หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
พัฒนาการทางสมองของวัยรุ่นมีอะไรบ้าง
ข้อมูล 28/11/52 โพสต์โดย Neszuzaa
คำตอบ
1 จาก 1
* ระยะ 12-14 ขวบ (ป.6-ม.2) ทดลองสรุปว่าอะไรควรจะเป็นไปได้
   * คิดถึงผลกระทบที่จะตามหนทาง ที่ได้เลือกไว้ในระยะสั้น และระยะยาว
   * สามารถมีความคิดริเริ่มโดยปราศจากความชื่นชอบของผู้อื่น
   * กำหนดมาตรฐานภายนอก เพื่อให้เกิดความยุติธรรม เช่น มาตรฐานทางกฎหมาย กฎระเบียบของโรงเรียน นำมาใช้ในการประเมินความต้องการ และแก้ไขปัญหา
   * ต้องตระหนักถึงประสิทธิภาพของข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาที่จะต้องยุติธรรม เป็นจริงได้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้

   * ระยะ 15-18 ขวบ (ม.4-ม.6) สามารถใช้ขบวนการแก้ไขปัญหา เมื่ออยู่ในบทสนทนา ที่มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น
   * สามารถเลือกใช้ข้อตกลงใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับตนเองและผู้อื่น
   * สามารถหาหนทางปรับปรุงข้อตกลงที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น
   * สามารถประมวลความตั้งใจ และความสามารถของตนเอง และผู้อื่น ไปสู่การวางแนวการปฏิบัติได้อย่างดี
   * สามารถทำปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการทำข้อตกลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
   * สามารถกำหนดมาตรฐานความยุติธรรมจากภายนอกมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
   * ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างซื่อสัตย์ และสนับสนุนให้ผู้อื่นทำตามด้วย

การสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

   * ระยะแรกเกิดถึง 8 ขวบ สามารถร่วมแก้ไขปัญหากับเพื่อนๆ ได้ง่ายๆ และคาดคะเนได้ว่า จะมีผลกระทบอะไรบ้างที่เกิดขึ้น และในที่สุด ก็สามารถเลือกวิธีการแก้ไขได้
   * สามารถเข้าร่วมการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้ โดยมีเด็กที่มีอายุมากกว่า หรือผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษา

   * ระยะ 9-11 ขวบ สามารถมีความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้โดยไม่มีที่ปรึกษา

   * ระยะ 12-14 ปี สามารถร่วมสร้างโครงการใหม่ๆ กับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ได้
   * สามารถเข้าร่วมขบวนการฝึกฝนให้หัดคิดริเริ่มโครงการใหม่ๆ กับเพื่อนที่มีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง
   * สามารถเข้าใจว่าปฏิสัมพันธ์ กับของทุกๆ สิ่งอาจจะก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ ขึ้นได้
   * สามารถสอนนักเรียนรุ่นน้อง ให้หัดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้

   * ระยะ 15-18 ปี สามารถมีความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ได้กับกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย
   * สามารถสอนเพื่อน หรือผู้สูงอายุกว่า ให้มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ ได้
   * มีความคิดใหม่

ในด้านการตัดสินปัญหา

   * วัยเด็กถึง 8 ขวบ สามารถเข้าร่วมอภิปรายในการตัดสินใจได้ โดยมีครู หรือผู้สูงอายุกว่าให้คำแนะนำ

   * ระยะ 9-11 ขวบ สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหากับเพื่อนในห้องเรียนที่มีความขัดแย้งกัน

   * ระยะ 12-14 ปี สามารถช่วยจัดการหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนของนักเรียนรุ่นน้อง

   * ระยะ 15-18 ปี สามารถจัดการหามติข้อสรุป ในการแก้ไขปัญหากับกลุ่มชนต่างๆ
   * สามารถช่วยเหลือในการหามติข้อสรุปของที่ประชุม ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งได้

ที่มา  http://www.cha-lad.com/index.asp?contentID=10000004&title=%BE%D1%B2%B9%D2%A1%D2%C3%A2%CD%A7%CA%C1%CD%A7+%E1%C3%A1%E0%A1%D4%B4%B6%D6%A7%C7%D1%C2%C3%D8%E8%B9&getarticle=82&keyword=&catid=19

เจาะลึกสมองวัยรุ่น

ทำไมวัยรุ่นจึงนอนเก่ง ชอบเสี่ยงภัย และไม่ฟังเหตุผล
โดย นอรา อันเดอร์วูด

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กเพิ่งให้การยอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่า
วัยเด็กเป็นวัยที่มีความสำคัญที่สุด และประสบการณ์ในวัยเด็ก
คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดบุคลิกภาพของพวกเขาในอนาคต
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ผู้ปกครองบางกลุ่มพยายามยัดเยียดความรู้
และการศึกษาทุกรูปแบบลงไปในช่วงเวลาอันน้อยนิดของวัยเด็ก
เด็กหลายคนได้ฟังเพลงคลาสสิกของโมซาร์ตตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์
และรู้จักคณิตศาสตร์เบื้องต้น
ตั้งแต่ยังไม่หัดเดินผ่านดีวีดีชุดเบบี ไอน์สไตน์

หลายคนเชื่อว่าวัยเด็กเป็นช่วงเวลาสำคัญ
ที่ต้องรีบปลูกฝังรากฐานความเป็นผู้ใหญ่
ก่อนช่วงเวลาทองจะหมดไป โดยไม่ทันเฉลียวใจว่า
วิธีดังกล่าวอาจทำให้เกิดผลเสียตามมาเช่นกัน

ในความเป็นจริง การพัฒนาของสมองส่วนใหญ่
เกิดขึ้นในช่วงสองสามปีแรกของชีวิต
แต่การเติบโตและพัฒนาไม่ได้สิ้นสุดลงในวัยทารก
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสมองยังมีพัฒนาการที่สำคัญตลอดเวลา
กระทั่งเข้าสู่วัย รุ่นหรืออายุประมาณ 25 ปี ไม่นานมานี้
นักวิทยาศาสตร์เห็นภาพการทำงานของสมอง
โดยอาศัยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเอ็ม อาร์ไอ
และพบข้อมูลใหม่ที่ยืนยันข้อสงสัยของผู้ปกครองเด็กวัยรุ่นทั้งหลาย
ที่ว่าวัยรุ่นแตกต่างจากผู้ใหญ่ราวกับเป็นมนุษย์คนละสายพันธุ์

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มสังเกตเห็นความแตกต่าง
อันโดดเด่นของสมองวัยรุ่น และ พัฒนาการสำคัญ
ที่เกิดขึ้นระหว่างอายุสิบถึง 15 ปี
ผลตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า
เผยถึงข้อมูลใหม่ที่น่าตื่นเต้น
การค้นพบเหล่านี้ไม่เพียงมีประโยชน์สำหรับผู้ปกครองเท่านั้น
แต่ยังมีคุณอนันต์ต่อนักการศึกษา แพทย์
และผู้กำหนดนโยบายของประเทศ

ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กอายุหกขวบ
สมองจะมีขนาดเท่ากับร้อยละ 90 ถึง 95 ของสมองผู้ใหญ่
แต่สมองยังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
อีก 15 ปีเป็นอย่างน้อย ทั้งส่วนสีเทาและส่วนสีขาว
สมองส่วนสีขาวประกอบด้วยเส้นใยประสาทจำนวนมาก
ซึ่งทำหน้าที่สื่อสารและส่ง สัญญาณระหว่างเซลล์สมอง
สมองส่วนสีขาวเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกคลอด
และพัฒนาเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ขณะสมองส่วนสีเทา
ซึ่งประกอบด้วยเซลล์สมองจำนวนมากมีหน้าที่ประมวลผลข้อมูล
และคิดวิเคราะห์จะเริ่มพัฒนาอย่างรวดเร็วในวัยเด็ก
และพัฒนาช้าลงในช่วงวัย รุ่น โดยสมองกลีบหน้า
และกลีบขมับมีพัฒนาการเต็มที่ช้าที่สุด
ประเด็นสำคัญของเรา คือสมองกลีบหน้า
หรือถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องคือสมองกลีบหน้าสุด
ซึ่งทำหน้าที่เหมือนนักบริหาร เช่น วางแผน จัดระบบ
ตัดสินใจ คอยยับยั้งชั่งใจ และการมีเหตุผล
เป็นส่วนที่จะทำหน้าที่เตือนวัยรุ่นอายุ 16 ปี
ไม่ให้ทำพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย
เช่น กระโจนลงน้ำจากหน้าผาสูงสิบเมตร
โดยไม่ทราบสภาพใต้น้ำ

เมื่อพ่อคนหนึ่งเอ่ยชมเสื้อผ้าชุดใหม่ของลูกสาววัย 13
เธอกลับหงุดหงิดและหันมาจ้องหน้าเขา
พร้อมกับโต้ตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “พ่อหมายความว่าอย่างไรกันแน่”
ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่พบกับสถานการณ์เช่นนี้คงได้แต่งง
และไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ที่แปรปรวนของวัยรุ่น
การศึกษาสมองด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าสองฉบับระบุว่า
สมองวัยรุ่นมีกระบวนการแปลความหมายของอารมณ์
แตกต่างจากสมองผู้ใหญ่ งานวิจัยอีกฉบับ
ระบุว่าใช้สมองคนละส่วนด้วยซ้ำไป

การนอนหลับของวัยรุ่นเป็นอีกเรื่องที่กวนใจผู้ปกครอง
จากเด็กที่เคยตื่นนอนแต่เช้าตรู่ทุกวัน
เมื่ออายุย่างเข้า 13 หรือ 14 ปี
กลับกลายเป็นเด็กตื่นสายและนอนดึก
บางคนอาจคิดว่านี่คือพฤติกรรมถดถอยของวัยรุ่น
ที่จริงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยา
นาฬิกาชีวภาพในสมองวัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลง
ทำให้พวกเขาไม่อยากเข้านอน
ก่อน 24.00 น. หรือ 1.00 น.

การที่วัยรุ่นต้องตื่นนอนตามเวลาที่ถูกกำหนดไว้
แทนที่จะเป็นเวลาที่ร่างกายเรียกร้อง
เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นเกิดปัญหาอดนอนเรื้อรัง
ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายตั้งแต่เล็กน้อยไปถึงขั้นรุนแรง
คาร์ลิล สมิท ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านจิตวิทยา
แห่งมหาวิทยาลัยเทรนต์ในแคนาดา กล่าวว่า
ภาวะอดนอนเรื้อรังทำให้วัยรุ่นไปโรงเรียนในสภาพอ่อนล้า
และไม่มีสมาธิ ส่วนใหญ่ไม่ได้กินอาหารเช้า
เนื่องจากยังรู้สึกง่วงนอน เมื่อถึงเวลาบ่าย ผู้ใหญ่มักรู้สึกง่วง
และอาจสัปหงกที่โต๊ะทำงาน แต่วัยรุ่นกลับเพิ่งเริ่มตื่นตัว
และสมาธิดีขึ้น เมื่อถึงเที่ยงคืน ทุกคนในครอบครัวหลับสนิทแล้ว
แต่วัยรุ่นยังคงตาสว่าง และอยากหาอะไรทำ
ผู้ปกครองสามารถช่วยพวกเขาได้โดยปรับลดกิจกรรม
หลังช่วงเย็นเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้านอน
ย้ายโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ออกจากห้องนอน
เก็บกวาดเครื่องดื่มกาเฟอีนในตู้เย็น
และอนุญาตให้นอนชดเชยช่วงสุดสัปดาห์

วัยรุ่นเป็นช่วงวัยซึ่งเต็มไปด้วยพัฒนาการที่สับสนวุ่นวาย
พฤติกรรมไม่ถูกสุขลักษณะบางอย่างจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่าย
บางพฤติกรรมอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อชีวิตในระยะยาว
ตัวอย่างเช่น ผู้เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่วัยรุ่นมักเลิกยากกว่า
ผู้ที่เริ่มสูบเมื่ออายุเกิน 20 ปี
งานวิจัยจากมหาวิทยาดุคในสหรัฐฯระบุว่า
วัยรุ่นเป็นวัยติดสารเสพติดได้ง่าย
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจมีผลให้ความจำ
และการเรียนรู้บกพร่อง นอกจากนี้ยังพบว่า
วัยรุ่นที่ดื่มหนัก มีความเสี่ยงสูง
ที่จะกลายเป็นผู้ติดสุราไปตลอดชีวิต
นายแพทย์เจย์ กิดด์ หัวหน้าหน่วยจิตเวชเด็ก
สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติในสหรัฐฯ กล่าวว่า
“วัยรุ่นเปรียบเหมือนรูปหล่อที่ปูนยังไม่แห้ง
พฤติกรรมที่ปล่อยทิ้งไว้จนอายุเกิน 18
หรือ 19 ปีมักติดตัวไปถึงวัยผู้ใหญ่”

วัยรุ่นมักไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งผู้ปกครอง
และดูเหมือนจะชอบทำตามความคึกคะนองส่วนตัว
พฤติกรรมเช่นนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้นหา
และเสริมสร้างความเป็นตัวเอง ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก
และพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงวัยรุ่น

เมื่อสมองกลีบหน้าของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่
การโหยหาประสบการณ์ชีวิตของพวกเขา
จึงเป็นไปอย่างไม่รอบคอบ ขาดการมองการณ์ไกล
จึงอาจกล่าวได้ว่าธรรมชาติของวัยรุ่นนั้นไม่ค่อยใส่ใจ
หรือคิดทบทวนถึงผลของการกระทำที่อาจเกิดตามมา

เวลาที่พูดกันอย่างนุ่มนวล
วัยรุ่นจะเข้าใจถึงอันตรายของพฤติกรรมเสี่ยงบางอย่าง
เช่น ดื่มสุราแล้วขับรถ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
หรือกระโดดหน้าผา แต่เมื่อสถานการณ์จริงมาถึง
เหตุและผลมักหล่นหายไประหว่างทาง
เทวดาฝ่ายดีที่คอยชี้แนะและตักเตือนคงเผลอหลับไป
ในขณะวัยรุ่นมีอารมณ์พลุ่งพล่าน
สาเหตุสำคัญ ของการเสียชีวิตช่วงวัยรุ่น
คือ อุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย และฆาตกรรม
อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากการขับขี่ยวดยานพาหนะ
และการขับรถของวัยรุ่นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงกว่า

อุบัติเหตุมักเกิดจากการใช้ความเร็วสูง
ขาดความรับผิดชอบ และพฤติกรรมโอ้อวด
นอกจากนี้ ธรรมชาติของวัยรุ่นยังมีข้อบกพร่อง
ในการชอบทำหลายเรื่องพร้อมกัน
เช่น ขับรถพร้อมดื่มเครื่องดื่ม ฟังเพลง
หรือสนทนากับผู้ร่วมโดยสาร

ประเด็นที่หมอกิดด์และนักวิจัยหลายคน
ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ เพราะเหตุใดความผิดปกติบางอย่าง
เช่น โรควิตกกังวล ความผิดปกติด้านการกินอาหาร
การใช้สารเสพติด และโรคจิตเภทจึงเกิดขึ้นบ่อยในช่วงวัยรุ่น
ขณะบางภาวะ เช่น โรคออทิิซึม สมาธิสั้น
และโรคอัลไซเมอร์ ไม่พบในวัยรุ่น
หมอกิดด์กล่าวว่า “โรคของผู้ใหญ่หลายโรคเริ่มเกิดตั้งแต่วัยรุ่น
การตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ซึ่งเป็นวัยที่ สมองยังปรับเปลี่ยนได้
สามารถป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว”
ผู้ปกครองจึงไม่ควรรีบสรุปเองว่าอาการวิตกกังวล
คือภาวะปกติของวัยรุ่น เนื่องจากภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณ
เตือนล่วงหน้าของโรคที่จะเกิดเมื่อเขาเติบโต เป็นผู้ใหญ่

การเรียนรู้ของสมองมนุษย์
จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และตัวอย่าง
หมอกิดด์เห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้วัยรุ่นเติบโตและสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้
จากบุคคลรอบตัว ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องจุกจิก
ในชีวิตประจำวันที่เราพูดคุยกัน ระหว่างขับรถไป
ถึงการแก้ไขปัญหา การจัดการกับอารมณ์
ความสัมพันธ์ และกฎระเบียบในที่ทำงาน
หมอกิดด์กล่าว “วัยรุ่นเชื่อในสิ่งที่เราทำมากกว่าสิ่งที่เราพูด”

แม้ลูกวัยรุ่นของคุณจะมีพฤติกรรมตะคอกใส่ผู้อื่น
กระแทกประตู เปิดเพลงเสียงดัง ฝ่าฝืนคำสั่ง
หรือทำตัวไม่น่ารัก ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพัฒนาการ
ของสมองวัยรุ่นล้วนยืนยันว่า ความอดทน ความเข้าใจ
และคำแนะนำจากผู้ปกครองคือสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับวัยรุ่น
ผู้ปกครองพึงระลึกไว้เสมอว่าสมองของวัยรุ่น
ไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ดีพอ โดยเฉพาะการพิจารณาปัญหา
ในมิติเชิงสังคม การเมือง และจริยธรรม วัยรุ่นจำเป็นต้อง
ได้รับคำตักเตือนอยู่เสมอเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เสี่ยงอันตราย
ตลอดจนผลพวงที่อาจเกิดตามมา ท้ายที่สุด
ผู้ปกครองไม่ควรลืมว่าการพัฒนาไปเป็นผู้ใหญ่
จำเป็นต้องมีอิสรภาพ ความรับผิดชอบ
และความเป็นตัวเองในระดับที่เหมาะสม

การที่วัยรุ่นช่วงอายุ 20 กว่าปีขอยืมรถที่บ้าน
ขับไปเรียนหนังสือ หรืออยากใช้ชีวิตในแบบของตนเอง
ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในวัยนี้
หมอกิดด์อธิบายพฤติกรรมนี้ว่า วัยรุ่นทำไป
เพราะกำลังก้าวพ้นวัยเด็ก “ผู้ปกครองควรเริ่มดีใจและบอกกับตัวเองว่า
หน้าที่ของฉันใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว”

ที่มา  http://yodnapa.bloggoo.com/archives/6135
28/11/52 โพสต์โดย edok
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในสมองของวัยรุ่นพัฒนาการในเรื่องใดที่เเสดงถึงความสัมพันธ์ของระบบประสาท
กลุ่มเพื่อนมีผลต่อพัฒนาการวัยรุ่นอย่างไร
พัฒนาการของวัยรุ่น(2) [หนูรี่ ค่ะ +50]
พัฒนาการทางเพศมีกี่ขั้นตอนอะไรบ้าง
วิธีกระตุ้นพัฒนาการเด็กพูดช้า
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู