หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
ประวัติ เขา สาม มุข
ประวัติศาสตร์ 12/7/53 โพสต์โดย OK2n
คำตอบ
1 จาก 3
เขาสามมุข สัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดชลบุรี เป็นเนินเขาเตี้ย ๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลา และหาดบางแสน เชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่เขาสามมุข ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป บริเวณเขาสามมุขมีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากขับรถขึ้นไปบนเขาจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลบางแสนได้สวยงาม

เขาสามมุขมีตำนานว่า มีหญิงสาวมุกเป็นชาวบ้านยากจน กับหนุ่มแสนลูกกำนันบ้านอ่างหินผู้ร่ำรวย จุดเริ่มต้นของความรักเกิดจาก วันหนึ่งสาวมุกได้เก็บว่าวของหนุ่มแสนที่หลุดลอยมาได้ หนุ่มแสนจึงมอบว่าวนั้นให้เป็นที่ระลึก ต่อมาทั้งคู่ก็ได้รักกัน แต่ทางบ้านของหนุ่มแสนกีดกันสาวมุขเพราะฐานะที่ยากจน หนุ่มแสนถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่จัดเตรียมไว้ให้ สาวมุขเสียใจมากจึงได้พลีชีพกระโดดหน้าผาและตกตาย เมื่อหนุ่มแสนทราบเรื่องก็กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตาม ชาวบ้านจึงตั้งหน้าผานั้นว่า สามมุข และหาดด้านล่างจึงตั้งว่าหาดบางแสน ต่อมาจึงได้สร้างศาลเจ้าแม่สามมุข เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสอง

เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่เกิดจากความรัก จึงมีหนุ่มสาวนำว่าวที่ตนเองกับคนรักมาถวายเพื่อให้เจ้าแม่อวยพรให้รักสมหวัง และมีชาวประมงมาจุดประทัดถวายก่อนเดินเรือเพื่อขอให้จับปลาได้มากและเดินเรืออย่างปลอดภัย

ข้อมูล. (บางส่วน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
12/7/53 โพสต์โดย A-V-A-T-A-R
2 จาก 3
เท่ๆ
18/5/54 โพสต์โดย เมย์ Talesrunner
3 จาก 3
สมัยนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ ริมทะเล เพื่อทำอาชีพประมง บางรายก็มีถานะดีบางรายก็ยากจน ส่วนเรื่องที่จะกล่าวมานี้นั้น เดิม นายบ่ายนั้นจะมีคนนับน่าถือตา เพราะมีถานะร่ำรวย ทำการประมงเป็นเจ้าของโป๊ะหลายแห่ง จนชาวบ้านยกให้เป็นผู้นำ และยกถานะ เป็นกำนันในสมัยนั้น นายบ่าย หรือกำนันบ่าย นั้น มีลูกชาย ชื่อว่า นายแสน ที่เป็นลูกชายสุดที่รักเพียงคนเดียว ที่ได้เป็นต้นเรื่องของตำนานรักอัมตะ กับหญิงสาว ที่ชื่อ มุข ที่อาศัยอยู่กับยาย นามใดนั้นไม่ปรากฏ ส่วนบิดา มารดา ของ สาวมุข นั้นได้สูญหายไปเมื่อตอนยังเล็ก แต่ด้วยสาเหตุใดก็ยังไมปรากฏเช่นกัน จนอยู่มาวันหนึ่ง นายแสน พร้อมเพื่อนคู่หู ชื่อ นายเผือก และนายดำ นั้น ชอบเล่นว่าว และนำมาเล่นที่ชายหาด เป็นประจำ จนอยู่มาวันหนึ่ง ที่ทำให้ หนุ่ม สาวทั้งสองมาพบกันโดยบังเอิญ เนื่องจาก ว่าวที่ นายแสน เล่นนั้นเกิดขาด

แล้วลอยมาที่หน้าบริเวณเขาสามมุข ที่เป็นที่อยู่ ของ สาวมุข พอดี นายแสน จึงได้ชวนเพื่อนทั้งสองวิ่งตามว่าวที่หลุดลอยมา จนมาเจอะว่าว ของตนเองอยู่ในมือ ของ สาวมุข แล้วได้ขอคืน แต่สาวมุขไม่ยอมคืนกับเดินหนีหลังจากนั้นได้นำว่าวตัวดังกล่าวไปซ่อมแต่ไม่กล้าเล่นเกรงว่าจะขาด จน นายแสนและเพื่อนเดินมาเที่ยวและเห็น สาวมุข ถือว่าวที่เป็นของตนไว้ จึงได้ชวนเล่นเพราะเห็นว่า ไม่มีเพื่อน จนกระทั่งทั้ง สอง เริ่ม สนิทสนมและคบหากันนับตั้งแต่นั้นมา จนทำให้เกิดความผูกพัน จนกายความรัก โดยที่ผู้เป็นพ่อนั้นไม่รู้เรื่องราวของลูกชายที่เป็นสุดที่รัก จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งเรื่อง ของทั้งสอง มารู้ถึงผู้เป็นพ่อ และทำให้ นายบ่าย เกิดความไม่พอใจ เนื่องจากรู้มาว่า สาวมุขนั้นยากจน จึงได้กีดกันห้ามปรามไม่ให้ทั้งสองคบหากัน และได้ หาหญิงสาว ชาวบ้านในบางเดียวกันให้กับลูกชายและมีถานะใกล้เคียงกัน แต่ นายแสน กับไม่ชอบและแอบมาพบ สาวมุขเป็นประจำ จนถึงเทศกาลลอยกระทง

ซึ่งทั้งสองได้ให้สัญญาคำมั่นซึ่งกันและกันว่า จะรักกันตราบนานเท่าชีวิต และจะไม่พรากจากกัน หากผิดคำสัญญาจะขอลาตายโดยการกระโดดเขาแห่งนี้ เมื่อกำนันบ่าย มารู้อีกครั้งว่า นายแสน แอบมาหา สาวมุข จึงได้ให้เพื่อนไปจับตัวมากักขัง แล้วไปสู่ขอสาวให้กับลูกชาย พร้อมกับบังคับถ้าไม่เชื่อก็จะตัดลูกตัดพ่อกัน จนทำให้ นายแสนท้อใจ ที่ไม่สามารถทำใจตนเองได้ จนถึงวันใกล้แต่งงาน เพื่อนๆสาว ของมุขได้มาบอกว่า นายแสนที่ตนชื่นชอบนั้นกำลังจะแต่งงานแล้วซึ่งทำให้ สาวมุขไม่เชื่อพร้อมมาหา นายแสนในวันแต่งงานพร้อมกับคืนแหวนให้ด้วย หลังจากนั้นได้มาที่หน้าเขา แห่งนี้เพื่อระลึกถึงวันที่ตนได้ให้สัญญากับคนรักไว้ ก่อนที่จะกระโดดลงมาตาย หลังจากที่ สาวมุขได้คืนแหวนนั้น นายแสนได้วิ่งออกจากงานเพื่อตามหาสาวมุข โดยรู้ว่าตนจะต้องมาที่ใด แต่ก็สายไปเสียแล้ว เมื่อเห็นร่างของสาว มุข นอนตายอยู่ข้างร่าง จึงได้ตัดสินใจกระโดดตายตามหญิงสาวคนรักไปอีกคน ทำให้ผู้เป็นพ่อ คือ กำนันบาย ที่วิ่งตามมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เสียใจเป็นยิ่งนักที่ทำให้ลูกชายต้องมาตาย เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง จึงได้ทำบุญส่วนกุศลให้กับคนทั้งสองและ ต้องตอมใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ชาวบ้านต่างสงสารหนุ่มสาวทั้งสอง เวลาพลบค่ำ ชาวบ้านที่ผ่านไปมามักจะเห็นร่างของหนุ่มสาวทั้งสองมายืนที่หน้าเขาลูกนี้ประจำ จนเป็นที่กล่าวขาลนับตั้งแต่นั้นเป็นตนมาจนชาวบ้าน ตั้งชื่อเขาลูกนี้ว่า เขาสามมุขพร้อมกับตั้งศาลเพียงตาไว้ให้ ส่วนอีกแห่งหนึ่ง ที่ชาวบ้านเห็นก็คือ ชายหาดบางแสน ที่ผู้เป็นพ่อได้ตั้งศาลเพียงตาไว้ยามคิดถึงลูกชาย
7/11/54 โพสต์โดย มายเดียร์
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ขอมุขบอกว่าคิดถึงหน่อย
เก่งจังนะอ่านประวัติ
เราไม่มีบ้านอยู่อะ ทำไงดี
(มุขเสี่ยว เกี้ยวสาว)
มุขนี้เสี่ยวไหมครับ อ่านซักนิดนะคับ
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู