หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
อวิชชาครอบงำคืออะไร
จงอธิบาย...ตามความรู้ที่มีอยู่ในสมองขณะนี้...(ห้ามลอกหนังสือตอบเพื่อสะสมคะแนน...รู้นะ...พฤติกรรมมันฟ้อง...ชัดมาก...)
ชีวิต 8/3/52 โพสต์โดย สวนกระแส
คำตอบ
1 จาก 22
ก็คงหมายถึงพวกที่เชื่อเรื่อง"ทรงเจ้าเข้าผี"...งมงายในสิ่งที่ไม่เป็นพุทธด้านดี...ชื่อมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่า"อวิชชา"
8/3/52 โพสต์โดย หมามุ่ย
2 จาก 22
พวกบ้าคุณไสย มั้ง  เช่นที่เห็นในข่าว เรื่องหมอดู หลอกมีอะไรกับลูกค้า  ทำให้ลูกค้าเชื่อว่าถ้านอนกับมันแล้ว  แฟนจะรักมากยิ่งขึ้น   น่ากลัวจัง......
8/3/52 โพสต์โดย แมวเหมียว
3 จาก 22
อวิชชาคือเดรัชฉานวิชา หนึ่งที่ผู้รู้ในคาถาอาคมนั้นใช้เพื่อสร้างศัตรูหรือกระทำมิดีมิร้าย (จากสมองน่ะครับ)
8/3/52 โพสต์โดย หวังดี
4 จาก 22
คาถา มนดำ มังค่ะ เพราะว่า อะ วิ ชา คือ วิชาที่ไม่ดี
8/3/52 โพสต์โดย kitycat
5 จาก 22
อวิชชาคือเดรัชฉานวิชา หนึ่งที่ผู้รู้ในคาถาอาคมนั้นใช้เพื่อสร้างศัตรูหรือกระทำมิดีมิร้าย (จากสมองน่ะครับ)
8/3/52 โพสต์โดย หวังดี
6 จาก 22
ดูพวกนักการเมืองไว้   ได้ดีหน่อยโดนครอบงำหมดเลย
8/3/52 โพสต์โดย ollo
7 จาก 22
อวิชชา คือ ความไม่รู้ หรือหลงผิด ครับ
ถ้ามันครอบงำก็ คือหลงผิดอย่างโงหัวไม่ขึ้น ล่ะครับ

วิชชา ไม่ใช่ วิชา นะครับ
8/3/52 โพสต์โดย TheOdin
8 จาก 22
โหดจังค่ะ ==

ถึงปลาทองลอกมาตอบในแต่ละกระทู้

ก็เพื่อมาตอบเพราะเค้าถามนั่นแหละค่ะ  เพื่อความถูกต้อง

เพราะเราอาจจะรู้แบบผิดๆก็ได้

ไม่ได้เพื่อคะแนนหรอกค่ะ  ^^
9/3/52 โพสต์โดย ปลาทอง
9 จาก 22
(ห้ามลอกหนังสือตอบเพื่อสะสมคะแนน...รู้นะ...พฤติกรรมมันฟ้อง...ชัดมาก...)

ตอบไม่ได้หรอกครับ... เพราะต้องไปลอกมาตอบ...

ถึงลอกมาตอบ ก็ไม่ต้องให้คะแนนก็ได้นี่ครับ...

ถ้า "เกรง" ว่าใครจะ "สะสม" คะแนน...

แต่ "เกรง" ทำไมล่ะครับ...

อ้อ..."จงอธิบาย...ตามความรู้ที่มีอยู่ในสมองขณะนี้..."

นี่ยิ่งไม่กล้าตอบใหญ่ "คำถามตามสั่ง"...

เพราะผู้ถามคงรู้คำตอบแล้ว...

เพียงแต่ถามลองวิชา "เพื่อนๆ" เท่านั้น...
9/3/52 โพสต์โดย Winyu444
10 จาก 22
1.  สิ่งที่เราคิดว่า  เราแ น่    ทำให้เรากระทำผิดพลั้งไป
2.  เ ป็นเ รื่องปกติที่จะถูกครอบงำ  
          ฯลฯ
9/3/52 โพสต์โดย thai1500
11 จาก 22
ไม่เอาคะแนน  เพราะที่รู้มา  เอามาจากคนอื่นๆทั้งนั้น  มาดามยังไม่ตรัสรู้ค่ะ
9/3/52 โพสต์โดย มาดามมก
12 จาก 22
ความไม่รู้  เพราะ ถูกกิเลสครอบงำ ทำให้เกิดความทุกข์ อยากที่จะหลุดพ้น
25/3/53 โพสต์โดย ทิดทุย
13 จาก 22
อวิชา คือความไม่รู้ว่าแท้จริงจิตคือสิ่งใด มีสภาวะเป็นเช่นไร  สภาวะที่จิตรับรู้แท้จริงคือสิ่งใด หากจะพูดจากการปฏิบัติที่เรียนรู้จากสมาธิ ก็จะอธิบายได้ว่า สภาวะตัวตนที่แท้ของจิตเป็นเพียงแค่สภาวะรู้ ไม่สามารถคิดได้ สภาวะรอบข้องเป็นเพียงความมืดใสมาก ที่ทางพระป่าเรียกถีติภูตังหรือจิตดั้งเดิม หากจะเปรียบเทียบก็เหมือนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการแสดงข้อมูล
    ส่วนสภาวะที่จิตรับรู้ก็ต้องกล่าวถึงนิสัยของจิตที่มักแสวงหาและประมวลผลหรือที่เรียกว่ายึดติด ถ้าจะเปรียบเทียบก็คือ ram หรือ cpu ส่วน อายะตนะที่รับรู้ก็คือโปรแกรมที่จิตไปยึดและคำนวนประมวลผลแสดงออกมาทางหน้าจอ กลายมาเป็นตัวตนที่แสดงอกกมาทางหน้าจอ เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น ก็ต้องดูจากเวทนาที่เกิดขึ้นขณะทำสมาธิ เวทนาดังกล่าวสามารถแยกออกจากตัวจิตได้เป็นคนละส่วน และสามารถดับได้ และเมื่อนำจิตเข้าสู่เนวสัญญา ก็จะเรียนรู้เพิ่มเติมอีกว่า แม้แต่ตัวจิตที่คิดและรับรู้ได้ ก็เป็นเพียงแค่ข้อมูล เพราะในสภาวะเนวสัญญา จิตไม่สามารถคิดได้ มีเพียงสภาวะรู้เท่านั้น
4/4/53 โพสต์โดย polchai.echo
14 จาก 22
อวิชชา (อวิชฺชา) คือ ความไม่รู้ จ้า

ตรงข้ามกับ วิชฺชา หรือ วิชา แปลว่า ความรู้

ในทางพระพุทธศาสนา อวิชชา คือ ความไม่รู้ในความจริงของสรรพสิ่งและไม่รู้วิธีที่จะดับทุกข์  เช่น

--ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ในหลักไตรลักษณ์ ว่า สรรพสิ่งไม่เที่ยง(อนิจจัง) ไม่มีตัวตนที่แท้(อนัตตา) และทุกสิ่งเป็นทุกข์(ทุกขัง)

--ไม่เข้าใจว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้น ดำเนินไป และดับไป ตามเหตุปัจจัย (ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกัย หลักปฏิจจสมุปบาท , อิทัปปัจจัยตา) หลายคนไปคิดฝืนกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย แต่ฝืนไม่ได้ มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น เป็นไปตามธรรมชาติ ก็ทำให้เกิดทุกข์ เช่น คนเราต้องแก่ ต้องเหี่ยว แต่พอหน้าเหี่ยวก็ไม่พอใจ ไม่มีความสุข เกิดทุกข์ ก็ต้องดิ้นรนหาซื้อครีมต่างๆมาทา ไปศัลยกรรม พอไปทำมาแล้ว ไม่หายเหี่ยว ก็ทุกข์อีก เป็นต้น

--ไม่รู้ ไม่ทำความเข้าใจใน อริยสัจ 4 ได้แก่  ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค คือความไม่เข้าใจทุกข์ ไม่เข้าใจเหตุแห่งทุกข์ ไม่เข้าใจว่าดับทุกข์แล้วเป็นอย่างไร โดยเฉพาะไม่เข้าใจและไม่สามารถปฏิบัติตนตามทางแห่งการดับทุกข์หรือมรรคได้(ทางสายกลางที่นำไปสู่การดับทุกข์/มัชฌิมาปฏิปทา)

เมื่อไม่มีวิชชาดังกล่าว มีแต่อวิชชาหรือความไม่รู้ ก็ปล่อยให้มีกิเลส ตัณหา อุปาทานต่างๆ คอยชักจูงให้คิดและกระทำสิ่งต่างๆที่ไม่ถูกไม่ควร ที่ก่อให้เกิดทุกข์ พอทุกข์ก็ดิ้นรนจะหนีทุกข์ ก็ไปทำสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์เพิ่มขึ้นอีก เช่น อยากได้ผู้ชายคนหนึ่งมาเป็นแฟน พออยากได้ก็หาทางเข้าใกล้ หาทางจีบ พอได้มีคนรักสมใจ ก็เกิดความหึงหวง พอคนรักไปมีชู้เข้าจริงๆ  ก็ทุกข์ พอทุกข์ก็ยายามหาทางหนีจากทุกข์ ก็ไปตามรังควานชู้ ไปรังควานชู้ พอชู้ด่าก็ทุกข์ เลยไปจ้างคนมาทำร้ายชู้ พอตำรวจตามจับฐานเป็นคนจ้างวาน ก็ยิ่งทกุข์ไปอีก ก็หนีตำรวจ ตอนหนีตำรวจก็ทุกข์อีก อย่างนี้เป็นต้น

วงจรแห่งทุกข์ก็ดำเนินไปไม่จบสิ้น ทุกข์เรื่องนู้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง หาวิธีแก้ทุกข์กันแบบไม่รู้ ใช้อวิชชาล้วนๆ ก็ไม่หายทุกข์

แต่หากคนเราดับ อวิชชา ได้ กิเลสตัณหาอุปาทานก็ไม่เกิด ก็ไม่ต้องทุกข์ หากทำได้จนถึงขั้นที่ไม่มีกิเลสตัณหามารบกวนอีกเลย พิจารณาจนเข้าใจชีวิตและโลกอย่างถ่องแท้สุดๆ ก็จะ>>บรรลุนิพพาน บรรลุสู่ความสุขที่แท้ ดับสิ้นซึ่งการเวียนว่ายตายเกิด
ไม่ต้องผจญกับทุกข์อีกต่อไปจ้า

---ขอเน้นย้ำหน่อยนะคะว่า---คนปัจจุบันหลงทาง
ไปยึดในสิ่งที่ไม่ใช่แก่นของพระธรรม ไม่ใช่แก่นของพุทธ
เช่น นับถือเครื่องรางของขลัง พระเครื่อง (เป็นพวก ส่องพระ แต่ไม่เห็นพระ)

หรือไปมุ่งเน้นที่จะปฏิบัติธรรมเพือให้สามารถทำปาฏิหาริย์ต่างๆได้ เช่น ระลึกชาติได้ เห็นความคิดของคนอื่น เป็นต้น

ถ้าทำเช่นนั้นก็ยังไม่อาจพ้นทุกข์ได้อยู่ดี --

---คนเราต้องหันมาศึกษาพระธรรมให้ถึงแก่น ทำความเข้าใจด้วยตนเอง โดยใช้ปัญญา ไม่ใช้ความเชื่อ และลงมือปฏิบัติ ฝึกจิตและอบรมปัญญา โดยมีการดับทุกข์ คือจุดหมายปลายทางค่ะ

ปล. คนเขียนทำไม่ได้ค่ะ ทฤษฎีแม่น แต่ปฏิบัติห่วยค่ะ อิอิ

เผื่อมีใครในกูรูทำได้ ก็จะได้อานิสงส์ไปด้วยค่ะ อิอิ  ><
6/4/53 โพสต์โดย bamboo9
15 จาก 22
อวิชชา แปลว่า ความหลงใหญ่ ความไม่รู้ เรียกว่าภาษาชาวบ้านว่า ความโง่

อวิชชา เกิดจากความพอใจ ไม่พอใจ และการหลงไปตามความพอใจไม่พอใจ ตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามากระทบสัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเรารับรู้สิ่งที่เข้ามากระทบสัมผัส เกิดหลงไปตามสิ่งนั้น ผลก็คือ เกิดความพอใจไพอใจ (เวทนา ตัณหา) หลงไปตามสิ่งนั้น (เกิดอุปทาน) จิตจะทำการเก็บหรือจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้ ก็คืออวิชชานั่นเอง

ต่อมา เมื่อเรารับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อีก ข้อมูลเดิมที่จิตเก็บไว้ คือ ความพอใจไม่พอใจในความจำเรา (สัญญา) ก็จะมีอิธิพล หรือส่งผลค่อการคิดของเรา ให้ออกมาเป็นพอใจ ไม่พอใจ ตามข้อมูลที่จิตได้เคยเก็บไว้ และเก็บเป็นอวิชชาใหม่สะสมเข้าไปอีก และจะทับถมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

อวิชชาที่เก็บไว้ในจิตใจเรานั้น กองใหญ่กว่าภูเขา คอยปิดบังเราให้หลง ไม่ให้รู้ความมจริงตามความเป็นจริง รู้แต่สิ่งสมมุติ

ในทางธรรม อวิชชา เป็นสัญญาแบบหนึ่งที่เกิดจากโลภะ โทสะ โมหะ เป็นมูลเหตุ เกิดในอินทรีย์ ๖ หรือทวาร ๖ มีผัสสะอารมณ์เป็นสิ่งเริ่มต้น มีวิญญาณที่เกิดในทวาร ๖ เป็นตัวรับรู้อารมณ์นั้น มีสติไปดึงเอาอวิชชาเดิมมารับกระทบสัมผัส ทำให้เกิดเป็นเวทนา ตัณหา อุปทาน เกิดอวิชชาใหม่เก็บไว้ในสัญญา ซึ่งจะถูกพัฒนาเป็นสังขารหรือความคิดของคนๆ นั้นในที่สุด

อาการของผู้ถูกอวิชชาครอบงำ ก็คือ มีความเห็น ความคิด การพูด การกระทำ การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด การระลึกนึกถึงเรื่องราว ความพยายาม และความตั้งใจ จะมาจาก โลภะ โทสะ โมหะ หรือ ความพอใจ ไม่พอใจ และความหลงทั้งหมด ไม่มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป
15/6/53 โพสต์โดย Darkcoder
16 จาก 22
ไม่รู้จักตัวเองตามสิ่งที่มันเป็นจริงนั่นแหละครับ ชื่อว่าถูกอวิชชาครอบงำ

ในหลักธรรมกล่าวว่า ไม่รู้จักทุกข์ ไม่รู้จักเหตุแห่งทุกข์ ไม่รู้นิโรธ (พระนิพพาน) ไม่รู้จักมรรค (ทางปฏิบัติให้ถึงพระนิพพาน) ไม่รู้จักอดีต ไม่รู้จักอนาคต ไม่รู้จักทั้งอดีตและอนาคต และไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท (ปัจจัยที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้น โดยเริ่มมาจากอวิชชา)

แต่ทั้งหมดนั้นก็อยู่ในตัวของเราเอง การเพ่งดูภายนอกจึงไม่มีทางที่จะออกจากสิ่งครอบงำ การเพ่งดูภายใน คือใจของตนเองเท่านั้น เมื่อดูจนแจ่มแจ้งแล้ว ความไม่รู้(อวิชชา) ก็คลายไปเอง
15/6/53 โพสต์โดย กิตติธร
17 จาก 22
คือ มีตัวกู อยู่เยอะมาก เกิดอวิชชา อาสวะ ต่าง ๆ
ฆ่าตัวตายก่อนตายเถอะ อย่าไปมีเลย ไอ้ตัวกู
ไม่มีตัว ก็ไม่มีอวิชชา
29/9/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
18 จาก 22
อวิชชา ที่หลายๆคนตอบว่าหมายถึงไม่รู้ จริงๆแล้วไม่ได้ถูกซะทีเดียวครับ
ขออนุญาตยืมคำตอบของท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง(ปัจจุบันท่านได้มรณภาพแล้วและเส้นผม,เล็บมือของท่านได้แปรสภาพเป็นพระธาตุหมด) ท่านได้พูดไว้ว่า อวิชชาคือรู้ไม่จริง รู้ไม่หมด รู้ไม่เท่าทันกิเลส ครับ
*****ถ้าผิดพลาดประการไดขอน้อมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับท่านผู้รู้ครับ*****
11/10/53 โพสต์โดย กะชาย
19 จาก 22
ขอตอบด้วยคน
อวิชชา คือ ความไม่รู้
ไม่รู้จริงใน อริยสัจ 4
จึงไม่สามารถ ดับทุกข์ ดับกิเลสได้ ก็ไม่พ้นทุกข์
5/11/53 โพสต์โดย nutpac2a
20 จาก 22
สรุป อวิชชา คือ ความรู้ผิดๆที่ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาในจิตใจมนุษย์

ซึ่งความรู้ที่ผิดนั้นก็คือ ความรู้ว่ามีตัวเรา-ของเรา(อัตตา)  

โดยอวิชชานี้เองที่ครอบงำจิตมนุษย์ทุกคนเอาไว้ แล้วทำให้จิตมนุษย์เกิดความทุกข์ขึ้นมา
------------------------------------------
ขอเชิญปัญญาชนคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย ศึกษาพุทธศาสนาดั้งเดิมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

อันเป็นหลักคำสอนที่แท้จริงของพระพุทเจ้า ที่ยังไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ผิดเพียนมาก่อน

ซึ่งเป็นหลักวิทยาศาสตร์  ที่มีเหตุผล  พิสูจน์ได้  ไม่มีความงมงาย และไม่มีใครจะโต้แย้งด้วยเหตุผลได้

ที่ทุกคนสามารถจะ "เข้าใจ" และ "เห็นแจ้ง" ได้  หรือศึกษาแล้วทำให้เกิดดวงตาเห็นธรรมได้

ที่เว็บ  "ฉันคืออะไร?"   www.whatami.net  -  เว็บไซต์สำหรับบุคคลอัจฉริยะ
7/12/53 โพสต์โดย whatami.net
21 จาก 22
เข้ามาเอาคะแนนค่ะ
25/12/53 โพสต์โดย ลูกตาดำ
22 จาก 22
ช่วงไร้สติ  
ตอนนี้ยังไม่ได้เจริญสติ รู้ กาย รู้ใจ  เรียกว่า ไร้สติ อวิชชา ครอบทั้งหมด ทุกวินาที ทั้งวัน
เมื่อเจริญสติดีแล้ว  มันจะแสดงตน จนรู้เลย ทุกวินาที อวิชชา ทั้งนั้น
ช่วงไม่รู้ หรือ  ช่วงที่รู้ แล้วคิดว่า คิดว่า  นั้นเละอวิชชา  เพราะไม่มีสติ  จะบวกเลข จะลุกเดิน จะเข้าห้องน้ำ อวิชชาสั่งทั้งนั้น เพราะไร้สติ
เมื่อไรมีสติ กำกับ จะมีสภาวะจำเพาะแล้วจะเข้าใจ อวิชชาคืออะไร ค่อยมาคุยกัน ยังทัน
7/6/54 โพสต์โดย dalin_ple
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
รู้เห็นอย่างไร จึงจะละอวิชชาได้ จึงจะละสังโยชน์ได้ วิชาจึงจะเกิด
ศาสนาพุทธสอนอะไร
นิพพานแล้วได้อะไร
คุณว่าอวิชชาคุณคิดถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรกคระ
อยากตายครับ แต่ยังไม่พ้นอวิชชาเลย ทำงัยดี
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู