หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
การกำจัดหนูบ้าน
คือเราอยากจะหาวิธีกำจัดหนูบ้าน นะคะ กำจัดไปกี่ทีก็ไม่เคยหมดเดี้ยวก็มาใหม่ทุกที ใช้ กรงก็แล้ว ใช้กาวก็แล้ว เดี้ยวนี้กาวกับ กรง มันก็ไม่เข้าแล้ว ควรทำไงดีค่ะ
อีกอย่างอยากได้วิธีที่ไล่หนูโดยใช้สิ่งที่หาได้ง่ายๆ หรือทำเอาเอง นะคะ
สุขภาพ | สัตว์เลี้ยง 12/3/54 โพสต์โดย น้ำผึ้งค่ะ
คำตอบ
1 จาก 4
เก็บกวาดเศษอาหารที่ทานแล้วให้หมด ขยะที่มีให้ทิ้งนอกบ้าน เท่านี้ไม่นานมันก็หายไปเองน่ะ เพราะไม่มีอาหารให้มันกินน่ะ  อิอิ  ง่ายๆๆจร้า
12/3/54 โพสต์โดย แก้มแดง
2 จาก 4
การป้องกันและกำจัดหนู

การป้องกันและกำจัดหนู

เพราะไม่มีเว็บใดที่รวบรวมการป้องกันและกำจัดหนูให้ค้นหา หลายคนประสบปัญหานี้มาตลอด ก็เลยลองค้นหาและรวบรวมมาให้ ลองดูกันตามสะดวกนะครับ

เนื่องจากหนูทำให้เกิดความเสียหายทางวัตถุดิบ อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารไปเป็นจำนวนมาก และยังเป็นตัวแพร่เชื้อโรคต่างๆ จึงต้องมีการป้องกันและกำจัด ซึ่งอาจทำได้โดย

1.การป้องกันและกำจัดหนูทางเคมี ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้สารประกอบเคมีชนิดต่างๆมาช่วยกำจัดหนู บางชนิดพบว่ามีอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงสูง ซึ่งสารประกอบเคมีเหล่านี้ไม่ควรนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารโดยเด็ดขาด เพราะอาจปนเปื้อนไปในอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารได้ ปัญหาที่พบในการกำจัดหนูโดยใช้สารเคมีคือ หนูมักจะตายในที่ลับตามองไม่เห็น ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและแพร่เชื้อโรคได้

คุณสมบัติของสารเคมีที่ใช้ในการเบื่อหนู

มีประสิทธิภาพสูง
สามารถช่วยควบคุมและป้องกันต่อไปได้อีกชั่วระยะเวลาหนึ่งได้
ควรไม่เป็นอันตรายหรือเป็นน้อยมากต่อคนหรือสัตว์เลี้ยง
ควรจะมีราคาถูก
ซึ่งเท่าที่พบมายังไม่มีสารเบื่อหนูชนิดใดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวไว้

การใช้สารเคมีผสมกับเหยื่อ
Red Squill เป็นพืชที่ชอบขึ้นอยู่ตามฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือชนิดขาวใช้ในทางอายุรแพทย์ โดยใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ยาทำให้อาเจียน และยาขับปัสสาวะ ส่วนชนิดสีแดงนั้นใช้เป็นยาเบื่อหนู เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นพิษ การใช้ Red squill เป้นยาเบื่อหนูนั้นมีข้อดีคือเป็นอันตรายค่อนข้างน้อยต่อมนุษย์และสัตว์ ทั้งนี้เป็นเพราะรสเปรี้ยวของมันที่สัตว์มักไม่ชอบ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทำให้อาเจียนอีกด้วย หากบริโภคเข้าไปจำนวนมาก Red squill จะสามารถฆ่าหนูได้โดยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาต ยาเบื่อหนูชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพสูงเฉพาะการกำจัดหนูนอร์เวย์ และหนูท้องขาวเท่านั้น แต่ไม่สามารถกำจัดหนูหริ่งได้ ปริมาณที่ใช้คือ Red squill 1 ส่วน ต่อเหยื่อ 9 ส่วน
Anticoagulants สารประกอบนี้เป็นสารเบื่อหนูที่นิยมใช้กันมาก ซึ่งมีผลไปลดการแข็งตัวของเลือดทำให้หนูตายโดยการเลือดไหลไม่หยุด สารเบื่อหนูชนิดนี้ ต่างจากสารเบื่อหนูชนิดอื่นๆ คือไม่ทำให้หนูเกิดการปฏิเสธสารเบื่อหนูชนิดนี้ และอาจทำให้หนูตายหลังบริโภคสารนี้เข้าไปเพียงครั้งเดียวหรือหลังจากบริโภคซ้ำๆกันหลายครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารประกอบ ตัวอย่างของสารประกอบ Anticoagulants ที่นิยมใช้ได้แก่
Bromediolone เป็น coumarimic derivative มีพิษร้ายแรงต่อหนู หนูจะตายทันทีที่บริโภคสารนี้เข้าไป อัตราการใช้ 1/49 ส่วน
Chlorophacinone เป็นสารประกอบเคมีที่มีความเป็นพิษปานกลางต่อสุนัขและแมว แต่จะมีพิษสูงต่อหนูทุกชนิด จะตายทันทีที่บริโภคเข้าไป อัตราส่วนผสมคือ ความเข้มข้นร้อยละ 0.005 เท่านั้น
ANTU (Alpha-naphthyl thiourea ) เป็นสารประกอบเคมีที่ทีพิษสูงต่อหนูนอร์เวย์ แต่ต่ำสำหรับหนูท้องขาวและหนูหริ่ง มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวมนุษย์ ทำให้เกิดน้ำท่วมปอดในหนูและตายในที่สุด ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากสารประกอบนี้จะเร็วมาก แต่มีข้อเสียคือหลังจากหนูบริโภคสารนี้เข้าไปแล้ว มักไม่ยอมบริโภคซ้ำ จึงไม่สามารถใช้สารประกอบนี้กำจัดหนูกลุ่มเดิมซ้ำได้ จะใช้ได้อย่างมากปีละครั้งเท่านั้น นอกจากนี้หากหนูบริโภคเข้าไปน้อยจะสามารถสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเองได้ สำหรับสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมว ถ้าบริโภคสารนี้เข้าไป จะตายทันที ปริมาณที่นิยมใช้คือความเข้มข้นร้อยละ 3 ของเหยื่อ และไม่ควรใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร
Zinc phosphide เป็นสารประกอบที่มีความเป็นพิษสูงมากต่อหนูทุกชนิดและสัตว์เลี้ยงอื่นๆด้วย มักนิยมใช้กับหนูที่มีไขมันสูง โดยใช้ความเข้มข้นร้อยละ 1 ของเหยื่อ แต่เนื่องจากสารประกอบชนิดนี้มีความเป็นพิษสูง จึงไม่ควรใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ควรใช้กับบริเวณรอบนอกโรงงานจะเหมาะสมกว่า เพราะป้องกันการปนเปื้อนที่จะเกิดขึ้น
Sodium fluoroacetate หรือ 1080 ไม่มีสารประกอบใดที่จะมีพิษต่อหนูและมนุษย์สูงกว่า Sodium fluoroacetate สารประกอบเคมีชนิดนี้ จะมีปฏิกิริยาเป็น Metabolic inhibitor ปฏิกิริยาหลังจากหนูบริโภคสารนี้เข้าไปแล้ว จะเกิดขึ้นเร็วมากและหนูจะถูกบังคับให้ออกมาตายข้างนอกด้วย สำหรับสุนัขและแมวก็ตายได้เช่นเดียวกันถ้าบริโภคสารนี้ สารประกอบนี้ไม่ควรใช้กับดรงานอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
Thallium sulfate สารพิษนี้ แม้จะไม่มีพิษเท่า Sodium fluoroacetate แต่พบว่ามีพิษต่อทั้งมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกันและยังเป็นสารประกอบที่มีการสะสมในร่างกายได้ สามารถเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังได้ โดยทั่วไปการใช้สารประกอบนี้เบื่อหนูจะใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 198 ส่วนและ Tartar emetic 1 ส่วน ไม่ควรใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและใช้โดยนักเบื่อหนูอาชีพเท่านั้นเพราะมีความเป็นพิษสูง
สารเบื่อหนูชนิดอื่นๆ เช่น Arsenic trioxide ได้มีการนำมาใช้เป็นสารเบื่อหนูเช่นกัน ซึ่งพบว่าสามารถกำจัดหนูนอร์เวย์และหนูท้องขาว ได้แต่มีข้อเสียคือถ้าใช้ในปริมาณที่น้อยเกินไปจะทำให้หนูสร้างภูมิต้านทานได้ ส่วน Strychnine และ strychnine sulfate นั้น สามารถกำจักหนูหริ่งได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และก็เช่นเดียวกับ Arsenic trioxide คือหนูจะสร้างภูมิต้านทานเองได้
การใช้แก๊สพิษรม
การกำจัดหนูนอกจากจะใช้สารเคมีต่างๆแล้ว ยังมีการใช้แก๊สพิษช่วยในการป้องกันและกำจัดหนูด้วย ตัวอย่างแก๊สพิษที่นำมาใช้คือ Calcium cyanide ซึ่งจะมีปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศ ทำให้เกิด Hydrogen cyanide แก๊สที่เกิดขึ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นพิษต่อหนูและมนุษย์เท่านั้น ยังพบว่าเป็นพิษต่อแมลงและสัตว์อื่นด้วย แก๊สพิษที่ใช้กำจัดหนูนี้นอกจากจะมีHydrogen cyanide แล้ว ยังอาจใช้ Methyl bromide sulfur dioxide และ carbon monoxide ได้ด้วย การใช้แก๊สพิษนี้จะได้ผลต่อเมื่อเป็นห้องปิดสนิทแก๊สรั่วไม่ได้ และในการกำจัดหนูด้วยการรมแก๊สพิษนี้ควรดำเนินการโดยนักกำจัดหนูอาชีพเท่านั้น เพราะมีอันตรายมาก

2.การป้องกันและกำจัดหนุโดยทางฟิสิกส์

ทำได้หลายวิธีเช่น

2.1 โดยการกำจัดแหล่งอาหารหนู ซึ่งเท่ากับเป็นการกำจัดหนูไปในตัว วิธีการอาจทำได้โดยการหมั่นปัดกวาดตามพื้นผนัง เพดานและตัวอาคารของโรงงานให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีเศษอาหารหรือวัตถุดิบผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆตกอยู่ ซึ่งจะเป็นอาหารของหนูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โรงงานจะต้องมีการจัดเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อาหารอย่างดี ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้กลายเป็นแหล่งอาหารหนู ส่วนเศษขยะมูลฝอยต่างๆจะต้องมีการกำจัดให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เช่นถ้าใส่ถังก็ต้องมีฝาปิด ถ้าจะทำลายต้องฝังหรือเผาเป็นต้น การเก็บวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อาหารควรเก็บให้สูงกว่าพื้นอย่าให้ชิดผนังและอย่าให้ติดเพดานเป็นต้น

2.2 การใช้กับดัก เป็นวิธีที่ถูกและมีประสิทธิภาพดี การจะใช้กับดักนั้นจะต้องมีการศึกษาอุปนิสัยของหนูให้ดี กับดักที่นิยมใช้ได้แก่กับตีและกับกรง ส่วนเหยื่อที่ใช้ล่อนั้นอาจเป็นพวกเนื้อหรือปลาหรืออาหารอะไรก็ได้ ควรจะมีการเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อป้องกันมิให้หนูเกิดความคุ้นเคย นอกจากนี้ผู้ดักควรใช้มือจับกับดักน้อยที่สุดทั้งนี้เพราะหนูจะมีจมูกไวมาก ถ้าได้กลิ่นคนมันจะไม่กินเหยื่อ การวางกับดักหนู ควรวางให้ชิดฝาผนังหรือในมุมมืด หรือหลังกองอาหาร หรือในบริเวณใดก็ตามที่คิดว่าเป็นทางผ่านของหนู การวางกับดักให้ต่ำกว่ากว่าระดับพื้นเล็กน้อยอาจทำให้สามารถดักหนูได้ดีขึ้นหรืออาจจะเอากับดักไว้ในที่ราบและไม่ลึกนัก และที่ผิวหน้ามีขี้เลื่อยหรือเมล็ดพันธ์พืชวางทับอยู่กับดักจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้เหยื่อที่มีปริมาณมากจะทำให้ดักหนูยากยิ่งขึ้นและหนูที่รอดจากกับดักไปจะเข็ดและไม่กล้ามาอีก ทำให้กำจัดได้ยาก หากหนูมีจำนวนมากให้ใช้กับดักจำนวนมากช่วยเพื่อป้องกันหนูที่จะหลุดรอดไปได้และเกิดความกลัวเข็ดกับการดักหนูวิธีนี้

2.3 การใช้กาว เป็นวิธีที่นิยมกันมาก การดักทำได้โดยเอาเหยื่อวางบนแผ่นโลหะหรือบนจานแบนๆ แล้วเอากาวป้ายเป็นวงกลมรอบเหยื่อ เมื่อหนูมากินจะเหยียบถูกกาวและถูกยึดเอาไว้ ไม่สามารถหนีได้ วิธีนี้เป็นการกำจักนูที่มีประสิทธิภาพดีมากและสามารถนำหนูไปทิ้งได้ทันทีด้วย ไม่ทำให้เกิดการเน่าเหม็นของหนูตายและเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้สารเคมีเบื่อหนูด้วย ทำให้ป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีกับผลิตภัณฑ์ได้

2.4 การทำให้เกิดการสั่นสะเทือน เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี โดยการใช้เครื่องทำให้ผนังหรือพื้นสั่นสะเทือน ช่วยป้องกันไม่ให้หนูเข้ามาในโรงงานได้

2.5 การปิดทางเข้าออกของหนู เป็นวิธีการที่ป้องกันและกำจัดหนูได้จริงๆ ไม่มีการซ่อนตัวอยู่ในรัง ทำได้โดยการออกแบบอาคารให้สามารถป้องกันมิให้หนูเข้าไปได้ และวัสดุที่ใช้ควรจะเป็นวัสดุที่สามารถป้องกันการกัดแทะของหนูได้ เช่นคอนกรีต อิฐ กระเบื้องชนิดหนาหรือเหล็กเป็นต้น แต่ถ้าเป็นไม้ เช่นประตูไม้ ขอบประตูควรหุ้มด้วยโลหะ ทั้งนี้เพื่อป้องกันหนูแทะ หน้าต่างก็เช่นเดียวกันและควรบุด้วยตาข่าย เพื่อป้องกันหนูเข้าได้ ส่วนที่เปิดของท่อระบายน้ำก็เช่นเดียวกัน ควรจะมีตะแกรงหรือเหล็กปิด เพื่อป้องกันมิให้หนูขึ้นมาหรือเข้ามาในโรงงานได้

การป้องกันมิให้หนูขุดรูหรือทำโพรงเข้ามาในโรงงานนั้นอาจทำได้โดยการทำผนังรากตึกเป้นรูปตัว L คือให้มีรากตึกฝังลึกลงไปในดินอย่างน้อย 2 ฟุต และมีปลายออกมาทางแนวนอนอีก 1 ฟุต ส่วนขอบผนังตึกควรก่อให้สูงกว่าพื้นดินอย่างน้อย 1 ฟุต

วิธีการไล่หนูแบบง่าย ๆ และประหยัดเงิน
วิธีการไล่หนูแบบง่าย ๆ และประหยัดเงิน คือ นำไม้ยี่โถไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็จะพากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย

การไล่หนู นำน้ำมันระกำ 10 ส่วน ผสมกับน้ำมันสะระแหน่
อีก 90 ส่วนแล้วผสมให้เข้ากัน เอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆ หนูชอบเพิ่นพ่าน เมื่อหนูได้ กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้มันก็จะไม่มารบกวนอีก

ที่บ้านเลี้ยงหมาหลายตัวครับ จึงไม่มีโอกาสเลี้ยงแมวเลย เนื่องจาก .. หมากับแมวมักไม่ค่อยถูกกัน .. แล้ว.. เมื่อไม่มีแมว บ้านก็กลายเป็นที่ชุมนุมของหนูไปโดยปริยาย วันหนึ่งไปเที่ยวหาคุณลุงที่บ้านอยู่ติดๆกัน ไปบ่นเรื่องหนูนี่แหละ.. ได้ผลเลยครับ คุณลุงให้เคล็ดลับการกำจัดหนูมา ฟังแล้วก็เลยเก็บเอามาเล่าต่อ เท็จจริงอย่างไร ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ เพราะไม่กล้าทำอย่างที่ลุงแกบอก วิธีการค่อนข้าง…โหด.. และเป็นการทรมานสัตว์ อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ หาจับหนู ไม่ได้ด้วย ถ้าเป็น(อี) หนูก็ว่าไปอย่าง…….

คุณลุงเล่าว่า สมัยก่อนไม่มียาเบื่อหนู ตามไร่นามักจะมีหนูมารบกวนกัดกินพืชไร่ ข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายไม่เว้นแต่ละวัน อีกอย่างก็กลัว เรื่องเชื้อโรคด้วย วิธีการกำจัดหนูของคุณลุงก็คือ การ ยืมมือหนูให้กำจัดพวกเดียวกันเอง เริ่มแรก ต้องไปหาหนูตัวโตที่สุดมา ตัวหนึ่ง หรือหลายตัวยิ่งดี นำพริกขี้หนูสด เผ็ดจัด ใช้มีดกรีดด้านข้างทางยาวของผลพริก จากขั้วไปหาปลาย 3-4 รอย เพื่อให้น้ำในพริกออกมา นำผลพริกที่กรีดแล้ว ยัดใส่รูทวารหนูลงไปให้มิด แล้วให้ปล่อยหนูตัวนั้นไป …..เมื่อหนูได้รับอิสระ ก็จะวิ่งไปยังที่อยู่ ด้วยความแสบปวดแสบร้อนรูทวารของมัน มันจะทรมานมากๆ จนทนไม่ไหว วิ่งเข้าไปหาเพื่อนๆ โดยใช้ปากกัดหรือแทะเล็มเพื่อน หวังให้เพื่อนเอาพริกในรูทวารออกให้ แต่เพื่อนไม่รู้เรื่องด้วย.. เอาแต่หนี ยิ่งหนี หนูตัวเจ้าปัญหาก็ยิ่งตาม จากเพื่อนหนูตัวแรกๆไปหาเพื่อนหนูตัวอื่นๆ จนเกิดความ ชุนมุนวุ่นวาย ปั่นป่วนสับสน ไปหมด …หนูทั้งแก้งค์จะ อยู่ไม่เป็นสุข ถึงขนาดต้องพากันหนีไปหาที่อยู่ใหม่ เมื่อเพื่อนหนูในแก้งค์นี้หนีไปหมดแล้ว หนูเจ้าปัญหาพริกติดรูทวาร จึงต้องไปหาเพื่อนหนู กลุ่มต่อๆไป เพราะหนูด้วยกันเท่านั้นที่จะทราบว่า เพื่อนตัวเองทำรังอยู่ที่ไหน มันจะวิ่งพร่านไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ให้เอาพริกออกจากรูทวาร แต่ไม่มีเพื่อนตัวไหนช่วยได้ เพราะจนด้วยปัญญาจริงๆ ..จากรูนั้นไปหารูนี้ สถารการณ์เลวร้าย หนักขึ้นไปเรื่อยๆ จากการที่อยู่กันอย่างสงบสุข ก็ต้องเปลี่ยนเป็นร้อนระอุเพราะหนูเพียงตัวเดียว น่าสงสารหนูเจ้าปัญหาไหมครับ ที่ต้องถูกโดดเดี่ยว อยู่ลำพังตัวเดียว ต้องเร่ร่อนทุกข์ทรมานไปแบบไร้จุดหมายปลายทาง .….ได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณลุงแล้ว… ทั้งแสบ ทั้งเสียวแทนเจ้าหนูซะจริงๆ แต่ก็อดทึ่งในภูมิปัญญาชาวบ้านไม่ได้ ครับ

เกษตรจังหวัดพะเยา แนะวิธีการป้องกันและกำจัดหนูที่ทำลายผลผลิตข้าวโพด
เกษตรจังหวัดพะเยาแนะ การป้องกันกำจัดหนูท้องขาว ศัตรูข้าวโพด โดยใช้สารเคมีซึ่งมีทั้งประเภทออกฤทธิ์เร็ว และออกฤทธิ์ช้า พร้อมขอให้อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของหนู เช่นนกฮูก นกเค้าแมว เหยี่ยว และงูชนิดต่างๆ
นายวินัย เหล่าเทิดพงษ์ เกษตรจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดกว่า 20,000 ไร่ บางพื้นที่ เริ่มออกฝักติดเมล็ดแล้ว แต่พบว่า ได้มีหนูท้องขาวระบาด เข้ากัดกินฝักข้าวโพดของเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะแปลงข้าวโพดที่ตั้งอยู่ติดกับบริเวณขายป่า พร้อมแนะเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดควรใช้วิธีการป้องกันและกำจัดหนูท้องขาวเฉพาะหน้า โดยใช้สารเคมี ซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่ประเภทออกฤทธิ์เร็ว เช่น ซิงค์ฟอสไฟด์ 80% ผสมกับอาหารหรือซิงค์ฟอสไฟด์ 2%B ที่อยู่ในรูปเหยื่อพิษสำเร็จรูปเป็นก้อน และประเภทออกฤทธิ์ช้า เช่นโปรไคฟาคูม โพลคูมาเฟน โปรมาดิโอโลน โดยนำไปวางตามแนวชายป่า หรือตามร่องรอยของหนู จุดละ 1 ก้อนหรือ 1 ถุง ห่างกันประมาณ5-10 เมตร และควรทำพร้อมๆ กันเป็นผืนใหญ่ ในระยะยาวเกษตรกรควรช่วยกันอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของหนู เช่นนกฮูก นกเค้าแมว เหยี่ยว งูชนิดต่าง ๆ พังพอน สุนัข เพราะศัตรูธรรมชาติดังกล่าวสามารถกำจัดหนูและลดประชากรของหนูได้เป็นอย่างดี
ผู้สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา โทร.0-5443-1405 และติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ทุกอำเภอ ทุกวันเวลาราชการ




ที่มา
http://www.geocities.com/nida4phuket/rat.htm#item3
http://www.crma31.com/index.php?type=special&area=1&p=articles&id=7
http://www.aithailand.org/AIboard/index.php?action=profile;u=498;sa=showPosts
http://catadmin.cattelecom.com/km/blog/phum/2008/01/17/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%B5/
http://www.prdnorth.in.th/showprint.php?ID=080629165528
12/3/54 โพสต์โดย สติง
3 จาก 4
ถับวงนราสจั้
28/4/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
4 จาก 4
การกำจัดหนูบ้านให้ได้ผลนั้น ก่อนอื่นต้องรู้เกี่ยวกับชีววิทยาและพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของหนูเสียก่อน ต่อมาก็ต้องรู้หลักการควบคุมป้องกันและกำจัดหนูว่าป็นอย่างไร ซึ่งก็จะนำไปสู่การเลือกวิธีที่เหมาะสมในการกำจัดหนูบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ หนูบ้านเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนมนุษย์เรา เฉลียวฉลาดในการเอาชีวิตรอดจากการคุกคามจากสัตว์เลี้ยงอื่น รวมทั้งมนุษย์เราด้วย จึงทำให้บางท่านไม่สามารถกำจัดมันให้หมดไปจากบ้านของเราได้ ตอนนี้กำลังทำบล๊อคแนะนำแบ่งปันเรื่องหนูบ้านโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหาจากการรบกวนของหนูบ้าน ทำเสร็จไปบางส่วนแล้ว(ทำเนื้อหาเป็นตอนๆให้อ่านง่าย) ลองเข้าไปติดตามดูครับที่นี่ : http://ratthaicontrol.blogspot.com/
26/6/54 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ขอวิธีกำจัดหนู
มีวิธีกำจัดหนู ที่ได้ผลดี มั้งหรือเปล่าครับ
กำจัดหนูในบ้านให้หมดไปอย่างไร โดยไม่ต้องฆ่า ?
คุณเชื่อว่านกแสก เป็นนกผีหรือไม่?
หนู....กลัวอะไรคะ???
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู