หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
กฏหมาย มาตรา 103 ว่าด้วย ส.ส. ห้ามรับของที่มีมูลค่าเกินเท่าใด
กฏหมายรัฐธรรมนูญที่ห้าม บรรดาส.ส. รับของที่มีมูลค่าเกินเท่าใดถือว่าผิดกฏหมาย  และมีข้อความเต็มว่าอย่างไร
กฏหมาย 8/1/53 โพสต์โดย ผู้ชายพาผู้หญิงอายุ 18 หนีมีผลทางกฏหมายอย่างไร
คำตอบ
1 จาก 2
แล้วผู้ชายอายุเท่าไหร่ละครับผม
จะได้บอกถูก
8/1/53 โพสต์โดย DEATH ฑูตแห่งความตาย
2 จาก 2
เก็บมาฝากค่ะ เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงกรณีของ สส.พรรคเพื่อไทย กับการจับของขวัญในงานปีใหม่ที่ผ่านมาค่ะ

=============================================
"...ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้วางหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน
หรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2543 สรุปได้ ดังนี้
                           1. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลภายนอก เว้นแต่โดยธรรมจรรยาได้แก่ การรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากญาติ  หรือจากบุคคลที่ให้กันในโอกาสต่างๆ โดยปกติตามขนบธรรมเนียมประเพณี หรือวัฒนธรรม หรือให้กันตามมารยาทที่ปฏิบัติกันในสังคม    การรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาได้ดังต่อไปนี้  1) จากญาติซึ่งได้โดยเสน่หาตามจำนวนที่เหมาะสมตามฐานานุรูป  2) จากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ญาติมีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล และแต่ละโอกาสไม่เกินสามพันบาท  3)  เป็นการให้ในลักษณะให้กับบุคคลทั่วไป

                           2. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากต่างประเทศ ซึ่งมิได้ระบุให้เป็นการส่วนตัว หรือมีราคา หรือมูลค่าเกินกว่าสามพันบาท เจ้าหน้าที่ของรัฐมีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องรับเพื่อรักษาไมตรี มิตรภาพหรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล ให้รายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ยึดถือไว้เป็นประโยชน์ส่วนบุคคล ให้ส่งมอบทรัพย์สินให้หน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดอยู่โดยทันที

                           3. การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่ได้เป็นไปโดยธรรมจรรยา  มีราคาหรือมูลค่าเกินกว่าสามพันบาท เจ้าหน้าที่ของรัฐมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องรับเพื่อรักษาไมตรี มิตรภาพ หรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลให้รายงานรายละเอียดข้อเท็จจริงให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการโดยทันที เพื่อวินิจฉัยว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ไว้เป็นสิทธิของตน หรือไม่  กรณีมีคำสั่งไม่สมควรรับให้คืนทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยทันที กรณีไม่สามารถคืนได้ ให้ส่งคืนหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ที่ผู้นั้นสังกัดโดยเร็ว เมื่อมีการดำเนินการแล้วให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่เคยรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์เลย

               ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2544 สรุปได้ดังนี้
                           1. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะให้ของขวัญแก่ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชามิได้

                           2. เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเรี่ยไรเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด หรือใช้เงินสวัสดิการเพื่อมอบให้แก่ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของผู้บังคับบัญชามิได้

                           3. ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลในครอบครัวของตน รับของขวัญจากเจ้าหน้าที่มีมูลค่าเกินสามพันบาทมิได้

                           4. เจ้าหน้าที่จะยินยอมให้บุคคลในครอบครัวรับของขวัญมีมูลค่าเกินสามพันบาทในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ขอใบรับรอง ขอให้ออกคำสั่งทางการปกครอง หรือการร้องเรียน การจัดซื้อจัดจ้าง การรับสัมปทาน การประกอบกิจกรรม หรือธุรการ หรือธุรกิจหลักทรัพย์ ได้รับผลประโยชน์หรือผลกระทบจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิได้

                           5. เจ้าหน้าที่จะยินยอมให้บุคคลในครอบครัวรับของขวัญในการปฏิบัติหน้าที่มิได้ ในกรณีจงใจปฏิบัติในการให้ของขวัญหรือรับของขวัญไม่เกินสามพันบาท ให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัย

                           6.  ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปฏิบัติตามกฏหมายโดยเคร่งครัดในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยตามควรแก่กรณี กรณีเห็นว่าการกระทำนั้นอาจมีเหตุเกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการมีมูลความผิดทางอาญา  หรือฝ่าฝืนกฎหมายอื่นให้แจ้งหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาดำเนินการต่อไป

                                         เพื่อประโยชน์ในการสร้างทัศนคติในการประหยัดแก่ประชาชนทั่วไป ให้ใช้บัตรอวยพร การลงนามในสมุดอวยพร หรือใช้บัตรแสดงความเสียใจ แทนการให้ของขวัญ
    ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2544 สรุปได้ ดังนี้
                           1. หน่วยงานของรัฐจะจัดให้มีการเรี่ยไรหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจาก กคร. (คณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร) หรือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไร

                           2. หลักเกณฑ์การเรี่ยไร ต้องมีลักษณะและวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้ 1) เพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐนั้นเอง   2) เพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือพัฒนาประเทศ   3) เพื่อสาธารณประโยชน์และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรตามกฎหมายแล้ว

                           3. ข้อยกเว้นไม่ต้องขออนุมัติจาก กคร.  1) เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และมีมติ ค.ร.ม. 2) เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากสาธารณภัยหรือเกิดเหตุการณ์ใดที่สำคัญ 3) ในโอกาสการทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน  4) เงินหรือทรัพย์สินไม่เกินจำนวนหรือมูลค่าตามที่ กคร.กำหนด  5) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐอื่นที่ได้รับอนุมัติ หรือได้รับยกเว้นในการขออนุมัติตามระเบียบแล้ว

                           ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐได้รับอนุมัติหรือได้รับการยกเว้น ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1) ประกาศหรือเผยแพร่ ต่อสาธารณชน  2) กำหนดสถานที่หรือวิธีการเรี่ยไร  3) ออกใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินหรือทรัพย์สิน 4) จัดทำบัญชีการรับจ่ายเงินหรือทรัพย์ตามระบบบัญชีราชการภายในเก้าสิบวัน 5) รายงานสำนักงานการตรวจสอบเงินแผ่นดินภายในสามสิบวัน...."

http://www.dtn.moc.go.th/web/trans/%E0%B8%9B.%E0%B8%9B.%E0%B8%8A.htm
8/1/53 โพสต์โดย ตั้ว เสื้อผ้าคนอ้วน
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ผู้ชายพาผู้หญิงอายุ 18 หนี ผิดกฏหมายมาตราใด
ว่าด้วยการที่คณะนิติราษฏร์จะขอแก้มาตรา112 โดยใช้รายชื่ออย่างน้อย10,000คน แต่คณะนิติราษฏร์ถามคนไทยอีก60กว่าล้านคนหรือยัง?
ขำขัน(ประมวลกฏหมายของข้าพเจ้า) อิอิ ^___^
ดอกเบี้ยธนาคาร ธกส. ร้อยละเท่าใด
รัฐธรรมนูญมาตราไหนที่ รัฐบาลปู จะแก้คะ อยากรู้จิงๆ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู