หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ทัศนธาตุคืออะไร
ข้อมูล 1/7/52 โพสต์โดย เอมาลีน่า
คำตอบ
1 จาก 12
ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
                 ประกอบไปด้วย
                 จุด
                 เส้น
                 รูปร่าง
                 รูปทรง
                 น้ำหนักอ่อน-แก่
                 สี
                 บริเวณว่าง
                 และพื้นผิว
1/7/52 โพสต์โดย ถั่วงอกสีฟ้า
2 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
    ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                              1. จุด (Dot)
                              2. เส้น (Line)
                              3. สี (Color)
                              4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                              5. น้ำหนัก (Value)
                              6. บริเวณว่าง (Space)
                              7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                   1. เส้นตรง
                   2. เส้นโค้ง
    ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
      สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
 1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
         จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

   2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี

 
    สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
    1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
    2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
    3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
          รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ
 
2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
    และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
    แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
    แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
    ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
           1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
           2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
             3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
             4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
             5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
    1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
    2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
    3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
    4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
    ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
         1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
         2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น
30/8/53 โพสต์โดย pe_kuanteen
3 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
   ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                             1. จุด (Dot)
                             2. เส้น (Line)
                             3. สี (Color)
                             4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                             5. น้ำหนัก (Value)
                             6. บริเวณว่าง (Space)
                             7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                  1. เส้นตรง
                  2. เส้นโค้ง
   ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
     สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
        จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

  2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


   สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
   1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
   2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
   3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
         รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
   และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
   แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
   แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
   ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
          1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
          2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
            3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
            4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
            5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
   1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
   2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
   3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
   4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
   ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
        1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
        2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
        1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
                ประกอบไปด้วย
                จุด
                เส้น
                รูปร่าง
                รูปทรง
                น้ำหนักอ่อน-แก่
                สี
                บริเวณว่าง
                และพื้นผิว
26/5/55 โพสต์โดย นารูโตะ_
4 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
5 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
6 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
7 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
8 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
9 จาก 12
ทัศนธาตุ    ทัศนะ  หมายถึง  การเห็น  สิ่งที่มองเห็น  ธาตุ  หมายถึง  สิ่งที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลาย
  ทัศนธาตุ  หมายถึง  ส่วนสำคัญที่รวมกันเป็นรูปร่างของสิ่งทั้งหลายตามที่ตามองเห็น  อันได้แก่  
                            1. จุด (Dot)
                            2. เส้น (Line)
                            3. สี (Color)
                            4. รูปร่างและรูปทรง (Shape and Form)
                            5. น้ำหนัก (Value)
                            6. บริเวณว่าง (Space)
                            7. ลักษณะผิว (Texture)      

จุด (Dot)
จุด  หมายถึง  รอยหรือแต้มที่มีลักษณะกลมๆ ปรากฏที่ผิวพื้น ไม่มีขนาด ความกว้าง ความยาว ความหนา เป็นสิ่งที่เล็กที่สุด และเป็นธาตุเริ่มแรกที่ทำให้เกิดธาตุอื่น ๆ ขึ้น





เส้น (Line)
เส้น คือ จุดหลาย ๆ จุดต่อกันเป็นสาย เป็นแถวแนวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นทางยาวหรือจุดที่เคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยแรงผลักดัน หรือรอยขูดขีดเขียนของวัตถุเป็นรอยยาว เส้นแบ่งเป็นลักษณะใหญ่ ๆ 2 ลักษณะ ดังนี้
                 1. เส้นตรง
                 2. เส้นโค้ง
  ซึ่งเส้นแต่ละลักษณะจะมีความหมายในตัว เช่น
เส้นตรง

1. เส้นดิ่ง คือ เส้นตรงที่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง สง่า รุ่งเรือง สมดุล พุ่งขึ้น
2. เส้นนอน คือ เส้นตรงที่นอนราบไปกับพื้นระดับ ให้ความรู้สึกกว้างขวาง สงบเงียบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง คือ เส้นตรงเอนไม่ตั้งฉากกับพื้นระดับให้ความรู้สึกไม่มั่นคง เคลื่อนไหว แปรปรวน ไม่สมบูรณ์
4. เส้นฟันปลา คือ เส้นตรงหลายเส้นต่อกันสลับขึ้นลงระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกรุนแรง กระแทก ตื่นเต้น อันตราย ขัดแย้ง
5. เส้นประ คือ เส้นตรงที่ขาดเป็นช่วง ๆ มีระยะเท่ากัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องขาดระยะใจหาย ไม่แน่นอน
เส้นโค้ง

1. เส้นโค้งลง คือ เส้นที่เป็นท้องกระทะคล้ายเชือกหย่อน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน เคลื่อนไหวไม่แข็งแรง
2. เส้นโค้งขึ้น คือ เส้นที่โค้งเป็นหลังเต่าคล้ายคันธนูให้ความรู้สึกแข็งแรง เชื่อมั่น เคลื่อนไหว
3. เส้นคด คือ เส้นโค้งขึ้นโค้งลงต่อเนื่องกันคล้ายคลื่นในทะเล ให้ความรู้สึกเลื่อนไหล ต่อเนื่อง อ่อนช้อย นุ่มนวล
4. เส้นก้นหอย คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันวนเข้าเล็กลงเป็นจุดคล้ายก้นหอย ให้ความรู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวคลี่คลาย          5. เส้นโค้งอิสระ คือ เส้นโค้งต่อเนื่องกันไปไม่มีทิศทาง คล้ายเชือกพันกัน ให้ความรู้สึกวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ
    สี  (Colour)

สี  หมายถึง  ลักษณะของแสงสว่าง  ปรากฏแก่ตาให้เห็นเป็นขาว  ดำ  แดง  เขียว  น้ำเงิน  เหลือง  เป็นต้น ถ้าไม่มีแสงจะมองไม่เห็นสี  ซึ่งสีมี 2 ชนิด ดังนี้
1. สีที่เป็นวัตถุ (Pigment)  สีที่เป็นรงควัตถุสีผงหรือธาตุในร่างกายที่ทำให้คนมีสีต่าง ๆ สีที่เกิดจากวัตถุธาตุ เช่น
       จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ เป็นต้น ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในงานศิลปะ

 2. สีที่เป็นแสง (Spectrum)  สีที่เกิดจากการหักเหของแสง  แสงส่องผ่านแท่งแก้ว  แสงแดดส่องผ่านละอองน้ำในอากาศจะเกิดการหักเหของแสงเป็นสีรุ้ง 7 สี  ได้แก่  สีแดง  ส้ม  เหลือง  เขียว  น้ำเงิน  คราม  ม่วง
วงจรสีธรรมชาติ
วงจรสี เกิดจากการนำเอาแม่สีที่เป็นวัตถุมาผสมกันเป็นสีขั้นที่ 2 มี 12 สี คือ  สีเหลือง  เหลืองเขียว  เขียว  เขียวน้ำเงิน  น้ำเงิน  น้ำเงินม่วง  ม่วง ม่วงแดง  แดง  แดงส้ม  ส้ม  เหลืองส้ม  หรือเรียกว่า  วงล้อของสี


  สีอุ่น - สีเย็น คือ  การแบ่งวงจรสีออกเป็นสองซีก  ซีกซ้ายกับซีกขวา  
  1. สีอุ่น ซีกซ้ายเริ่มจากสีเหลืองย้อนวนซ้ายไปทางสีเหลืองส้ม แดง ม่วง
  2. สีเย็น ซีกขวาเริ่มจากสีเหลือง เหลืองเขียว เขียว น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
  3. สีกลาง คือ สีเหลืองกับสีม่วงซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งสีอุ่นและสีเย็น
หลักการใช้สี
สีในวงจรสีธรรมชาติ  แบ่งเป็น 2 ลักษณะ  คือ สีตัดกันและสีกลมกลืนกันและแบ่งเป็น 2 ซีก  คือ  สีอุ่น  สีเย็น  
การใช้สีตัดกันจะทำให้เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย  แต่ถ้าใช้สีกลมกลืนกันจะเกิดความน่าเบื่อ จืดชืดไป  ถ้าใช้สีอุ่นมากไป
ทำให้บรรยากาศร้อน  อบอ้าว  ถ้าใช้สีวรรณะเย็นมากไปก็จะทำให้บรรยากาศเยือกเย็น  จืดชืดว่างเปล่า  เราจึงควรเลือกใช้สี
ให้พอเหมาะกับงานแต่ละอย่างตามจุดหมายที่วางไว้ การใช้สีสื่อความหมายต่าง ๆ ทำได้ดังนี้
ความหมายของสี
สีแดง = ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย พลัง อำนาจ รัก
สีส้ม = ตื่นตัว ตื่นเต้น เร้าใจ สนุกสนาน
สีเหลือง = สดใส ร่าเริง ฉลาด เปรี้ยว
สีเขียวอ่อน = สดชื่น ร่าเริง เบิกบาน
สีเขียวแก่ = สะอาด ปลอดภัย สดชื่น ธรรมชาติ ชรา
สีน้ำเงิน = สุภาพ เชื่อมั่น หนักแน่น ถ่อมตัว ผู้ชาย
สีฟ้า = ราบรื่น สว่าง วัยรุ่น ทันสมัย
สีม่วง = ฟุ่มเฟือย ลึกลับ ขี้เหงา
สีชมพู = ความรัก ผู้หญิง อ่อนหวาน นุ่มนวล หอม
สีขาว = ความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย เด็กทารก
สีดำ = ทุกข์ ลึกลับ สืบสวน หนักแน่น
สีเทา = สุภาพ ขรึม
สีน้ำตาล = อนุรักษ์ โบราณ ธรรมชาติ


รูปร่างและรูปทรง  (Shape and Form)
รูปร่าง  (Shape) หมายถึง  เส้นรอบนอกของวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 2 มิติ (กว้าง ยาว)
รูปทรง  (Form)  หมายถึง  โครงสร้างของรูปวัตถุ  คน  สัตว์  สิ่งของ  มีลักษณะเป็น 3 มิติ  (กว้าง ยาว ลึก)
รูปร่างและรูปทรง
รูปร่างและรูปทรง มี 3 ลักษณะ ดังนี้
1. รูปร่างรูปทรงเรขาคณิต หมายถึง รูปร่าง รูปทรงที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น วงกลม  
        รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือรูปหลายเหลี่ยม เป็นต้น รูปเรขาคณิตเป็นพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะได้หลายรูปแบบ

2. รูปร่างรูปทรงอิสระ หมายถึง รูปร่างที่ถูกดัดแปลงจากธรรมชาติหรือมนุษย์คิดสร้างขึ้น ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน และยากที่จะคำนวนหาพื้นที่ ดังภาพตัวอย่าง





น้ำหนัก (Value)
น้ำหนัก หมายถึง ความอ่อนแก่ของสี หรือแสงเงาที่นำมาใช้ในการเขียนภาพ น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร
  และให้ระยะแก่ภาพ      



ตัวอย่าง การให้น้ำหนักทำให้รูปทรงมีปริมาตร

แสงและเงา (Light & Shade)
  แสงและเงา เป็นองค์ประกอบ์ที่อยู่คู่กัน แสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา
  แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนัก ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความเข้มของแสง ในที่ที่มีแสงสว่างมาก
เงาจะเข้มขึ้น และในที่ที่มีแสงสว่างน้อย เงาจะไม่ชัดเจน ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทางตรงข้ามกับแสงเสมอ  
  ค่าน้ำหนักของแสงและเงานที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะที่ ต่าง ๆ ได้ดังนี้
         1. บริเวณแสงสว่างจัด  (Hi-light) เป็นบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด   จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัด
         2. บริเวณแสงสว่าง  (Light) เป็นบริเวณที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักอ่อน ๆ
           3. บริเวณเงา (Shade)  เป็นบริเวณที่ไม่ได้รับแสงสว่าง เป็นบริเวณที่ถูกบดบังจาก แสงสว่าง ซึ่งจะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
           4. บริเวณเงาเข้มจัด (Hi-Shade) เป็นบริเวณที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือเป็นบริเวณที่ถูกบดบังมากหลาย ๆ ชั้น จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
           5. บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาของวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณเงาที่อยู่ ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้น หลัง ทิศทางและระยะของเงา

บริเวณว่าง  (Space)
บริเวณว่าง หรือ ช่องไฟ คือ
  1. อากาศที่โอบล้อมรูปทรง
  2. ระยะห่างระหว่างรูปทรง
  3. บริเวณภายในรูปทรงที่มีลักษณะกลวงหรือทะลุเป็นช่องที่มีอากาศผ่านเข้าไปได้
  4. บริเวณว่างของภาพเขียนหรือภาพวาด ที่มองดูเป็นช่องลึกเข้าไปในภาพ เรียกว่า  บริเวณว่างลวงตา





ลักษณะผิว (Texture)

ลักษณะผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุที่มองเห็นและสัมผัสพื้นผิวได้ แสดงความรู้สึกหยาบ ละเอียด ขรุขระ มัน ด้าน
เป็นเส้น เป็นจุด จับดูแล้วสะดุดมือ หรือสัมผัสได้จากความรู้สึก
  ผิวเป็นทัศนธาตุที่นำมาประกอบในการสร้างงานศิลปะ ลักษณะผิวที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างกัน เช่น
สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ราบเรียบ นุ่มนวล สวยงาม มีชีวิตชีวา
ลักษณะผิวแบ่งเป็น 2 แบบ
       1. มองเห็นด้วยตา (Visual Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยความรู้สึก เป็นผิวละเอียด ผิวหยาบ ผิวขรุขระ เมื่อสัมผัสดูแล้วจะไม่มีความรู้สึกตอบสนองแต่อย่างใด เพราะพื้นผิวจะเรียบเป็นธรรมดา
       2. สัมผัสได้ด้วยมือ (Tactile Texture) สามารถมองเห็นได้ด้วยตา หรือสัมผัสได้ด้วยมือ เช่น เปลือกไม้ ก้อนหิน
ผิวกระจก หนังสัตว์ เป็นต้น  
-2  
ถั่วงอกสีฟ้า  
       1 ก.ค. 2552, 22:01:58 แจ้งการละเมิด ทัศนธาตุ (Visual Elements)  ในทางทัศนศิลป์ หมายถึง  ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้  
               ประกอบไปด้วย
               จุด
               เส้น
               รูปร่าง
               รูปทรง
               น้ำหนักอ่อน-แก่
               สี
               บริเวณว่าง
               และพื้นผิว
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
10 จาก 12
จบละ
21/6/55 โพสต์โดย G.S.T.
11 จาก 12
เส้น    
สี
รูปร่าง
รูปทรง
เเสงเงา
28/7/55 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
12 จาก 12
ความหมายของศิลปะ
11/6/56 โพสต์โดย ยังไม่มีชื่อเล่น
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ธาตุอาหารให้กับต้นข้าว พิจารณาองค์ประกอบอะไรบ้าง
ในร่างกายมนุษย์เป็นองค์ประกอบหลัก
พระบรมสารีริกธาตุอยู่ที่ใดบ้างในประเทศไทย
การวิเคราะห์ธาตุ Cr ด้วยเครื่อง AAS ต้องเพิ่มปริมาณแก๊สไหม
(ต่อ)ศาสตร์ยุคใหม่ ค้นพบหลุมดำ ศาสนา เรียกว่าอะไร?
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู