หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
แคช L3 มีผลกับประสิทธิภาพของระบบมากแค่ไหน?
cpu ที่มีแคช L3 มีผลกับประสิทธิภาพของระบบมากแค่ไหน?
คอมพิวเตอร์ | คอมพิวเตอร์เบื้องต้น 22/2/52 โพสต์โดย ละอ่อน
คำตอบ
1 จาก 2
แคชเป็นหน่วยความจำที่อยู่ใกล้ซี พียูที่สุด และทำงานด้วยความเร็วเท่ากับ CPU เลยจึงทำให้มีความเร็วสูงสุด แต่ด้วยกระบวนการผลิตที่ยากกว่าจึงทำให้มีต้นทุนราคาแพงกว่า ทำให้ใส่มาไม่ได้มาก แต่จะใช้วิธีจัดการบริหารให้มีประสิทธิภาพร่วมกับแรมซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า แต่ช้ากว่า และราคาถูกกว่า ในปริมาณที่มีเพียงน้อยนิดของแคชนั้น ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งระบบเมื่อเทียบกับไม่ มีแคช โดยการบันทึกข้อมูลที่ใช้งานบ่อยๆ ลงในแคช

เมื่อต้องการเรียกข้อมูลหรือคำสั่งที่ต้องการทำงานต่อไป ตัวซีพียูก็จะวิ่งไปดูข้อมูลในแคชก่อน หากไม่พบข้อมูลจึงจะวิ่งไปดูข้อมูลในหน่วยความจำหลัก(แรม) ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่อยู่ลำดับถัดไป

หากใช้แต่แคช โดยไม่พึ่งพา System Memory หรือแรม ก็จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องมีราคาสูงกว่า ที่เราจะสามารถนำมาใช้งานได้ทั่วไป เหมือนในปัจจุบัน


เรียงตามความเร็ว Register>Cache L1>L2>L3>System Memory> Harddisk

สรุป Cache เร็ว แต่แพง จึงใส่มาน้อย แต่ก็มากพอจะเ้พิ่มประสิทธิภาพให้กับคอมพิวเตอร์ เมือ่เทียบกับแบบไม่มีแคช ด้วยการบริหารจัดการที่ีมีประสิทธิภาพ(เกิด Cache Hit มาก และ Cache Miss น้อยๆ)
System Memory ช้ากว่า Cache มากแต่มีราคาถูกกว่า จึงทำให้มีปริมาณมากกว่า สามารถเก็บข้อมูล/คำสั่งที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้งานได้จำนวนมาก
Harddisk เป็นหน่วยความจำลำดับถัดไป ช้ากว่า System Memory ใช้สำหรับทำ Paging File(Virtual Memory) โดยระบบปฏิบัติการ ในกรณีที่มีการใช้งานหน่วยความจำหลัก(system Memory)จนเต็ม ก็จะไปใช้งานฮาร์ดดิสมาทำเป็นหน่วยความจำสำรอง ซึ่งทำได้โดยการ Swap file ในหน่วความจำ ลงมาในฮาร์ดดิส เพื่อให้ระบบสามารถทำงานต่อไปได้ ข้อเสียคือช้ากว่าใช้ System Memory แต่สามารถเก็บข้อมูลได้มาก และช่วยให้นักพัฒนาระบบไม่ต้องคำนึงถึงหน่วยความจำที่คอมพิวเตอร์แต่ล่ะ เครื่องมีอยู่ไม่เท่ากัน
ohio

http://forums.overclockzone.com/forums/archive/index.php/t-83181.html
22/2/52 โพสต์โดย LDSerenity
2 จาก 2
เท่าที่เคยอ่านเจอ  ระบบแคชจะทำงานเป็นลำดับ  โดยค้นหาข้อมูลจาก L1>L2>L3
เปรียบเที่ยบให้เข้าใจง่ายๆก็คงจะเป็นแบบนี้  สมมติตัวคุณคือ  "ซีพียู"  โต๊ะที่คุณนั่งอยู่คือ "L1"  ลิ้นชักใต้โต๊ะคือ  "L2"  พื้นที่รอบๆ โต๊ะคือ  "L3"  ห้องอื่นๆ ภายในบ้านคือ  "แรม" และตลาดคือ  "ฮาร์ดดิส"

ถ้าถามว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากแค่ไหน  ให้ลองคิดตามนี้คับ

ถ้าข้อมูลที่ต้องการอยู่ที่ L3  การค้นหาจะเป็นดังนี้  Reg>L1>L2>L3  ซึ่งเร็วมาก  มากแค่ไหนนั้นคือคุณไม่ต้องลุกออกจากโต๊ะ(ไม่ต้องไปดึงข้อมูลจากแรม)เลย  ข้อมูลมีอยู่รอบตัวหมดแล้ว(ข้อมูลอยู่ในส่วนของซีพียูหมดแล้ว)

แต่ถ้าข้อมูลไม่ได้อยู่ที่ L3  การค้นหาก็จะเป็นเช่นนี้  Reg>L1>L2>L3>Ram>HDD  ซึ่งนั่นหมายความว่าเราเสียเวลาเพิ่มไปกับการค้นหาข้อมูลที่รอบโต๊ะทำงานของคุณก่อน( L3 )  (ผมขอไม่พูดถึง L1&L2  เพราะผมขอเปรียบเทียบกับซีพียูที่มี L3 กับไม่มี)  ซึงตรงนี้ถ้ามองตามทฤษฎี  การทำงานย่อมช้ากว่าซีพียูที่มีเพียงแค่ L2

แต่ในความเป็นจริง  ผมคิดว่าการทำงานของ  L3  มีความเร็วมากพอที่จะชดเชยกรณีที่ 2 ได้จนไม่อาจรับรู้ได้ด้วยการสัมผัส
ขอสรุปในความคิดเห็นของผมว่า  ถ้าคุณมีเงินมากพอระบบนี้ก็น่าสนไม่น้อย  แต่ถ้าต้องการประหยัด  ผมว่าพิจารณาอุปกรณ์ตัวอื่นก่อนดีไหม
23/2/52 โพสต์โดย ฟายชิหาย
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
เทคโนโลยีCache L1 L2 L3 มีไว้ทำอะไรครับ
แคช L2 4 M กับ L3 2 M แตกต่างกันยังไงครับ แล้วถ้าเป็น L3 3 M
ATHLON II X4 645 ทำไมถึงมี l 3 มาไงครับ
LG Optimus L3 E400 รองรับ 3G ในระบบ 1-2-Call ไหมครับ
เปิดหัวamdแล้วจะเป็นไง
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู