หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
มนุษย์ต้นกัปป์, โอปปาติก, ปรมาณู?
ผมสมัครสมาชิกลานธรรมไม่ได้ ขออภัยที่ต้องถามเสียยาวไว้ที่นี่นะครับ
ผมยังไม่เคยเรียนอภิธรรม มีข้อสงสัยดังนี้ ไม่ทราบผิดเพี้ยนอย่างไรบ้าง

1) กัปป์ คือช่วงอายุสิ่งที่ฝรั่งเรียก Universe
2) มนุษย์ ในกัปป์ก่อนหน้า อาจรูปลักษณ์แปลกจาก Homo sapiens
3) บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน อาจมีมนุษย์ 2 พันธุ์อยู่พร้อมกัน
4) ปฐวีธาตุ=หน่วยเล็กที่สุดของมวลสาร, อาโป=แรงดึงดูดระหว่างมวล, เตโช=การถ่ายเทพลังงาน, วาโย=สสารไม่อยู่นิ่งเพราะพลังงานกระตุ้น

5) สัตว์ทั้งกามภพ รูปภพ ล้วนมีกายประกอบจากปรมาณู เหมือนกัน?
6) ปรมาณู เป็นฐานของ ธาตุ 4?
7) เราเห็นมนุษย์และเดียรัจฉานด้วยตา ทำไมจึงไม่เห็นสัตว์นรก เปรต เทวดา พรหม?
8) ที่ว่ามีรุกขเทวดา เทวดา"สถิตใน"ต้นไม้ ทำไมขวานฟันโดนแขนเทวดา? (จำชื่อเรื่องไม่ได้)
9) ยังมีมนุษย์และเดียรัจฉาน ที่เราไม่เห็นด้วยตาเปล่า?

10) มีสัตว์ Phylum สูง อย่างมนุษย์ เกิดอย่างสังเสทชะ? (โดยไม่เกี่ยวกับ cloning หรืออะไร)
11) โอปปาติกะ รวมมวลสารขึ้นเป็นร่างได้อย่างไร?
12) มี "มนุษย์บางจำพวก" ที่ว่าเกิดอย่างโอปปาติกะ?
13) มนุษย์สมัยต้นกัปป์คืออะไร เป็นเพียงเรื่องฝั่นเฝือ?

14) ในอบายภูมิ อสุรกายคืออะไร ต่างไปจากเปรตหรือสัตว์นรก?
15) ภูมิอื่นๆ นอกจากมนุษย์ สามารถคิดอยากเจริญวิปัสสนาหรือเปล่า?


รบกวน ไม่เอาคำอภิปราย ขอคำตอบเฉพาะผู้ที่ศึกษาอยู่นะครับ
ตามแต่ท่านผู้รู้จะกรุณา เห็นว่าไม่หรือสมควรครับ
,,0_0,,
Serious | อภิธรรม | จักรวาลวิทยา | พุทธศาสนา 11/6/53 โพสต์โดย punisouffle
คำตอบ
1 จาก 2
ตอบให้เป็นบางข้อนะครับ เพราะบางข้อผมก็ไม่เคยศึกษา

1. กัป
คือระยะเวลาที่ยาวนานมาก เท่ากับ 1 รอบเวลาที่จักรวาลมีแต่ความว่าง > เกิดขึ้น > เจริญอยู่ > แตกทำลาย > แล้วกลับสู่ความว่าง ซึ่งกินเวลายาวนานมากจนไม่อาจนับเวลาได้
ว่ากันว่ามนุษย์มีอายุขัยสูงสุดเท่ากับอสงไขยปี (1 ตามด้วย 0 อีก 140 ตัว) ทุกร้อยปีอายุขัยลดลงปีหนึ่ง จนเหลือแค่ 10 ปีก็จะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น ทุกร้อยปีอายุขัยเพิ่มขึ้นปีหนึ่ง จนกลับไปเท่ากับอสงไขยปีดังเดิม 1 รอบนี้เรียกว่า 1 รอบอสงไขย หรือ 1 อันตรกัป และ 256 อันตรกัปจึงเท่ากับ 1 กัป (หรือ 1 มหากัป) จินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่า 1 กัปจะนานขนาดไหน

2. รูปลักษณ์ของมนุษย์
มนุษย์แต่ละยุคไม่แตกต่างกันโดยรูปร่าง แต่แตกต่างกันที่ความสวย (ความละเอียด) กับความสูง ช่วงที่มนุษย์อายุขัยมากๆ เป็นมนุษย์ที่มีบุญมากกว่ารูปร่างผิวพรรณจะสวยกว่า และสูงกว่า ยิ่งถ้าช่วงที่มีอายุแสนปีขึ้นไปนี่ผิวพรรณจะใกล้เคียงกับเทวดาเลยทีเดียว

4. ธาตุ 4
พระอภิธรรมอธิบายธาตุในลักษณะที่ละเอียดถึงปรมณูก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะพูดกันในระดับ ดิน น้ำ ไฟ ลม เท่านั้น

7. ร่างกายของสรรพสัตว์
เหตุที่มองไม่เห็นกันจริงๆ คือมองทะลุไป เป็นเพราะเทวดาและพระพรหมมีกายละเอียดกว่า เราจึงมองไม่เห็น ถ้าจะมองเห็นท่านต้องทำกายให้หยาบลงเราจึงจะเห็นได้ หรือไม่เราก็ต้องทำตาเราให้ละเอียดขึ้น เรียกว่า ตาทิพย์ เราก็จะเห็นได้
(แต่ก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเปรตหรือสัตว์นรกเราจึงมองไม่เห็นทั้งที่พวกนี้มีบาปกรรมมากกว่ามนุษย์ตั้งเยอะ)

8. เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกามีกำเนิดได้ 4 อย่าง ไม่ใช่มีแต่โอปปาติกกำเนิดเพียงอย่างเดียว อย่างเทวดาในต้นไม้บางพวกเขาอุ้มท้องและคลอดเทวดาเด็กเหมือนมนุษย์ ร่างกายเขาหยาบเกือบเท่ามนุษย์แล้วจึงโดนฟันแขนขาดได้

9. มนุษย์และสัตว์ดิรัจฉานที่มองไม่เห็น
ถ้าเป็นมนุษย์ก็ต้องพวกมีอภิญญา ใช้ฤทธิ์บังไว้ให้มองไม่เห็น
แต่ถ้าเป็นสัตว์ดิรัจฉาน ต้องเป็นสัตว์สวรรค์เราจึงจะมองไม่เห็น เช่น พวกสัตว์ในป่าหิมพานต์ นาค ครุฑ

10. มนุษย์ที่เกิดโดยสังเสทชะ
มีนางปทุมวดี (ไม่แน่ใจว่าชาตินี้เป็นพระอุบลวรรณาเถรีหรือเปล่า) ท่านมีโอรส 500 องค์ องค์หนึ่งเกิดในครรภ์ อีก 499 องค์เกิดจากโลหิต

12. มนุษย์โอปปาติกกำเนิด
มนุษย์ที่เกิดโดยผุดขึ้นโตเป็นผู้ใหญ่เลยก็คือมนุษย์ต้นกัป ในสมัยพุทธกาลก็มีนางอัมพปาลีที่เกิดโคนต้นมะม่วง เป็นเพราะชาติก่อนท่านบวชเป็นภิกษุณีแล้วอธิษฐานไว้ว่าไม่ขอเกิดในครรภ์

13. มนุษย์ต้นกัป
เรื่องนี้ยาวครับ ให้ search หาคำว่า อัคคัยญสูตรนะครับ เรื่องราวอยู่ในพระสูตรนี้

14. อบายภูมิ 4
นรกภูมิ เป็นภูมิต่ำสุด เป็นทุกข์เพราะรับโทษทัณฑ์อยู่เป็นนิตย์ แม้บางพวกจะมีตายบ้างแต่ก็ตายแล้วเกิดอยู่ตรงนั้นทันที แต่ส่วนใหญ่จะไม่ตาย
เปรต สูงขึ้นมากว่าสัตว์นรกนิดหนึ่ง มีหลายประเภท บางประเภทก็อยู่ด้วยความกระหายตลอดเวลา บางประเภทอยู่ด้วยความทุกข์สลับกับความสุข แต่บางประเภทก็มีความสุขมีวิมานอยู่เหมือนเทวดา
อสุกาย สูงขึ้นกว่าเปรต พวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ด้วยใจหดหู่เศร้าหมอง ที่ดีที่สุดคือพวกเทวอสุราที่อยู่ใต้เขาสิเนรุมาศ เพราะพวกนี้จะว่าไปแล้วก็คือเทวดาชั้นดาวดึงส์นั่นเอง
สรุปแล้วเปรตกับอสุรกายมีความทุกข์มากๆ เท่ากับสัตว์นรกก็มี มีความสุขมากเท่าๆ กับเทวดาก็มี รูปร่างน่าเกลียดเหมือนสัตว์นรกก็มี รูปร่างสวยเหมือนเทวดาก็มี


15. การเจริญวิปัสสนา
วิปัสสนามี 4 อย่าง คือ การพิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม
การเจริญวิปัสสนาจะมีได้ง่ายๆ ถ้าผู้นั้นมีสุขบ้าง มีทุกข์บ้าง อย่างเช่นมนุษย์เรา
สัตว์นรก สัตว์ดิรัจฉาน เปรต และอสุรกาย เจริญวิปัสสนาไม่ได้ เพราะตลอดเวลามีแต่ความทุกข์ ความห่อเหี่ยว ไม่มีจิตใจจะมาวิปัสสนา
เทวดาวิปัสสนายาก เพราะมีความสุขเยอะ แต่ถ้าจะทำก็ทำได้ พระพรหมก็เหมือนกัน วิปัสสนาได้แต่ยากมาก และพระพรหมบางชั้นก็มีข้อจำกัดอีก จะพิจารณากายกับเวทนาก็พิจารณาไม่ได้เพราะมันสุขเกินไป จะพิจาณาจิตพระพรหมบางชั้นก็ไม่มีจิตเสียอีก ยิ่งพิจารณาธรรมก็ยิ่งยาก จะหาธรรมารมณ์ที่เป็นทุกข์จากไหนมาพิจารณาได้ล่ะ
เมื่อหันมาดูมนุษย์ มนุษย์อีก 3 ทวีปยังวิปัสสนากันไม่ค่อยจะได้เลย เพราะมีความสุขมากเกินไปจนไม่รู้ว่าจะเจริญวิปัสสนาอย่างไร
มีมนุษย์ในชมพูทวีปนี่แหละได้เปรียบกว่าใครอื่นเขาทั้งหมด

ไม่ได้เป็นสมาชิกลานธรรมจึงถามไม่ได้ แต่เข้าไปอ่านได้นี่ครับ เรื่องนี้เขาปุจฉาวิสัชนากันมาหลายรอบ ลองไปขุดกระทู้เก่าๆ เขาอ่านดูได้ครับ ในกูรูผมว่าจะอธิบายยาวๆ แบบในลานธรรมคงไม่ค่อยเหมาะ
11/6/53 โพสต์โดย freebird
2 จาก 2
ขอตอบบางข้อเท่าที่รู้นะครับ

6) ปรมาณู ยังไม่ใช่อนุภาคที่เล็กที่สุด ยังมีอนุภาคที่เล็กกว่าปรมาณูอีกมาก
7) เพราะตามนุษย์มีขีดจํากัดในการรับภาพ ภาพที่เราเห็นนั้นมากับแสงที่เรียกว่า โฟร์ตรอน
   เป็นคลื๋นความถี่   พวกสัตว์นรก เปรต เทวดา พรหมนั้นมีคลื่นความถี่ที่ต่างออกไป
   เหมือนกับวิทยุ AM ไม่สามารถรับคลื่น FM ได้
9) แน่นอนครับ
12/6/53 โพสต์โดย lam-inter
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
คุณคิดว่าเหตุการณ์ โลกแตก "2012" จะเกิดหรือไม่เพราะเหตุใด
โลกเราจะมีวันเวลาแตกดับหรือเปล่า
ดวงอาทิตย์จะมีโอกาสดับได้หรือไม่
เกี่ยวกับเรื่องกัลป์ มีท่านใดพอจะรู้เรื่อง กลัป์ หรือ อสงไข บ้าง?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู