หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
พืชสวน คืออะไร?
ปัญหาคาใจ 22/5/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 4
แปลตาม ชื่อ น่าจะหมายถึง พืชที่ปลูกกินในครัวเรือน หรือขายบ้างในชุมชน หมู่บ้าน คือปลูกใช้เนื้อที่ไม่เยอะมาก ไม่ได้ปลูกเพื่อขายแบบเศรษฐกิจเหมือนพืชไร แต่ปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน เช่น พวกกระเพรา พริก โหระพา สะระแหน่ ตะไคร้ ประมาณนี้ ตามความเข้าใจนะ
22/5/55 โพสต์โดย เป้น้อย
2 จาก 4
พืชสวน เป็นกลุ่มพืชที่ประกอบด้วยไม้ผล พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นพืชที่ให้อาหารปากอาหารท้องและอาหารตาอาหารใจ สามารถปลูกได้ทั่วไปทุกภาค เช่นพืชสวน
ไม้ผล: กล้วยไข่ กล้วยน้ำ้ว้า กล้วยหอม เงาะ ทุเรียน มะคาเดเมีย
มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง มังคุด ลองกอง ลำไย ลิ้นจี่
สับปะรด ส้มจุก ส้มโอ สละ
พืชเครื่องเทศ เครื่องดื่ม : กาแฟ ขมิ้นชัน ชา พริกไทย
สมุนไพร : กานพลู กระชายดำ จันทน์เทศ โล่ติ๊น หนอนตายหยาก หมาก
ไม้ดอกไม้ประดับ : กล้วยไม้
พืชผัก : กระเจี๊ยบเขียว แตงกวา ถั่วฝักยาว ไผ่ตง ผักบุ้งจีน เผือก พริก
พริกขี้หนู มันฝรั่ง เมล็ดพันธุ์ผัก สะตอ หน่อไม้ฝรั่ง แห้ว
ทำนา คือ ปลูกข้าว

ทำสวน คือ ปลูกพืชที่เป็นไม้ยืนต้น หรือไม้ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งครับ เช่น สวนผลไม้ต่างๆ (สวนทุเรียน สวนมะม่วง ฯลฯ) สวนดอกไม้

ทำไร่ คือ ปลูกพืชที่เป็นไม้ล้มลุกครับ คือ ปลูกแล้วเก็บเกี่ยวครั้งเดียวแล้วต้นมันก็ตายไปครับ จริงๆ ข้าวก็ควรอยู่ในกลุ่มนี้ แต่เราแยกออกไปซะก่อน เช่น ไร่ข้าวโพด ไร่สับปะรด

ไม่รู้สมัยนี้เค้ายังใช้แบบนี้หรือเปล่า ไม่ได้อ่านหนังสือนานแล้ว

พืชไร่ หมายถึง พืชที่ปลูกโดยใช้เนื้อที่มากๆ มีการเจริญเติบโตเร็วไม่ต้องการการดูแลรักษามากเหมือนพืชสวน ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุก มีอายุตั้งแต่ 2เดือน ถึง 1ปี หรือมากกว่า ผลผลิตของพืชไร่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของคนไทยโดยใช้บริโภคเป็นอาหารหลักและส่งเป็นสินค้าออก จัดเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสามารถนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น ข้าว ข้าวโพด อ้อย ถั่วต่าง ๆ ยาสูบ ฝ้าย มันสำปะหลัง เป็นต้น
พืชสวน หมายถึงพืชสวน หมายถึง พืชที่ปลูกโดยใช้พื้นที่น้อย สามารถให้ผลตอบแทนสูง ต้องการการดูแลรักษามาก แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ - ไม้ดอกไม้ประดับ เป็นพืชที่มีดอก ใบ สวยงาม นิยมปลูกไว้เพื่อประดับตกแต่งอาคารสถานที่ให้สวยงามน่าชม เช่น กล้วยไม้ เฟื่องฟ้า กุหลาบ พลูด่าง เป็นต้น
- พืชผัก เป็นพืชที่ปลูกเพื่อให้ราก ใบ ลำต้น ดอก ผล เป็นอาหาร ส่วนมากจะมีอายุสั้น เช่น ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ต้นหอม มะเขือ พริก โหระพา กระเทียม เป็นต้น
- ไม้ผล ส่วนมากเป็นไม้ยืนต้น ปลูกพืชใช้ผลเป็นอาหาร เช่น กล้วย ส้ม ฝรั่ง มะละกอ เป็นต้น

การปลูกพืชสวน
1. การปลูกพืชยืนต้น เช่น ไม้ผล ควรรองก้นคลุมด้วยอินทรีย์วัตถุ หญ้าแห้ง ฟางข้าว
ใบไม้แห้ง ที่หาได้ และใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 กก. คลุกเคล้าผสมกับดินที่ขุดออกมา
รดน้ำสกัดชีวภาพทิ้งไว้ 5- 7วัน จึงปลูกได้
2.ควรลดน้ำผสมน้ำสกัดชีวภาพพืชทุกๆ 7 วัน
3.ควรฉีดพ่นน้ำหมักสะเดาหรือสมุนไพร ป้องกันโรคแมลง สัปดาห์ละครั้ง
4.ไม้โตเร็ว ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพบริเวณเชิงพุ่ม ครึ่ง กิโลกรัม
5.ไม่ใช้ยาปราบวัชพืช แต่ใช้เครื่องตัดหญ้า
6.ควรตัดแต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต
7.เมื่อไม้เริ่มผลิดอก ให้ใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพรดน้ำไปอย่างต่อเนื่อง
8.การให้น้ำตามท่อ เช่นน้ำหยดสปริงเกิล
9.โปรดสังเกต ดินดี ปุ๋ยดี ใบพืชใบอ่อน หนอนไม่กิน แต่จะกินใบแก่
10.ไม้ผลบางชนิดจะให้ผลตลอดปี ถ้าดินดี ปุ๋ยดี
การปลูกพืชไร่
1.ไม่ควรเผาตอซังเก่าของพืชไร่ ควรทิ้งไว้ในไร่หว่านปุ๋ยหมักชีวภาพลงไป 200- 300 กก./ไร่
แล้วไถกลบเพื่อเตรียมการปลูกพืชรอบใหม่
2.หลังจากปลูกพืชหรือหยอดเมล็ดแล้ว ควรเติมปุ๋ยหมักชีวภาพตามความเหมาะสม
เดือนละครั้ง อัตราความเข้มข้น 1:500-1:1000
3.ควรฉีดน้ำหมักสะเดาขับไล่แมลงทุกสัปดาห์
4.เมื่อไม่ปลูกพืชเศรษฐกิจ ควรปลูกพืชคลุมดินตระxxxลถั่ว เพื่อรักษาหน้าดินให้ชุ่มชื้น
จุลินทรีย์จะมีชีวิตต่อไป..

ข้อแตกต่างระหว่างพืชไร่กับพืชสวนก็คือการจัดการครับพืชไร่มีเน ื้อที่บริเวณกว้างการจัดการดูแลไม่ค่อยยุ่งยากเท่าใดเช่นมันสำปะหลัง ส่วนพืชสวนมีการจ ัดการค่อนข้างยุ่งยากกว่าพืชไร่ ลองคิดง่ายๆการจัดการระหว่างสวนส้มกับพืชไร่จำพวกมันสำปะหลังอันไหนมีการจัดการที่ไม่ยุ่งยากกว่ากัน

พืชไร่เป็นไม้ประเภทไม้ล้มลุกและไม้ทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย มีอายุการปลูกและการเก็บเกี่ยวไม่นาน และเมื่อให้ผลผลิตแล้วลำต้นก็จะตาย พืชไร่ถือเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรของประเทศไทย พืชไร่ที่จัดเป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้มาสู่ประเทศไทยอย่างมาก เช่น อ้อย เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำตาลทราย ข้าวโพด เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ มันสำปะหลัง เป็นวัตถุดิบในการผลิตแป้งและอาหารสัตว์ ซึ่งวิทยาลัยเกษตรกรรมได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชไร่อย่างมีคุณภาพ เช่น ส่งเสริมให้เกษตรกรป,กมันสำปะหลังพันธุ์ห้วยบง 60 ซึ่งให้ผลผลิตสูง ทนโรค ส่งเสริมการปลูกสับปะรดพันธุ์เพชรบุรี ซึ่งมีคุณสมบัติหวานกรอบ เป็นต้น

การจำแนกพืชไร่
พืชไร่สามารถจำแนกตามประโยชน์ใช้งานได้เป็น พืชอาหารสัตว์ พืชใช้เมล็ด พืชคลุมดิน พืชหัว พืชสมุนไพร พืชเส้นใย พืชน้ำมัน พืชน้ำตาล เป็นต้น

[แก้] ตัวอย่างพืชไร่
ประเภทอาหารสัตว์ ได้แก่ ข้าวโพด ข้างฟ่าง ประเภทใช้เมล็ด ได้แก่ ข้าวโพด ข้างฟ่าง และต้นถั่วสำหรับเป็นอาหารสัตว์ ประเภทคลุมดิน ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว ประเภทใช้หัว ได้แก่ มันฝรั่ง มันเทศ มันสำปะหลัง ประเภทสมุนไพร ได้แก่ ฟ้าทลายโจร ตะไคร้หอม ขมิ้น ประเภทเส้นใย ได้แก่ ฝ้าย ปอ ป่าน ประเภทให้น้ำมัน ได้แก่ ถั่วเหลือง ละหุ่ง ทานตะวัน งา ประเภทให้น้ำตาล ได้แก่ อ้อย มะพร้าว ตาล

[แก้] พืชอุตสาหกรรม
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการเกษตร ซึ่งการเกษตรถือเป็นรากฐานของประเทศไทย มีการปลูกพืชประเภทพืชสวนเป็นจำนวนมากและพืชสวนที่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและด้านพลังงานทดแทน โดยมีการใช้น้ำมันปาล์มทดแทนน้ำมันดีเซลซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท ซึ่งน้ำมันที่เป็นทรัพยากรโลกก็เริ่มลดน้อยลง และส่งผลให้ราคายิ่งสูงขึ้น ประเทศไทยมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ 10 ล้านไร่ ภายในปี 2572 นอกจากปาล์มน้ำมันที่เป็นพืชอุสากรรมของไทยแล้ว ยังมี กาแฟ ชา และมะคาเดเมีย ซึ่งมีการปลูกทางภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย ทำรายได้เข้าสู่ประเทศและทำรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
ปาล์มน้ำมัน
ชื่อสามัญ Oil palm
ชื่อวิทยาศาสตร์ Elaeis guineensis Jacq.
ถิ่นกำเนิด แถบแอฟริกาตะวันตก
ความสำคัญ เป็นพืชน้ำมันที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่นทั้งด้านการผลิตและด้านการตลาด ส่วนแบ่งการผลิตน้ำมันปาล์มต่อน้ำมันพืชของโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จากร้อยละ 11.7 ในช่วงปี 2519 – 2543 เพิ่มเป็นร้อยละ 27.5 ในช่วงปี 2544 – 2548 และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 31.2 ในช่วงปี 2549 – 2563 โดยมีประเทศผู้ผลิตสำคัญคือมาเลเซียและอินโดนิเซีย
สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยมีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจาก 69,625 ไร่ในปี 2520 เป็น 2.04 ล้านไร่ใน 2546 และน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชที่มีส่วนแบ่งการผลิตสูงสุดของอุตสาหกรรมน้ำมันพืชของประเทศไทย คือ มีส่วนแบ่งการผลิตถึงร้อยละ 73 และมีส่วนแบ่งการบริโภคน้ำมันร้อยละ 62 ของน้ำมันพืชทุกชนิด

ในส่วนของการส่งเสริมวิชาชีพเกษตรของวิทยาลัยเกษตรกรรมทั่วทั้งประเทศไทยก็ได้มีการส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพพืชไร่ชนิดต่าง ๆ

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพืชสวน

ความหมายและความสำคัญของพืชสวน
ความหมายของพืชสวน
คำว่า "พืชสวน" เริ่มจะเป็นที่รู้จักและใช้กันแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้ คือ ราวศตวรรษที่ 17 แต่โดยแท้จริงแล้วพืชสวนมีกำเนิดมาพร้อมๆ กับกำเนิดของมนุษย์ชาติ ถ้าพิจารณาคำว่า พืชสวน (Horticulture) ซึ่งแปลงมาจากภาษาลาติน จะเห็นว่าประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ hortus = garden และ colere = to cultivate ดังนั้นคำว่าพืชสวนในภาษาง่ายๆ อาจกล่าวได้ว่าเป็น The Culture of Gardens หรือ Garden Culture นั่นคือการเพาะปลูกพืชนั่นเอง


พืชสวนเป็นวิชาสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์การเกษตร (Agricultural Science) สำหรับวิทยาศาสตร์การเกษตรอาจเรียกสั้นๆ ว่า เกษตรกรรม หรือ เกษตรศาสตร์ (Agriculture) ซึ่งหมายถึงการกระทำใดๆ หรือความรู้ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อันได้แก่สาขาใหญ่ที่ประกอบเข้าด้วยกัน คือสาขาสัตวศาสตร์ (Animal Science) และสาขาพืชศาสตร์  
 

รูปที่ 1.1 พืชสวน


(Plant Science) ในสาขาพืชศาสตร์เองยังสามารถแบ่งออกเป็นสาขาย่อย ได้ 3 สาขา คือสาขาพืชสวน (Horticulture) ซึ่งประกอบด้วยพืชที่เป็นไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ ผัก และพืชอุตสาหกรรม สาขาพืชไร่ (Agronomy) ซึ่งประกอบด้วยพืชที่เป็นธัญพืช พืชเส้นใย พืชอาหารสัตว์ และพืชน้ำมัน และสาขาป่าไม้ (Forestry) ซึ่งประกอบด้วยพืชที่เป็นไม่ป่าและผลิตภัณฑ์จากไม้ป่า ในอีกความหมายหนึ่งพืชสวนหมายถึงพืชที่ปลูกและมีการดูแลรักษาอย่างพิถีพิถัน (Intensive) ซึ่งโดยหลักการเป็นการนำวิชาความรู้จากสาขาวิชาต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น หลักการปลูกผัก หลักการผลิตไม้ผล หลักการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ดิน และปุ๋ย โรคพืช กีฏ อุตุนิยมวิทยา


ความสำคัญของพืชสวน แบ่งออกเป็น 4 ด้าน

1. ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ
2. ความสำคัญทางด้านโภชนาการ
3. ความสำคัญทางด้านสังคม
4. ความสำคัญทางด้านอารมณ์และจิตใจ


ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ
ในปีใดถ้าหากประเทศมีฤดูกาลที่ปกติ การผลิตของผลิตผลทางพืชสวนทั้งพืชผัก ผลไม้ และไม้ดอกมีปริมาณมากที่จะทำให้ประชาชนสามารถซื้อหามาบริโภคได้ ทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อน เกษตรกรผู้ปลูกก็มีรายได้สูง ทำให้มีชีวิตประจำวันที่ดีขึ้น และเมื่อมีการผลิตที่เหลือจากการบริโภคกันภายในประเทศแล้ว ก็สามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศในปีละหลายร้อยล้านบาท ไทยส่งออกทั้งในรูปสดและแปรรูปโดยส่งทั้งภาคเอเชียและยุโรป


ความสำคัญทางด้านโภชนาการ
อาหารจากพืชสวนไม่ว่าผักหรือผลไม้ เป็นแหล่งของพลังงานที่สำคัญ เป็นแหล่งอาหารโปรตีน แหล่งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็น โดยเฉพาะในพืชผัก นอกจากจะให้ธาตุอาหารและพลังงาน เกลือแร่ต่างๆ แล้ว ยังทำให้อาหารมีรสชาติน่ารับประทาน และยังมีพืชสวนหลายชนิดที่เป็นพืชสมุนไพรและเป็นเครื่องเทศ สำหรับผลไม้มีวิตามิน เกลือแร่หลายชนิด น้ำตาล และโปรตีน เราจึงพบว่าพืชสวนมีความสำคัญทางด้านโภชนาการเป็นอย่างมาก


ความสำคัญทางด้านสังคม
อาชีพทางพืชสวน นอกจากจะทำให้เกษตรกรมีรายได้แล้วยังช่วยทำให้สังคมในพื้นที่เหล่านั้นมีอาชีพอื่นๆ ตามมาอีก เช่น อาชีพรับจ้าง อาชีพขนส่ง อาชีพอุตสาหกรรมแปรรูปทางพืชสวน ซึ่งจะทำให้ประชาชนส่วนมากมีงานทำ ช่วยลดปัญหาคนว่างงาน


ความสำคัญทางด้านอารมณ์และจิตใจ
เราพบว่าอาคารที่พักต่างๆ นอกจากอาคารที่พักที่สวยงามแล้ว การจัดภูมิทัศน์ให้บริเวณอาคารต่างๆ เหล่านั้นมีความร่มรื่นสวยงาม ทำให้ผู้อาศัยหรือผู้พบเห็นมีจิตใจและอารมณ์ที่แจ่มใสขึ้น เช่น บ้านพัก สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือแม้แต่การวางต้นไม้ต่างๆ ในอาคาร หรือ การปักดอกไม้บนโต๊ะอาหาร ห้องประชุม หรือห้องทำงาน
22/5/55 โพสต์โดย ลมโชย
3 จาก 4
พืชที่ต้องการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
4/9/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
4 จาก 4
พืชสวน เป็นกลุ่มพืชที่ประกอบด้วยไม้ผล พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นพืชที่ให้อาหารปากอาหารท้องและอาหารตาอาหารใจ สามารถปลูกได้ทั่วไปทุกภาค เช่นพืชสวน
6/11/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
พืชสวนครัว หาซื้อได้ที่ไหน
ช่วยบอกขั้นตอนในการปลูกพืชสวนครัวบนดาดฟ้า เริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นเลยนะครับ
การตอนเป็นการขยายพันธุ์พืชได้ทุกชนิดจริงหรือไม่
ทำไมเพลี้ยถึงดูดของเหลวจากพืชในตอนกลางวัน
คำถามเกี่ยวกับพืช?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู