หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อยากรู้จัง การสงน้ำพระพุทธรูปนั้นมีเหตุผลอะไร
วัฒนธรรม | ปัญหาคาใจ | พระพุทธศาสนา | ประเพณี 7/4/53 โพสต์โดย chanant
คำตอบ
1 จาก 11
"สรงน้ำ"  ภาษาไทย พิมพ์ให้ถูกๆ หน่อย ก็ดีนะจ๊ะ

...................................................................
7/4/53 โพสต์โดย nui108
2 จาก 11
หน้าร้อนไงครับ อยากให้ท่านเย็นสบายบ้าง
7/4/53 โพสต์โดย ประวัติ หลวงปู่เณรคำ
3 จาก 11
ตามความคิดของผมน่าจะเป็นการสื่อถึงความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ครับ
อีกส่วนหนึ่งก็เป็นการทำความสะอาดตัวพระพุทธรูปด้วย เพราะตลอดปีเราไม่เคยทำความสะอาดพระพุทธรูปเลย
7/4/53 โพสต์โดย man in the mind
4 จาก 11
การสรงน้ำพระ ศาสนาพุทธ ใช้คำว่า ถวายเครื่องเถราภิเษก (สรงน้ำพระ) ครับ

ถ้าตั้งใจสรงน้ำพระ มีจิตศรัทธาให้พระวรกายของพระพุทธเจ้าสะอาดปราศจากมลทินแล้ว

ผลบุญนอกจะทำให้เราเป็นผู้มีความ สดชื่น เย็นกาย เย็นใจ ไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจแล้ว

ยังมีอานิสงส์ทำให้ได้ไปสู่สวรรค์ ชั้นดุสิต เลยทีเดียวครับ
http://www.bp.or.th/webboard/index.php?action=printpage;topic=8266.0
7/4/53 โพสต์โดย xswd
5 จาก 11
มาให้คะแนนครับ
ชอบทั้งหมดเลยทั้งคำถาม คำตอบ
7/4/53 โพสต์โดย ผมรวยแล้วไม่โกง
6 จาก 11
น้องชื่ออะไรคะ
แนะนำตัวด้วยค่ะ
8/4/53 โพสต์โดย katek
7 จาก 11
ง่ายๆเลย คนแก่ชอบเข้าวัด เด็กไปปั่นทราย ไมไม่แวะสรงน้ำพระล่ะครับ
9/4/53 โพสต์โดย จักพรรดิ์
8 จาก 11
บุคคลผู้ฉลาดย่อมถามหาเหตุผลแห่งการกระทำ

ผมคิดว่าคงเป็นวิธีการหนึ่งที่แสดงความเคารพ และก่อให้เกิดศรัทธาต่อพระพุทธเจ้านั้นแหละครับ
10/4/53 โพสต์โดย skipio
9 จาก 11
❤。◕‿◕。❤Good afternoon❤。◕‿◕。❤
ทักทายยามบ่ายค่ะ  น้องชาย
สบายดีรึเปล่าคะ
10/4/53 โพสต์โดย katek
10 จาก 11
บ้านอยู่ไหนคะ
บ้านพี่  41
10/4/53 โพสต์โดย katek
11 จาก 11
ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์ มีดังนี้ครับ
เศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร บ้านของเขาอยู่ใกล้กับบ้านของนักเลงสุรา นักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน มีผิวเนื้อเหมือนทอง วันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปกล่าวคำหยาบคายต่อเศรษฐี และเศรษฐีถามเขาว่าเหตุใดเขาจึงมาหมิ่นประมาทต่อเศรษฐีผู้มีทรัพย์สมบัติมาก นักเลงสุราได้ตอบว่าถึงเศรษฐีมีสมบัติมากก็ไม่มีบุตร เมื่อเศรษฐีตายแล้วทรัพย์สมบัติก็สูญเปล่า นักเลงสุรากล่าวว่าตนประเสริฐกว่าเศรษฐี เศรษฐีมีความละอายแล้วจึงบวงสรวงพระอาทิตย์พระจันทร์ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตรถึง 3 ปีก็มิได้มีบุตร อยู่มาวันหนึ่ง เป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีได้พาบริวารขนไปยังต้นไทรอันเป็นที่อยู่แห่งฝูงนก ทั้งปวงริมฝั่งน้ำ จึงเอาข้าวสารล้างน้ำ 7 ครั้ง แล้วหุงขึ้นบูชาพระไทร ประโคมพิณพาทย์ตั้งจิตอธิฐานขอบุตร พระไทรมีความกรุณา จึงเหาะไปเข้าเฝ้าพระอินทร์ พระอินทร์ได้ให้ธรรมบาลเทวบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภริยาของเศรษฐี เมื่อนางคลอดบุตรออกมา จึงให้ชื่อธรรมบาลกุมาร แล้วปลูกปราสาท 7 ชั้น ให้อยู่ใต้ต้นไม้ไทรริมฝั่งแม่น้ำ ธรรมบาลกุมารโตขึ้นได้เรียนรู้ภาษานก แล้วเรียนไตรเพทจนจบ เมื่ออายุ 7 ขวบและได้เป็นครูสอนมงคลการต่างๆแก่คนทั้งหลาย มงคลเหล่านั้นมีอยู่ 12 มงคล อันได้แก่ การโกนผมไฟ การเจาะหู การตั้งชื่อเด็ก การสอนเด็กให้เดิน ให้พูด การเปิบข้าว การนุ่งผ้า การว่ายน้ำ การโกนจุก การตัดเล็บ การตกแต่งร่างกาย และการแต่งงาน
ในขณะนั้นโลกทั้งหลายนับถือท้าวกบิลมหาพรหมองค์หนึ่ง ว่าเป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อท้าวกบิลมหาพรหมทราบจึงลงมาถามปัญหา 3 ข้อกับธรรมบาลกุมาร โดยให้สัญญากันไว้ว่า ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหานั้นได้ จะตัดเศียรบูชาความรู้ของธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหานั้นไม่ได้ต้องตัดศีรษะของตนบูชาท้าวกบิลมหาพรหมภายใน 7 วัน ปัญหา 3 ข้อนั้นมีอยู่ว่า
ข้อ 1.ตอนเข้าราศีของมนุษย์อยู่ที่ไหน
ข้อ 2.ตอนเที่ยงราศีของมนุษย์อยู่ที่ไหน
ข้อ 3.ตอนเย็นราศีของ มนุษย์อยู่ที่ไหน
เมื่อเวลาล่วงไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารยังคิดไม่ออก จึงนึกว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่ตนต้องตายด้วยอาญาของท้าวกบิลมหาพรหม ธรรมบาลกุมารไม่ต้องการตายจึงคิดหนีไปซุกซ่อนตายเสียดีกว่า แล้วลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาล 2 ต้น ซึ่งมีนกอินทรีสองตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้นเวลาค่ำนางนกอินทรีได้ถามสามีของมันว่าพรุ่งนี้จะได้อาหารที่ใด สามีของนางนกอินทรีตอบว่าจะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลมหาพรหมจะฆ่าเสีย เพราะธรรมบาลกุมารไม่สามารถตอบปัญหา 3 ข้อของท้าวกบิลมหาพรหมได้ นางนกอินทรีจึงถามสามีของมันว่า ปัญหา 3 ข้อนั้นมีอย่างไร สามีของนางนกอินทรีบอกว่าตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงราศีของมนุษย์อยู่ที่ไหน ตอนเย็นราศีของมนุษย์อยู่ที่ไหน นางนกอินทรีก็ถามสามีของมันว่าปัญหานั้นแก้อย่างไร สามีของนางนกอินทรีได้บอกว่า ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า ตอนเที่ยงราศีของมนุษย์อยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมปะพรมที่อก ส่วนตอนเย็นราศีของมนุษย์อยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า (คณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ.2529 : 84)
ธรรมบาลกุมารได้ยินการสนทนาของนกอินทรี 2 ผัวเมียเช่นนั้นแล้ว ก็ได้กลับไปยังปราสาทของตน ครั้นวันรุ่งขึ้นท้าวกบิลมหาพรหมได้มาถามปัญหา 3 ข้อนั้น ธรรมบาลกุมารได้ตอบคำถามนั้นถูกต้อง ท้าวกบิลมหาพรหมจึงเรียกเทพธิดาทั้งเจ็ดผู้เป็นบริจาริกา(แปลว่าหญิงรับใช้ หรือภรรยา) พระอินทร์มาพร้อมกันแล้วบอกว่าเราจะตัดศีรษะของเราบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าศีรษะ ของเราตั้งไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้ทั่วโลก ถ้าทิ้งขึ้นบนอากาศฝนจะแล้งถ้าทิ้งในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง จึงให้เทพธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารองรับศีรษะ แล้วตัดศีรษะส่งให้ธิดาองค์ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรของบิดาไว้ แล้วแห่ประทักษิณ(คือการแห่เวียนขวา) รอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธธุลีเขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องพิมพ์ต่างๆ พระเวสสุกรรมหรือวิษณูกรรมก็นิรมิตโลงด้วยแก้วเจ็ดประการชื่อภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงได้นำเถาฉมูนาค(ไม่ทราบว่าเถาอะไร น่าจะเป็นเถาไม้ที่ใช้หมักสำหรับทำน้ำโสมหรือสุรา) มาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกพระองค์ ครั้นถึงครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่งเป็นสงกรานต์ นางเทพธิดา 7 องค์ จึงผลัดเวรกันองค์ละ 1 ปี มาอัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลมหาพรหมออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก  (วีระชัย มีชอบธรรม และคณะ.2530 : 123,สุเมธ เมธาวิทยากุล. 2535 : 6)
ชื่อนางสงกรานต์
ทุงษเทวี
โคราคเทวี
รากษสเทวี
มณฑาเทวี
กิริณีเทวี
กิมินาเทวี
มโหทรเทวี
11/4/53 โพสต์โดย xswd
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ตั้งพระพุทธรูปกับพระพิฆเนศรวมกันได้ไหม
การใช้เหตุผล กับหลักคำสอนศาสนามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ใครมีความรู้เรื่อง การดูพระพุทธรูปในสมัยต่างๆ ของไทย
ถามเรื่อง ศาสนากันบ้างดีกว่า
ทุกครั้งที่เราไหว้และกราบพระพุทธรูปเราเคยเห็นรอยยิ้มของท่านบ้างไหม?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู