หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ขอปรึกษาปัญหาทางจิตหน่อยค่ะ
คือ อาจจะฟังดูไร้สาระ แต่มันเป็นpobia ชนิดหนึ่งของฉันไปแล้วค่ะ
หลายคนอาจกลัวความสูง กลัวที่แคบ กลัวความมืด
แต่ฉันดันกลัวเรื่องโลกแตกนี่สิ กลุ้มนะคะ ในสภาพโลกแบบนี้
ตอนยุค1999 ตอนนั้นฉันจำได้ว่า แม้ยังเป็นเด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ
แต่ฉันกลัวจนสั่นไปหมด ทำอะไรแทบไม่ได้ แต่เพราะเป็นเด็ก พอได้เล่นก็ลืม
แต่ตอนนี้ โตแล้ว อายุ20 ซึ่งเป็นวัยที่อะไรๆกำลังไหลไปตามกระแสเรื่อยๆ
ทั้งความรัก ทั้งเรียน ทั้งงาน ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูมีอนาคตที่สดใส
แต่เพราะเรื่องที่ฉันกลัว ฉันไม่กล้าคิดถึงอนาคต ฉันเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ฉันร้องไห้ทุกคืนที่คิดถึงวันพรุ่งนี้ เมื่อปลายปีก่อนฉันอาการแย่มาก
แม้ตอนนี้จะดีขึ้นแล้วเพราะไม่ได้ร้องไห้ทุกคืน
แต่ฉันก็สั่นทุกครั้งที่เห็นหรือเจออะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฉันกลัว
พ่อแม่ฉันรู้ว่าฉันกลัว แต่ท่านไม่คิดว่าฉันกลัวมากขนาดนี้หรอก ท่านพยายามบังคับให้ฉันเข้มแข็งและหายกลัว
ท่านไม่ยอมรับว่าลูกสาวท่านเป็นโรคจิต ซึ่งแรกๆฉันก็ไม่ยอมรับ แต่ตอนนี้ยอมรับแล้ว และอยากหายเร็วๆมาก
ตอนนี้ทุกครั้งที่มาร์ควันสำคัญในปฏิทินไปถึงปลายปี ฉันสั่นและกลัว อาการจะกำเริบมากเมื่อตกกลางคืน
ฉันควรทำอย่างไรดีให้ไม่รบกวนคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ฉันไม่อยากให้เรื่องของฉันกระทบความรู้สึกท่านเท่าไหร่
ฉันอยากหายด้วยตัวเอง และอยากได้รับการช่วยเหลือค่ะ
ขอความกรุณาด้วยนะคะ
สุขภาพ | ความรู้สึก | การแพทย์ 30/4/54 โพสต์โดย luckylucky
คำตอบ
1 จาก 8
ความกลัวไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ แต่การที่เรากลัวนั้นเกิดจะจิตใจใต้สำนึกของตัวเอง ดังนั้นถ้าเรามัวแต่กลัวก็ไม่มีทางจะไม่เป็นผู้นำได้หากเรายังเอาชนะความกลัวของตัวเองไม่ได้
30/4/54 โพสต์โดย ใบตองครับ
2 จาก 8
ไม่แปลกนะ
30/4/54 โพสต์โดย kran love love
3 จาก 8
สามัญสำนึกของมนุษย์เรามีแค่ 2 อย่างเองครับ
1.ความกลัว
2.ความโลภ
 คุณเชื่อไหมครับว่า 2 ตัวนี้ล่ะครับที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายแม้กระทั่งเรื่องราวของคุณเองในวันนี้ จริงๆแล้วปัญหาในโลกนี้มีอยู่มากมายครับมากจนเกินมนุษย์ 1 คนจะรับรู้มันหมดเสียด้วยซ้ำไม่งั้นคงไม่เกิดการเขียนตำราบอกเล่าเรื่องราวปัญหาของคนต่างๆวรรณะกันไปหรอกครับจริงไหม...
 ทางออกไม่ยากครับกับปัญหาที่คุณกำลังประสบในตอนนี้ เห็นสองข้อข้างบนนั้นไหมครับ มันมีแค่สองข้อเท่านั้นเองไม่ยากครับที่คุณจะแก้มัน ลองนึกถึงวันที่คุณกลัวในตอนนี้สิครับถ้ามันมาถึงจริงๆแล้ววันนั้นคุณคิดจะทำอะไรให้กับตัวคุณเองมีความสุข อย่ารอช้าครับวันนี้ประตูที่คุณต้องเปิดมีแค่ 2 บานเอง ค่อยๆทำครับถ้าหากคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ในตอนนี้ แนะนำครับลองเปลี่ยนตัวเองที่ละ 1 % ดูครับ ลองพยายามสู้กับสิ่งที่คุณกลัวแค่วันละครั้งก็พอครับ ทำสัก 100 ครับผลลัพธ์ก็ 100 % ครับปกติคนเราจะจดจำหรือทำอะไรที่เคยชินได้ต้องไม่ต่ำกว่า 3 ครับแต่ผมแนะนำคุณตั้ง 100 ครั้งกับการสู้กับความกลัวของคุณเอง เริ่มเสียแต่วันนี้เลยนะครับเพื่อตัวคุณเอง เป็นกำลังใจให้ครับ...
30/4/54 โพสต์โดย Verotinezz
4 จาก 8
ผมอายุ 14 ครับผมเคยเป็นแบบพี่หมดทุกอย่างเป๊ะๆเลยครับ
ตอนผมดูหนังเรื่อง 2012 + คำทำนายเรื่องโลกแตกเนี่ยผมเครียดมากเลยอะครับ (ผมเป็นคนคิดมาก+คิดไปเอง+ขี้กลัว)
แบบประมาณว่าเรายังไม่โตเลยยังไม่แต่งงานยังไม่อยากตายผมเป็นแบบนั้นประมาณ 3 เดือนครับนอนร้องไห้ทุกคืนเหมือนกับพี่เลย
แต่ผมคิดว่าคำทำนายพวกนี้ไม่ถูกเสมอไปหรอกครับถ้าให้จริงๆคำทำนายเรื่องโลกแตกมีมากกว่า 100 คำทำนายครับเช่นคำทำนายที่ว่่า
โลกแตกในปี 1997 กับ 2005 มันยังไม่จริงเลย ส่วน 2012 โลกมันไม่แตกหรอกครับอาจมีภัยธรรมชาตินิดหน่อย (2012 จริงๆอาจเป็นแค่กระแสหนังด้วยซ้ำไปครับ)
ไม่เป็นไรครับพี่ทำใจให้สบายอย่าไปคิดอย่าไปเครียดคิดว่าวันพรุ่งนี้จะมาเสมอแล้วพี่จะไม่กลัวและไม่คิดอะไรครับ สู้ๆครับ ^^
ป.ล. ถ้ายังไม่หายเครียดลองเชื่อในพุทธศาสนาที่กล่าวไว้ว่าโลกจะอยู่ถึง พ.ศ. 5000 ครับซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นเราคงแก่ตายไปแล้ว 5555
      (ดีใจนิดๆที่มีคนเคยเป็นแบบผม 555)
30/4/54 โพสต์โดย Lucius
5 จาก 8
เห็นเมื่อคืนส่งข้อความไปหาแล้วไม่ตอบเลยตอบให้ในกระทู็ก็แล้ว
ส้มก็กลัวเหมือนกันกลัวสุดขีดตอนหนังเพิ่งเข้าส้มร้องไห้ไปหารุ่นพี่คนนึงส้มก็ให้รุ่นพี่เขาปลอบอยู่ตั้งนานแต่ส้มก็ทำใจเรื่องโลกแตก2012ไม่ได้ถึงจะรู้ว่าถ้าแตกจริงก็ตายกันหมดก็เถอะนะแต่ก็ทำใจไม่ได้อยู่ดีพยายามนั่งสมาธิเพื่อหวังจะให้จิตใจสงบก็นั่งไม่ได้มันกลัวจนหลอนจนบ้าไปเลยตอนนั้นสติแตกไปเรียบร้อยแล้วรุ่นพี่เขาพยายามยกตัวอย่างหนังที่ผ่านมาที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาอ้างว่ามีคนมาตั้งหลายเรื่องโลกยังไม่แตกจริงๆเลยแล้วรุ่นพี่เขาก็บอกว่าถ้าเชื่อในศาสนาพุทธก็เชื่อว่าโลกจะอยู่ได้ถึงพ.ศ.5000หรือค.ศ.4457ซึ่งถึงตอนนั้นก็คงแก่ตายกันไปหมดแล้วแต่คำปลอบขวัญที่รุ่นพี่บอกส้มมาทั้งหมดนี้ส้มก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวที่ส้มมีอยู่ลดลงไปได้เลยแม้แต่นิดเดียวพอตกกลางคืนก็นอนไม่หลับคิดถึงสิ่งยังไม่ได้ทำและยังอยากจะทำคิดถึงเวรกรรมที่ได้ทำมาตั้งแต่เกิดมันยิ่งทำให้เครียดเพราะเกิดกลัวบาปที่เคยทำมาตั้งแต่เกิดส้มยอมรับว่าส้มไม่ใช้คนที่เท่าที่ควรทำบาปกันมาก็เยอะไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ เถียงพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ ยิงนกตกปลา และอื่นๆที่เคยทำมาอีกตั้งเยอะแล้วพอมาคิดว่าเวลามันเหลือน้อยลงทุกทีๆก็เกิดการกลัวบาปที่ตัวเองก่อขึ้นอยากที่จะมีชีวิตต่อไปเพื่อนทำความดีให้มากกว่านี้แล้วก็คิดว่าตอนนี้มันคงสายไปแล้วสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างสายเกินที่จะแก้ไขได้แล้วตอนนั้นนอนไม่ได้เลยถ้านอนได้ก็จะหลับๆตื่นๆสาเหตุที่ทำให้ตื่นก็ฝันว่าวันนั้นมันมาถึงแล้วบ้างฝันว่าตกนรกบ้างฝันเห็นคนที่เสียชีวิตไปแล้วบ้างและฝันอื่นๆอีกทรมานมากกินไม่ได้นอนไม่หลับส้มเป็นอย่างนี้อยู่ก็เป็นปีเหมือนกันเก็บอาการกลัวเรื่องนี้ไว้ไม่ให้คนอื่นรับรู้ทรมานสุดๆกลัวก็กลัวแต่บอกใครไม่ได้ส่วนสาเหตุที่ไม่บอกก็พูดไม่ถูกเหมือนกันตอนนั้นกลัวมากจนทุกวันนี้ส้มก็ยังกลัวอยู่ทรมานมากพูดให้ใครฟังไม่ได้เหนื่อยมากๆท้อสุดหดหู่จนตอนนั้นก็เคยคิดว่าถ้าวันนั้นต้องมาถึงแน่ๆก็อยากจะตายมันเดี๋ยวนี้เลยคิดไปคิดมาแค่บาปที่เคยทำก็มากพอแล้วถ้าฆ่าตัวตายก็บาปเพิ่มขึ้นอีกถึงแม้มีหลายครั้งที่เคยคิดอยากตายแต่ก็กลัวบาปเพราะแค่นี้บาปที่เคยทำไว้ก็มากแล้วตอนนั้นส้มย้ำคิดย้ำทำมากๆส้มก็พยายามนะข่มใจตัวเองแล้วก็บอกว่าเรานับถือิศาสนาพุทธศาสนาพุทธจะอยู่ถึง5000ปีแล้วถึงจะเปลี่ยนพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ซึ่งส้มก็ยังไม่รู้เลยว่าที่ส้มบอกตัวเองอยู่ทุกวันนี้มันจะเป็นความจริงหรือว่าส้มแค่หลอกตัวเองไปวันๆเรื่องแบบนี้คนไม่กลัวคนไม่เชื่อพูดหรือบอกเขาไปก็ไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าเรารู้สึกยังไงต้องการคำปรึกษาไม่ใช่คำด่าว่าหรืออย่างอื่นที่ไม่ใช่คำปรึกษาทุกวันนี้ส้มก็พยายามข่มความกลัวเอาไว้ในจิตใจแต่ส้มก็ไม่สามารถข่มความกลัวไว้ได้หมด
บางสิ่งบางอย่างส้มก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ส้มเคยเกือบตายเพราะความกลัวมาหลายครั้งแล้วกลัวมากๆจนหายใจไม่ออกเลยจนตอนนี้ล่าสุดเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเพราะว่ากลัวจนหายใจไม่ออกจนพ่อต้องพาไปโรงพยาบาลจนหมอที่โรงพยาบาลบอกว่าทางออกทางเดียวที่จะหายจากความกลัวต่างๆได้คือต้องไปหาจิตแพทย์ซึ่งส้มก็กลัวอยู่เหมือนกันเพราะสิ่งที่ส้มกลัวไม่ได้มีอยู่แค่อย่างเดียวแต่มีมากกว่า2อย่าง
ถ้าคืนนี้ออนก็คุยกันต่อล่ะกันนะค่ะ...ตอบมาซะยาวจะอ่านหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะค่ะ
30/4/54 โพสต์โดย som_za
6 จาก 8
ฟังธรรมะบ้างก็ดีครับ เราจะได้ปล่อยวาง พระท่านสอนไว้ว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด กังวลไปก็ทำให้จิตใจเราแย่ ยอมรับผลของมันและอยู่กับมันให้ได้นะครับ คนเราเกิดมาจากกรรมในอดีต ทำกรรมดีก็จะได้รับผลดี ทำกรรมชั่วแม้ไม่เห็นผลในวันนี้ วันข้างหน้าก็ยากจะหลีกเลี่ยงได้
กลัวโลกจะแตกเร็งไวก็ยิ่งต้องเร่งทำความดีครับ ผลของการทำดีจะส่งผลให้เราไม่เดือดร้อนมาก สาธุๆๆๆ
2/5/54 โพสต์โดย prayoonkum
7 จาก 8
ผมอยากพูดถึงความสามารถของร่างกายและจิตใจมนุษย์ในการยอมรับการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
อันดับแรก คือ มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องฝึก และฝึกได้    คือ ต้องฝึก ก่อน หมายถึง ต้องเริ่มการเปลี่ยนแปลง
และ ผลมันจะเกิดขึ้นเอง
          ระยะเวลาสำหรับร่างกายที่จะปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง จนเป็นอัตโนมัติ อยู่ที่ ประมาณ 30 วัน ครับ
ทดลองโดยง่ายๆ เช่นการตั้งนาฬิกาปลุก ในเวลา เดียวกัน ภายใน 30 วัน คุณจะเห็นได้ว่า ร่างกายคุณพร้อมที่จะตื่นเวลานั้น
คือ ร่างกายตื่นด้วยความกระตือรือร้น ไม่งัวเงียเหมือนวันแรกๆ

ในกรณีของคุณ สิ่งที่ต้องฝึกก็คือ การสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งที่กลัว

การสร้างความคุ้นเคย
หลักการคือ ฟัง ถ้าฟังบ่อยแล้ว ก็ให้พูด ถ้าพูดบ่อย ให้เห็น เห็นบ่อยแล้วให้สัมผัส
นี่คือหลักง่ายๆ จากไกลไปหาใก้ล

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องฝึก และฝึกได้ ครับ
ต้องเริ่มแล้วครับ
4/5/54 โพสต์โดย the doors
8 จาก 8
ถ้าน้องไม่สามารถควบคุมความกลัวด้วยตนเองได้ควรไปปรึกษาจิตแพทย์นะ
การพบจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าน้องบ้านะ...มันก็เหมือนที่เราป่วยกายก็ไปหาหมอทางกาย
พอเราป่วยทางใจ ก็ควรไปหาหมอที่รักษาทางใจ...สิ่งแรกคือเราจะอุ่นใจว่าได้พบผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงๆ
สำหรับอาการphobia นั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะต้องบำบัดด้วย พฤติกรรมบำบัด
ซึ่งแพทยืก็จะมีวิธีการที่เหมาะสมกับอาการของเรา
อย่างพี่เคยกลัวที่แคบ เช่น รถตู้ ลิฟท์  ก็ขึ้นบ่อยๆกับเพื่อนๆ ตอนนี้ก็จะแค่ตื่นเต้น
และพี่ก็ยังกลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆด้วย ก็แก้ด้วยการฝึกออกไปพูดบ่อยๆก็ดีขึ้นนะ ไม่สั่น แล้ว
5/5/54 โพสต์โดย อาเล็ก
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
♫ เธออย่าถามว่าฉันนั้นเคยรักใคร และเธออย่าถามว่ารักเขาอยู่บ้างไหม ~
.... กลัวจะไม่เหลือใคร..T T......
เธอบอกมาว่าเธอหมดใจ ใครจะไปรับได้
ถ้าหาก......
จำเก็บเรื่องราวของเราเอาไว้
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู