หน้าแรก > คำถาม
คำถาม
คุณจะใช้ธรรมะกับการแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างไร?
"พระสัทธรรมนำสุข" 25/3/53 โพสต์โดย ติกฺขปัญโญ
คำตอบ
1 จาก 10
อภัยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  . . .  N
25/3/53 โพสต์โดย หยกจ้า
2 จาก 10
ใช้เกือบทุกด้านเลยหละค่ะ การตั้งสติ   การพยายามเข้าอกเข้าใจผู้อื่น  การให้อภัย  ช่วงหลังๆ นี้ก็วางอุเบกขาไปหลายด้านแล้วกับสิ่งทีพบเจอ ธรรมะทำให้เราเห็นทุกสิ่งอย่างเป็นธรรมดาโลกค่ะ ไม่ตื่นเต้นตกใจหรือวิตกจริตไปกับอะไรง่ายๆ ชีวิตก็เย็นลงค่ะ
25/3/53 โพสต์โดย คิตตี้
3 จาก 10
สาธุครับ หลวงพี่  ตั้งมั่นมีสติ ดำรงตนด้วยความไม่ประมาทครับผม
25/3/53 โพสต์โดย สติง
4 จาก 10
นอกเหนือจากความรู้ทางศาสนาที่กระทรวงศึกษาป้อนให้และศีลธรรมอันดีที่ครอบครัวถ่ายทอดให้

จะรู้จักธรรมะอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ใช้กับ การดำรงชีวิตในสังคมอย่างเข้าใจโลกเข้าใจธรรม  

อาศัยช่องทางวิธีการฝึกปฏิบัติธรรม

แต่การปฏิบัติธรรม ยังมีหลายแนวสำนัก จึงทำให้ฉงน ว่า ตนเองควรไปแนวไหน หรือลองไปก่อน เลยได้ลองมากกว่าหนึ่งแนว กลับทำให้สับสน

หากปฏิบัตฺธรรมแล้วถูกจริต นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแก้ปัญหาชีวิตโดยเข้าใจถ่องแท้ ไม่ยึดมั่นเพ้อรำพันถึงแต่อดีต(ที่แก้ไขไม่ได้แล้ว)
ให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่ทรัพยากร คน เงิน เวลา ธรรมะ มีเราอยู่ ไม่เพ้อฝันคาดคะเนถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน(ว่าความจริงแล้วไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย)

การปฎิบัติธรรมนั้น ฆราวาส ฝึกเรียนรู้ สมถะ สมาธิ วิปัสสนา เพื่อนำมาใช้กับหน้าที่อาชีพ การดำเนินชีวิตทางโลก เพราะว่า เป็นการพัฒนาจิตให้สูงขึ้น มีคุณภาพจิตที่ดีกว่า  จิตที่สงบ เท่ากับไม่ฟุ้งซ่าน ไม่มีความกังวลใจ ครั้นเกิดปัญหา  จิตนิ่ง จะไม่แบกทุกข์ไว้ มองไปทางไหนก็จะเห็นชัดเจนเพราะไม่มีอะไรมาบังใจไว้  เมื่อวางได้แล้ว จึงรียกว่า กำหนดรู้ทุกข์ (ทุกข์นั้นเราบริหารจัดการไม่ได้)  เราต้องไปดูเรื่องเหตุแห่งทุกข์ สามารถละได้
ทางธรรม แล้วปักธงไว้แล้วว่าไม่ทุกข์ใจ คือทนได้ยอมรับในทุกข์ที่เกิดขึ้น  ปัญหาทางโลกนั้นมีอยู่จึงค่อยมาแก้ เป็นขั้นๆ ว่า  จะแก้เดี๋ยวนั้น หรือรอได้ทนได้ ค่อย ๆมาแก้เมื่อได้จังหวะดีแล้ว พร้อมทั้งค้นคว้าหาอุบาย ทางเลือกที่ตรง ใช้เวลาสั้น เปลืองแรงน้อย ศึกษาดีแล้วตัดสินใจลงมือ แยบยลกว่าผลีผลามทำเพราะมีเงินมีอำนาจ โดยไม่มีข้อมูล ที่มาที่ไปของเรื่องนั้น

การปฏิบัติธรรม คือเรียนรู้ธรรมะรู้แจ้งเกิดขึ้นที่จิตตน ไม่ใช่เรียนรู้ปริยัติด้วยท่องจำเข้าใจ จำได้จากตำราฟังจากอาจารย์ แจกแจงปริยัติได้ละเอียด
แต่สภาวะธรรมไม่เกิด เหมือนดูคนว่ายน้ำ ดูวีดิโอนักฟุตบอล ไม่ได้ลงสนามจริง พอเกิดทุกข์ขึ้นจริง แค่นั้นก็ทนไม่ได้ โกรธ ก็ไม่รู้ว่าโกรธ เห็นอะไรก็เกิดความอยาก ไม่รู้ว่ากำลังปรุงแต่ง
25/3/53 โพสต์โดย Miscellanous
5 จาก 10
ถ้าแบบสามัญจริง เวลาที่เกิดภาวะใดที่เราหนักใจ เราก็ปล่อยวางแบบธรรมะค่ะ
ไม่มี ไม่เป็น ไม่ใช่ ไม่จริง ไม่มีอะไรเลย...แบบนั้นค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
25/3/53 โพสต์โดย ziilzero-ziya
6 จาก 10
สาธุผู้เจริญธรรมทุกท่าน
  ธรรมะของพระพุทธเจ้ามาจากธรรมชาติ ธรรมชาติมันเป็นอยู่ของมันยังไงก็ยังงั้น
คนไปฝืนธรรมชาติ...มันจึงเกิดความทุกข์
27/3/53 โพสต์โดย ผลบุญ
7 จาก 10
ขอบคุณครับที่หาธรรมะมาให้อ่าน
29/3/53 โพสต์โดย xswd
8 จาก 10
การใช้ธรรมะกับการแก้ปัญหาชีวิต ก่อนอื่นต้องดูวุฒิภาวะของผู้ที่จะนำไปใช้ ก็คืออย่างน้อยก็ต้องเป็นคนที่มีความเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง บาปกรรมมีจริง สวรรค์นรกมีจริง และที่สำคัญจะต้องไม่มีข้อสงสัยในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน จึงจะมีผลมากทุก ๆ อย่างก็ต้องผ่านความเชื่อมาก่อน เราต้องรู้จักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกตามที่พระพุทธองค์กล่าวไว้ ต้องรู้จักตัวเองก่อนที่จะไปรู้จักคนอื่นถึงจะช่วยเหลือคนอื่นได้ ตนเองต้องปฏิบัติให้เห็นให้รู้แจ้งก่อน จึงจะไปสอนคนอื่นได้นี่เป็นสัจจะธรรมที่สุด และต้องเข้าใจว่าทุกคนที่เกิดมาก็ต้องมีทั้งความสุขและทุกข์ สลับกันไป ตราบใดที่เราไม่นำกรรมชั่วเข้ามาเพิ่ม สร้างสมแต่กรรมดี เจ้ากรรมนายเวรที่ตามเรามาก็ยังไม่ถึงเราเพราะเราสร้างแต่กรรมดีตลอด ไม่สร้างกรรมชั่วเพิ่ม ชดใช้กรรมที่ทำไว้ในชาติภพก่อนไม่รู้ชาติภพไหน ให้มันสิ้นสุดเสียในชาติภพนี้ เราจะไ้ด้สร้างบารมี ไว้ในภพชาติต่อ ๆ ตราบที่เรายังไม่ตายจริง(นิพพาน)ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด การเข้าหาพระนิพพานก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ตัวเราตั่งหากทำตัวให้มันยาก ตัดรัก โลภ โกรธ หลงให้ได้ก็แล้วกัน อย่างน้อยชาตินี้ก็ขอให้ได้โสดาบัน ปิดอบายภูมิได้เลย ไม่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานแล้ว เหมือนตอนต้นที่ได้บอกไว้ ต้องมีความเชื่ออย่างที่ว่าและถือศีลห้าให้ครบ ก็พอแล้วชาตินี้
30/3/53 โพสต์โดย nutthaput
9 จาก 10
สาธุครับ
31/3/53 โพสต์โดย xswd
10 จาก 10
ศึกษา และ ทำความเข้าใจ น้อมนำเอาธรรมที่ศึกษา น้อมมาในจิตในใจตน ฝึกให้เป็นนิสัย เป็นบารมี ธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านใดนำมาใช้ในชึวิตประจำวันได้ยิ่งมากยิ่งดี มีแต่ ความสุขความเจริญ ภายนอกอาจดูจนแต่ ภายใน ร่ำรวยความดี มีความสุข นอนที่ไหนๆก็เป็นสุขแม้นในป่าช้า เพราะว่าคนดี จิตใจดี ความดีที่มีในตนจะมีรัศมีแผ่ออกมาเอง โดยไม่ต้อง สร้างมันมีของมันเอง ด้วยเหตุที่ว่า จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธาน จิตดีความดีที่มีในตนเองนั้นแหล่ะ จะเป็นเกาะ คุ้มกายใจ ไปไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาทำร้าย เพราะว่าจิตดีสิ่งรอบข้างก็พลอยดีไปด้วย ยิ่งจิตมีกำลังมาก มีบุญมาก คนรอบข้างก็พลอยได้รับอานิสงค์ ไปด้วย อย่างเช่น พระบางรูป พอเข้าใกล้แล้วรู้สึก อบอุ่น เพราะท่านมีเมตตาเป็นอารมณ์ ทำให้ผู้คนรอบข้างท่านเป็นสุข  ดังนั้นการมีธรรมในใจอยู่ตลอดทำให้อยู่เป็นสุข ดัง ภาษิต ที่ว่า ธัมมะจาริง สุขังเสติ  ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข  เองวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ จ้า..
31/3/53 โพสต์โดย เต๋อ
นอกจากนี้คุณอาจสนใจ
ควรทำอย่างไร
อยากฟังเทศธรรมะเกี่ยกับการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข ควรฟังจากพระอาจารย์ท่านไหนคะช่วยแนะนำหน่อย
ใช้ปัญญา..แก้ปัญหา
...ปุถุชน
ท่านใช้ธรรมะข้อใดแทนอรหัตตผลที่บัญญัติใว้ในหลักธรรม
เข้าสู่ระบบ
ดู กูรู ใน: โทรศัพท์มือถือ | คลาสสิก
©2014 Google - นโยบายส่วนบุคคล - ผู้ช่วยกูรู