หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ประวัติพระเจ้าปราสาททอง
กาพย์กลอน | อักษรศาสตร์ 13/12/52 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 7
13/12/52 โพสต์โดย จุ๊กแจน
2 จาก 7
13/12/52 โพสต์โดย จุ๊กแจน
3 จาก 7
เคยเป็นสมุหกลาโหม แต่กษัตริย์ซึ่งเป็นเด็กไม่ไว้วางใจ คิดฆ่า จึงก่อกบฎเลยอ่ะค่ะ
หนังสือบางเล่มกล่าวว่า เป็นลูกของพระเอกาทศรถกับหญิงชายบ้านธรรมดา จึงไม่ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าชาย
13/12/52 โพสต์โดย étoile
4 จาก 7
เอา ย่อๆ นะ
พระเจ้าปราสาททอง อยู่ในราชวงศ์ปราสาททอง รัชกาลที่26 อยู่ใน พ.ศ.2172-2199 ได้ทรงก่อสร้างสำคัญๆเช่น การถ่ายแบบปราสาทนครธมมาสร้างจำลองไว้ในวังเมื่อ 2174  ทรงบูรณะพระปรางค์วัดมหาธาตุ 2176 ทรงจัดให้มีพระราชพิธีเฉลิมฉลองจุลศักราช1000  พ.ศ.2181  
พอและ มีมากนะ ในประวัติศาสตร์ไทย เนีย ค่อยๆศึกษา นะคับ
13/12/52 โพสต์โดย sunkung
5 จาก 7
มีเรื่องเล่าขานมาตั้งแต่ครั้น กรุงศรีอยุธยา

เรื่อง กำเนิด พระเจ้าปราสาททอง

ครั้น  เมือ สมเด็จพระเอกาทศรถ

ขณะดำรงยศ เป็นพระมหาอุปราช ในสมัยสมเด็จพระนเรศวร

ประพาสชลมารค  ผ่านมาถึง เกาะบ้านเลน

เกิดพาุยุพัด เรือล่ม  

หญิงชาวบ้าน ชื่อ อิน  มาช่วย

และทั้งสองได้พบรัก

เกิดพยานรัก ขึ้น คือ เด็กชายน้อย

ซึ่งต่อมา ได้เป็น พระเจ้าปราสาททอง

เกาะ บ้านเลน จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น

เกาะ  บางปะอิน

บาง คือ ชื่อ ที่เรียกหมู่บ้านริมน้ำ

ปะ  คือ พบ

อิน  คือ หญิงที่รัก

เลยกลายเป็น บางปะอิน


เมื่อพระเจ้าปราสาททอง ได้ครองราช

จึงสร้าง วัด และ พระราชวัง ณ บ้านเกิด  เมื่อ พศ.2175


จริงๆ ประวัติ พระเจ้าปราสาททอง นี้สุดยอดจริงๆ

มีทหารต่างชาติ หลายชาติ

เช่น ซามูไร รับจ้าง ชาวญี่ปุ่น  ยามาดะ อันโด่งดัง

ไปหาอ่านดู  เหมือนดูหนังเลย

แถม  ในแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ (โอรส พระเจ้าปราสาททอง)

ก็มีเรื่องมันๆ  

ให้ศึกษากัน



ถ้าใครไปบางปะอิน  

ผ่านถนนพหลโยธิน

ท่านจะเห็นป้ายใหญ่ๆ

ชื่อ ปราสาททองโอสถ

แสดงว่าถึงบางปะอินแล้ว

ป้ายที่เห็น ไม่เกี่ยวกับพระเจ้าปราสาททอง นะ
13/12/52 โพสต์โดย เหมยเชาฟง
6 จาก 7
ราชวงศ์ปราสาททอง เป็นราชวงศ์ที่ ๔ ครองกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลา ๕๘ ปี (พ.ศ. ๒๑๗๒ - พ.ศ. ๒๒๓๑) สถาปนาราชวงศ์โดยสมเด็จเจ้าฟ้าปราสาททองด้วยการยึดอำนาจจากสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ กษัตริย์ราชวงศ์สุโขทัยพระองค์สุดท้าย ราชวงศ์ปราสาททองมีพระมหากษัตริย์ครองราชย์ ๔ พระองค์เป็นลำดับดังนี้

       ๑. สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ผู้สถาปนาราชวงศ์ เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุ ๓๐ พรรษา ครองราชย์เป็นเวลา ๒๗ ปี (พ.ศ. ๒๑๗๒-๒๑๙๙)

       พระเจ้าปราสาทเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระเจ้าทรงธรรม รับราชการเป็นมหาดเล็กของพระเอกาทศรถ และเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในกรมวังตอนอายุได้ 17 ปี เมื่อพระเจ้าทรงธรรมสวรรคตก็เกิดปัญหาการสืบราชสมบัติ ขุนนางในราชสำนักแยกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือเจ้าพระยามหาเสนาสนับสนุนพระศรีศิลป์ ซึ่งเป็นอนุชาของพระเจ้าทรงธรรม อีกฝ่ายหนึ่งคือ พระยาศรีสุริยวงศ์ (ปราสาททอง) สนับสนุนพระเชษฐาธิราช พระชนม์พรรษา 14 ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าทรงธรรม ฝ่ายพระเชษฐาธิราชได้ชัยชนะขึ้นครองราชสมบัติ ดังนั้นพระยาศรีสุริยวงศ์ (ปราสาททอง) จึงได้รับตำแหน่งกลาโหมมีไพร่พลในบังคับและมีอำนาจมาก พระเชษฐาธิราชครองราชสมบัติได้ 1 ปี 7 เดือน เกิดความขัดแย้งกับพระยาศรีสุริยวงศ์ พระเจ้าแผ่นดินถูกจับสำเร็จโทษ และตั้งพระอนุชาคือพระอาทิตยวงศ์ พระชนม์พรรษา 10 ขึ้นเป็นกษัตริย์ได้เพียง 1 เดือน เจ้าพระยาสุริยวงศ์ ก็ยึดอำนาจสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่อพระชนม์พรรษา 30 พระองค์ครองราชย์ 27 ปี


       จากปัญหาการสืบราชสมบัติซึ่งมีมาตลอดในสมัยอยุธยา ทำให้พระเจ้าปราสาททองพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการปกครอง คือพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหรือขุนนางคนใดคนหนึ่งมีอำนาจในการคุมไพร่พลมากจนมีอำนาจมากขึ้น พระเจ้าปราสาททองได้ดำเนินการให้แบ่งแยกอำนาจกันระหว่าง 2 เสนาบดีผู้ใหญ่คือกลาโหม และ มหาดไทย แบ่งหัวเมืองทางเหนือให้ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของมหาดไทยให้หัวเมืองทางใต้อยู่ในปกครองของกลาโหม


       นอกจากปัญหาภายในดังกล่าวแล้ว สมัยพระเจ้าปราสาททอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับญี่ปุ่นและฮอลันดาในกรณีของญี่ปุ่นนั้นเนื่องจากหัวหน้าของชาวญี่ปุ่นในอยุธยาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการไทย คือเข้ามาเป็นทหารอาสารักษาพระองค์ ดังนั้นญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งจึงเกี่ยวพันกับการเมืองของการสืบราชสมบัติ ในกรณีนี้เมื่อพระเจ้าปราสาททองยึดอำนาจเสียเอง ก็ทำให้ยามาดะ นางามาซะ ไม่พอใจ ยามาดะถูกส่งไปเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช และถูกลอบวางยาพิษเสียชีวิต และบทบาทของญี่ปุ่นในราชสำนักก็ถูกกำจัดลงจนเกือบจะหมดสิ้น


       ในสมัยพระเจ้าปราสาททองเป็นสมัยที่ศิลปะเกี่ยวกับศาสนาเฟื่องฟูมาก มีการรื้อฟื้นอิทธิพลของสถาปัตยกรรมเขมร เช่นการสร้างปรางค์ปราสาทที่วัดไชยวัฒนาราม และที่อำเภอนครหลวง แต่ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาศิลปะของพระพุทธรูป (ทรงเครื่องกษัตริย์) อันถือเป็นแบบฉบับที่สำคัญของปลายอยุธยา พระเจ้าปราสาททองทรงเน้นพระราชพิธีเสด็จไปบูชารอยพระพุทธบาทที่สระบุรีอันเริ่มมาแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม จนกลายเป็นประเพณีที่สำคัญของอยุธยาตอนปลาย

       ๒. สมเด็จเจ้าฟ้าไชย (พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๑๙๙) พระโอรสของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ครองราชย์ได้เพียง ๒ วัน (๗-๘ สิงหาคม) ก็ถูกพระนารายณ์ (พระอนุชา) ร่วมกับพระศรีสุธรรรมราชา ทำการยึดอำนาจและประหารชีวิต

       ๓. สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา (พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๑๙๙)พระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และเป็นพระเจ้าอาของเจ้าฟ้าไชย อยู่ในราชสมบัติได้เพียง ๒เดือน ๑๘ วัน พระนารายณ์ก็ชิงราชสมบัติและสำเร็จโทษพระศรีสุธรรมราชา

       ๔. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๒๓๑)พระโอรสของพระเจ้าปราสาททอง เมื่อพระราชบิดาสวรรคต พระนารายณ์ทรงร่วมกับ พระเจ้าอา(พระศรีสุธรรมราชา) ชิงราชสมบัติจากพระเชษฐา(เจ้าฟ้าไชย)และต่อมาทรงยึดอำนาจจาก พระศรีสุธรรมราชา แล้วจึงสถาปนาพระองค์ "ปราบดาภิเษก"เป็นพระมหากษัตริย์

       สมัยของสมเด็จพระนารายณ์ฯ ถือได้ว่ากรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองถึงขีดสุด ทรงติดต่อสัมพันธ์กับชาวต่างประเทศ แต่ผลของการดำเนินนโยบายที่ล่อแหลมของพระองค์และการที่ทรงสนพระทัยในคริสต์ศาสนา ทำให้บรรดาขุนนางไทยและพระสงฆ์เกิดความรู้สึกต่อต้านชาวต่างชาติ เมื่อพระองค์ทรงประชวร ได้ทรงแต่งตั้งให้พระเพทราชารักษาราชการ โดยยังไม่ได้มอบราชสมบัติให้ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นพระอนุชา โอรสบุญธรรมหรือพระธิดาของพระองค์ พระเพทราชาจึงยึดอำนาจ พระปีย์(โอรสบุญธรรม)ถูกลอบสังหาร

       สมเด็จพระนารายณ์ฯ สวรรคตเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๒๓๑ พระเพทราชาก็ขึ้นครองราชสมบัติและสถาปนาราชวงศ์บ้านพลูหลวงสืบต่อมา พระอนุชาของพระนารายณ์คือ เจ้าฟ้าอภัยเทศและเจ้าฟ้าน้อยถูกสำเร็จโทษจึงเป็นอันสิ้นสุดของราชวงศ์ปราสาททอง
12/8/53 โพสต์โดย เคยรักแนจริงๆหรือเปล่า
7 จาก 7
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือ สมเด็จพระสรรเพชญที่ 5 พระมหากษัตริย์อาณาจักรอยุธยาพระองค์ที่ 24 (ครองราชย์ พ.ศ. 2172 - พ.ศ. 2199) และทรงเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์ลำดับที่ 4 ของอาณาจักรอยุธยา

เนื้อหา [ซ่อน]
1 พระนาม
2 พระราชประวัติ
3 พระโอรส-ธิดา
3.1 พระมเหสีองค์แรก
3.2 พระราชเทวี องค์ที่ 1
3.3 พระราชเทวี องค์ที่ 2
3.4 พระสนม
4 พระราชกรณียกิจ
5 อ้างอิง
6 ดูเพิ่ม


[แก้] พระนาม
เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ (บรรดาศักดิ์)
พระเจ้าปราสาททอง (เมื่อครองราชย์)
พระสรรเพชรญ์ที่ 5 (พระราชพงศาวดาร)
พระรามาธิเบศร (คำให้การของชาวกรุงเก่า)
[แก้] พระราชประวัติ
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง บางแห่งได้สันนิษฐานว่าพระองค์มีพระเดิมมีนามว่า ไล[1] ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) สมเด็จพระเจ้าประสาททองนี้ มีตำรากล่าวไว้ว่า เป็นบุตรมหาดเล็กคนหนึ่ง ซึ่งพระเอกาทศรถได้น้องสาวมาเป็นนางห้ามจากอำเภอบางปะอิน จึงเอาพี่ชายมาเป็นมหาดเล็ก บุตรมหาดเล็กซึ่งทรงเลี้ยงเป็นโอรสบุญธรรม คือ พระเจ้าปราสาททอง[ต้องการอ้างอิง] แต่อันที่จริงแล้วท่านเป็นเพียงสามัญชนมาก่อน ก่อนจะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แห่ง ราชวงศ์ปราสาททองและย้อนไปเมื่อวัยเด็ก เมื่อพระองค์ท่านทรงเจริญวัยได้เข้าไปอยู่ในวังหลวง ที่กรุงศรีอยุธยา ได้เป็นมหาดเล็ก ต่อมาทำความดีความชอบได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ขึ้นถึงตำแหน่งเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ที่สมุหกลาโหม ในที่สุดได้ปลดและสำเร็จโทษกษัตริย์ 2 องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์สุโขทัยและปราบดาภิเษกตนขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์ปราสาททอง ในปี พ.ศ. 2173 (ค.ศ. 1630) เมื่อพระชนมายุได้ 30 พรรษา ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงคุณประโยชน์[ต้องการอ้างอิง] ทรงครองราชย์ได้ 25 ปี สวรรคตลงในปี พ.ศ. 2198 (ค.ศ. 1655) พระชนมายุได้ 55 พรรษา




เหตุที่ทรงใช้พระนามว่าปราสาททอง อันเป็นชื่อเดียวกับชื่อราชวงศ์ด้วย ในพงศาวดารคำให้การชาวกรุงเก่าระบุว่า เมื่อครั้งรับราชการเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ พระองค์ได้ขุดค้นพบปราสาททองหลังหนึ่งฝังอยู่ใต้ดิน ถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ[ต้องการอ้างอิง]

[แก้] พระโอรส-ธิดา
พระเจ้าปราสาททองมีโอรสธิดารวมกัน 8 พระองค์ เป็นพระโอรส 7 พระองค์ เป็นพระธิดา 1 พระองค์

[แก้] พระมเหสีองค์แรก
มีพระโอรส 1 พระองค์ คือ

สมเด็จเจ้าฟ้าไชย
[แก้] พระราชเทวี องค์ที่ 1
มีพระโอรส 1 พระองค์ และพระธิดา 1 พระองค์ คือ

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ (พระราชกัลยาณี)
[แก้] พระราชเทวี องค์ที่ 2
มีพระโอรส 2 พระองค์ คือ

สมเด็จเจ้าฟ้าอภัยทศ
สมเด็จเจ้าฟ้าน้อย
[แก้] พระสนม
มีพระโอรส 3 พระองค์ คือ

พระไตรภูวนาถอาทิตยวงศ์
พระองค์ทอง
พระอินทราชา
[แก้] พระราชกรณียกิจ
1.การพระราชทานรางวัล เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดให้เลื่อนยศและตำแหน่งแก่ผู้ร่วมก่อการมากับพระองค์ เช่นจมื่นสรรเพชญ์ภักดี ผู้เขียนหนังสือเป็นรหัสบอกพระองค์ โปรดแต่งตั้งเป็นพระยาราชภักดี เจ้ากรมพระคลังมหาสมบัติ

พระองค์ได้เสด็จยกทัพไปตีเขมร ซึ่งเป็นประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา แต่ได้แข็งเมืองมาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทำให้เขมรกลับมาเป็นหัวเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาดังเดิม

ในตอนต้นรัชสมัยของพระองค์ หัวเมืองประเทศราชทางใต้ คิดกบฏยกทัพไปตีเมืองสงขลาและเมืองพัทลุง พระองค์ได้ส่งกองทัพไปปราบปรามได้ราบคาบ แต่ในขณะเดียวกันก็เสียเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองล้านนาแก่พม่า

ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการตรากฎหมายที่สำคัญ เช่น พระไอยการลักษณะอุทธรณ์ พระไอยการลักษณะมรดก พระไอยการลักษณะกู้หนี้ และพระธรรมนูญ

ในปีจุลศักราช 1000 ตรงกับปีขาล (พ.ศ. 2181) ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงถึงขั้นกลียุค พระองค์จึงทรงให้จัดพิธีลบศักราช เปลี่ยนจากปีขาลเป็นปีกุน แล้วแจ้งให้หัวเมืองน้อยใหญ่รวมทั้งเมืองประเทศราช ให้ใช้ปีศักราชตามที่ทางกรุงศรีอยุธยากำหนดขึ้นมาใหม่ [2]

ในปี พ.ศ. 2175 พระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พร้อมทั้งหมู่พระราชนิเวศ และวัดชุมพลนิกายาราม ขึ้นที่บางปะอิน อันเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์ สำหรับไว้เป็นที่แปรพระราชฐาน พระองค์มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง และได้ทรงสถาปนาวัดสำคัญ ๆ หลายวัด เช่น วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดชุมพลนิกายาราม ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระปรางค์วัดมหาธาตุ และโปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปทรงนมัสการรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี มีการสร้างพระปรางค์ตามแบบขอม (สถาปัตยกรรมสมัยที่3 ของกรุงศรีฯ ยุคของพระเจ้าปราสาททอง ถึง พระเจ้าท้ายสระ)

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองเสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2198 ครองราชย์ได้ 25 ปีพระชนมายุ 55 พรรษา
26/8/53 โพสต์โดย เคยรักแนจริงๆหรือเปล่า
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ประวัติพระเจ้าพรหมทัต ปลาบู่ทอง
ถามเรื่องเจดีย์ค่ะ
ประวัติ ยุวดี ดอนทอง ร.ร บุญวาทย์วิทยาลัย
ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างเมื่อไร
สมมุติว่า ไทยต้องเสียดินแดน ภาคใต้ และ 4.6 บริเวณรอบๆปราสาทพระวิหาร คุณว่าจะมีใครหน้าใหนรับผิดชอบบ้าง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู