หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
กะบะห์ พระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า ทิศผินหน้าในการสักการภักดีต่อพระองค์ “แผ่ ISLAM เผย สัจธรรม”
بَيْتُ اللّه    อ่านว่า “บัยตุลลอฮ์” คำนี้ประกอบจากการสันธานของคำสองคำ
1) بَيْتٌ : บ้าน
2) الله :พระองค์อัลลอฮ์ เป็นพระนามของพระผู้เป็นเจ้า
เมื่อผนวกคำทั้งสองเข้าด้วยกันจะมีความหมายว่า บ้านของพระองค์อัลลอฮ์หรือพระนิเวศน์ของพระองค์อัลลอฮ์ นี้มีชื่อเรียกดังนี้
1) البَيْتُ الْحَرَام อัลบัยตุลฮะรอม
2) البَيْتُ المُحَرَّمُ อัลบัยตุลมุฮัรรอม
3) الْبَيْتُ الْعَتِيْقُ อัลบัยตุลอะตีก
4) และ الْمَسْجِدُ الْحَرَامُ อัลมัสยิดุลฮะรอม
ในอดีตชาวอาหรับมักเรียกบ้านที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมว่า กะอฺบะห์ ( كَعْبَةٌ ) ณ ที่แห่งนี้มีบทบัญญัติแก่ผู้ที่มีความสามารถเดินทางมาเวียนรอบ วิหารกะอฺบะห์ อันเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมหลักในการประกอบพีธีฮัจย์ เช่นเดียวกันการผินหน้าไป กะอฺบะห์ ในการนมาซก็ถูกกำหนดไว้ในบทบัญญัติ
ขอบคุณข้อมูลจาก www.mureed.com
กะบะห์ เป็นศาสนสถานแห่งแรก อันถูกสร้างขึ้นสำหรับสักการภักดีต่อพระองค์อัลลอฮ์โดยศาสดาอิบรอฮีมและศาสดาอิชมาอีลบุตรของท่าน ตามพระบัญชาของพระองค์อัลลอฮ์
ดังหลักฐานจากพระคัมภีร์อัลกุรอานดังนี้
พระองค์อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า
(แท้จริงบ้านหลังแรกอันถูกตั้งขึ้นสำหรับมนุษย์นั้น ได้แก่ บักกะห์ อันจำเริญ และเป็นทางนำแก่ประชาชาติทั้งหลาย) 3:96
(ในนั้นมีสัญญาณทั้งหลายอันประจักษ์แจ้ง อันได้แก่ที่ยืนของอิบรอฮีม และผู้ใดได้เข้าไปในบ้านนั้นเขาก็เป็นผู้ปลอดภัย และสิทธิของพระองค์อัลลอฮ์เหนือมนุษย์นั้น ได้แก่การประกอบพิธีหัจญ์ ณ บ้านหลังนั้น จากผู้สามารถเดินทางไปยังบ้านหลังนั้นได้ และผู้ใดปฏิเสธแท้จริงพระองค์อัลลอฮ์มิทรงพึ่งประชาชาติทั้งหลาย) 3:97
ส่วนหลักฐานในการก่อสร้างบ้านหลังนี้ของศาสดาอิบรอฮีมและศาสดาอิชมาอีล
พระองค์อัลลอฮ์ทรงดำรัสว่า
(และจงระลึกขณะพระเป็นเจ้าของอิบรอฮีมได้ทดสอบเขาด้วยพระบัญชาบางประการ แล้วเขาได้ปฏิบัติมันโดยครบถ้วน พระองค์ตรัสว่า แท้จริงข้าจะสถาปนาเจ้าเป็นผู้นำของมนุษยชาติ เขากล่าวว่า และจากเชื้อสายของข้าพระองค์ด้วย พระองค์ตรัสว่า สัญญาของข้าจะไม่ได้แก่ผู้อธรรมทั้งหลาย) 2:125
(และจงระลึกขณะเราได้ทำบ้านหลังนั้นเป็นสถานนิวัติสำหรับมนุษยชาติและเป็นสถานอันปลอดภัย และสูเจ้าจงยึดเอาจากสถานที่ยืนของอิบรอฮีมเป็นสถานประสาทพรเถิด และเราได้มีบัญชาแก่อิบรอฮีมและอิสมาอีลว่า เจ้าทั้งสองจงทำความสะอาดบ้านของข้าแก่ผู้เวียนรอบ และผู้พักพิง และผู้คำนับ และผู้ศิโรราบทั้งหลายเถิด) 2:125
(และจงระลึกขณะอิบรอฮีมได้กล่าวว่า โอ้พระเป็นเจ้า! ได้โปรดทรงทำสถานนี้ เป็นนครอันปลอดภัย และโปรดทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ชาวนครนั้นจากผลไม้ทั้งหลายแก่ผู้ศรัทธาในพระองค์อัลลอฮ์และวันปรโลกจากเขาทั้งหลายเถิด พระองค์ตรัสว่า และผู้ใดปฏิเสธ ฉะนั้น ข้าจะประทานความสำราญแก่เขาเพียงเล็กน้อย ภายหลังข้าจะบังคับเขาไปยังการลงทัณฑ์แห่งนรก และเป็นบั้นปลายอันเลวร้ายยิ่ง) 2:126
(และจงระลึกขณะอิบรอฮีมและอิสมาอีลได้ยกฐานของบ้านนั้น “โอ้พระเป็นเจ้าของเรา ได้โปรดทรงรับจากเราเถิด” แท้จริงพระองค์ทรง The All Hearing the All Knowing) 2:127
(โอ้พระเป็นเจ้าของเรา โปรดทรงกระทำเราเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์ และโปรดทรงมีขึ้นจากวงศ์วานของเรา ประชาชาติหนึ่งผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์ และโปรดทรงแสดงพิธีหัจญ์ของเรา แก่เราและโปรดทรงประทานอภัยแก่เรา แท้จริงพระองค์ทรง The Most Merciful the Ever Returning) 2:128
(โอ้พระเป็นเจ้าของเรา โปรดส่งมาในเขาทั้งหลาย อัครทูตองค์หนึ่ง จากเขาทั้งหลายเอง โดยเขาจะอ่านโองการของพระองค์แก่เขาทั้งหลาย และจะสอนคัมภีร์ทั้งวิทยปัญญาแก่เขาทั้งหลาย และจะชำระล้างเขาทั้งหลาย แท้จริงพระองค์ทรง The Almighty the Wise) 2:129
(และผู้ใดเล่าจะไม่ปารถนาวิถีของอิบรอฮีมนอกจากผู้โฉดเขลาในตัวของเขาเอง และโดยแท้จริงนั้น เราได้เลือกเขาในโลกนี้ และแท้จริงเขาในปรโลกนั้น เป็นหนึ่งจากศุภชนทั้งหลาย) 2:130
(จงระลึกขณะพระเป็นเจ้าของเขาได้ตรัสแก่เขาว่า จงสวามิภักดิ์เถิด เขากล่าวว่า ข้าพระองค์ได้สวามิภักดิ์แก่พระเป็นเจ้าแห่งสากลโลกแล้ว) 2:131
ศาสนา | การศึกษา | ประวัติศาสตร์ 9/6/55 โพสต์โดย Dome-handsome
คำตอบ
1 จาก 2
เพิ่มเิติมข้อมูลให้สำหรับพวกอูฐพวกลาที่งมงายไร้สาระ เผื่อจะตาสว่าง

การจูบหินดำเป็นสิ่งที่มุสลิมนิยมกระทำเพื่อเป็นการรำลึกถึงท่านนบีว่าหินดำนี้ท่านนบีเคยจูบนะ ท่านอุมัรฺ(สาวกคนหนึ่งของนบีมุฮัมมัด)ได้พูดว่า “โอ้หินดำเอ๋ย ฉันรู้ว่าแกคือหินธรรมดา ไม่ให้โทษและไม่ให้คุณ ถ้าท่านศาสนทูต(นบีมุฮัมมัด)ไม่จูบฉันก็จะไม่จูบแกเลย” (บันทึกของอิมามบุคอรีย์และอิมามมุสลิม)  นอกจากนั้นแล้วยังมีประวัติว่าท่านนบีเคยใช้ให้ท่านบิลาล(สาวกคนหนึ่ง) ขึ้นไปยืนอะซาน (ขับร้องประกาศเชิญชวนคนมาละหมาด) บนอาคารกะบะฮฺ นั่นหมายความว่าทั้งกะบะฮฺและหินดำไม่ใช่สิ่งที่มุสลิมเคารพบูชาครับ เพราะไม่มีวัตถุใดหรอกนะครับที่คนซึ่งเคารพ

ผมขอเสนอทฤษฎี”อัลลอฮฺพระเจ้าผีห้ามกราบไหว้หิน” ด้วยบรรดารูปปั้นต่างๆเหล่านั้นทำมาจากหิน ปูน ซึ่งมันมองก็ไม่เห็น ฟังก็ไม่ได้ แล้วกราบไหว้ไปทำไม มูฮัมมัดเป็นพยานเรื่องนี้

บางส่วนในกุรอาน
18And they worship besides Allah things that harm them not, nor profit them, and they say: “These are our intercessors with Allah.” Say: “Do you inform Allah of that which He knows not in the heavens and on the earth?” Glorified and Exalted is He above all that which they associate as partners (with Him)! (Surah10. Yunus, Part11)
18และพวกเขาจะเคารพภักดีสิ่งอื่นไปจากอัลลอฮฺ ที่มิได้ให้โทษแก่พวกเขา และมิได้ให้ประโยชน์แก่พวกเขา และพวกเขาจะกล่าวว่าเหล่านี้คือผู้ช่วยเหลือเรา ณ ที่อัลลอฮฺ (พวกมุชริกีนอ้างว่า บรรดารูปปั้นต่างๆ ที่พวกเขาเคารพบูชานั้น จะช่วยเหลือพวกเขาได้ ณ ที่อัลลอฮฺทั้งๆที่บรรดารูปปั้นเหล่านั้นทำมาจากหิน ปูน ซึ่งมันมองก็ไม่เห็น ฟังก็ไม่ได้) จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด)พวกท่านจะแจ้งข่าวแก่อัลลอฮฺด้วยสิ่งที่พระองค์ไม่ทรงรู้ ในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดินกระนั้นหรือ พระองค์ทรงมหาบริสุทธิ์และทรงสูงส่ง เหนือสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคีขึ้น (ซูเราะฮฺที่10, ยูนุส, ญุซอฺที่11)

หินประหลาดสีดำกะบะฮฺที่เชื่อกันว่า เป็นบ้านอัลลอฮฺพระเจ้าผี หรือดินแดนสวรรค์ของอัลลอฮฺพระเจ้าผี ช่างประหลาดที่คนงมงาย ไปกราบไหว้ขอโน่นนี้ กับบ้านของพระเจ้าผี และใครเล่าอยากอยู่กับอัลลอฮฺในหินประหลาดนั้น

คำถามคือ
1.กะบะฮฺก็คือสวรรค์ของอิสลาม เป็นที่อยู่ของอัลลอฮฺพระเจ้าผี ใช่หรือไม่
9/6/55 โพสต์โดย Men of the day
2 จาก 2
ไม่มีมุสลิมคนไหนกราบไหว้กะบะอ์และไม่มีกุรอ่านโองการไหนที่บอกให้กราบ

บัยตุลลอฮ์ เป็นคำภาษาอาหรับ แปลว่า บ้านแห่งพระเจ้า ถูกกำหนดให้เป็นทิศทางที่ให้มุสลิมผินไปสู่ทิศดังกล่าวเวลาละหมาดเท่านั้น
ตัวกะบะอ์เป็นหินที่ก่อเรียงขึ้นเป็นทรงสี่เหลี่ยม ส่วนหินดำนั้นตั้งอยู่ ที่ มุมๆหนึ่งของกะบะอ์ เป็นสัญลักษ์บอกถึงจุดเริ่มต้นการ ต่อว๊าฟ(การเวียนรอบ)ในการทำฮัจย์และอุมเราะฮ์เท่านั้น
ดังนั้นทั้งกะบะฮฺและหินดำไม่ใช่สิ่งที่มุสลิมกราบไหว้ เป็นตำแหน่งบอกทิศที่มุสลิม หันไปเวลาละหมาด บ่งบอกถึงเอกภาพทางการปฎิบัติ
การก้มกราบในละหมาดนั้นมุสลิมเฉพาะเจาะจงที่อัลเลาะฮ์องค์เดียว

             فَلْيَعْبُدُوا رَبَّ هَٰذَا الْبَيْتِ
"ดังนั้น พวกเขาจงเคารพภักดีต่อพระเจ้าแห่งบ้านหลังนี้เถิด (คืออัลกะบะอ์)" (ซูเราะฮ์อัลกุรอยซฺ -3)

คำว่าบ้านของอัลเลาะฮ์ไม่ได้หมายความถึงกะบะอ์อย่างเดียวแต่หมายรวมไปถึงมัสยิดต่างๆด้วย

فِي بُيُوتٍ أَذِنَ اللَّهُ أَن تُرْفَعَ وَيُذْكَرَ فِيهَا اسْمُهُ يُسَبِّحُ لَهُ فِيهَا بِالْغُدُوِّ وَالْآصَالِ
"ในบรรดาบ้าน (หมายถึงมัสยิด) อัลลอฮฺทรงอนุญาติให้เทิดพระเกียรติ และให้พระนามของพระองค์ถูกรำลึกอยู่เสมอ เพื่อที่จะแซ่ซร้องสดุดีแด่พระองค์ในนั้น ทั้งในยามเช้าและยามพลบค่ำ" (ซูเราะฮ์ อัน-นูร -36)

-มัสยิดนั้นเป็นบ้านหลังหนึ่งจากบ้านของอัลเลาะฮ์-
- คำว่าบ้าน ณ ที่นี้ไม่ได้หมายถึงบ้านที่อัลเลาะฮ์เข้าไปอาศัยอยู่  แต่หมายถึง การเอาใจใส่ การให้เกียรติ ให้ความเมตตา ต่อผู้ที่เข้ามาพำนัก ผู้มาละหมาดใน บ้านของพระองค์

               
ถึงคุณ Men of the day ที่ เสนอทฤษฎีมาทั้งๆที่ศาสนาของคุณเองกราบรูปปั้น และยอมรับด้วยตนเองว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ทำไมยังบ้ากราบรูปปั้นผีที่ตัวตนจริงไม่มีใครจำได้เลย ใช้จินตนาการเอาล้วนๆ คุณเองก็เป็นพยานยืนยันว่ามันไม่มีประโชน์อะไร ถึงขนาดเอากุรอ่านมายืนยันด้วย
อ้างว่ากราบเพื่อรำลึกบุญคุณทำไมในเมื่อมันไม่มีอะไรที่จะรับรู้การรำลึกของคุณได้เลย
25/1/56 โพสต์โดย งูดินจำศีล
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
สถานที่ละหมาด ที่ใก้ลสุขุมวิท 62/1 มากที่สุดคือที่ไหนครับ
สุนนะห์ หรือ อัลลอฮ์ ???
เดือนชะห์บานประตูสู่เดือนรอมฏอน
พระเจ้าของศาสนาอิสลามคือใคร
สิ่งเเวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นได้อย่างไร
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู