หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
วิธีรักษาโรคtic
TICS
โรคเบาหวาน | แชท | ยา 4/11/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 2
Tics disorder
ก็ไม่มียาอะไรที่จำเพาะต่อโรคนี้นะครับ
ถ้าจะพอช่วยได้ก็เป็นวิธีที่เรียกว่า behavioral therapy ไทยเรียก พฤติกรรมบำบัดครับ ทำเองไม่ค่อยสำเร็จครับ ควรให้จิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดเป็นคนช่วยครับ
แต่คุณรู้จักชื่อโรคแล้วหมายความว่าหาหมอมาแล้วหมอเค้าน่าจะแนะนำแล้วนะครับ
4/11/53 โพสต์โดย NyG
2 จาก 2
เด็ก Tics

การแบ่งแยกโรค หรือความผิดปกติในทางจิตเวชเด็ก ถือลักษณะอาการแสดงเป็นสำคัญ เกณฑ์วินิจฉัยข้อต่างๆ ได้มาจากการวิจัย ซึ่งช่วยให้ผู้ที่มิใช่จิตแพทย์เด็กโดยตรงสามารถเห็นภาพของลักษณะการแสดงออกของโรคที่เป็นจริง และมีความสำคัญทางคลินิก แบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม ซึ่งในแต่ละกลุ่มยังมีชนิดโรคย่อยๆอีกหลายประการ ได้แก่

1)      Mental Retardation หรือที่เรียกกันว่า ปัญญาอ่อน ซึ่งหมายถึง ความผิดปกติทางด้านปัญญา และความบกพร่องทักษะการปรับตัว ทำให้ความสามารถในการดำรงชีวิตบกพร่องไป โดยเกิดขึ้นก่อนอายุ 18 ปี

2)      Learning Disorders หรือความบกพร่องของทักษะในการเรียน คือความผิดปกติของสมองในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ อันได้แก่

a.      Reading disorder คือ เด็กมีปัญหาในการอ่านให้เข้าใจ

b.      Mathematics disorder คือ เด็กมีปัญหาในเรื่องคณิตศาสตร์

c.       Disorder of written expression คือ เด็กมีปัญหาในการเขียนแสดงสื่อความหมาย

3)      Motor Skills Disorders มีความผิดปกติของการประสานงานของกล้ามเนื้อมือ

4)      Communication Disorders มีความผิดปกติในด้านการสื่อสารไม่ว่าภาษาพูด หรือภาษามือ (sign language) ซึ่งอาจเป็นเพราะความผิดปกติในด้านการแสดงออก การรับและตีความหมาย การออกเสียง ติดอ่าง เป็นต้น

5)      Pervasive Developmental Disorders คือความผิดปกติในด้านพัฒนาการหลายด้าน ได้แก่ การโต้ตอบเข้าใจภาษา การมีความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดรอบข้าง และ การมีความคิดจินคนาการที่เหมาะตามวัย ซึ่งเด็กมักมาตรวจด้วยอาการไม่พูด ไม่ติดใคร ตัวอย่างเช่น autistic disorder หรือ ออทิสซึ่ม ที่รู้จักกันดี

6)      Attention-Deficit and Disruptive Behavior Disorders แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยๆ คือ

a.      Attention- deficit/hyperactivity disorder หรือโรคซน-สมาธิสั้น

b.      Conduct disorder เด็กมีพฤติกรรมเกเรคล้ายอันธพาล

c.       Oppositional defiant disorder เด็กมีอาการดื้อ ไม่เชื่อฟัง

7)      Feeding and Eating Disorders of Infancy or Early Childhood ความผิดปกติในพฤติกรรมการกิน เช่น pica (กินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารตามวัฒนธรรมนั้นๆ) rumination disorder (เคี้ยวกลืนแล้วขย้อนออก) หรือปัญหาในการป้อนอาหารจนเด็กไม่เติบโตตามเกณฑ์

8)      Tic Disorders คือ อาการกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆอย่างไม่เป็นจังหวะ หรือการส่งเสียงหรือพูดคำต่างๆ ซ้ำๆ

9)      Elimination Disorders คือความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งปัสสาวะและอุจจาระ

10)  อื่นๆ ได้แก่

a.      Separation anxiety disorder ความกังวลต่อการต้องแยกจากพ่อแม่หรือคนใกล้ชิด

b.      Selective mutism เด็กไม่ยอมพูดกับคนนอกครอบครัว แม้แต่ที่โรงเรียน

c.       Reactive attachment disorder of infancy or early childhood เด็กที่ขาดความรักผูกพันแต่เล็ก เช่นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง จนเกิดปัญหาเหม่อลอย ไม่สนใจคนอีกเลย หรือต้องสนิทกับคนแบบไม่เลือก

d.      Stereotype movement disorder พฤติกรรมซ้ำๆ ของเด็ก เช่น ดูดนิ้ว กัดเล็บ โขกศีรษะกับพื้น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโรค tics นั้นเป็นโรคที่อยู่คนละกลุ่มกับโรคออทิสซึ่ม หรือโรคซน-สมาธิสั้น ซึ่งพฤติกรรมของเด็กในแต่ละโรคนั้นก็แตกต่างกัน แต่ในบางครั้งเด็กอาจมีอาการของโรคหลายโรคได้ ซึ่งโรค tic เป็นโรคที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับภาวะเครียดทางจิตใจ มีผลกระทบต่อการปรับตัวทางสังคมของเด็ก และพบร่วมกับอาการอื่นๆ ด้วย เช่น ย้ำคิด และย้ำทำ ซนผิดปกติ ขาดสามาธิ การยับยั้งชั่งใจ เหมือนเด็กที่เป็นโรคซน-สมาธิสั้น หรืออาจมีปัญหาด้านการเรียนร่วมด้วย พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมของลูก และอาจสอบถามจากคุณครูที่โรงเรียนด้านการเรียน และพฤติกรรมของลูก เพื่อที่จะทำการป้องกันและแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้ไม่เป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นหากปล่อยปละละเลยไว้นานเกินไป หากลูกมีอาการดังกล่าว หรือสงสัยว่าจะมีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อทำการบำบัดรักษาตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรง และยังทำให้พัฒนาการการเรียนรู้ด้านต่างๆ ของเด็กดีขึ้นได้ด้วยหากรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

โรค Tic หรืออาการกระตุก เป็นโรคที่มีสาเหตุเกิดจากความบกพร่องในการทำหน้าที่ของสมองร่วมกับปัจจัยด้านความเครียด อาการของเด็กก็มักจะมีการเคลื่อนไหวปกติ และ/หรือมีการเปล่งเสียงที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งคำว่า tics นั้นหมายถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือการเปล่งเสียงที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด และเป็นซ้ำๆ กันโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างของ tics ที่ พบบ่อย ได้แก่ อาการกระพริบตา สะบัดคอหรือส่ายศีรษะ ยักไหล่ หรือเปล่งเสียง กระแอมไอ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่มักเกิดขึ้นซ้ำติดต่อกันเป็นชุด โดยไม่เป็นจังหวะ หรือแบบแผนที่แน่นอน

โรคนี้อาจเป็นได้หลายแบบ ซึ่งอาการและระยะเวลาการเป็นนั้นจะแตกต่างกันออกไป บางประเภทอาจเป็นเฉพาะในเด็กและจะหายได้เองในระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี อาการที่เป็นจะไม่รุนแรง บางประเภทก็จะมีอาการเรื้อรังไปจนถึงวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่แต่อาการจะลดลงจนเหลือน้อยมากในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งจากอาการของเด็ก คือ มีอาการชอบส่ายหัวตั้งแต่ช่วงคอขึ้นไปจะเป็นโรค tic แบบการเคลื่อนไหวไม่ซับซ้อน

การรักษาโรค tic นั้น สามารถทำได้ทั้งทางร่างกาย จิตใจ ครอบครัว สังคม ไปพร้อมๆ กัน เช่น พ่อแม่ และบุคคลอื่นๆ ไม่ควรพูดทัก ห้ามปราม หรือเพ่งเล็งที่อาการ แต่ควรมองหาและแก้ไขภาวะเครียดที่เป็นสาเหตุ ซึ่งต้องเข้าใจว่าอาการนี้จะลดลงเมื่อโตขึ้น และอาจหายไปทั้งหมดเมื่อเข้าวัยรุ่นตอนปลาย ทางโรงเรียนควรได้รับการชี้แจงให้เข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ ไม่ควรเพ่งเล็ง ห้ามปราม และล้อเลียนอาการ tics ของเด็ก และเด็กควรได้รับการช่วยเหลือในด้านการปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ และการปรับตัวต่อการเรียนเมื่ออาการ tics ทำให้เห็นอุปสรรค อาจอนุญาตให้เด็กพักออกจากห้องเรียนในช่วงสั้นๆ ในขณะมีอาการ tics ที่รุนแรง เพื่อไม่ให้เป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ นอกจากนี้ยังมีการรักษาด้วยยาด้วย  ซึ่งเด็กได้รับ Haloperidol 5 mg tab

ยา Haloperiodol เป็นยาที่ใช้รักษาโรค tics ได้ดีที่สุด ยาไปออกฤทธิ์กดสมองส่วนกลางซึ่งพบว่าสามารถลดความรุนแรงของโรคลงได้ ซึ่ง US FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วขนาดยาในตอนเริ่มต้นในเด็กอายุ 3-12 ปี และน้ำหนักอยู่ในช่วง 15-40 kg ควรให้ในขนาดต่ำๆ ก่อน คือ 0.05 mg/kg/day หรือ 0.25-0.5 mg/day โดยแบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง จากนั้นจึงเพิ่มขึ้น 0.25-0.5 mg ทุกๆ 5-7 วัน โดยที่ขนาดยาสูงสุดที่ให้ได้ คือ 0.15 mg/kg/day ส่วนขนาดยาเมื่อใช้ต่อเนื่อง คือ 0.05-0.075 mg/kg/day โดยแบ่งให้วันละ 2-3 ครั้ง

นอกจากนี้ Haloperiodol ยัง ใช้ในโรคจิตเวชอีกหลายโรคในผู้ใหญ่ เช่น โรคจิตเภท ประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง และโรคความผิดปกติในเด็กหลายๆ โรค เช่น เด็กที่เป็นโรคซึ่งมีอาการต่อต้าน ดื้อ ไม่เป็นมิตร ไม่ควบคุมอารมณ์ ผิดปกติไปจากเด็กปกติในวัยเดียวกัน หรือเด็กที่เป็นโรคที่มีพฤติกรรมเกเร ชอบพูดปด หลอกลวง หนีเรียน ชกต่อย รังแกสัตว์ ทำลายของสาธารณะ ที่ผิดปกติ นอกจากนี้ Haloperidol ยังใช้ในการรักษาโรคซน-สมาธิสั้นในเด็กอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่ายาตัวนี้ใช้รักษาโรคได้หลากหลายมาก เพียงแต่ว่าขนาดยาในการรักษาแต่ละโรคนั้นก็แตกต่างกันไป ซึ่งโรค tic นั้นก็เป็นหนึ่งในโรคที่สามารถใช้ยาตัวนี้รักษาได้

การใช้ ยานี้ควรใช้อย่างระมัดระวัง พยายามอย่าลืมรับประทานยา และไม่ควรเพิ่ม ลดขนาด หรือหยุดยาเอง เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการที่รุนแรงขึ้นได้

           ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญของยานี้ที่พบบ่อย คือ การเกิด อาการง่วงซึม น้ำหนักตัวเพิ่ม อาการสั่น กระตุก ซึ่งอาการจะลดลงได้เมื่อลดขนาดยา ดังนั้นเมื่อมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการปรับขนาดที่ เหมาะสมในการลดอาการข้างเคียงดังกล่าว นอกจากนี้ยังมียาบางตัวที่สามารถใช้รักษาอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวได้ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายก็ตอบสนองต่อยาดี แต่ควรอยู่ในการดูแลจากแพทย์ด้วย เช่น Benztropine, trihexyphenidly เป็นต้น
4/11/53 โพสต์โดย magic1412
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ที่ว่าหากตรวจพบในระยะแรกของโรคเอดส์จะรักษาได้รักษาได้ขาดเลยหรือต้องกินยาตลอด
โรคภูมิแพ้ รักษาอย่างไร
ยารักษาโรคเอดส์
วิธี รักษา โรค อัมพฤกษ์
วิธีการรักษามดลูกให้คืนวัยสาว
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู