หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การบริจาคร่างกายและอวัยวะ
อยากทราบถึง รายละเอียดและความแตกต่างของการบริจาคทั้ง 2 ประเภท
รบกวน กูรู ช่วยด้วยจ้า
สุขภาพ | บริจาค 26/5/52 โพสต์โดย IamtheBOY
คำตอบ
1 จาก 11
ผมว่าอวัยวะเพื่อการเอาไปใช้ของคนอื่นในการเปลี่ยนถ่ายและใช้ศึกษาทางการแพทย์
แต่ร่ายการน่าจะเพื่อศึกษาทางการแพทย์อย่างเดียว
26/5/52 โพสต์โดย อุ๊ดดี้
2 จาก 11
ผมเคยไปทำงาน  แล้วต้องไปถ่ายเกี่ยวกับ  อาจารย์ใหญ่อ่ะครับ  กลัวนะ   แอบไม่กล้าบริจาคด้วยแห่ะ ๆ ๆ  เพราะว่าเค้าจะดองศพเราไว้ในบ่อดองอ่ะครับ พอถึงเวลาก็ยกขึ้นมากแล้วให้นักศึกษาผ่าตรงโน้นเปิดตรงนี้  เห็นแล้วสงสารแทน  ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ จะได้ฝึกหมอ  แต่ก็แอบกลัวอ่ะ

ผมว่าส่วนตัวเป็นผมผมบริจาคอวัยะให้คนอืนดีกว่า
ส่วนบริจาคให้เป็นอาจารย์ใหญ่อ่ะ  ขอทำใจอีกนิดนึงภาพยังติดตาอยู่เลยแห่ะ ๆ ๆ
26/5/52 โพสต์โดย ollo
3 จาก 11
ตรงตัวเลยครับคุณIamtheBOY

    การบริจาคร่างกาย คือ บริจาคทั้งตัวครับ หลังจากเสียชีวิตไม่เกิน 4 ชม.ครับ จะมีหน่วยงานมารับร่างกายไปทันที เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาของพวก นักศึกษาแพทย์ หลังจากนั้นไม่เกิน 2 ปีจะมีการจัดงานศพ อย่างสมเกียรติ์ ของผู้บริจาคร่างกาย โดยมากแล้วจะเป็นการพระราชทานเพลิง

    การบริจาคอวัยวะ คือ การบริจาคเฉพาะส่วนครับ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการ เช่น บริจาคดวงตา หากเสียชีวิตไปแล้ว และมีคนต้องการดวงตา แพทย์ก็จะเอาดวงตาของผู้บริจาคไปใส่ให้กับผู้ที่ต้องการ

    การบริจาคมีคุณประโยชน์กับผู้ที่มีชีวิตอยู่มากๆ เมื่อเราตายไปแล้ว ชิ้นส่วนในร่างกายเรามีประโยชน์กับผู้ที่มีชีวิตอยู่ ทำให้เขาอยู่ต่อไปได้ ก็ดีไม่ใช่หรือ .....
26/5/52 โพสต์โดย Merlin
4 จาก 11
บริจาคร่างกาย คือ การที่ให้นักศึกษาได้ค้นคว้าและเรียนรู้อวัยวะภายในหรือที่เราเรียกกันว่าอาจารย์ใหญ่....แต่ว่าอันนี้คือเราเสียชีวิตเเล้ว
บริจาคอวัยวะ คือ การช่วยเหลือคนที่เค้าต้องการอวัยวะนั้น ๆ เช่น ปอด ดวงตา เป็นต้น เราอาจจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่มีชีวิตแล้วก็ได้สำหรับบริจาคอวัยวะ
26/5/52 โพสต์โดย okaka 18
5 จาก 11
เพิ่งได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มาเกี่ยวกับการบริจาคร่างกายให้นิสิตแพทย์ศึกษาว่าตอนนี้ ขาดแคลนมาก


+++++
วงการแพทย์วิกฤต!! อาจารย์ใหญ่ ขาดแคลน หวั่นหมอมือใหม่ได้ฝึกฝนน้อย

โรงเรียนแพทย์ระส่ำ เจอวิกฤต"อาจารย์ใหญ่"ขาดแคลน กระทบนักศึกษา-แพทย์ฝึกหัด-จบใหม่ หวั่นหมอใหม่ฝึกฝนทักษะน้อย เสี่ยงโดนฟ้องร้องหากผ่าตัดผิดพลาด เผยแม้มีคนแจ้งบริจาคนับพันแต่ได้ร่างจริงแค่ร้อยกว่าร่างต่อปี "มหิดล"มีน้อยสุดเพียง 5 ร่างต่อปี
ขณะนี้ได้เกิดวิกฤต "อาจารย์ใหญ่" ขาดแคลน อันเนื่องมาจากตัวเลขการบริจาคร่างไร้วิญญาณที่พร้อมจะให้นิสิต นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด รวมทั้งอาจารย์แพทย์ใช้เป็นตำราเรียนเริ่มลดน้อยลงทุกๆ ปี จนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลกระทบกับการเรียนการสอนวิชาแพทย์หลายสถาบัน ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าห่วงอย่างมาก ผู้สื่อข่าว "มติชน" ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังภาควิชากายวิภาคศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจริง บางสถาบันมีตัวเลขการบริจาคร่างไร้วิญญาณเป็นอาจารย์ใหญ่เหลือเพียงร่าง เดียว
จากข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พบว่าตัวเลขการบริจาคร่างกายของผู้มีจิตศรัทธามีจำนวนมากพอสมควร เมื่อปี 2549 มีถึง 4,454 ราย ในปี 2550 จำนวน 3,238 ราย ปี 2551 จำนวน 7,462 ราย และปี 2552 และตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน จำนวน 1,031 ราย แต่ตรงกันข้ามร่างอาจารย์ใหญ่จริงๆ กลับไม่มากเท่าที่ควร เพราะผู้แสดงความจำนงบริจาคส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว และอีกส่วนหนึ่งยังไม่ถึงอายุขัย ทำให้ปี 2549 ได้รับร่างเพียง 171 ร่าง ปี 2550 ได้รับ 212 ร่าง และปี 2551 ได้รับเพียง 185 ร่าง
รศ.นพ.ธันวา ตันสถิตย์ หัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์การฝึกผ่าตัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จำนวนร่างอาจารย์ใหญ่ที่ได้รับบริจาคในแต่ละปีนั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถ้าคำนวณความต้องการจริงๆแล้วแต่ละปีใช้ไม่ต่ำกว่า 200 ร่างทีเดียว ปีที่แล้วจุฬาฯรับนิสิตแพทย์ 290 คน ปีนี้เพื่อสนองความต้องการของประเทศชาติจึงเพิ่มขึ้นเป็น 310 คน นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ประจำบ้าน แพทย์เฉพาะทาง และอาจารย์แพทย์ที่ต้องการใช้อาจารย์ใหญ่ โดยแต่ละปีนิสิตแพทย์ปี 2 จะเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์กับอาจารย์ใหญ่ประมาณ 50 ร่าง ส่วนแพทย์อื่นๆ ต้องใช้อีกประมาณ 150 ร่าง คณะพยายามบริหารจัดการการเรียนจากอาจารย์ใหญ่ที่มีอย่างจำกัดให้เพียงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างนิสิตแพทย์ จากเดิม 4 คนต่อ 1 ร่าง แต่เมื่อรับเพิ่มขึ้นก็เป็นนิสิต 6 คนต่อ 1 ร่าง ส่วนแพทย์กลุ่มอื่นๆ พยายามนำอาจารย์ใหญ่ส่วนของร่างกายที่ยังไม่ได้เรียน กลับมาใช้ซ้ำ ทำให้สามารถนำมาเรียนได้หลายครั้ง
"ถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ไม่แน่ใจว่าในปีต่อๆ ไปร่างที่ใช้ฝึกทักษะการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ จะพอหรือไม่ ในอนาคตอันใกล้ผมเชื่อว่าความต้องการอาจารย์ใหญ่จะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 300% ถ้าต่อไปไม่เพียงพอ หรือไม่มีให้แพทย์ได้ฝึกทักษะการผ่าตัดก่อน ผลที่จะตามมาคืออาจทำให้การรักษาผิดพลาดได้ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ มาก" รศ.นพ.ธันวากล่าว และว่า ผู้ต้องการอุทิศร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ติดต่อได้ที่แผนกอุทิศร่างกายเพื่อ การศึกษา "ศาลาฑินทัต" โรงพยาบาลจุฬา
+++++++++
26/5/52 โพสต์โดย pulcino
6 จาก 11
บริจาคร่างกาย คือการบริจาค ตอนเราเป็น ศพ ไปแล้วครับ ไปเป็นอาจารย์ใหญ่
ส่วนบริจาคอวัยวะ คือการบริจาค แต่ชิ้นส่วนบางชิ้น เพื่อนให้โอกาสแก่คนอื่นๆหนอ
26/5/52 โพสต์โดย Thimthanasan
7 จาก 11
เห็นแม่ของข้าพเจ้าบอกว่าสนใจอยู่
26/5/52 โพสต์โดย yawaiam
8 จาก 11
ของเราบริจาคทั้งร่างกายเลย.....ไปบริจาคที่โรงพยาบาลศิริราชมาค่ะ......บริจาคมาได้ 5  ปีแล้วจ้า........
26/5/52 โพสต์โดย kungems
9 จาก 11
ลองอ่านเพิ่มเติมดูนะคะ......อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ.......
26/5/52 โพสต์โดย kungems
10 จาก 11
สนใจอยู่ค่ะ
27/5/52 โพสต์โดย ทะเลใส ทรายขาว
11 จาก 11
ติดต่อทางสภากาชาดดูสิ เราก็ให้ทั้งตัวและหัวใจไปหมดแล้ววววววววว
28/5/52 โพสต์โดย บูริน หมูสีชมพู
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
อยากบริจาค อวัยวะ ตอนตายต้องทำไง??
ทำไมต้องบริจาคโลหิต ??? คุณรู้ไหม ล่ะ
ถ้าไม่สบาย(ไข้)แล้วสามารถบริจาคเลือดได้มั๊ย?
แล้วถ้าอยู่ต่างจังหวัดจะบริจาคร่างกายต้องทำยังไงครับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู