หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
จะต้องทำอย่างไรเมื่อน้ำตาลในเลือดสูง
และอยากทราบว่าอาการของน้ำตาลในเลือดสูงกับน้ำตาลในเลือดต่ำนั้นจะแตกต่างกันอย่างไร
นรีเวช | ตั้งครรภ์ 27/9/53 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
คำตอบ
1 จาก 3
อาการน้ำตาลในเลือดสูง คือโรคเบาหวาน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ อันส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน มีอาการคือ
   * ปัสสาวะมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้น
   * ปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น (ระหว่างช่วงเวลาที่เข้านอนแล้วจนถึงเวลาตื่นนอน)
   * หิวน้ำบ่อยและดื่มน้ำในปริมาณที่มากๆ
   * เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง
   * น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าหากน้ำหนักเคยมากมาก่อน
   * ติดเชื้อบ่อยกว่าปกติ เช่น ติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร
   * สายตาพร่ามองเห็นไม่ชัดเจน
   * เป็นแผลหายช้า

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หมายถึง ระดับน้ำตาล หรือกลูโคส (glucose) ในเลือดต่ำกว่าปกติ  (ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก.ต่อเลือด 100 มล.) เป็นภาวะที่ร้ายแรง หากรักษาไม่ทันอาจเป็นอันตรายได้
อาการคือ
ผู้ป่วยจะมีอาการรอ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก รู้สึกหิว บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ แขนขาอ่อนแรง ปากชา มือชา พูดเพ้อ เอะอะ โวยวาย ก้าวร้าว ลืมตัว หรือทำอะไรแปลก ๆ (คล้ายคนเมาเหล้า) ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการชักหมดสติ ในรายที่เกิดจากการดื่มเหล้า ผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเย็นชืด แขนขาเกร็ง ขากรรไกรแข็ง
27/9/53 โพสต์โดย poonyo
2 จาก 3
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) มีสาเหตุจาก ?
อะไรคือสัญญาณเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ?
ท่านจะสามารถป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ได้อย่างไร ?
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) มีสาเหตุจาก ?

การได้รับอาหารมากไป หรือได้รับอาหารที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
การออกกำลังกายน้อยไป หรือไม่ได้ออกกำลังกายเลย
การได้รับยารักษาเบาหวานในขนาดที่น้อยไป หรือไม่ได้รับประทานยารักษาเบาหวานตามที่แพทย์แนะนำ
มีความเครียดมากเกินไป
มีการติดเชื้อหรือไม่สบาย
ร่างกายไม่สามารถตอบสนองได้อย่างเหมาะสมต่อยารักษาเบาหวานที่รับประทานเข้าไป
การมีประจำเดือน
สาเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสาเหตุร่วมกันของปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ อาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้

อะไรคือสัญญาณเตือนของ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) ?
สัญญาณเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้แก่:

มีอาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย
ผิวหนังแห้งและคัน
มีความรู้สึกอยากอาหารเพิ่มขึ้น
แผลหายช้า
กระหายน้ำบ่อย
ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนเป็นไข้
ปัสสาวะบ่อย
ปวดศีรษะ
สายตาพร่ามัว
อาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หรืออาการเหล่านี้รวมกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าท่านอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ อาการเตือนเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นแบบไม่ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้ท่านคิดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่น คนส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่ใจกับอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ดังนั้น หากท่านสังเกตว่าท่านมีอาการเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดสูงนี้ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนก็ตาม อย่าเพิกเฉยหรือนิ่งนอนใจ

วิธีที่ดีที่สุดที่จะทราบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของท่านอยู่ในช่วงที่เหมาะสมหรือไม่ ทำได้โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด ซึ่งจัดว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือดของท่านให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมได้ หากท่านพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของท่านสูงมากเกินไป ให้ท่านลองอ่านคำถามต่อไปนี้ และนึกพิจารณาถึงสถานการณ์ต่างๆ ให้ถี่ถ้วน

ท่านเปลี่ยนแปลงแผนการรับประทานอาหารที่วางไว้ใช่หรือไม่ ?
ท่านลดหรือหยุดออกกำลังกายใช่หรือไม่ ?
ท่านได้รับยารักษาเบาหวานหรือใช้ อินซูลิน (Insulin) เพียงพอหรือไม่
หรือท่านไม่ได้ปฏิบัติตามแผนการใช้ยาที่วางไว้ใช่หรือไม่ ?

ท่านลืมรับประทานยารักษาเบาหวาน หรือฉีดอินซูลินใช่หรือไม่ ?
ท่านมีความเครียดเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่ใช่หรือไม่ ?
ท่านไม่สบายหรือมีการติดเชื้ออยู่ใช่หรือไม่ ?
ท่านจำเป็นจะต้องตอบคำถามเหล่า
27/9/53 โพสต์โดย ครูแก่
3 จาก 3
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ Hypoglycemia


ลักษณะทั่วไป
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หมายถึง ระดับน้ำตาล หรือกลูโคส (glucose) ในเลือดต่ำ
กว่าปกติ  (ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก.ต่อเลือด 100 มล.) เป็นภาวะที่ร้าย
แรง หากรักษาไม่ทันอาจเป็นอันตรายได้

สาเหตุ
อาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น
1. พบหลังดื่มเหล้าจัด อดข้าว มีไข้สูง หรือออกกำลังมากไป
2. ผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังได้รับยาเบาหวาน บางครั้งกินอาหารน้อยไปหรือกินอาหาร
ผิดเวลา หรือออกกำลังมากไปกว่าที่เคยทำอยู่ ก็อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ได้ ผู้ป่วยที่กินยาเม็ดรักษาเบาหวาน ในตอนเช้า มักจะมีอาการตอนเช้ามืดของวันรุ่ง
ขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินตอนเช้ามักจะมีอาการตอนบ่าย ๆ
3. พบในทารกแรกคลอดที่แม่เป็นเบาหวาน หรือทารกมีน้ำหนักน้อย
4. ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ บางคนก็อาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นครั้งคราวได้ เนื่องจาก
ร่างกายมีการใช้น้ำตาลมากขึ้น
5. ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะออกไปแล้ว อาจเกิดภาวะนี้ได้บ่อย ๆ โดยมากจะเกิดหลังกิน
อาหาร 2-4ชั่วโมง เนื่องจากลำไส้มีการดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป ซึ่งจะไปกระตุ้นให้
ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เรียกว่า
Dumping syndrome
6. ถ้าเป็นอยู่บ่อย ๆ อาจมีสาเหตุจากเบาหวานระยะเริ่มแรก, โรคตับเรื้อรัง, มะเร็ง
ของตับอ่อน (Insulinoma), มะเร็งต่าง ๆ, โรคแอดดิสัน เป็นต้น

อาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการรอ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก
รู้สึกหิว บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ แขนขาอ่อนแรง
ปากชา มือชา พูดเพ้อ เอะอะ โวยวาย ก้าวร้าว ลืมตัว หรือทำอะไรแปลก ๆ (คล้ายคน
เมาเหล้า) ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการชักหมดสติ ในรายที่เกิดจากการดื่มเหล้า ผู้
ป่วยอาจมีอาการตัวเย็นชืด แขนขาเกร็ง ขากรรไกรแข็ง

สิ่งตรวจพบ
เหงื่อออก มือเท้าเย็น อาจมีอาการชักหรือหมดสติ ชีพจรมักเบาเร็ว และความดันเลือด
ต่ำ (แต่ก็อาจพบว่าปกติก็ได้) รูม่านตามักจะมีขนาดปกติ และหดลงเมื่อถูกแสง

อาการแทรกซ้อน
หากปล่อยให้หมดสติอยู่นาน หรือเป็นอยู่ซ้ำ ๆ จะทำให้สมองพิการ ความจำเสื่อม
บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม วิกลจริต   บางคนอาจหลับไม่ตื่นเนื่องจากสมองพิการ
อย่างถาวร

การรักษา
หากสงสัย ให้ฉีดกลูโคสขนาด 50% จำนวน 50-100 มล. เข้าทางหลอดเลือดดำ
หากผู้ป่วยฟื้นแล้วแต่ยังกินไม่ค่อยได้ ควรให้ 5% เดกซ์โทรส (5% D/W) เข้าทาง
หลอดเลือดดำจำนวน 500-1000 มล. ถ้าเป็นไปได้ ก่อนฉีดกลูโคส ควรเจาะเลือด
ตรวจหาระดับน้ำตาล ซึ่งมักจะพบต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มล. (ในรายที่
เป็นมาก อาจต่ำกว่า 40) ถ้าฉีดกลูโคสแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที ควรส่งโรง
พยาบาลด่วน อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การ
รักษาตามสาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำ
1. ผู้ป่วยที่มีอาการที่ชวนสงสัยว่าเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้ายังรู้สึกตัวดี ควรรีบ
กินน้ำตาล น้ำหวานหรือของหวาน ๆ ทันที ซึ่งจะช่วยให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วย เบาหวานที่ได้รับยารักษาเบาหวานอยู่ ควรพกน้ำตาลติดตัว
ไว้กินทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกมีอาการแต่ถ้าหมดสติ อย่ากรอกน้ำตาลหรือน้ำหวานเข้าปาก
ผู้ป่วย อาจทำให้สำลักลงปอดได้ ควรรีบนำไปหาหมอที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อฉีด
กลูโคสเข้าหลอดเลือดดำ
2. ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ ควรบอกให้ญาติและเพื่อนใกล้ชิดทราบ เพื่อจะได้หาทาง
แก้ไขได้ท่วงทันทีหากปล่อยไว้จนหมดสติหรือชักนาน ๆ อาจทำให้สมองพิการได้
3. ในรายที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ให้แน่ชัด

การป้องกัน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาเบาหวานรักษา ต้องปรับอาหารการกินและการออกกำลังกาย
(การใช้แรงกาย) ให้พอเหมาะ อย่าอดอาหาร อย่ากินอาหารผัดเวลา อย่าใช้แรงกาย
หักโหมหรือหนักกว่าที่เคยทำ และข้อสำคัญอย่าใช้เกินขนาดที่แพทย์สั่ง

รายละเอียด
ยารักษาเบาหวาน อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
27/9/53 โพสต์โดย ครูแก่
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ตั้งครรภ์ประมาณ 3 เดือน แต่เป็นเบาหวาน ควรทานอาหารประเภทไหน หรือปฎิบัติตัวอย่างไร เพราะต้องเจาะเลือดดูน้ำตาลทุกวัน
ข้าวต้มมัดมีคุณค่าอย่างไร
น้ำกะเพรา : บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ
ลูกอมชนิดต่างๆละลายน้ำใด้เหมือนกันหรือไม่ อย่างไร
กระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล...??
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู