปแบบอื่นร่วมด้วย และหากประจำเดือนขาดหายติดต่อกัน 2 เดือนอาจมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้

กรณีที่ลืมรับประทานยาเม็ดที่ไม่ใช้ฮอร์โมน ในcombined pills แบบ 28 เม็ด ให้ข้ามวันที่ลืมรับประทานไปได้ และรับประทานเม็ดต่อไปตามปกติ

ข้อห้ามใช้ (Contraindication/cautions)

ห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในผู้ป่วย Thrombophlebitis, Thromboembolic phenomena, Cerebrovascular disease และผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคนี้มาก่อน
ห้ามใช้ในผู้ที่เป็นมะเร็งหรือคาดว่าจะเป็นมะเร็งที่เต้านม หรือ Estrogen dependent tumor อื่นๆ
ห้ามใช้ในวัยรุ่นที่ Epiphyisal closure ยังไม่สมบูรณ์
ไม่ควรใช้ในผู้ที่มี vaginal bleeding โดยไม่ทราบสาเหตุ
ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
หลีกเลี่ยงการใช้ หรือระมัดระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคตับ, asthma, eczema, migraine, diabetes, hypertension และ convulsive disorder
[แก้] Minipills
ยาคุมในกลุ่มนี้ไม่มี Estrogen มีแต่ Progesterone ที่มีปริมาณฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด การพัฒนายาเม็ดคุมกำเนิดชนิดนี้ขึ้นเพื่อกำจัดอาการข้างเคียงต่างๆ ที่เกิดจาก Estrogen แต่ประสิทธิภาพจะลดลง และยังพบอาการข้างเคียงคือ มีเลือดออกกระปริดกระปรอย (Break through bleeding) และรอบเดือนมาไม่ปกติจึงไม่นิยมใช้มากนัก จึงควรเลือกใช้ในกรณีที่มีข้อห้ามใช้ estrogen หรือในหญิงให้นมบุตร เพราะจะไม่กดการหลั่งของน้ำนม และอาจจะมีประโยชน์เมื่อต้องการเลื่อนประจำเดือนออกไปในช่วงสั้นๆ เช่นสำหรับนักกีฬา หรือผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด

กลไกการออกฤทธิ์

Progestin only pills ทำให้ cervical mucus ข้นเหนียวไม่เหมาะแก่การผ่านของ sperm และทำให้ endrometrial ไม่เหมาะแก่การฝังตัวของตัวอ่อน

วิธีการกินยาเม็ดคุมกำเนิดชนิด Minipills

ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ไม่มี Estrogen แต่มี Progesterone ในขนาดต่ำเท่ากันทุกเม็ด

การเริ่มทานยาแผงแรก เริ่มทานยาแผงแรกในวันแรกของการมีประจำเดือนทานทุกวัน วันละ 1 เม็ด เวลาเดียวกัน จนหมดแผง

ทานยาแผงต่อไปโดยทานต่อแผงแรกทันที ไม่ต้องเว้นวัน แม้จะมีประจำเดือน

ถ้าลืมทานยา 1 เม็ด ให้กินยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้านึกได้ในคืนถัดไป ก็ควรกินรวมเป็น 2 เม็ด ในคืนนั้น

ถ้าลืมกินยา 2 วัน ติดต่อกัน ให้กินยาครั้งละ 2 เม็ดใน 2 วันถัดไป

ถ้าลืมกินยามากกว่า 2 วันติดต่อกัน ให้หยุดกินยาแล้วคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น

[แก้] ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ
ยาคุมกำเนิดหลังร่วมเพศ (Postcoital contraceptives หรือ Morning after pills)[6]

ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังร่วมเพศเป็นยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนขนาดสูง ไม่ควรนำมาใช้เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดตามปกติ เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เพราะมีส่วนประกอบของฮอร์โมนขนาดสูง แต่จะใช้เฉพาะในกรณีของสตรีที่ถูกข่มขืน หรือกรณีการคุมกำเนิดล้มเหลว เนื่องจากการฉีกขาดของถุงยางอนามัยขณะมีการร่วมเพศ Regimen ของฮอร์โมนที่นำมาใช้เป็นยาคุมกำเนิดภายหลังมีเพศสัมพันธ์มีหลายรูปแบบได้แก่

Conjugated estrogens: 10 mg วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 5 วัน
Ethinyl estradiol: 2.5 mg วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน
Diethylstilbestol: 50 mg ต่อกันเป็นเวลา 5 วัน
Levonorgestrel: 0.75 mg รับประทาน 1 เม็ดภายใน 72 ชั่วโมงและหลังจากนั้น 12 ชั่วโมง รับประทานอีก 1 เม็ด
Norgestrel 0.5 mg with ethinyl estradiol 0.05mg รับประทาน 2 เม็ดภายใน 72 ชั่วโมงภายหลังการมีเพศสัมพันธ์และหลังจากนั้น 12 ชั่วโมงรับประทานอีก 2 เม็ด
ซึ่ง regimen นี้มีชื่อเรียกว่า Yuzpe regimen

การออกฤทธิ์

ยาคุมกำเนิดนี้ออกฤทธิ์โดยการทำให้มดลูกไม่เหมาะสมแกการฝังตัวของตัวอ่อน

อาการไม่พึงประสงค์

คือ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ พบได้ถึง 40 % ทำให้มักมีการให้ยาต้านการอาเจียน เข้าร่วมด้วย

การใช้ยาคุมชนิดเม็ดในกรณีต่างๆ

การใช้ยาคุมกำเนิดในหญิงตั้งครรภ์

ไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดในสตรีที่ตั้งครรภ์ระยะ 3 เดือนแรก เพราะจะทำให้เด็กพิการหรือเป็นมะเร็งที่อวัยวะเพศ และถ้าคุมกำเนิดล้มเหลวจะเพิ่มอัตราการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy) ได้มากกว่าการไม่ใช้ยา

การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังคลอด

การใช้ยาในสตรีให้นมบุตรไม่ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรวม เพราะ ยาจะทำให้ปริมาณของน้ำนมลดลง ยาขับของทางน้ำนมได้บ้าง (แต่ยังไม่ทราบว่ามีผลอย่างไรต่อทารก) ดังนั้นควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนเดี่ยวขนาดน้อย (Minipills) และควรใช้วิธีการคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วยในเดือนแรก (หรืออย่างน้อยใน 7 วันแรก) ที่เริ่มกลับมาใช้ยาใหม่

ถ้าไม่ได้ให้นมบุตร สามารถให้ได้ทันทีตามความต้องการไม่ว่าจะมีประจำเดือนมาหรือไม่

การใช้ยาในกรณีที่ต้องการผ่าตัดใหญ่

ควรหยุดกินยาเม็ดคุมกำเนิดก่อนการผ่าตัดใหญ่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ แล้วหลังผ่าตัดใหญ่ ควรรออย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงเริ่มกินยาเม็ดคุมกำเนิด
14/1/53 โพสต์โดย poogpig
6 จาก 9
ถ้าเพิ่งกินเปนครั้งแรก แนะนำ Oiless กะ Yasmin
เพราะสองยี่ห้อนี้ออกมาใหม่ ฮอร์โมนค่อนข้างต่ำ เหมาะกับคนเริ่มกินครั้งแรก ไม่อ้วนด้วย
คนที่ไม่เคยกินมักจะมีปฏิกิริยาต่อยาคุมเร็ว เวียนหัว คลื่นใส้ อาเจียน บางคนก็มีอาการค้างมาถึงตอนเช้าด้วย

เท่าที่เคยแนะนำให้ลูกค้า 2 ยี่ห้อนี้ไม่ค่อยมีอาการเท่าไหร่
แต่ราคาค่อนข้างสูง Yasmin ประมาณ 300 - 350 Oiless ประมาณ 350-400 ราคาแต่ละร้านขายต่างกัน

ถ้าสู้ราคาไม่ไหวก็ใช้สัก 2 ถึง 3 เดือน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นพวกราคากลางๆ ก้อได้(ร่างกายเราเริ่มที่จะปรับตัวได้แล้ว) ประเภท ไดแอน เลดี้อี พรีม ฯลฯ

แนะนำให้กินก่อนนอนน่ะ เพราะถ้าเวียนหัวก็จะได้หลับไปเลย เช้ามาก็หมดฤทธิ์ยาแระ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ  
อย่าลืมกินให้ถูกวิธีด้วยหละ สำคัญที่สุด  ^o^
14/1/53 โพสต์โดย Tuuk Tuuk
7 จาก 9
ทาน ยี่ห้อ จัสมินครับ  ดีที่สุดละ ตามที่หา ข้อมูลมา แรก อาจจะ วิงเวียน บ้าง (ในแผงแรกนะครับ)  แต่ดีที่สุดแนะนำครับ
17/1/53 โพสต์โดย pao
8 จาก 9
แฟนผมกินไดแอนคับกินแล้วอกใหญ่เพิ่มอีกตังหาก
20/1/53 โพสต์โดย เอสคับอยู่ปากน้ำ
9 จาก 9
ผมเคยกินครับ แต่แพ้ยาเลยเลิกกิน
หันมาใช้ผงพิเศษ ตราร่มชูชีพแทน หุหุ ,,
21/1/53 โพสต์โดย NoFFuB
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
กินยาคุมฉุกเฉินแล้วมาประจำเดือนมาก่อนกำหนดหมายความว่าไงครับ???
ยาคุมฉุกเฉิน
หลั่งใน ถุงยางแตก กินยาคุมฉุกเฉิน จะทำอย่างไรต่อไปดีคะ
ยาคุมฉุกเฉินผู้หญิงควรพกติดกระเป๋าใหม?
ถ้ามีอะไรกันในวันที่ ปจด. มามีสิทท้องมั้ยค๊ะ ? และถ้ากินยาคุมแบบ 28 เม็ดมีสิทท้องมั้ยค๊ะ ?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู