หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
เด็กอายุครบ 6 เดือนแล้ว ให้กินอาหารอย่างไรบ้าง
ลูกอายุครบ 6 เดือนแล้ว ที่ผ่านมากินนมแม่ตลอด
ตอนนี้ต้องให้ลูกกินอะไรเพิ่มบ้าง กินแค่ไหน ทำอย่างไร
ขอคำแนะนำผู้มีประสบการณ์เลี้ยงเด็ก
อาหาร | โภชนาการ | เลี้ยงดูเด็ก 20/5/54 โพสต์โดย Chumpot
คำตอบ
1 จาก 8
ไม่มีประสบการณ์เลยหามาได้แค่นี้ค่ะ
20/5/54 โพสต์โดย oh-ha-ni
2 จาก 8
ให้ทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายๆ  ค่ะ  เพราะท้องเด็กยังไม่ชิน
ทานก่อนมื้อนม  ช่วงเช้ากลางวันและเย็น
มื้อละช้อน  สองช้อนก็พอคะ  ในช่วงแรกๆๆ  อย่าพึ่งให้ทานเยอะ
23/5/54 โพสต์โดย Pakpilaiza
3 จาก 8
5 เดือนขึ้นไป

           ข้าวบด 3-4 ช้อนเล็ก กับถั่วต่างๆ ต้มสุกบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่แดง เนื้อปลา หรือกล้วยน้ำว้าสุกบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม

6-7 เดือน

           ข้าวบดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ บดสลับกับตับบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด แล้วให้นมแม่จนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ และผลไม้วันละครั้ง

10-12 เดือน

           กินอาหารต่างๆ สลับกันไปเช่นเดียวกับเดือนที่ 8-9 แต่เพิ่มปริมาณมากขึ้นและหยาบขึ้น จนกระทั่งไม่ต้องบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 3 มื้อและผลไม้วันละครั้ง

           อาหารที่เตรียมให้ลูกนั้น สามารถเพิ่มพลังงานให้มากขึ้นได้  โดยการเติมน้ำมันพืช 1-2 ช้อนเล็ก ในอาหารแล้วผสมให้เข้ากัน

           3.สารอาหารอะไรบ้างที่ลูกต้องการ

           สารอาหารหลักที่ลูกต้องการคือ พลังงานและโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจะช่วยให้เจริญเติบโตและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ

           อาหารโปรตีนได้จากอะไร?

            จากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ปลา และถั่วเมล็ดแห้ง

ธาตุเหล็ก คืออะไร?

           ธาตุเหล็กเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

           ทารกแรกเกิดจนถึง 4 เดือนที่ได้รับนมแม่หรือนมผสม จะได้รับธาตุเหล็กเพียงพอ

           แต่เมื่ออายุเกิน 4-6 เดือนไปแล้ว ความต้องการธาตุเหล็กจะมีมากขึ้น ทำให้ต้องได้รับธาตุเหล็กจากอาหาร

           การเพิ่มธาตุเหล็กทำได้โดยการเสริมไข่แดงสุกหรือตับบดสุกเมื่อลูกอายุ 4 เดือน เนื้อปลา เมื่ออายุ 5 เดือน และเนื้อสัตว์บดเมื่ออายุ 7 เดือน

           วิตามินเอ

           มีความสำคัญมากในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยปรับสภาพการมองเห็นในที่มืด แหล่งของวิตามินเอมีมากมาย ได้แก่ ตับสัตว์ต่างๆ ผักใบเขียวและผักที่มีสีเหลือง เช่น ผักบุ้ง ตำลึง ฟักทอง แครอท หรือผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก เป็นต้น

           แคลเซียม

           เป็นส่วนประกอบของเซลล์กระดูก ซึ่งเป็นโครงสร้างของร่างกาย โดยทั่วไปทารกที่ได้รับนมแม่หรือนมผสมเพียงพอตามวัยก็จะได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสมด้วยอยู่แล้ว

           แต่แม่อาจเพิ่มอาหารเสริมที่เป็นแหล่งของแคลเซียมสูง เช่น ปลาป่น เต้าหู้ขาว ลงในอาหารของลูกได้

           ไอโอดีน

           เป็นธาตุที่สำคัญช่วยให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานอย่างเป็นปกติ การขาดไอโอดีนจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ช้า มีสติปัญญาด้อยกว่าปกติ การใช้เกลือไอโอดีนในอาหารจะช่วยให้ลูกได้รับไอโอดีนได้ ถึงแม้อาหารทะเลจะมีไอโอดีนเพียงพอ แต่ยังไม่แนะนำให้นำมาเตรียมเป็นอาหารให้ลูก เนื่องจากอาจเกิดการแพ้ได้

           นอกจากนี้ วิตามิน บี 1 บี 2 บี 6 บี 12 โฟเลต ธาตุโซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี และฟอสฟอรัส ก็มีผลต่อการเติบโตของลูกด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่จัดเตรียมอาหารที่มีทั้งประเภทแป้ง เนื้อสัตว์ ไขมัน ผัก และผลไม้ ในแต่ละวันให้ลูก ก็สามารถแน่ใจว่าลูกจะได้สารอาหารครบถ้วนแน่นอน

 4.เมื่อจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงทารกแทนนมแม่

กรณีที่แม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น แม่เจ็บป่วยมีปัญาหัวนมแตก น้ำนมไม่พอ ฯลฯ ก็อาจมีความจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงลูก แม่ควรได้ปรึกษากุมารแทพย์หรือพยาบาลเพื่อให้สามารถเลือกชนิดของนมผสมได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัยของลูก

           โดยทั่วไปจะแบ่งนมผสมเป็น 3 ประเภท

           1.นมผงดัดแปลงสำหรับทารก – เป็นนมที่ดัดแปลงให้มีสารอาหารใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน

           2.นมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง – เป็นนมดัดแปลงที่มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นและมีการเติมวิตามินและแร่ธาตุลงไป เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี

           3.นมครบส่วน – ผลิตภัณฑ์นี้จะมีได้ทั้งที่เป็นนมผงและนมสดทั่วไป เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ นมกล่องยูเอชที ฯลฯ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

            เนื่องจากนมผงมีหลายประเภท และขนาดช้อนตวงแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปช้อนตวงนมจะมี 2 ขนาดคือ

           1.ช้อนตวงขนาดเล็ก (ขนาดประมาณ 4.5 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 1 คือ นมผง 1 ช้อน ต่อน้ำ 30 มิลลิลิตร หรือ 1 ออนซ์

           2.ช้อนขนาดใหญ่ (ขนาด 7-8 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 2 คือ นมผง 1 ช้อนต่อน้ำ 60 มิลลิลิตร หรือ 2 ออนซ์

           การผสมนมใน 2 ลักษณะข้างต้นนี้จะได้ส่วนผสมของนม โดย 1 ออนซ์จะให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี สิ่งสำคัญในการเตรียมนมผสม คือ เน้นความสะอาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการท้องเดินที่จะเกิดขึ้นได้

           การเตรียมที่ถูกต้องควรเริ่มตั้งแต่การล้างทำความสะอาดขวดนมและจุกนม ไม่ให้มีคราบนมติดขวด จากนั้นต้มขวดนมในน้ำเดือด นาน 5-10 นาที ส่วนจุกยางให้ต้มในน้ำเดือดไม่เกิน 5 นาที (เพราะถ้าต้มนานจะทำให้จุกยางเสื่อม) เมื่อจะผสมนมให้ใส่น้ำสุกอุ่นๆ ลงในขวดจนได้ปริมาณตามต้องการ แล้วตวงนมผงใส่ลงในขวด ปิดจุกขวดเขย่าจนนมผงละลายหมด การเตรียมนมผสมควรเตรียมมื้อต่อมื้อแล้วใช้ทันที หากยังไม่ได้ใช้ทันทีควรเก็บนมที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็น

5 .ใน 1 วัน ลูกน้อยควรได้รับอาหารอะไร จำนวนเท่าไร

เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดตายตัวว่าลูกจะต้องได้รับอาหารแต่ละชนิดเป็นปริมาณเท่าไหร่ ลูกอาจจะทานอาหารได้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แนะนำได้ แต่ต้องไม่ต่างจากที่แนะนำมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามในระยะสองขวบปีแรกเด็กควรได้รับนมแม่ควบคู่ไปกับการาได้รับอาหารเสริมตามวัย

           เมื่อลูกน้อยมีอายุ 4-5 เดือน

           ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 76-188 กิโลแคลอรี โปรตีน 1.2-4.1 กรัมต่อวัน

           ดังนั้น อาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ ข้าวบดกับปลานึ่ง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว เนื้อปลา 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

           หรือ ข้าวบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

           หรือ ฟักทองบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ฟักทองบด 6 ช้อน กินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

           หรือ กล้วยน้ำว้าครึ่งผล และไข่แดงครึ่งฟอง

          เมื่อลูกอายุ 6-8 เดือน

           ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 269-371 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.7-5.4 กรัมต่อวัน

           ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 2 มื้อ

           เช้า       ข้าวต้มปลาช่อนตำลึง

           บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

           เย็น       ข้าวต้ม + ไข่ตุ๋นแครอท

หรือ

           เช้า       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

           บ่าย       มะละกอสุก หรือมะม่วงสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

           เย็น       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

 เมื่อลูกอายุ 9-12 เดือน

           ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 451-6545 กิโลแคลอรี โปรตีน 3.5-6.2 กรัมต่อวัน

           ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 3 มื้อ

           เช้า       ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาใส่ตำลึงและฟักทอง

กลางวัน ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาช่อนใส่ตำลึงและฟักทอง

           บ่าย       กล้วยน้ำว้าสุกครึ่งผล

           เย็น       ข้าวตุ๋น + ไข่คั่วตำลึง

           หรือ

           เช้า       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

           กลางวัน ข้าวผัดสามสี

           บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

           เย็น       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

           คุณแม่อย่าลืมว่าอาหารที่เตรียมให้ลูกควรจะต้องเป็นอาหารที่ทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาทำหลายๆ ครั้ง ก็จะต้องเก็บในตู้เย็น และอุ่นให้ลูกก่อนป้อน เพื่อป้องกันอาการท้องเสียนะคะ
25/5/54 โพสต์โดย อาราเร่จัง
4 จาก 8
ต้องค่อยๆเริ่มไปทีละน้อยค่ะ
ป้อนแระๆอย่าพึ่งไปหวังให้ลูกทานมากมายค่ะ
คำสองคำก็ยังดี
ให้ท้องเด็กชินกับอาหารก่อน
27/5/54 โพสต์โดย Pakpilaiza
5 จาก 8
ลูกชายผมก็อายุพอๆ กัน ตอนนี้ 5 เดือนครึ่งแล้ว

้เด็กที่เคยกินแต่นม วันแรกที่ให้อาหารเสริม จะบ้วนทิ้งก็ไม่แปลกครับ เพราะรสชาติยังไม่คุ้น

ป้อนวันแรก คำเดียว ก็พอแล้ว แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นในวันหลังๆ

การให้อาหารเสริมใหม่ๆ ให้เพิ่มทีละอย่าง เพราะจะได้รู้ว่าลูกแพ้อาหารชนิดนั้นหรือไม่ ถ้าเพิ่มทีเดียวหลายอย่าง แล้วลูกแพ้ เราจะไม่รู้ว่าลูกแพ้ตัวไหน

ให้กินอาหารเสริมอย่างเดียวและสังเกตุดูอาการของลูกประมาณ 1 สัปดาห์

ถ้าลูกกินได้ไม่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ท้องอืด หรือท้องผูก แสดงว่าลูกกินอาหารชนิดนั้นได้

สัปดาห์ถัดไป ค่อยเพิ่มอาหารชนิดใหม่เข้าไป

และวันแรกที่ให้เริ่มกินอาหารชนิดใหม่ ควรเป็นมื่อเช้าไม่เกิน 10 โมง เพราะถ้าลูกมีปัญหากับอาหารชนิดนั้น จะได้ไปหาหมอในวันนั้นก็ยังทันครับ

เวลาป้อนกล้วย ให้เอาช้อนค่อยๆ ขูดเอาเฉพาะเนื้อกล้วย ไม่เอาตรงไส้

แล้วเวฟให้สุก ให้ครั้งละครึ่งลูก ผสมน้ำต้มสุกให้ข้นประมาณโจ๊ก

ใช้ช้อนป้อนอาจจะไม่ทันใจลูก ให้ใส่ขวดนม โดยใช้จุกนมสำหรับอาหารข้น แล้วให้ลูกดูด

ฟักทองต้มก็กินได้ หั่นฟักทองเป็นชิ้นเล็กๆ นึ่งให้สุก แล้วดันผ่าน ตะแกรง ใส่ขวดนมให้ลูกกินได้เหมือนกัน

ถ้าเป็นข้าวต้องหุงใส่น้ำเยอะกว่าปกติ แล้วดันผ่านตะแกรงข้าวจะกลายเป็นเนื้อละเีอียดกว่าโจ๊ก ใส่ขวดให้ลูกดูดได้เหมือนกัน

แต่การให้อาหารข้นทางขวดนมต้องเปลี่ยนจุก เป็นใช้จุกสำหรับอาหารข้น

ที่สำคัญถ้าเด็กไม่ชอบอาหารชนิดไหน ไม่ควรยัดเยียดให้เด็กกิน ให้หาอย่างอื่นให้เด็กกินแทน หรือ พยายามหัดให้กินในวันอื่น

อาจจะมีคนข้างบ้านบอกให้กินนั่น กินนี่ ก็ไม่ต้องไปสนใจมากนัก ให้ถามหมอที่ดูแลลูกเราดีกว่า

เลี้ยงลูกต้องใจเย็นๆ ครับ อย่ากังวลว่าเด็กคนอื่นกินนั่น กินนี่ได้แล้ว แต่ลูกเรายังกินไม่ได้ หรือ เด็กคนอื่นทำนั่น ทำนี่ได้แล้ว แต่ลูกเรายังทำไม่ได้

จริงๆ แล้วการที่เด็ก จะเริ่มทำอะไรเร็ว หรือ ช้า กว่าเด็กคนอื่นซัก เดือนสองเดือน มันไม่มีผลต่อชีวิตเค้าตอนโตเลยครับ
1/6/54 โพสต์โดย เป็นต่อ
6 จาก 8
กินซีรีแล็กครับ สูตรเริ่มต้น เด็ก 6 เดือนกินได้ครับ
26/10/54 โพสต์โดย อุลต้าแมน
7 จาก 8
แรกเกิด ถึง 5 เดือน ให้น้องกินแต่นมอย่างเดียวค่ะ  
ตอนนี้น้องก็ 6 เดือนแล้ว เริ่มป้อนซีรีแลคสูตรเริ่มต้น
บางมื้อก็ต้มฟักทอง แครอท ใบตำลึง กับน้ำซุป บดรวมกัน น้องก็ทานได้ดีค่ะ
7/8/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
8 จาก 8
เข้าไปดูเมนูอาหารต่างๆที่เหมาะกับช่วงวัยที่นี่
http://food.mothersdigest.in.th/six_to_twelve/
7/1/57 โพสต์โดย Thammarat ABCGroup
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
หากวันหนึ่ง ท่านกินยาประหลาด แล้วทำให้เด็กลงเหลือประมาณ 4-5 ขวบ ท่านจะรู้สึกเช่นไร
ทำไมเด็กอายุ2ขวบถึงต้องถามทุกอย่างที่เห็น แต่ก็สนุกดี
ที่นี่ใครเป็นเด็ก ใครเป็นผู้ใหญ่
!!! คิดอย่างไงกับเด็กอายุ 13 ข่มขืนแล้วฆ่าเด็กอายุ 9 ขวบ !!!
หนูอยากทราบว่า อยู่ก่อนแต่งกับแต่งก่อนอยู่ อะไรดีกว่ากันค่ะ จากเด็กอายุ 13 ปีค่ะ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู